1 สมการชีวิต

ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  1. 1d ago

    ชนะกิเลสด้วย "ปัญญาวุธ" [6945-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง: ภรรยาพาลูกหนีออกจากบ้าน - ผู้ฟังท่านนี้ ถูกภรรยาพาลูกหนีมากรุงเทพฯ โดยไม่ทราบสาเหตุ เกิดความข้องใจ เป็นห่วง จิตใจไม่เป็นสุข นอนไม่หลับ - ได้เปิดวิทยุเจอรายการธรรมะรับอรุณ ได้ฟังพระสูตร ทำให้จิตใจสงบลง ระงับความคิดฟุ้งซ่านลงไปได้บ้าง - เมื่อจิตใจเบาเย็นอยู่ในภายใน จะเกิดปัญญาหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม ที่ไม่เนื่องด้วยอาชญาศาสตรา เป็นไปด้วยคุณธรรมคือความสามัคคี เมตตา อุเบกขา การให้อภัย เป็นทางออกที่เป็นกุศลธรรม ชนะทั้งสองฝ่าย ทั้งตัวเราก็ได้ประโยชน์คือมีกุศลธรรมเกิดขึ้นในจิตใจ อีกฝ่ายก็ได้รับความต้องการอย่างถูกต้อง มีกุศลธรรมเกิดขึ้น ด้วยการมีธรรมะเข้าไปแทรกเอาไว้ - สิ่งสำคัญ คือ เมื่อเกิดปัญหาจะมี “เครื่องมือ” คือ “ปัญญา” ที่จะใช้งานเพื่อแก้จุดที่เป็นปัญหานั้นหรือไม่ - “อาวุธ” ที่จะนำไปใช้เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่มันเร่าร้อน กดดัน บีบคั้นในทุก ๆ ด้าน ก็คือ “ปัญญา” พระพุทธเจ้าใช้คำว่า “ปัญญาวุธ” - ผู้ฟังท่านนี้ ได้ใช้ธรรมะที่ได้ฟังมาปรับให้เกิดอาวุธ คือ ปัญญาในจิตใจของตน จัดการกับสิ่งที่เป็นอกุศลในใจให้มันออกไป (ความคิดฟุ้งซ่าน ตำหนิติเตียนผู้อื่น) ให้จิตใจยังเย็นสบายอยู่ได้ นี่คือตัวอย่างการใช้ปัญญาวุธ ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ปัญญาวุธ - ปัญญา = ความคิดเรื่องต่าง ๆ นั่นแหละคือปัญญาแล้ว เช่น วันนี้จะขายของอะไร ที่ไหน จะคุยกับหัวหน้ายังไง ขับรถไปไหน ความคิดทั้งหมดคือปัญญา - ทุกคนมีปัญญา แค่มีความคิดก็มีปัญญาแล้ว แต่จะถูกหรือผิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การใช้ปัญญาในทางที่ควร - ถ้าตริตรึกไปทางไหนมาก จิตจะน้อมไปทางนั้น จิตน้อมไปทางไหนมาก สิ่งนั้นจะมีพลัง - คนฉลาดกลับเป็นคนโง่ได้ และคนโง่ก็กลับเป็นคนฉลาดได้ ขึ้นอยู่กับแนวคิดของปัญญาว่าไปทางไหน - ควรใช้ปัญญาไปในทางที่ไม่คิดคดโกง ไม่เบียดเบียดผู้อื่น ไม่ตระหนี่ แบ่งปัน หาความสงบให้จิตใจ - ควรมีมิตรที่ฉลาดมีปัญญา ไม่คบคนพาล อานุภาพของปัญญาวุธ - “ปัญญาวุธ” กำจัดจิตใจที่ไม่ดี กำจัดกิเลส ให้เป็นผู้ที่มีจิตใจที่สงบได้ - ปัญญาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินชีวิตไปในทางต่าง ๆ - “ความคิด” เป็นตัวที่ทำให้เกิด “ปัญญา” ปัญญาเกิดจากการคิดธรรมดานี่แหละ แล้วคิดต่อเนื่องต่อไป ๆ ปัญญาก็จะพัฒนาเติบโต เช่น ปัญญาในการทำมาหากินที่ดี ไม่คดโกง เบียดเบียน จากนั้นพัฒนาไปในการแบ่งปันทรัพย์ที่หามาได้ ต่อมาก็พัฒนาปัญญาไปในทางทำให้จิตใจมีความสงบ เป็นต้น - เมื่อเรารู้จักคิดไปในทางที่ดี สัมมาทิฏฐิก็จะเกิดขึ้น จะค่อยพัฒนาสัมมาสังกัปปะ (ความคิด) ของเราไป ให้ไปตามทางที่ทำให้มีปัญญามากขึ้น ๆ เราจึงสามารถสร้างอาวุธ คือ ปัญญาสุดท้ายในการกำจัดกิเลสที่อยู่ในจิตใจของเรา ให้เราเป็นผู้ที่มีความสงบเย็น มีความพ้นทุกข์ รักษาตนให้พ้นจากภัยในวัฏฏะได้นั่นเอง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  2. Oct 25

