ปลดล็อกกับหมอเวช

นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

Facebook LIVE เพจหมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

  1. 3D AGO

    EP.434 ทบทวนชีวิตอย่างไร ถ้าอยากเตรียมตัวตายให้ดี

    ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom สอบถามที่ LINE @morprawate สรุปเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลในหัวข้อ “ทบทวนชีวิต คิดอย่างไร ถ้าอยากเตรียมตัวตายให้ดี” โดยหมอเวช (นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล) ซึ่งเป็นภาคต่อจากการพูดถึงหนังสือ A Year to Live มีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ: 1. ประเภทของการทบทวนชีวิต (Life Review) การทบทวนชีวิตสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักตามสถานการณ์และวัตถุประสงค์:, แบบอัตโนมัติ (NDE): เกิดขึ้นฉับพลันในผู้ที่มีประสบการณ์เฉียดตาย (Near-Death Experience) ภาพเหตุการณ์สำคัญจะไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยมีคุณสมบัติพิเศษคือเราจะรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนรอบข้างในเหตุการณ์นั้นได้อย่างลึกซึ้ง และมักเห็นภาพความผิดพลาดของตัวเองผ่านสายตาแห่งความเมตตาโดยไม่ตัดสิน, แบบมีเวลาจำกัด: ทำเมื่อรู้ตัวว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน (เช่น ป่วยระยะสุดท้าย หรือลองสมมติว่าเหลือเวลา 1 ปี) มักเน้นการสะสางเรื่องค้างคาใจ การให้อภัย และการเตรียมตัวจากไปอย่างสงบ, แบบพัฒนาตนเอง: ทำเพื่อเรียนรู้จักตัวเองและเติบโตขึ้น แม้จะยังไม่ใกล้ตาย โดยทบทวนตามช่วงวัยหรือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เพื่อสร้างอิสรภาพภายในใจ,, 2. เทคนิคและแนวทางการทบทวนชีวิต ใช้ร่างกายและจิตใจที่ผ่อนคลาย: ควรทำควบคู่ไปกับการ หายใจด้วยท้อง เพื่อสร้างสภาวะผ่อนคลาย และใช้ เมตตาภาวนา (ความรักความเมตตา) เข้ามาช่วยเมื่อต้องเผชิญกับ “ด้านมืด” หรือเรื่องที่น่าเกลียดของตัวเองที่เรามักจะเก็บกดไว้ ความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก: ในการให้อภัยหรืออโหสิกรรม ห้ามบังคับตัวเองว่าต้องให้อภัยทันที แต่ให้ตั้ง “เจตนา” ที่จะให้อภัยและยอมรับความจริงหากใจยังไม่พร้อม ซึ่งต้องใช้เวลาในการเยียวยาบาดแผลข้างในก่อน การเปลี่ยนบาดแผลเป็นต้นทุน: เมื่อเรากล้าเดินเข้าไปเผชิญกับความเจ็บปวดหรือความโกรธในอดีตและเยียวยามันได้ พลังงานเหล่านั้นจะกลายเป็นพลังชีวิตและช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของชีวิตได้ลึกซึ้งขึ้น,, 3. ข้อคิดสำคัญในการเตรียมตัวตาย อย่ารอจนถึงนาทีสุดท้าย: การทบทวนและสะสางเรื่องค้างใจควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ ในขณะที่ยังมีแรงและมีสติครบถ้วน เพราะในวาระสุดท้ายเราอาจไม่มีโอกาสได้ทำ, ตั้งคำถามนำทาง: ลองถามตัวเองว่า “มีอะไรที่ฉันจะทำได้บ้าง เพื่อให้สามารถอยู่กับตัวเองได้อย่างสงบสุขมากขึ้น เพื่อจะได้ตายอย่างสงบ” แล้วปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ไหลเข้ามาเพื่อการทบทวน, ความไม่แน่นอนของความทรงจำ: ความทรงจำไม่ใช่ภาพวิดีโอที่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถูกแต่งแต้มด้วยอารมณ์ในขณะนั้น การถอยออกมามองในมุมที่กว้างขึ้นจะช่วยให้เราเห็นมุมมองของคนอื่นและเกิดความเข้าใจใหม่ได้ 4. การรับมือกับความกลัวและความค้างคาใจ ความกลัวตายมักซ่อนความกลัวการถูกตัดสินหรือความละอายใจไว้ การเยียวยาระดับลึกจะช่วยคลี่คลายความกลัวนี้ได้ หากผู้ที่เราอยากขอโทษไม่อยู่แล้ว (เสียชีวิตหรือหายไป) สามารถใช้วิธีสร้างภาพในใจเพื่อกล่าวคำขอโทษและขออโหสิกรรม เพื่อปลดปล่อยใจเราให้เป็นอิสระ สำหรับคนใกล้ตัวที่ไม่ยอมคุยเรื่องความตาย อาจเริ่มจากประเด็นง่ายๆ อย่างการวางแผนการดูแลทางการแพทย์ (เช่น สมุดเบาใจ) หรือการทำพินัยกรรม สรุปแก่นสำคัญ: การทบทวนชีวิตคือเครื่องมือในการ “ปิดจบสิ่งค้างใจ” และเปลี่ยนความทุกข์ในอดีตให้เป็นปัญญา เพื่อให้เราสามารถใช้ชีวิตในปัจจุบันได้อย่างมีสติและเผชิญกับวาระสุดท้ายด้วยหัวใจที่เปิดรับและสงบสุข

