100 episodes

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล‪)‬ watpasukato

    • Religion & Spirituality
    • 5.0 • 49 Ratings

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ

    25650123am--คุณูปการของท่านติช นัท ฮันห์

    25650123am--คุณูปการของท่านติช นัท ฮันห์

    23 ม.ค. 65 - คุณูปการของท่านติช นัท ฮันห์ : เพราะฉะนั้นเรื่องการภาวนากับการทำงานเพื่อสังคม จึงไม่แยกจากกัน คำสอนของท่านยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆที่ดูเหมือนขัดแย้งกันอยู่เสมอ อย่างเช่นท่านบอกว่า ดอกไม้กับขยะ แยกจากกันไม่ออก เพราะว่าดอกไม้เมื่อทิ้งไว้สักพักหรือระยะหนึ่ง ก็กลายเป็นขยะ แล้วขยะในที่สุดก็ก่อเกิดเป็นดอกไม้ เพราะว่าขยะกลายเป็นปุ๋ยให้กับดอกไม้เจริญงอกงาม อันนี้เป็นอิทัปปัจจยตาที่ท่านอธิบายให้เห็นง่ายๆ
     


    รวมทั้งชี้ให้เห็นว่า ทุกสิ่งมันประกอบด้วยสิ่งที่ไม่ใช่มัน อย่างเช่นเก้าอี้ ก็เกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เก้าอี้ เก้าอี้เกิดจากอะไร เก้าอี้เกิดจากไม้ เกิดจากตะปู เกิดขึ้นมาได้เพราะว่าช่างไม้ ทั้งช่างไม้ก็ดี ตะปูก็ดี กาวก็ดี ไม่ใช่เก้าอี้ แต่เพราะว่ามีสิ่งที่ไม่ใช่เก้าอี้ เก้าอี้จึงเกิดขึ้น อันนี้ท่านสอนเรื่อง “อนัตตา”แล้ว
     


    สอนให้รู้ว่า ตัวเก้าอี้ไม่มี ตัวตนของเก้าอี้แท้ไม่มี มันเกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เก้าอี้ ซึ่งก็คือสรรพสิ่ง เพราะว่าไม้ก็ดี เกิดขึ้นได้เพราะว่ามีฝน ฝนเกิดขึ้นได้เพราะมีเมฆ เมฆเกิดขึ้นได้เพราะมีพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้น ถ้ามองเก้าอี้ก็จะเห็นถึงดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ก้อนเมฆ
     


    มองมาที่ตัวเราแต่ละคน ก็จะเห็นจักรวาลทั้งจักรวาล เพราะฉะนั้น เราก็เกิดจากสิ่งที่ไม่ใช่เรา อันนี้เป็นการมองความจริงแบบพ้นภาวะที่เรียกว่าทวิภาวะ ซึ่งเป็นการมองที่ลึกซึ้งมากในพระพุทธศาสนาที่ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง
     


    และถ้ามองอย่างนี้ ก็จะพบว่าไม่มีตัวตนของสิ่งใดเลย สิ่งใดไม่มีตัวตนที่เที่ยงแท้เพราะมันล้วนแต่เกิดจากสิ่งอื่น อันนี้คือเรื่องอนัตตาเล

    • 29 min
    25650122am--อ่านใจให้ออก

    25650122am--อ่านใจให้ออก

    22 ม.ค. 65 - อ่านใจให้ออก : ฉะนั้นการอ่านที่สำคัญก็คือการอ่านกิเลสออกด้วย ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการอ่านใจตัวอ่านใจตนให้ออก อ่านใจตนให้เป็น อ่านใจตนเป็นก็จะอ่านทุกข์ออก แล้วก็รู้เท่าทันอุบายของกิเลส อ่านเกมของกิเลสออก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยทำให้เราสามารถจะออกจากทุกข์ได้ ไม่หลงเชื่อกิเลส



    บางทีกิเลสก็ปั่นหัวเราให้เราพูดจาด่าทอคนที่เขานินทาเราหรือทำอะไรไม่ถูกใจเรา มันก็สรรหาเหตุผลว่า ต้องสั่งสอนไม่อย่างนั้นเขาจะได้ใจ แต่ที่จริงก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไร ไม่ได้หวังดีอะไรกับเขา เพียงแต่ว่าอยากจะเอาชนะเขา หรืออยากจะเร่งงานเขาให้สาแก่ใจ ซึ่งก็เป็นไปตามอำนาจของกิเลส
     


    ถ้าอ่านอุบายของกิเลสไม่ออกก็หลงเชื่อคล้อยตาม แล้วก็เพิ่มทุกข์ให้กับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงแม้นจะมีความรู้มากมาย แต่สุดท้ายก็เอาตัวไม่รอด ที่เรียกว่าความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ไม่รอดจากความทุกข์ ไม่รอดจากสิ่งที่เป็นอกุศล ก็เพราะการที่อ่านใจตัวเองไม่ออก