    ส่งพ่อแม่ไปสถานพักฟื้นคนชรา [6944-1u]

    Q1: ทำความดี หลังออกพรรษา A: ให้พิจารณาอานิสงส์และโทษของการกระทำที่ตั้งใจทำช่วงเข้าพรรษา เช่น งดเหล้า สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก็จะตัดสินใจได้ว่าแม้ออกพรรษาแล้วก็ควรทำสิ่งนั้นต่อไป โดยเพิ่มไปทีละวัน ทีละเดือน ทีละหลายเดือนต่อไปได้ - การตั้งสัจจะแล้วกระทำได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับจิต ให้ทำสิ่งนั้นได้ละเอียด/ได้ดียิ่งขึ้น - จึงควรรักษาความดีต่อไป เพราะคนรอบตัวย่อมได้อานิสงส์จากการทำดีของเรา - และควรเอาความชอบใจ/พอใจ ไปติดกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ Q2: วิพากษ์วิจารณ์หลังออกพรรษา A: ฆราวาส สามารถนำประเพณีปวารณาของสงฆ์ในช่วงออกพรรษา (การออกตัวให้ว่ากล่าวตักเตือนได้) มาปรับใช้ได้ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าได้ กรณีที่หนึ่ง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะเปลี่ยนได้ - ก็ให้ทำ เพราะจะเกิดความดี จะดีทั้งตัวเราและตัวเขา โดยให้พิจารณาดังนี้ (1) บอกไปแล้วจะลำบากเราหรือไม่ (2) ลำบากมากหรือน้อย = ให้เห็นความลำบากเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าเขาจะเปลี่ยนได้ ก็ควรจะทำ (3) ถ้าเขาจะขัดเคืองใจ = ให้เห็นว่าความขัดเคืองใจที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย กรณีที่สอง ถ้าบอกไปแล้วเขาจะไม่เปลี่ยน - ก็ให้วางเฉย (อุเบกขา) ไว้ก่อน Q3: เหตุการณ์น้ำท่วม A: การไม่ประมาทในการเตรียมการ จะทำให้ทุกข์น้อยกว่า - แม้เตรียมการเรื่องทางกายไม่ทัน แต่ถ้าเตรียมจิตใจไว้แล้ว ก็จะทุกข์แค่ทางกาย - ต้องตั้งสติ อดทนอยู่กับทุกขเวทนาให้ได้ จากนั้น ทำจิตให้นิ่ง แล้วมองหาทางออกของปัญหาที่ถูกต้องต่อไป Q4: AI A: ต้องมีวิจารณญาณและใช้สติสัมปชัญญะในการเสพ AI - ถ้าเพลินกับความสะดวกสบายจาก AI ก็จะเกิดความผิดพลาดได้ Q5: ส่งพ่อแม่ไปสถานพักฟื้นคนชรา A: การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ (1) ทางกาย = ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ โดยอาจทำเองหรือจัดให้ผู้อื่นกระทำก็ได้ (2) ทางใจ = ถ้าพ่อแม่ยังไม่มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ช่วยประดิษฐานให้ท่านมีสิ่งเหล่านั้น โดยอาจจัดแจงด้วยตนเองหรือจัดให้ผู้อื่นกระทำก็ได้ - การตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ทางใจ เป็นเรื่องสำคัญ เป็นการกระทำตอบพอสมกันได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  3. Oct 18