    1h 5m
  2. FEB 16

    EP.433 ใช้ชีวิตราวกับเป็นปีสุดท้าย

    ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom สอบถามที่ LINE @morprawate สรุปเนื้อหาจากรายการ “ปลดล็อกกับหมอเวช” หัวข้อ “ใช้ชีวิตราวกับเป็นปีสุดท้าย” โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ 1. ที่มาและแรงบันดาลใจ เนื้อหาได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ “A Year to Live” ของ Stephen Levine ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย แนวคิดหลัก: การรู้วิธีเผชิญหน้ากับความตายจะช่วยให้เราทบทวนวิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ และทำให้มองเห็นตัวเองชัดขึ้น การเตรียมตัวตายถือเป็น กระบวนการพัฒนาปัญญา ซึ่งมีปรากฏทั้งในคำสอนของปราชญ์ตะวันตกอย่างโซเครตีส และในพุทธศาสนาเรื่อง “มรณานุสติ” 2. การใช้ชีวิตแบบ “ละเมอเดิน” (Sleepwalking) โดยธรรมชาติ มนุษย์มักคิดว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัวและ “ไม่ใช่ฉัน” ทำให้เกิดการปฏิเสธความจริง การปฏิเสธความตายทำให้เราใช้ชีวิตแบบ “ละเมอเดิน” คือทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว ไม่เข้าใจแรงจูงใจที่แท้จริง และมองไม่เห็นผลกระทบระยะยาวของการกระทำของตนเอง 3. สิ่งที่จะเปลี่ยนไปเมื่อสมมติว่าเหลือเวลาเพียง 1 ปี การตั้งคำถามว่า “ถ้าปีนี้เป็นปีสุดท้าย อะไรจะต่างไป?” ส่งผลดีต่อชีวิตหลายด้าน: การจัดลำดับความสำคัญ: ช่วยให้โฟกัสได้ดีขึ้นว่าอะไรคือสิ่งสำคัญและมีคุณค่าจริงๆ การลดละอัตตา: เมื่ออยู่ใกล้ความตาย สถานะทางสังคม หน้าตา ทรัพย์สิน และอำนาจจะมีความสำคัญลดน้อยลง ความสัมพันธ์และการให้อภัย: เกิดความต้องการเคลียร์ความรู้สึกค้างคาใจกับคนใกล้ชิด อยากให้อภัยทั้งผู้อื่นและตนเอง การจัดการพื้นที่ชีวิต: มีความต้องการเคลียร์ของรกๆ ในบ้าน และสิ่งรกใจออกไปเพื่อให้ชีวิตสงบสุข 4. ปรากฏการณ์ “ทบทวนชีวิต” (Life Review) ในผู้ที่มีประสบการณ์เฉียดตาย (NDE) มักเกิดสภาวะที่ความทรงจำตลอดชีวิตไหลย้อนกลับมาอย่างรวดเร็ว ในสภาวะนี้ เราจะรับรู้ถึงแรงจูงใจของตัวเอง และ รับรู้ความรู้สึกของคนรอบข้างหรือคู่กรณีได้ลึกซึ้ง กว่าปกติ ซึ่งช่วยให้เกิดการปล่อยวางและเข้าใจธรรมชาติมนุษย์ 5. แนวทางปฏิบัติและคำแนะนำ ตรวจสอบ Baseline: ก่อนเริ่มการทดลอง ให้ลองบันทึกว่าปัจจุบันเรามองตัวเองอย่างไร เราคือใคร และอยากเป็นคนแบบไหน เพื่อเปรียบเทียบผลหลังจบการทดลอง ไม่ต้องรอให้ใกล้ตาย: เราสามารถเริ่มต้นทำในสิ่งที่ให้คุณค่าและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตได้ตั้งแต่วันนี้ โอบกอดอารมณ์: โดยเฉพาะความโกรธ เพราะภายใต้ความโกรธมักมีความเจ็บปวด ความกลัว หรือความต้องการปกป้องตัวเองซ่อนอยู่ การยอมรับอารมณ์จะช่วยให้เกิดการเยียวยาได้ การจัดการความสูญเสีย: หากรู้สึกว่างเปล่าจากการเสียคนรัก ให้กลับมาค้นหาจุดหมายของชีวิตและสิ่งที่มีคุณค่าในปัจจุบันเพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่างนั้น บทสรุป: การตระหนักถึงความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เรา “ใช้ชีวิตแบบรู้ตัวดีขึ้น” ช่วยตรวจสอบระบบคุณค่าในชีวิตใหม่ และลดความเสียดายเมื่อวาระสุดท้ายมาถึงจริงๆ

