6 ขุดเพชรในพระไตรปิฏก

ในพระไตรปิฏกมีอะไร ทำความเข้าใจไปทีละข้อ, เปิดไปทีละหน้า, ให้จบไปทีละเล่ม, พบกับพระอาจารย์พระมหาไพบูลย์ อภิปุณโณ และ คุณเตือนใจ สินธุวณิก, ล้อมวงกันมาฟัง มั่วสุมกันมาศึกษา จะพบขุมทรัพย์ทางปัญญา ในช่วง "ขุดเพชรในพระไตรปิฏก". New Episode ทุกวันเสาร์ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  1. 1d ago

    วิถีแห่งพระอรหันต์ [6924-6t]

    หมวดธรรม 9 ประการ ในเขมวรรค, สติปัฏฐานวรรค และสัมมัปปธานวรรค พระสูตรข้อที่ 62-82 นี้ร้อยเรียงด้วยโครงสร้าง "ธรรม 9 ประการ" เพื่อเปลี่ยนจิตปุถุชนผู้หมดสิทธิ์ (อภัพพะ) ให้กลายเป็นพระอรหันต์ผู้ถึงพระนิพพาน โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วนหลักดังนี้   ข้อที่ 62 อภัพพสูตร ว่าด้วยผู้อาจและไม่อาจเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผล หากบุคคลใดไม่ละขาดอกุศลธรรม 9 ประการนี้ จะเป็นผู้ "ไม่อาจ" (อภัพพะ) บรรลุธรรมแต่หากละได้ จะเป็น "ผู้อาจ" บรรลุอรหัตตผล ได้แก่ ราคะ, โทสะ, โมหะ, โกธะ (โกรธ), อุปนาหะ (ผูกโกรธ), มักขะ (ลบหลู่คุณ), ปฬาสะ (ตีเสมอ), อิสสา (ริษยา), มัจฉริยะ (ตระหนี่)   ข้อที่ 63-72 “เจริญสติปัฏฐาน 4 เพื่อละกิเลส” พระสูตรกลุ่มนี้ (สติปัฏฐานวรรค) ทรงให้นำ “สติปัฏฐาน 4” (กาย เวทนา จิต ธรรม) มาเป็นเครื่องมือหลักในการพิจารณาเพื่อ "ละอกุศลธรรมและเครื่องผูกมัด" ในแง่มุมต่างๆ ของแต่ละพระสูตร เช่น: ละธรรมกระทำให้ท้อถอย / ละนิวรณ์ / ละกามคุณ / ละอุปาทานขันธ์ / ละสังโยชน์เบื้องต่ำ-เบื้องสูง / ละตะปูตรึงใจ / ละกิเลสผูกพันใจ  ข้อที่ 73-82 “เจริญความเพียร เพื่อทลายกิเลส” พระสูตรกลุ่มสุดท้าย (สัมมัปปธานวรรค) ใช้โครงสร้างคู่ขนานกัน แต่เปลี่ยนมาเน้นที่ สัมมัปปธาน 4 (ความเพียรชอบ 4 ประการ) เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนในการ "ละอกุศลธรรมและเครื่องผูกมัด" (ในหมวดนิวรณ์ กามคุณ สังโยชน์ ฯลฯ เช่นเดียวกับหมวดสติปัฏฐาน) ให้สำเร็จเด็ดขาด   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต เขมวรรค สติปัฏฐานวรรค สัมมัปปธานวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  2. Jun 5

    จุดที่สมาธิเปลี่ยนเป็นปัญญาด้วยองค์ 5 [6923-6t]