    ละความไม่พอใจในที่ทำงาน [6943-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง: ปัญหาในที่ทำงาน - การทำงานทุกที่ มีปัญหาอยู่เสมอ - เวลามีคนทำให้โกรธ/ไม่พอใจ หากเราตอบโต้กลับด้วยความโกรธ/ความไม่พอใจ เรื่องราวก็จะยิ่งขยายผล - ผู้ปฏิบัติธรรม จะชนะความโกรธได้ด้วยการไม่โกรธตอบ ชนะความอิจฉาริษยาได้ด้วยเมตตามุทิตา ชนะความตระหนี่ได้ด้วยการให้ ชนะความเพ่งเล็งหาโทษใส่ความได้ด้วยความสัตย์ความจริง (ความจริงใจ โอบอ้อมอารี) - เมื่อรู้ตัวว่าโกรธ แสดงว่ามีสติ เพียงแต่ยังตัดไม่ได้ เพราะสติและปัญญามีกำลังน้อย ก็ต้องเพิ่มสติเข้าไป ด้วยการฟังเทศน์ฟังธรรม สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วตั้งใจใหม่ ตั้งปณิธานในวันใหม่ว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไร จะยิ้มสู้ จะไม่โกรธ จะแผ่เมตตาให้ทุกคนที่พูดด้วย ทุกที่ที่เดินไป ทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงแผ่เมตตาให้ตนเองด้วย” - วิธีตอบโต้ความไม่พอใจในที่ทำงาน 4 อย่าง ได้แก่ เมตตาจิต รักใคร่เอ็นดู ไม่เบียดเบียน และความอดทน ปัญญาก็จะเกิด เมื่อมีสติปัญญาเกิด ก็จะตัดความไม่พอใจ (โทสะ) ได้ - ถ้าละความโกรธ/ความไม่พอใจในที่ทำงานได้ ไปที่ไหนเราก็จะสบายใจแน่นอน - อย่าไปคิดว่างานมันยาก งานมันหนัก งานมันเหนื่อย แต่ความยาก ความหนัก ความเหนื่อย นี่แหละ มีค่า มีความหมาย มีคุณธรรมที่เราใส่ลงไป คุณธรรมต่าง ๆ ที่ใส่ลงไป จะสามารถเอาชนะได้ เมื่อเราเอาชนะความโกรธความไม่พอใจในที่ทำงานได้ จิตใจเราก็จะเบา ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: ฆราวาสธรรม 4 - พระพุทธเจ้าเทศน์สอนอาฬวกยักษ์ - ฆราวาสธรรม 4 ประการ ได้แก่ (1) สัจจะ (ความจริง) - ให้เป็นคนดีจริง ๆ มีความจริงใจ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ ไม่เป็นคนหลอกลวงหรือหน้าไหว้หลังหลอก - ผลที่ได้รับ คือ ความเคารพจากผู้อื่น ความจริงใจจากผู้อื่น (2) ทมะ (การข่มบังคับใจ) - การฝึกฝนตน ปรับจิตใจตน แก้ไขนิสัยตน ให้มีลักษณะที่ดีขึ้นมา ด้วยสติปัญญา - ผลที่ได้รับ คือ ไม่มีเวรกับใคร ยับยั้งตนไม่ให้ทำชั่วทำผิดได้ การงานออกมาดี (3) ขันติ (ความอดทน) - ความอดทน ขยันหมั่นเพียร พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ทำจริง แน่วแน่จริง ไม่เพลินไปกับสิ่งมาล่อลวง - ผลที่ได้รับ คือ การงานสำเร็จ เป็นหลักให้กับผู้อื่นได้ (4) จาคะ (การสละออก) - การให้ การบริจาค เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น แสดงถึงการไม่ผูกเวร - ผลที่ได้รับ คือ ฝึกจิตให้ละความตระหนี่ เป็นการละกิเลส ฆราวาสธรรม 4 ประการ นอกจากทำให้ปัจจุบันอยู่เป็นสุข ไม่ผูกเวรกับใคร ฝึกฝนตน รักษาทรัพย์ได้ มีมิตร มีบริวาร แล้ว ยังทำตนให้มีความสุขในโลกหน้าได้อีกด้วย Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  4. Oct 11

    เตรียมใจสู้มะเร็ง [6942-1u]