    • 27 min
    25650121pm--วิถีใหม่เพื่อใจที่ตื่นรู้

    25650121pm--วิถีใหม่เพื่อใจที่ตื่นรู้

    21 ม.ค. 65 - วิถีใหม่เพื่อใจที่ตื่นรู้ : คำว่าวิถีใหม่มี 2 ความหมาย คือ วิถีความเป็นไปของเหตุการณ์ต่างๆ อันนี้เราควบคุมได้ยาก ร่างกาย สังขาร บางทีก็แปรเปลี่ยนไปอยู่แล้ว มันเป็นของแน่นอน จากหนุ่มสาวสู่วัยชรา จากการมีกำลังวังชาก็เริ่มลดน้อยถอยลง นี่คือวิถีใหม่ที่เกิดขึ้นกับทุกคน



    ความปกติธรรมดามันแปรเปลี่ยนไปเรื่อย แต่ก่อนตาดี หูฟังชัด แต่ตอนนี้ตาก็เริ่มฝ้าฟาง หูก็เริ่มตึง ความจำก็เริ่มเลอะเลือน นี่คือความปกติชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อเวลาผ่านไป อันนี้เราคุมได้ยาก
     


    แต่สิ่งที่เราทำได้คือวิถีปฏิบัติ วิถีความเป็นไปเราคุมได้ยาก มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา แต่วิถีปฏิบัติ เราทำได้ และเราควรจะรีบทำ เมื่อเราพิจารณาว่าวิถีเดิม วิถีแห่งความหลง แห่งความไม่รู้สึกตัว เป็นสิ่งที่ครอบงำกำกับชีวิตเราอยู่ เราก็สร้างวิถีใหม่ขึ้นมา นิ่งได้มากขึ้น วางได้มากขึ้น
     


    ที่จริงเราควรใช้สิ่งนี้มาเป็นเครื่องวัดความเจริญก้าวหน้าของคนเรา เมื่อเราอายุมากขึ้น แก่ตัว เราไม่ต้องรอให้แก่ แค่เราอายุมากขึ้น ประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น เราควรจะนิ่งได้มากขึ้น วางได้มากขึ้น และรู้สึกตัวได้มากขึ้น ไม่ใช่ว่ายิ่งแก่ตัวยิ่งงุ่นง่าน หรือว่ายิ่งฉุนเฉียว ยิ่งอารมณ์เสีย เป็นอย่างนี้มากทีเดียว เพราะเขาไม่เห็นคุณค่าของการนิ่ง การวาง ความรู้สึกตัว แต่ถ้าหากว่าเราได้มาเรียนรู้เรื่องของชีวิตมากขึ้น เราก็จะเห็นคุณค่าของสิ่งนี้ และพยายามสร้างวิถีใหม่ให้เป็นไปในทางนี้ มันคือวิถีแห่งความรู้สึกตัว อย่าไปรอให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นแล้วค่อยมานึกถึงการสร้างวิถีใหม่ เราสามารถจะทำได้ตั้งแต่เดี๋ยว

    • 29 min
    25650116am--ใช้ทุกอย่างมาสอนใจ

    25650116am--ใช้ทุกอย่างมาสอนใจ

    16 ม.ค. 65 - ใช้ทุกอย่างมาสอนใจ : ในยามที่เราโกรธ จะใช้เหตุผลเพื่อให้ความโกรธมันบรรเทา บ่อยครั้งก็ไม่ได้ผล เพราะว่าตัวมันเองก็มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยไม่มีเหตุไม่มีผลอยู่แล้ว จะใช้เหตุผลระงับความโกรธ มันทำได้ยากในบางครั้ง แต่ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เอามันอยู่ก็คือ สติ



    เพราะสติไม่ใช่เรื่องของเหตุผล ถ้าสติไว มันรู้ทันความโกรธ แล้วมันก็สามารถที่จะทำให้ความโกรธละลายหายไปได้ เพราะความโกรธมันเกิดขึ้นจากความหลง แต่พอมีสติขึ้นมา ความรู้สึกตัวก็เกิดขึ้น พอความรู้สึกตัวเกิดขึ้น ความโกรธหายไป ความโกรธก็ค่อยๆจางไป
     


    เพราะฉะนั้น คนเรามันก็เจออารมณ์ที่รบกวนแบบนี้อยู่เป็นระยะๆ บางทีก็ไม่รู้สาเหตุ บางทีก็ไม่มีเหตุไม่มีผล เอาเหตุเอาผลกับมันไม่ได้ บางทีเอาถูกเอาผิดกับมันไม่ได้เลย แต่สติมันเอาอยู่ ถ้าสตินั้นไวเร็วพอ ที่โกรธอยู่ดีๆมันหายโกรธเลย แต่ว่าสติจะมาเร็วมาไว เอาอยู่ มันไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ มันต้องเกิดจากการฝึก 