    หมวดธรรม 5 ประการใน ปัญจังคิกวรรค หมวดว่าด้วยการเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ ๕ ข้อที่ 28 ปัญจังคิกสูตร ว่าด้วยการเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ ๕ ซึ่งหมายถึง การไล่มาตามลำดับของการได้มาซึ่ง “ฌานทั้ง 4 และปัจจเวกขณนิมิต” (การทบทวนองค์ฌานหรือสิ่งที่ตนรู้เห็นด้วยปัญญา) จะได้ทราบอุปมาอุปไมยของการได้มาซึ่งฌานนั้น ๆ การเห็นอะไรจึงจะเลื่อนขึ้นในฌานที่สูงขึ้นไปละเอียดลงไปได้ ก็ต้องขจัดความหยาบของฌานที่ได้อยู่แล้วจึงจะพัฒนาต่อไปได้ เมื่อได้ฌานทั้ง 4 บวกกับปัจจเวกขณนิมิต คือ ญาณในการรู้ว่าเรามีเราละอะไรได้ จะทำให้ละเอียดขึ้นได้อย่างไร และการเห็นองค์ประกอบต่าง ๆ ในฌานต่าง ๆ ได้ชัดเจน จิตใจของคนเราถ้ามีสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ 5 ประการนี้แล้ว จะเกิดประโยชน์ในการกำจัดกิเลสได้ วิชชา 6 จะเกิดขึ้น ทำปัญญาให้เกิดขึ้นได้ นี่คือจุดที่สมาธิจะเปลี่ยนเป็นปัญญา ตลอดกระบวนการต้องมีสติอยู่แล้วจึงจะสามารถรู้เห็นตรงนี้ได้ และปัจจเวกขณนิมิตมีได้ในทุกระดับฌาน เป็นตัวที่จะทำให้ฌานเลื่อนขึ้นได้เร็ว   ข้อที่ 29 จังกมสูตร ว่าด้วยการเดินจงกรม “จังกม” แปลว่าการเดิน ทำให้เกิดอานิสงส์ คือ 1. อดทนต่อการเดินทางไกล 2. อดทนต่อการทำความเพียร นี่คืออดทนต่อสิ่งที่อดทนได้ยาก รู้อยู่ว่าทุกข์แต่อยู่กับมันได้ 3. อาหารย่อยได้ง่าย 4. มีอาพาธน้อย นี่คือมีสุขภาพดี มีเวทนาเบาบาง 5. สมาธิที่เกิดตั้งอยู่ได้นาน ในอิริยาบถหยาบ ๆ ยังสามารถทำสมาธิให้เกิดขึ้น ยิ่งทุกข์มากยิ่งเห็นธรรมะ มีปัญญาในการแก้ปัญหา   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจังคิกวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  3. May 29

    มิติแห่งวิมุตติ [6922-6t]

    หมวดธรรม 9 ประการใน สามัญญวรรค หมวดว่าด้วยสามัญญธรรม และเขมวรรค หมวดว่าด้วยเหตุให้ตรัสเรียกว่าเขมะ ข้อที่ 43-61 เป็นการสนทนาธรรมระหว่าง พระอุทายี และ พระอานนท์ ในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้ ข้อที่ 43 กายสักขีสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นกายสักขี (เด่นด้านสมาธิ/ฌานสมาบัติ) ว่าด้วย "กายสักขีบุคคล" หรือ บุคคลผู้เป็นพยานด้วยนามกาย ซึ่งหมายถึงผู้ที่ใช้จิตหรือนามกายสัมผัสถูกต้องวิโมกข์ (หรือฌาน) ก่อน แล้วจึงบรรลุธรรมด้วยปัญญาในภายหลัง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ โดยปริยาย(ขั้นต้น-ขั้นกลาง/ผู้ยังไม่สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ฌาน 1-8 และ โดยนิปปริยาย (ขั้นสูงสุด/ผู้สิ้นอาสวะ) ได้แก่ ผู้ที่สามารถเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ   ข้อที่ 44 ปัญญาวิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นปัญญาวิมุต (ผู้หลุดพ้นด้วยปัญญา) หมายถึง ผู้ปฏิบัติที่ไม่ได้เน้นการเข้าสมาบัติลึกซึ้ง (แช่ในฌาน) แต่เป็นผู้ที่ "ใช้ปัญญาเพ่งพินิจพิจารณาเพื่อตัดขาดกิเลส" (วิป้สสนา) โดยตรง แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ โดยปริยาย และ โดยนิปปริยาย   ข้อที่ 45 อุภโตภาควิมุตตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้เป็นอุภโตภาควิมุต (ผู้หลุดพ้นทั้งสองส่วน / สมถะ&วิปัสสนา) หมายถึง พระอริยบุคคลผู้หลุดพ้นด้วยเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือโดยปริยายและโดยนิปปริยาย เช่นกัน   ข้อที่ 46-61 ใช้ระบบองค์ธรรมเดียวกันทั้งหมด คือ “อนุปุพพวิหาร 9” (รูปฌาน อรูปฌาน และ สัญญาเวทยิตนิโรธ) เป็นบรรทัดฐานในการอธิบายเพื่อชี้ให้เห็นว่า คำว่า นิพพาน, เขมะ, อมตะ, อภัย, ปัสสัทธิ, และนิโรธ นั้น สามารถสัมผัสได้จริงด้วยนามกายตั้งแต่ขั้นสมาธิระดับฌาน (โดยปริยาย) ไปจนถึงการสิ้นอาสวกิเลสอย่างสมบูรณ์เด็ดขาดด้วยปัญญา (โดยนิปปริยาย)   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต สามัญญวรรค เขมวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    51 min
  4. May 22

    การเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ 5 [6921-6t]

    หมวดธรรม 5 ประการใน ปัญจังคิกวรรค หมวดว่าด้วยการเจริญสัมมาสมาธิที่ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสัมมาสมาธิจนไล่ลำดับไปถึงปัญญาเพื่อการหลุดพ้น   ข้อที่ 21 ปฐมอคารวสูตร ว่าด้วยความไม่เคารพ สูตรที่ ๑ เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ทำให้เกิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่ตามมา นั่นคือ เริ่มจากการมีความเคารพยำเกรงในเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ก่อให้เกิดอภิสมาจาริกธรรม อภิสมาจาริกธรรมก่อให้เกิดเสขธรรม เสขธรรมก่อให้เกิดศีล ศีลก่อให้เกิดสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิก่อให้เกิดสัมมาสมาธิ   ข้อที่ 22 ทุติยอคารวสูตร ว่าด้วยความไม่เคารพ สูตรที่ ๒ เปลี่ยนตรง 3 ข้อสุดท้ายจากศีลเป็นสีลขันธ์ จากสัมมาทิฏฐิเป็นสมาธิขันธ์ จากสัมมาสมาธิเป็นปัญญาขันธ์ เป็นความละเอียดลงไปในแต่ละข้อ ศีลก็เป็นเหตุให้เกิดสมาธิ สมาธิต่อยอดขึ้นไปก็เป็นปัญญาขึ้นมา   ข้อที่ 23 อุปกิเลสสูตร ว่าด้วยความเศร้าหมอง เปรียบเทียบอุปมาอุปไมยเครื่องเศร้าหมอง 5 อย่างของทองกับของจิต ที่เมื่อกำจัดออกไปแล้วจะทำให้ถึงซึ่งนิพพานได้ เครื่องเศร้าหมองของจิตก็คือ นิวรณ์ ๕ นั่นเอง จะกำจัดออกไปได้ก็ด้วยสติ ถ้าเรากำจัดนิวรณ์ออกไปจากจิตได้ ความรู้ 6 อย่างจะเกิดขึ้น และจะเป็นตัวที่จะทำให้บรรลุธรรมได้   ข้อที่ 24 ทุสสีลสูตร ว่าด้วยโทษแห่งความทุศีลและคุณแห่งความมีศีล เปรียบกับต้นไม้ที่มีกิ่งหัก สะเก็ด เปลือก กระพี้ และแก่นจะสมบรูณ์ไปได้อย่างไร เหมือนกับผู้ทุศีลจะไม่สามารถมีสัมมาสมาธิได้ เมื่อไม่มีสัมมาสมาธิการเห็นตามความเป็นจริงย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะศีลเปรียบเหมือนฐานรากของทุกสิ่ง ถ้าศีลสมบรูณ์บริบรูณ์ก่อให้เกิดสัมมาสมาธิที่สมบรูณ์บริบรูณ์ จนทำให้เกิดปัญญาในการเห็นความไม่เที่ยง เกิดยถาภูตญาณทัสสนะ นิพพิทา วิราคะ ทำวิมุตติให้เกิดขึ้นได้   ข้อที่ 25 อนุคคหิตสูตร ว่าด้วยธรรมสนับสนุนสัมมาทิฏฐิ ศีล สุตตะ สากัจฉา สมถะ และวิปัสสนา 5 อย่างนี้เป็นองค์ประกอบของสัมมาทิฏฐิ   ข้อที่ 26 วิมุตตายตนสูตร ว่าด้วยเหตุแห่งวิมุตติ บอกถึงลักษณะของบุคคลที่จะบรรลุธรรมได้จากการฟัง การแสดงธรรม การสาธยายธรรม ตรึกตามตรองตามเรื่องที่ได้ฟังมา และมีสมาธิดีจนเข้าใจธรรม   ข้อที่ 27 สมาธิสูตร ว่าด้วยการเจริญสมาธิเพื่อให้ญาณเกิดขึ้น สมาธิที่เจริญแล้วทำให้เกิดญาณความรู้เฉพาะตนขึ้น สมาธิเราก้าวหน้าหรือไม่ ดูได้จากการเกิดขึ้นหรือไม่ของ 5 ข้อนี้   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจังคิกวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  5. May 15