    1h 17m
  3. FEB 9

    EP.432 ตัดสินใจให้ดีขึ้นได้อย่างไร

    ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom สอบถามที่ LINE @morprawateสรุปเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับ “การตัดสินใจให้ดีขึ้น” โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้: 1. อิทธิพลของอารมณ์กับการตัดสินใจ อารมณ์ไม่ใช่ศัตรู: ความเชื่อที่ว่าการตัดสินใจที่ดีต้องใช้เหตุผลล้วนๆ และตัดอารมณ์ทิ้งไปนั้นไม่ถูกต้อง งานวิจัยทางสมองพบว่าหากสมองส่วนอารมณ์เสียหาย มนุษย์จะสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจแม้ในเรื่องง่ายๆ [03:10] ใช้ประโยชน์จากอารมณ์: หากเรารู้จักสังเกตและใช้ข้อมูลจากอารมณ์อย่างเหมาะสม (ใช้ให้เป็น) จะช่วยให้เราตัดสินใจได้รอบด้านขึ้น [04:13] 2. หลักคิด 3 + 1 เพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้น วิธีที่ 1: เปลี่ยนคำถามจาก “จะเกิดอะไรขึ้น” เป็น “ถ้าเกิด…ฉันจะทำอย่างไร” การถามว่า “มันจะแย่ไหม” จะกระตุ้นความกลัวและความรู้สึกควบคุมไม่ได้ การวางแผนรองรับ (Scenario Planning) ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ A, B หรือ C เราจะจัดการอย่างไร จะช่วยให้เรารู้สึกมีอำนาจในการจัดการและลดความกังวล [07:29] วิธีที่ 2: เพิ่มทางเลือก (Expand your options) อย่าติดกับดักการตัดสินใจแบบ “ทำ หรือ ไม่ทำ”, “ซื้อ หรือ ไม่ซื้อ” ให้ถอยออกมามองภาพกว้าง เช่น แทนที่จะคิดว่า “จะซื้อรองเท้านี้ไหม” ให้คิดว่า “จะซื้อรองเท้านี้ หรือจะเอาเงินไปนวดเท้า หรือจะไปดูร้านอื่น” เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น [09:15] วิธีที่ 3: คิดจากอนาคตย้อนกลับมา (Future Perspective) ลองสมมติตัวเองไปอยู่ในอนาคต (10 วัน, 10 เดือน, 10 ปีข้างหน้า) แล้วมองย้อนกลับมา [16:14] ถามตัวเองว่า หากการตัดสินใจครั้งนี้ล้มเหลว สาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร? วิธีนี้จะช่วยให้เราเห็น “จุดบอด” หรือความเสี่ยงที่เราอาจมองข้ามไปในตอนแรก [14:59] วิธีที่ 4: การหายใจเพื่อปรับสมอง (+1) งานวิจัยพบว่าการ “หายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้า” (เช่น สูตร 3-1-5) ติดต่อกัน 2 นาที ช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ [19:23] การทำเช่นนี้จะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทว่าร่างกายอยู่ในสภาวะปลอดภัย ทำให้สมองส่วนตัดสินใจทำงานได้ดีขึ้น [22:26] 3. กับดักและข้อควรระวัง อคติจากข้อมูลชุดแรก: มนุษย์มีแนวโน้มเชื่อข้อมูลชุดแรกที่ได้รับและปิดกั้นข้อมูลที่ขัดแย้ง ต้องหมั่นตรวจสอบว่าเรากำลังตกหลุมพรางนี้หรือไม่ [29:26] พลังงานสมองมีจำกัด: การตัดสินใจมากเกินไปในหนึ่งวันทำให้ “สมองล้า” (Decision Fatigue) เราจึงมักตัดสินใจแย่ลงในช่วงท้ายของวัน [31:06] จัดระบบเรื่องเล็ก: ควรสร้างกิจวัตรในเรื่องเล็กๆ (เช่น กินอะไรตอนเช้า) เพื่อเก็บพลังงานสมองไว้ใช้กับเรื่องสำคัญ [32:13]