    • 31 min
    25650115am--ผิดทีแรก ถูกทีหลัง

    25650115am--ผิดทีแรก ถูกทีหลัง

    15 ม.ค. 65 (เช้า) - ผิดทีแรก ถูกทีหลัง : สติของเราถ้าหากว่ามันเจออารมณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะไม่ใช่ครั้งเดียว ซึ่งยังจำไม่ได้ ต้องเจอหลายๆครั้งถึงจะจำได้ พอมันเกิดขึ้น ก็ไม่ปล่อยให้อารมณ์มาคุกคาม เล่นงานจิตใจ กลับมากำกับจิตให้มันวาง ไม่ไปตอแย ไม่ไปสู้รบตบมือกับอารมณ์นั้น



    พออารมณ์เหล่านั้น ใจไม่ไปยุ่งด้วย ไม่ไปเกี่ยวข้องด้วย มันก็ฝ่อไปเอง เพราะฉะนั้นในเวลาปฏิบัติ ก็ต้องยอมรับมันต้องผิดก่อน แล้วถึงจะถูกทีหลัง หรือควรให้ถูกทีหลัง อย่าไปคิดว่าทำแล้วจิตจะสงบราบเรียบ เป็นปกติ มันไม่ใช่หรอก มันก็ต้องมีอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้น เกิดนิวรณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย อันนี้ธรรมดา จะเรียกว่าเป็นเพราะเราวางใจไม่ถูก
     


    พอมันเกิดขึ้นแล้ว เราควรที่จะทำสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นตามมา ก็คือรู้ทันมัน พอรู้ทันมัน อย่างนี้เรียกว่าเราเปลี่ยนผิดให้เป็นถูก หรือว่าผิดทีแรกแต่ว่าทำถูกทีหลัง นักปฏิบัติต้องเจออย่างนี้แหละ มันจะผิดทีแรกเสมอ คือปล่อยให้มีความคิดและอารมณ์ต่างๆเกิดขึ้นมา จนบางทีมันฟุ้งไปเลย แต่ว่าก็มาทำถูกทีหลัง มันจะฟุ้งไม่นาน
     


    มันเห็นความฟุ้งแล้วก็จะวาง จิตมันจะวาง ไม่ไปยึด จะมีอารมณ์ใดเกิดขึ้น ทีแรกเกิดเพราะความเผลอ แต่ทีหลังรู้ทัน ก็วางมันลง ไม่ไปตอแยกับมัน ไม่ไปผลักไสต่อต้านมัน จะให้ถูกทีแรกเลยทำไม่ได้หรอก มันต้องผิดก่อน ข้อสำคัญคือว่า ต้องให้ถูกตามมา ไม่ใช่ว่าผิดแล้วผิดอีก ผิดแล้วผิดอีก ผิด 1 ยังไม่พอ ผิด 2
     


    มันจะดีกว่า ถ้าหากทำผิด 1 แต่ว่าทีหลังก็ทำถูก เพราะฉะนั้นยอม ยอมที่ใจมันจะผิดมันจะพลาด ปล่อยให้มีอารมณ์ต่างๆความคิดเกิดขึ้นมากมาย แต่ว่า ผิดแล้ว ก็ทำให้มันถูก คือรู้ทันมัน
     


    การรู้ทันคือ การท

    • 27 min
    25650114pm--อานุภาพของการยอมรับ

    25650114pm--อานุภาพของการยอมรับ

    14 ม.ค. 65 - อานุภาพของการยอมรับ : ทุกข์บางอย่างเราทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ หรือเรียกว่าทำจิต บางอย่างบรรเทาได้ แต่ว่าก่อนที่จะบรรเทา ควรทำจิตเบื้องต้น ทำจิตหรือทำใจ ทำอย่างไร อย่างแรกที่สุดคือการยอมรับ ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าเราไม่ยอมรับ ก็จะกลายเป็นการซ้ำเติมตัวเอง แทนที่จะเสียแค่เงิน ใจก็เสียด้วย บางทีถึงกับเสียศูนย์ไปเลย เสียเงินยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเสียศูนย์จะหนักมาก แทนที่จะป่วยแค่กาย ใจก็ป่วยด้วย และหนักกว่าป่วยกายอีก นั่นเป็นเพราะไม่รู้จักทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น



    มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกใจเราเกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น ใครที่อยู่ในเมืองก็ต้องเจอรถติด สังเกตไหมว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นขณะรถติด เกิดจากอะไร เป็นความทุกข์ชนิดใด มันไม่ใช่ทุกข์กายแต่เป็นทุกข์ใจ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในรถติดแอร์ เปิดเพลง มีขนมกินด้วยซ้ำ ไม่มีความทุกข์กาย แต่ทำไมคนจึงไม่ชอบรถติด นั่นเพราะมีความทุกข์ใจ ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า ทุกข์ใจไม่ได้เกิดจากรถติด แต่เกิดจากการไม่ยอมรับ จิตมันบ่น โวยวาย ตีโพยตีพาย แต่ทันทีที่เรายอมรับได้ ใจสงบเลย

    • 29 min

Customer Reviews

5.0 out of 5
49 Ratings

49 Ratings

Top Podcasts In Religion & Spirituality

dhamma.com
เพื่อนหลอนตอน 4 ทุ่ม
พศิน อินทรวงค์

You Might Also Like

dhamma.com
Roundfinger Channel
THE STANDARD
THE STANDARD
THE STANDARD