    ช่องว่างในที่คับแคบ [6920-6t]

    หมวดธรรม 9 ประการใน มหาวรรค และ สามัญญวรรค  ข้อที่ 40 นาคสูตร ว่าด้วยการหาความสงบของพญาช้าง เป็นพระสูตรที่เปรียบเทียบพฤติกรรมของพญาช้างผู้แสวงหาความสงบ กับการปฏิบัติของพระภิกษุ เพื่อเป็นอุบายสอนใจในการละทิ้งความวุ่นวายและเข้าสู่ความสงบวิเวก คือการสอนให้เห็นคุณค่าของการ "ปลีกวิเวก" เมื่อจิตใจถูกรบกวนจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง การแยกตัวออกมาอยู่ตามลำพังเพื่อทบทวนตัวเองและทำจิตใจให้สงบ เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสติและปัญญา องค์ธรรมในพระสูตรนี้คือ นิวรณ์ ๕ และอนุปุพพวิหาร ๙   ข้อที่ 41 ตปุสสสูตร ว่าด้วยตปุสสคหบดี ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ “เนกขัมมะ” ในการพ้นทุกข์ และแสดงขั้นตอนการปฏิบัติโดยละเอียดเพื่อเข้าถึงเนกขัมมะ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเห็นโทษในกาม ความเห็นอานิสงส์แห่งเนกขัมมะ และความเพียรในการฝึกฝนตนเอง (อนุปุพพวิหาร 9) เพื่อความหลุดพ้น โดยแสดงผ่านบทสนทนาระหว่างตปุสสคหบดี ท่านพระอานนท์ และพระพุทธเจ้า   ข้อที่ 42 สัมพาธสูตร ว่าด้วยวิธีบรรลุช่องว่างในที่คับแคบ อธิบายถึง "กามคุณ 5" ว่าเป็น "ที่คับแคบ" และอธิบาย "วิธีบรรลุช่องว่าง (โอกาส) ในที่คับแคบ" โดยการใช้ "สมาธิและการบรรลุฌานทั้ง 9 ลำดับ" (อนุปุพพวิหาร 9) เพื่อสลัดออกจากสภาวะบีบคั้นนั้นทีละขั้นจนถึงนิพพาน   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต มหาวรรค สามัญญวรรค  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  6. May 8

    พละ 5 ธรรมที่ทำให้องอาจ [6919-6t]