    Q1: เตรียมใจสู้มะเร็ง A: ต้องมีการเตรียมตัว 3 ช่วง (1) ช่วงยังไม่ป่วย ทางกาย = ให้เลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยง ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ทำประกัน ทางใจ = ให้พิจารณาว่า เราต้องมีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ล่วงพ้นไปไม่ได้ รวมถึงความแก่และความตายด้วย (2) ช่วงป่วยแล้ว ทรัพย์สิน = ให้ทำพินัยกรรม จัดการให้เรียบร้อย คนรอบตัว = ทำหน้าที่ทิศ 6 ร่างกายของเรา = แจ้งความประสงค์เรื่องการให้ช่วยชีวิตถึงขั้นไหน บริจาคอวัยวะ/ร่างกาย จัดการศพ (3) ช่วงใกล้ตาย ทรัพย์สิน = ให้พิจารณาว่า เป็นของไม่เที่ยง อยู่กับใครก็เป็นของคนนั้น เราเอาไปด้วยไม่ได้ อย่าห่วง ควรละความยึดถือในสิ่งของนั้น คนรอบตัว = ให้พิจารณาว่า บุคคลเหล่านั้นมีกรรมเป็นของตน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ต้องไปห่วงเขา กิจที่เราต้องทำต่อเขา เราได้ทำแล้ว ถ้าติดต่อไม่ได้ ก็ให้ตั้งจิตที่ประกอบด้วยเมตตานึกถึงเขา ร่างกายของเรา = ให้พิจารณาว่า กายนี้เป็นของเน่าเปื่อย เป็นรังของโรค ให้เราเข้าใจ ให้เห็นความไม่เที่ยงในกายนี้ แล้ววางลงเสีย อย่ามีความกังวลใจ รักษาด้วยสติและปัญญา ปล่อยวางเวทนาในกาย เมื่อกายกับใจแยกกันได้ จิตใจก็จะสบาย Q2: “สติ” เครื่องมือดึงจิต A: เครื่องมือที่ทำให้จิตมีกำลัง คือ “สติ” - “สติ” = เกิดจากศรัทธาและความเพียร - “ศรัทธา” = ความมั่นใจ ความลงใจ ในวิธีการปฏิบัติ ทุกข์เป็นที่ตั้งของศรัทธา ธรรมะเป็นทางออกของทุกข์ กัลยาณมิตร เป็นตัวเชื่อมจากทุกข์ไปสู่ศรัทธาได้ - “ความเพียร” = การลงมือทำจริง แน่วแน่จริง ในการปฏิบัติ - “ปัญญา” = หากมีปัญญาพิจารณาได้แล้ว กายกับจิตก็จะแยกกัน สุขภาพกายก็จะไม่มีผลต่อสุขภาพจิต Q3: เด็ก Gen Beta A: ควรฝึกตั้งเด็กคำถาม เพราะคำตอบสามารถหาได้ง่ายจาก AI - คำถามที่ดี = ไปในเรื่องความดี ทางที่เป็นกุศลธรรม Q4: ทุกข์จากโลก Online A: เหตุแห่งทุกข์ ไม่ใช่การรับรู้ข่าวสารจาก Social media แต่เกิดจาก “ความอยาก/ไม่อยาก” ที่จะเป็น/ไม่เป็นเหมือนสิ่งที่เห็นในโลก Online - ต้องกำจัดความอยาก ด้วยการสำรวมระวัง โดยมอง 2 มุม ทั้งมุมกว้างแบบรวม ๆ และมุมแยกเป็นส่วน ๆ อย่าให้บาปอกุศลเกิดขึ้นว่าอยาก/ไม่อยาก - ควรจำกัดเวลาในการดู Social media เพื่อไม่ให้เกิดความเพลิน Q5: ธรรมะสำหรับผู้เกษียณอายุ A: ช่วงเกษียณอายุถือว่ามีโอกาสว่างเกิดขึ้นแล้ว ที่จะทำในสิ่งที่ทำตอนทำงานไม่ได้ ให้ลิสรายการ แล้วทำเลย - ต้องมีสิ่งที่ทำ เพื่อตั้งอิทธิบาท 4 ขึ้น ก็จะมีความมุ่งหมายในการมีชีวิตอยู่ เช่น ทำงานบ้าน ธุรกิจอื่น จิตอาสา ท่องเที่ยว ปฏิบัติธรรม - ยิ่งเวลาชีวิตเหลือน้อย ยิ่งต้องทำความดีให้มาก Q6: สุขแท้จริงอยู่ที่ใจ ไม่ใช่สิ่งของ A: ผู้ครองเรือน ถ้าไม่ทิ้งของเก่าแล้วซื้อของใหม่ สะสมของมากขึ้น ก็จะรก ติดถิ่นที่อยู่ - ทุกเดือน ทุกปี ต้องมีการกำจัดออก Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  5. Oct 4

    คำชม-คำด่า สร้างเมตตา [6941-1u]

