100 episodes

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ (จัดทำโดยลูกศิษย์)

Luangpor Paisal Visalo's Podcast (หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) watpasukato

    • Buddhism
    • 5.0 • 12 Ratings

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ (จัดทำโดยลูกศิษย์)

    25631019pm--เดชแห่งบุญ

    25631019pm--เดชแห่งบุญ

    19 ต.ค. 63 - เดชแห่งบุญ : เดชแห่งบุญ ก็หมายถึงบุญทั้ง 3 นี้แหละ ไม่ใช่แค่บุญที่ชื่อว่าทาน หรือบุญที่ชื่อว่าศีลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบุญที่ชื่อว่าภาวนาด้วย เพราะว่าทานและศีลอาจจะปกป้องอันตรายหลายสิ่งหลายอย่างให้กับเราได้รวมทั้งอำนวยให้เกิดความสุขสวัสดีอย่างที่ว่านี้ เช่น อายุ วรรณะ สุขะ พละ บางทีก็อาจรวมไปถึงทรัพย์สมบัติด้วยแต่ว่ามีอันตรายบางอย่างที่ทานและศีลปกป้องไม่ได้ เช่น โลกธรรม มี 8 อย่าง โลกธรรมฝ่ายบวกอาจจะเกิดขึ้นได้จากทานและศีล เช่น ได้ลาภ ได้ยศ ได้สุข ได้สรรเสริญ แต่ว่าเสื่อมลาภ เสื่อมยศ หรือถูกนินทาและทุกข์ ทานและศีลก็อาจจะปกป้องไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นธรรมดาของโลก เขาถึงเรียกว่าโลกธรรม มันเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนที่ไม่มีศีล คนทำความดีก็เจอเหมือนกัน ขนาดพระพุทธเจ้าก็ยังเจอโลกธรรมฝ่ายลบ ที่เรียกว่าอนิฏฐารมณ์ แต่ว่าแม้จะเจออนิฏฐารมณ์ เช่น เสื่อมลาภ เสื่อมยศ หรือว่านินทา หรือว่าทุกข์ แต่ถ้ามีบุญอีกตัวหนึ่ง คือบุญที่เกิดจากภาวนา มันก็จะไม่สามารถทำอันตรายให้เกิดกับจิตใจได้ เสียลาภ ก็เสียไป แต่ใจไม่ทุกข์ เสื่อมจากยศก็เสื่อมไป แต่ใจไม่ทุกข์ เจอคนนินทาว่าร้าย เขาก็ว่าไป แต่ใจไม่ทุกข์ หรือว่าเจอทุกข์อันเกิดจากธรรมชาติธรรมดาของสังขาร ใจก็ไม่ทุกข์ คือมีธรรมชาติธรรมดาของสังขารฝ่ายลบที่ยังไงๆ เราก็หนีไม่พ้น ได้แก่ ความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก และความตาย 

    • 26 min
    25631015pm--ครองตนให้พ้นทุกข์

    25631015pm--ครองตนให้พ้นทุกข์

    15 ต.ค. 63 - ครองตนให้พ้นทุกข์ : ถีงเวลาเจอความผันผวนปรวนแปร ความเจ็บป่วยความพลัดพราก สติก็ช่วยรักษาใจ เสียอะไรก็เสียไปใจก็ยังเป็นปกติ สามารถครองตนไม่เสียผู้เสียคน สามารถรักษาใจให้เป็นปกติได้ อย่าลืมหน้าที่อันนี้ อย่าปล่อยให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินชวนเราจนลืมจนหลง จนลืมหน้าที่นี้ เพราะมันง่ายมากที่คนเราจะประมาท พอมีสุขภาพดีมีกำลังวังชาก็เพลิดเพลินไปกับการใช้การเสพการหาความสุขจากร่างกายที่สุขภาพดี จนลืมไปว่าเรามีงานที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำคือการฝึกตน เพื่อที่จะก้าวข้ามความทุกข์ไปได้ 