    หมวดธรรม 5 ประการใน พลวรรค หมวดว่าด้วยพละ พระสูตรข้อที่ 11-16 กล่าวถึง กำลัง 5 ประการ (พละ ๕) ซี่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ มาใช้แสดงตามพระสูตรข้อต่างๆได้ดังนี้ รูปแบบแรก (ข้อที่ 11-12) ตถาคตพละ ได้แก่ 1. สัทธาพละ: กำลังคือความเชื่อ 2. หิริพละ: กำลังคือความละอายบาป 3. โอตตัปปพละ: กำลังคือความเกรงกลัวบาป 4. วิริยพละ: กำลังคือความเพียร 5. ปัญญาพละ: กำลังคือความรอบรู้ (เป็นยอดของกำลังทั้งหมด) ข้อที่ 11 อนนุสสุตสูตร กล่าวถึง "กำลังของตถาคต" ที่ทำให้ทรงบันลือสีหนาทและประกาศธรรมได้อย่างองอาจ ข้อที่ 12 กูฏสูตร ทรงเปรียบ "ปัญญา" เป็น "ยอดเรือน" (ปัญญาเป็นยอดแห่งกำลัง)   รูปแบบที่สอง (ข้อที่ 13-16) เสขพละ ได้แก่ 1. สัทธาพละ: เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า 2. วิริยพละ: เพียรละอกุศล บำเพ็ญกุศล (สัมมัปปธาน 4) 3. สติพละ: มีสติระลึกได้ถึงสิ่งที่ทำและคำที่พูดมานานได้ (สติปัฏฐาน) 4. สมาธิพละ: การบรรลุฌาน 1-4 เพื่อความอยู่เป็นสุข 5. ปัญญาพละ: รู้ถึงความเกิดและความดับ (อริยสัจ 4) ข้อที่ 13 สังขิตตสูตร ทรงแสดงพละ 5 ในฐานะ "เสขพละ" หรือกำลังของผู้ที่ยังต้องศึกษา (พระเสขบุคคล) เพื่อใช้เป็นฐานที่ตั้งแห่งการหลุดพ้นจากกิเลส ข้อที่ 14 วิตถตสูตร ทรงขยายความละเอียดของแต่ละข้อเพื่อให้เห็นทางปฏิบัติ ข้อที่ 15 ทัฏฐัพพสูตร ว่าด้วยธรรมที่พึงเห็น เราจะ "เห็น" พละเหล่านี้ได้ที่ไหน ข้อที่ 16 ปุนกูฏสูตร ในบรรดาการปฏิบัติทั้งหมด "ปัญญา" คือจุดรวมยอดที่สำคัญที่สุด พระสูตรข้อที่ 17-20 รายละเอียดเหมือนกันต่างกันที่หัวข้อ คุณธรรม 5 อย่างคือ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ 5 อย่างนี้เป็นไปเพื่อเกื้อกูลหรือไม่เกื้อกูล ทั้งตนเองและผู้อื่นหรือไม่ และควรพัฒนาไปอย่างไร   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต พลวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    54 min
  7. May 1

    พ้นบ่วงแห่งสัญญา [6918-6t]