    - คำพูดไม่ดีเหมือนฝีกลัดหนอง หนองที่ออกมาจากปาก เหม็นด้วย กระทบจิตผู้อื่นด้วย หากเราอยู่ใกล้คนประเภทนี้ เราก็จะโดนอยู่เรื่อย คำด่า-คำชม เป็นสุดโต่งทั้งสองข้าง - ทำให้ผู้ฟังเกิดความพอใจหรือไม่น่าพอใจ เกิดกิเลส (ลุ่มหลง ยินดี พอใจ ขัดเคือง ไม่พอใจ) - หากผู้ฟังเกิดความโกรธจากสิ่งที่ได้รับฟัง ได้ชื่อว่ารับบาป รับโทสะ รับความโกรธตอบ รับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์นั้นต่อมาทันที - จิตใจที่ประกอบด้วยความโกรธจะมีความหยาบอยู่ในภายใน พระพุทธเจ้าสอนว่า “จิตต้องไม่แปรปรวน ต้องไม่กล่าววาจาอันเป็นบาป ต้องมีจิตเอ็นดูเกื้อกูลประกอบด้วยเมตตา ไม่มีโทสะในภายใน อันเป็นจิตใหญ่หลวง ไม่มีประมาณ แผ่ไปถึงทุกคนโดยปรารภคนที่ด่าว่าเรา” วิธีวางจิตต่อคำพูดคนอื่น ขั้นตอนที่ 1 ทำจิตให้มีเมตตา ไม่โกรธ - อุปมา 5 อย่าง (1) ทำจิตให้เหมือนแผ่นดิน = ไม่ว่าจะพยายามขุดแผ่นดินทั้งหมดให้เป็นทะเลสาบก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (2) ทำจิตให้เหมือนอากาศ = ไม่ว่าจะพยายามวาดรูปลงในอากาศอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (3) ทำจิตให้เหมือนน้ำ = ไม่ว่าจะพยายามต้มน้ำในแม่น้ำให้เดือดอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ (4) ทำจิตให้เหมือนแผ่นหนังแมวป่าขนฟู = ซึ่งเกิดจากระบวนการทำที่ประณีต ไม่ว่าจะพยายามขึงแล้วตีให้มีเสียงดังกังวาลเหมือนกลองก็ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะหนังมีความอ่อนนุ่มไปแล้ว (5) ทำจิตให้เหมือนโจรที่เลื่อยตนเองเหมือนต้นไม้ให้หมดไปด้วยเลื่อยที่มีด้ามจับสองข้าง = ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ - ให้พิจารณาว่าตัวเราประกอบด้วยธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศ เช่นเดียวกันกับอุปมาข้างต้น คำชมคำด่าที่เกิดกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ แผ่นดิน ผืนน้ำ อากาศ กระบวนการเกิดของร่างกาย ต้นไม้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมีเยอะกว่ามาก - ดังนั้น เรื่องไม่จริง ไม่เป็นประโยชน์ คำหยาบคาย จิตที่มีโทสะ ไม่ถูกเวลา ย่อมไม่เป็นสาระแต่เป็นเรื่องเล็กน้อย - เมื่อสนใจสิ่งหนึ่ง สิ่งอื่นที่ไม่สนใจจะอ่อนกำลังลง เรื่องเล็กก็จะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่ - จิตใจที่กว้างขวาง ไม่เห็นแก่สั้นไม่เห็นแก่ยาว ให้ได้ไม่มีประมาณ คือ “พรหมวิหาร” (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) ความโกรธก็จะระงับไปได้ และช่วยเพิ่มความอดทน ทำให้จิตไม่แปรปรวน ขั้นตอนที่ 2 แผ่เมตตา - ด้วยจิตที่เปรียบกับความรักที่แม่มีต่อลูกฉันใด ให้เรามีความรักความปรารถนาดีด้วยจิตที่กว้างขวางกับบุคคลนั้นฉันนั้น เอาบุคคลนั้นเป็นอารมณ์ แล้วแผ่ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วย - อย่าไปกล่าวเรื่องที่จะต้องทุ่มเถียงกัน เพราะจะทำให้ต้องพูดมาก จิตฟุ้งซ่าน ไม่สำรวม จิตเหินห่างจากสมาธิ มารก็จะได้ช่องตรงนี้ - เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร ต่อให้เขามองเราเป็นศัตรู ก็ให้เรามองเขาเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย มองด้วยสายตาแห่งคนที่รักใคร่ - ในชีวิตประจำวัน ก่อนออกจากบ้านให้แผ่เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาด้วยจิตแบบนี้ ทุกทิศทุกทาง โดยไม่มีประมาณ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืน เป็นทางสายกลาง ไม่สุดโต่งทั้งสองข้าง อยู่ในที่ใดกับใคร ที่แห่งนั้นก็จะมีความผาสุก ความผาสุกนี้จะเป็นที่พึ่งแก่เราได้ และจะทำให้เกิดปัญญา ไม่คิดเบียดเบียนใคร ได้ประโยชน์ทั้งตนเองและผู้อื่น - ควรตั้งจิตต่อคำพูดคนอื่น ด้วยจิตที่มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รักษาจิตอย่างนี้ให้ได้ตลอดทั้งวันและในเวลาต่อ ๆ ไป ก็จะทำให้เกิดชัยชนะในชีวิตของเราได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  6. Sep 27

    วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติ [6940-1u]