    • 26 min
    25631004pm--ทำบุญที่ใจ

    25631004pm--ทำบุญที่ใจ

    4 ต.ค. 63 - ทำบุญที่ใจ : เทศน์ที่งานบุญสามัคคี วัดภูเขาทอง

    • 37 min
    25631003pm--สร้างสามัคคีภายนอกและสามัคคีภายใน

    25631003pm--สร้างสามัคคีภายนอกและสามัคคีภายใน

    3 ต.ค. 63 - สร้างสามัคคีภายนอกและสามัคคีภายใน : บรรยายงานบุญกฐินสามัคคีวัดป่าสุคะโต หลายคนก็รู้ว่าความโกรธไม่ดี แต่ว่าก็ปล่อยให้ความโกรธมาเผาลนจิตใจ หลายคนก็รู้ว่าความพลัดพรากสูญเสียเป็นธรรมดา แต่สูญเสียทีไรก็เศร้าโศกเสียใจทุกที ไม่สามารถหักห้ามจิตใจได้ หลายคนก็รู้ว่ามีกิ๊กไม่ดีแต่ก็ห้ามใจไม่ได้ อันนี้เรียกว่าเป็นเพราะสมองกับหัวใจไม่สามัคคีกัน แต่ถ้าเกิดว่าเราสามารถที่จะสร้างความสามัคคีกัน แต่ถ้าเกิดว่าเราสามารถสร้างความสามัคคักันระหว่างสมองกับหัวใจได้ คืออะไรที่ไม่ดี จิตใจก็คล้อยตาม ไม่ทำสิ่งนั้น อะไรที่สมองบอกว่าดี อะไรที่มีเหตุผลบอกว่า ดี ถูกต้อง จิตใจก็ทำสิ่งนั้น อะไรที่ไม่ดี จิตใจก็หลีกเลี่ยง ถ้าเป็นอย่างนั้นได้เราก็จะประสบความสุขความเจริญก้าวหน้าได้ อะไรที่จะทำให้สมองกับหัวใจ เหตุผลกับอารมณ์ มันสามัคคีกัน ก็คือ คุณธรรมที่เรียกว่าสติ สมาธิ และก็ปัญญา ถ้าเรามี 3 สิ่งนี้เป็นอย่างน้อย เราก็สามารถที่จะเชื่อมให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างสมองกับหัวใจ ระหว่างเหตุผลกับอารมณ์ ความคิดกับความรู้สึก คิดอย่างไรว่าดี ใจก็คล้อยไปตามสิ่งนั้น อะไรที่รู้ว่าไม่ดีใจก็ไม่ไปเกี่ยวข้องด้วย เดี๋ยวนี้เรารู้ดีทุกอย่างแต่ว่าใจไม่คล้อยตามหรือหักห้ามใจไม่ได้ เพราะจิตใจเราอ่อนแอ เราเน้นแต่เรื่องสมอง เราเน้นแต่เรื่องเหตุผล แต่เราลืมพัฒนาอารมณ์ เราลืมพัฒนาจิต ให้มีความรู้สึกที่ดีงาม และถ้าความรู้สึกของเราหรืออารมณ์ของเราพัฒนา บางครั้งแม้จะมีเหตุผลที่พิกลพิการ เหตุผลที่มันทะแม่งๆ ใจ ก็ไม่คล้อยตาม เช่น เวลาจะทำอะไร บางทีมันมีเหตุผลว่า ทำไปทำไม

    • 48 min
    25631002pm--ออกพรรษา ออกจากทุกข์

    25631002pm--ออกพรรษา ออกจากทุกข์

    2 ต.ค. 63 - ออกพรรษา ออกจากทุกข์ : ธรรมที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมไม่ว่าจะเป็นสัจธรรม จริยธรรม ความจริงของธรรมชาติทั้งปวง และข้อปฏิบัติเพื่อเข้าถึงความจริงนั้น มันเป็นไปเพื่อให้เราเท่าทันความทุกข์ และก็สามารถออกจากความทุกข์ได้ ไม่ว่าจะเข้าพรรษาหรือออกพรรษา อันนี้คือหน้าที่ของเรา หน้าที่ต่อชีวิต ถ้าหากว่าเรารักตัวเอง เราย่อมไม่ให้ความทุกข์มาครอบงำจิตใจ แม้ว่าความทุกข์จะเกิดกับกาย แต่ว่าใจไม่ทุกข์ก็ได้ เราหนีความแก่ความเจ็บป่วย ความพลัดพราก ความสูญเสีย รวมทั้งความตายไม่พ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วใจไม่ทุกข์ก็ได้ ใจเป็นอิสระจากมันก็ได้ ถ้าหากว่าเราเริ่มจากการความรู้ตัว หรือรู้สึกตัวนั่นคือมีสติ มีสัมปชัญญะ มันจะช่วยขับความหลงออกจากใจ ไม่ไปเผลอยึดเผลอแบกอารมณ์อกุศล และความรู้สึกตัว หรือสติ จะนำพาให้เราเข้าถึงความรู้อีกอย่างหนึ่งนอกจากความรู้ตัวคือ การรู้ความจริง รู้เข้าใจสัจธรรม จนเห็นว่าแม้สิ่งที่ให้ความสุขกับเรา ให้ความสบายกับเรา ก็ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้ แม้สิ่งที่เป็นของเราเรียกว่าเป็นของรักของหวง เมื่อยึดมั่นถือมั่นเมื่อไหร่ก็เป็นทุกข์เมื่อนั้นเพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้ความจริง โดยมีพื้นฐานจากการมีความรู้ตัว จากการที่จะออกจากทุกข์ มันก็เป็นไปได้ การรู้ความจริง มันต้องเริ่มต้นด้วยจากการรู้ตัว ซึ่งก็เป็นการรู้จักจากตัวเองเป็นการค้นพบจากตัวเองอย่างหนึ่ง การรู้จักตัวเองโดยสรุปก็คือรู้ว่าตัวเองเกิดมาทำไม มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร รวมทั้งความสุขที่แท้มันเกิดขึ้นจากอะไร สุขที่แท้ก็อยู่ที่ใจ แล้วถ้าวางใจไม่ถูก มันก็เป็นทุกข์ ไม่ว่าจะพรั่งพร้อมด้ว