    หมวดธรรม 9 ประการใน มหาวรรค ข้อที่ 37 อานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์ กล่าวถึง “การบรรลุช่องว่างในที่คับแคบ” การค้นพบหนทางแห่งความสว่าง (ความสงบ/นิพพาน) ในขณะที่อายตนะ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) ยังทำงานอยู่ตามธรรมชาติ แต่จิตเลือกที่จะไม่เข้าไปเสวยอารมณ์ เป็นสภาวะที่เรียกว่า "มีสัญญาแต่ไม่รับรู้อายตนะ" ได้ด้วย “สมาธิ” อรูปฌานขั้น 1-3 และ สมาธิขั้นที่ละเอียด (อรหัตตผล) ซึ่งจะมีลักษณะ “ไม่ถูกกิเลสน้อมไป - ไม่มีการข่มห้ามด้วยธรรมปรุงแต่ง - ตั้งมั่นและไม่สะดุ้ง”   ข้อที่ 38 โลกายติกสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ผู้ชำนาญคัมภีร์โลกายัต พราหมณ์ผู้ชำนาญในตำราทางโลก (วาทศิลป์) ทูลถามพระพุทธองค์เกี่ยวกับเรื่องโลกและการพ้นไปจากโลก พระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า "ที่สุดแห่งโลก" (โลก คือ กามคุณ ๕) ไม่สามารถถึงได้ด้วยการเดินทาง แต่ถึงได้ด้วยการฝึกจิตสู่ความดับตามลำดับ "อนุปุพพวิหาร 9"เพื่อทำลายความยึดมั่น จนก้าวข้ามโลกียะสู่โลกุตตระ   ข้อที่ 39 เทวาสุรสังคามสูตร ว่าด้วยสงครามระหว่างเทวดากับอสูร พระพุทธองค์ทรงหยิบยกเรื่องราวสงครามระหว่างเทวดาและอสูรมาเป็นบุคลาธิษฐาน เพื่อชี้ให้เห็นว่าชัยชนะที่แท้จริงไม่ใช่การรบพุ่งภายนอก แต่คือการ "ก้าวข้ามเครื่องผูกพัน" บ่วงแห่งมาร (นิวรณ์และตัณหา) ผ่านลำดับการฝึกจิต 9 ขั้น (อนุปุพพวิหาร 9) เพื่อเข้าสู่สภาวะที่กิเลสไม่สามารถกล้ำกรายได้   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต มหาวรรค Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    52 min
  8. Apr 24

    พลังแห่งการละกิเลส [6917-6t]

    หมวดธรรม 4 ประการใน ราคเปยยาล ว่าด้วยการทำความเข้าใจและการละ "ราคะ" (ความกำหนัดยินดี) ข้อที่ 274-783 ในหมวด "เปยยาล" (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) การนำ “ธรรม 4 ประการ” ใน สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ และ อิทธิบาท ๔ มาย้ำทำในการจัดการกับกิเลส (อุปกิเลส 16 อย่าง) และสร้างความเจริญในธรรม ธรรม 4 ประการที่ต้องทำให้แจ้ง 1. สติปัฏฐาน ๔: การตั้งสติพิจารณาใน กาย เวทนา จิต และธรรม เพื่อให้เท่าทันความจริงของสภาวะธรรม 2. สัมมัปปธาน ๔: การเพียรพยายาม 4 ทิศทาง (ระวังไม่ให้บาปเกิด, ละบาปที่เกิดแล้ว, บำเพ็ญบุญที่ยังไม่เกิด, รักษาบุญที่เกิดแล้ว) 3. อิทธิบาท ๔: คุณธรรมสู่ความสำเร็จ (ฉันทะ, วิริยะ, จิตตะ, วิมังสา) เพื่อให้การปฏิบัติมีพลังและต่อเนื่อง อานิสงส์การ “ย้ำทำ” ในธรรมที่กล่าวมาทั้ง 3 นัยยะนี้ เพื่อให้เกิด "ปัญญาที่รู้แจ้ง" ในสิ่งที่ควรรู้ (อภิญญา) เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของกิเลสตามความเป็นจริง จนจิตไม่เข้าไปยึดถือ (ปริญญา) และเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งปวง   พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๓ [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ราคเปยยาล Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    55 min

About

ในพระไตรปิฏกมีอะไร ทำความเข้าใจไปทีละข้อ, เปิดไปทีละหน้า, ให้จบไปทีละเล่ม, พบกับพระอาจารย์พระมหาไพบูลย์ อภิปุณโณ และ คุณเตือนใจ สินธุวณิก, ล้อมวงกันมาฟัง มั่วสุมกันมาศึกษา จะพบขุมทรัพย์ทางปัญญา ในช่วง "ขุดเพชรในพระไตรปิฏก". New Episode ทุกวันเสาร์ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

More From Panya Bhavana Foundation

You Might Also Like