    Q1: วิธีรับมือคน Toxic A: คนพาล = คนโง่ที่แยกแยะกุศลกับอกุศลไม่ได้และทำในสิ่งที่เป็นอกุศล เบียดเบียนผู้อื่น วิธีรับมือคน Toxic (1) ต้องแยกแยะส่วนดี - ส่วนไม่ดีของคนนั้น - ถ้าเราเห็นแต่โทษของผู้อื่น เราก็เป็นคน Toxic เช่นกัน - ส่วนที่ไม่ดี ให้เราระมัดระวัง อย่าไปยุ่ง ใช้ความอดทน - แต่ถ้าเป็นคนที่รัก ก็ต้องพยายามทำให้เขากลับมาดีให้ได้ ดังนี้ (ก) ให้เห็นความลำบากของเราที่จะปรับเปลี่ยนเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ข) แม้เขาจะขัดเคืองใจแต่ถ้าพอจะเปลี่ยนแปลงได้ เราก็ต้องบอกโดยให้เห็นว่าความขัดเคืองที่จะเกิดขึ้นในจิตของเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย (ค) แต่ถ้าเขาจะขัดเคืองใจมากและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ให้เราวางอุเบกขาในตอนนั้นแล้วค่อยหาจังหวะบอกกล่าวในภายหลัง (2) ไม่ตอบโต้คน Toxic ด้วยวิธีการเดียวกันกับเขา เช่น ด่าว่า นินทา - อย่าให้อกุศลของเขา คืบคลานมาถึงตัวเรา - เรื่องไม่ดีคนอื่น อย่าเอาไปพูด (3) มีสติ แยะแยะสิ่งดีสิ่งไม่ดี อดทน มีเมตตาและอุเบกขา Q2: เหตุที่มีคู่ดี A: ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ต้องเสมอกัน - ถ้ามีคู่ไม่ดี ไม่มีดีกว่า Q3: ขอพรให้เจอเนื้อคู่ A: การจะได้สิ่งใด เพียงการอ้อนวอนขอร้องแล้วจะสำเร็จ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง โลกนี้จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร - ให้เราสร้างเหตุ โดยตั้งเจตนาในการทำความดี ให้ตั้งอยู่ในศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา ให้ดี ก็จะดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามา - ให้มีกัลยาณมิตรที่ดี ดีกว่าไม่มี Q4: ทุกข์จากความผิดหวัง A: เหตุของความทุกข์ คือ ความอยาก - ถ้าเราไม่มีความอยาก ก็จะไม่ทุกข์ - ให้มีสติ ทำความดี มีความเพียร มีปัญญา มีความอดทน ก็จะพบความสุขได้ในปัจจุบันทันที - กุศลธรรมนำมาซึ่งสุข อกุศลธรรมนำมาซึ่งทุกข์ ถ้าเราตั้งกุศลธรรมไว้ เราจะมีความสุขทันที Q5: วิธีคลายกังวลจากภัยธรรมชาติ A: คนฉลาดจะเตรียมการให้อยู่รอดไว้เสมอ ไม่ว่าจะเกิดภัยธรรมชาติหรือไม่ก็ตาม - การเตรียมการด้านสิ่งแวดล้อมภายนอก แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ก็จัดการตามกำลังเท่าที่เตรียมการได้ ถ้าเตรียมการไว้มาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะน้อย - ส่วนการเตรียมการด้านจิตใจ ทุกคนสามารถทำได้เช่นเดียวกัน การจะรอดจากนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย ได้ ต้องตั้งอยู่ในกุศลธรรม รักษาศีล 5 ไม่ประมาท มีความอดทน เมตตา อุเบกขา ชาตินี้จะอยู่เป็นสุขและชาติหน้าก็จะไปดี เช่น สวรรค์ - หากเรารักษาจิตใจไว้ดี ก็จะคลายกังวลได้แน่นอน Q6: เจ้าอาวาสปาราชิก A: การที่สังคมเห็นว่าการกระทำของเจ้าอาวาสไม่ดี ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สังคมยังแยกแยะถูกผิดได้ - ซากศพอยู่ร่วมกับทะเลไม่ได้ จะถูกซัดขึ้นฝั่งเสมอ - ไม่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ตัวบุคคล แต่ควรตั้งศรัทธาไว้ที่ระบบ คือ การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า (ไม่ใช่ตัวพระพุทธเจ้า) การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แม้จะมีข่าวไม่ดีในตัวพระสงฆ์ ก็จะไม่ทำให้ศรัทธาเศร้าหมอง แต่จะทำให้ศรัทธายิ่งมีกำลังขึ้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  7. Sep 20

    คุณค่าของชีวิต [6939-1u]