    1h 18m
  4. FEB 2

    EP.431 วิธีบริหารพอร์ตความสุข

    ไลฟ์ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาหนึ่งทุ่ม สนใจเรียนออนไลน์ แบบดูวิดีโอด้วยตนเอง ดูรายละเอียดที่ www.morprawate.com สนใจเรียน online workshop ผ่านระบบ Zoom สอบถามที่ LINE @morprawate วิดีโอนี้โดยคุณหมอเวช นำเสนอแนวคิดเรื่อง “การบริหารพอร์ตความสุข” (Happiness Portfolio) ซึ่งเปรียบเทียบการหาความสุขกับการลงทุน เราไม่ควรฝากความหวังไว้ที่ความสุขรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว (เช่น เงินทอง หรือความสนุกชั่วคราว) แต่ควรจัดสรร “พอร์ต” ชีวิตให้มีความสมดุล เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของโลก โดยอ้างอิงหลักการจากจิตวิทยาเชิงบวกที่แบ่งความสุขออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่: ความสุขจากความรู้สึกดี (Positive Emotion): ความสุขทางประสาทสัมผัส ความรื่นรมย์ การขอบคุณสิ่งดีๆ รอบตัว และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ความสุขจากการจดจ่อ (Engagement / Flow): ภาวะที่ได้ทำกิจกรรมที่ชอบจนลืมเวลา เกิดสมาธิและความเพลิดเพลิน เช่น การทำงานศิลปะ เล่นกีฬา หรือแม้แต่การทำงานบ้านด้วยความตั้งใจ ความสุขจากความสัมพันธ์ (Relationships): การมีความรัก ความผูกพัน และความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ ความสุขจากการมีความหมาย (Meaning): การใช้ชีวิตเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง การเป็นผู้ให้ การทำประโยชน์เพื่อสังคม หรือการปฏิบัติตามหลักศาสนา ความสุขจากความสำเร็จ (Accomplishment): ความภูมิใจที่ทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จตามเป้าหมาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเงินทอง แต่เป็นความสำเร็จในแบบที่ตนเองนิยาม การมี “พอร์ตความสุข” ที่กระจายความเสี่ยงไปในหลายๆ ด้าน จะช่วยให้เราประคองจิตใจได้ดีขึ้นเมื่อด้านใดด้านหนึ่งของชีวิตประสบปัญหา

    1h 12m

Ratings & Reviews

5
out of 5
6 Ratings

About

Facebook LIVE เพจหมอประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

You Might Also Like