    • 47 min
    25630930am--เกษียณความทุกข์

    25630930am--เกษียณความทุกข์

    30 ก.ย. 63 - เกษียณความทุกข์ : เตรียมตัวเตรียมใจบ้างหรือเปล่า สำหรับวันที่ต้องจะเกษียณอายุจากโลกนี้ไปจริงๆ แม้ว่าร่างกายเราหรือว่าในส่วนที่เป็นโลกธรรม จะอยู่ในช่วงขาลง สำหรับผู้ที่เกษียณ แต่ว่าจิตใจเรา สามารถที่จะทำให้ขึ้นมาได้ ร่างกายมีแต่จะลงๆ แต่ว่าจิตใจเราสามารถที่จะพัฒนาให้สูงขึ้นได้ คือแม้แต่จะแก่ตัวลง แต่ว่าจิตใจผ่องใสเบิกบาน จิตใจมีคุณภาพมากขึ้น สวนทางกับร่างกาย สวนทางกับชีวิต หรือกับอาชีพราชการ หรืออาชีพทางโลก มันทำได้ ถ้าหากว่าเราใช้เวลา นับจากเกษียณแล้วมาทุ่มเทให้กับการปฏิบัติธรรม การฝึกจิตใจอย่างเต็มที่ ยิ่งกายอยู่ในช่วงขาลง ก็ต้องฝึกใจให้อยู่ในช่วงขาขึ้นให้ได้ เพราะใจนี้แหล่ะจะช่วยรักษากายไม่ให้มันทุกข์มากไปกว่านี้ หรืออย่างน้อยถ้ามีธรรมะก็จะช่วยรักษาใจไม่ให้ทุกข์ไปกับกายได้แล้วถึงจุดหนึ่ง มันก็เป็นไปได้ ก่อนที่จะเกษียณอายุจากโลกนี้ จิตใจเราก็เกษียณจากความทุกข์ อันนี้ถือเป็นหน้าที่เลย ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังจะเกษียณ หรือเกษียณแล้ว หน้าที่ของเราก็คือว่า เมื่อรู้ว่าสักวันหนึ่งเราต้องเกษียณอายุจากโลกนี้ไป ก็ต้องพยายาม ฝึกใจพัฒนาตนให้จิตใจเกษียณจากความทุกข์ก่อนที่จะเกษียณจากการอยู่ในโลกนี้ไป นี้คือเวลา เพราะขณะที่อายุ 60 มันก็ยังมีกำลังวังชาที่ยังทำอะไรได้อีกมากมาย สมมุติว่าจะตายเมื่ออายุ 70-80 ก็ยังมีเวลา 10 ถึง 20 ปีในการฝึกจิตฝึกใจเอาไว้รับมือกับความเสื่อมความชรา สามารถที่จะเผชิญหน้า ยอมรับวันที่เกษียณอายุจากโลกนี้ไปได้ ยิ่งถ้าหากว่า ฝึกจิตจนถึงขั้นเกษียณจากความทุกข์แล้ว ขาลงของสังขารร่างกายไม่มีความหมายเลย จะแก่จะป

    • 28 min

Customer Reviews

5.0 out of 5
12 Ratings

12 Ratings

Top Podcasts In Buddhism

Listeners Also Subscribed To