    เหตุปัจจัยแห่งความตาย   - เหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เกิดไม่ยาก และเกิดขึ้นกับทุกคนแน่นอน    - เมื่อรัก/พอใจในสิ่งใดมาก หากไม่ได้สิ่งนั้นมา “จะตาย” ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตาย แต่อยู่ที่ “ความอยาก (ตัณหา)”   - เพราะมีตัณหา จึงมีอุปาทาน (ความยึดถือ)    เพราะมีอุปาทาน จึงมีภพ (สภาวะ)     เพราะมีภพ จึงมีความเกิด    เพราะมีความเกิด จึงมีความตาย ความตายไม่ใช่เครื่องมือพ้นทุกข์ - ความตายไม่ใช่ตัวแก้ปัญหา เพราะปัญหาอยู่ที่ความอยาก  - ถ้ายังมีตัณหาหรืออวิชชาอยู่ ก็เป็นเหตุให้ไปเกิดใหม่ ต้องเจอปัญหา เจอสิ่งที่เป็นทุกข์อีก และต้องตายอีก  - ความตายเป็นตัวทุกข์ ไม่ใช่เครื่องมือให้พ้นจากความทุกข์  - ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ = ให้รู้ว่าเหตุปัจจัยของความตายคือการเกิด การเกิดมาจากภพ ภพมาจากอุปาทาน อุปาทานมาจากตัณหา ถ้ามีตัณหามากมีอุปาทานมาก ความทุกข์ก็จะมาก - การฆ่าตัวตายเป็นบาป (ยกเว้นบางกรณีในสมัยพุทธกาล) การฆ่าตัวตายด้วยทิฏฐิที่ไม่ถูกต้องอาจต้องไปเกิดในนรก ซึ่งเป็นภพที่มีความทุกข์มาก ความสุขน้อย ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์ เป็นผู้มีบุญ  - ภพของมนุษย์มีทั้งสุขทั้งทุกข์ปนกันไป ไม่ใช่มีแต่ทุกข์เพียงอย่างเดียว ต้องมีสุขบ้างอย่างแน่นอน อยู่ที่เราจะมองเห็นหรือไม่  - การเห็นความจริงเพียงครึ่งเดียวว่าชีวิตมีแต่ความทุกข์เท่านั้น แล้วรับความจริงไม่ได้ จิตใจก็จะตกต่ำลง แต่หากจิตมีกำลังพอ จะมองเห็นอีกด้านหนึ่งของสุขและทุกข์ การคิดวนแต่เพียงด้านเดียวจะมองไม่เห็น ต้องเงยหน้าขึ้นมามองไปรอบ ๆ ถึงคนที่ยังมีความรักในเราอยู่ เช่น คนในครอบครัว ให้ตั้งสติไว้ ก็จะค่อย ๆ เห็น ทางออกของปัญหาในโลกนี้  - ปัญหาในโลกนี้มีทางออกหลายทาง ซึ่งความตายไม่ใช่ทางออกของปัญหา  - “หากลำพังเพียงการตายแล้วจะทำให้ปัญหาจบลงตรงนั้น โลกนี้จะไม่มีปัญหาอะไร” แต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ปัญหาในโลกนี้ยังคงมีอยู่ - ตัณหา (ความอยาก) คือ ต้นเหตุของปัญหาต่าง ๆ จึงต้องกำจัดตัณหา  - จิตใจเราต้องมีเมตตา ให้อภัย ทั้งต่อตัวเราและผู้อื่น จิตใจจะเริ่มเบาขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นตามความเป็นจริงของชีวิตว่า สุขก็มี ทุกข์ก็มี ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เรื่องดี ๆ ในชีวิต ยังมีอยู่ - หากไม่เหลือใครในชีวิต ก็ยังมีพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังมีคำสอนของท่านอยู่ การมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่า - การมีชีวิตอยู่ด้วยความดี เมตตากรุณา ให้อภัย เห็นตามความเป็นจริงว่า สุขก็มีทุกข์ก็มี วินาทีนั้นการมีชีวิตอยู่ของเราก็จะมีคุณค่า มีความหมาย  - ชีวิตมีค่า เมื่อใส่ปัญญา ความดี ความเมตตากรุณา ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเห็นตามความเป็นจริงในสุขทุกข์ ลงไปในชีวิตได้  - การที่เราใส่สิ่งใดลงไปในชีวิต ชีวิตเราก็จะมีค่ามีราคาตามสิ่งนั้นขึ้นมา ชีวิตเรา เราเลือกได้ การเลือกได้นั้นคือการตั้งสติ ระลึกให้ได้ มองให้เห็น ทำความเข้าใจชีวิต ชีวิตในโลกนี้ยังมีโอกาสอยู่เสมอ - เหตุการณ์ในชีวิตต่าง ๆ เป็นเครื่องเตือนสติให้เห็นว่าชีวิตมี 2 ด้าน ทั้งสุขและทุกข์ แล้วดำรงชีวิตให้มีคุณค่า ด้วยปัญญา ความดี เมตตากรุณา ให้อภัย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นตามความเป็นจริง เข้าใจชีวิต ให้ทำในขณะที่มีชีวิตอยู่ ชีวิตจะมีคุณค่าด้วยสิ่งเหล่านี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  8. Sep 13

    "สลิ้งแตก" กับ "การระงับโทสะ" [6938-1u]

    Q1: “สลิ้งแตก” กับ “การระงับโทสะ” A: เมื่อถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะด้วยคำจริงหรือคำเท็จ ไม่ว่าคำนั้นจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะในเวลาที่สมควรหรือไม่สมควร ไม่ว่าจะด้วยวาจาสุภาพหรือคำหยาบ ไม่ว่าบุคคลที่กล่าวหาจะมีจิตเมตตาหรือไม่ ก็ตาม  - เราไม่ควรโกรธหรือมีจิตใจหวั่นไหวไปตามคำกล่าวหานั้น  - ต้องมี “ความอดทน” ดั่งช้างอาชาไนยเมื่ออยู่ในสนามรบต้องนิ่งเพื่อไม่ให้คนขี่ตกลงมา และต้อง “ละความโกรธ” เพื่อไม่ให้เก็บกด - ถ้าคำกล่าวหานั้นไม่เป็นธรรม ก็ไม่ต้องกังวลใจ - ถ้าคำกล่าวหานั้นเป็นธรรม ก็เปลี่ยนแปลงตามคำกล่าวหานั้น เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น Q2: แชร์เรื่องไม่ดีของคนอื่น A: เมื่อต้องพูดถึงคนอื่น  (1) เรื่องไม่ดี ถ้าไม่มีคนถาม ก็ไม่ต้องพูด  (2) เรื่องไม่ดี ถ้ามีคนถามแบบเจาะจง ก็ให้พูดนิดเดียว  (3) เรื่องดี ให้พูดเลยโดยไม่ต้องมีคนถาม (4) เรื่องดี ถ้าถูกถามจี้ ก็ให้อธิบายโดยรายละเอียด Q3: ธรรมชาติแปรปรวน  A: ธรรมชาติ ก็เป็นอนัตตา เปลี่ยนแปลงได้เพราะมีเหตุปัจจัย - ทางรอดจากภัยธรรมชาติ คือ ให้ตั้งจิตอยู่ในกุศลธรรม จิตจะไปสวรรค์หรือนิพพานได้  Q4: AI ทำแทนมนุษย์ A: มนุษย์เหนือกว่า AI ในเรื่องการมีความรู้สึก มีเมตตา เห็นอกเห็นใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ Q5: โรคซึมเศร้า A: การตริตรึกเรื่องใดมาก จิตจะน้อมไปในอาการอย่างนั้น จิตน้อมไปทางไหน จิตนั้นจะมีพลัง - เมื่ออารมณ์ผิดเพี้ยนอยู่บ่อย ๆ จะทำให้ชีวเคมีในร่างกายไม่ปกติ จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า - จึงต้องมีสติ ไม่ให้คิดไปทางลบ  - ให้จด 25 วิธี ที่จะทำให้เรามีความสุข ความสบายใจ ได้ทันที เพื่อออกจากความคิดลบนั้น ไว้ล่วงหน้า Q6: ทุจริตคอร์รัปชัน A: เกิดจากกิเลสในใจของคน - ต้องกำจัดกิเลส ด้วยมรรค 8  - สนับสนุนความซื่อสัตย์สุจริต อย่าให้ค่านิยมกับวัตถุสิ่งของจนเกินไป Q7: อารมณ์ชั่ววูบ A: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ ก็จะช่วยยับยั้งความคิดที่ไปในทางอกุศลได้ ให้มีแต่ความคิดที่เป็นกุศล - อาจทำตาม 25 วิธีที่จะทำให้เรามีความสุขได้ทันที ที่จดไว้ล่วงหน้า - ให้สร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัว ด้วยคนที่เป็นบัณฑิต ถ้าเราไม่ดึงเขามาในทางที่ดี เขาก็จะดึงเราไปในทางไม่ดี Q8: การจากไปอย่างกะทันหัน A: จะเกิดได้ทั้งความเศร้าและปัญญา (1) หากเห็นข่าวคนเสียชีวิต ที่เราไม่รู้จัก = ให้เตือนสติตัวเองว่าเราก็ต้องเป็นแบบนั้นเช่นกัน ล่วงพ้นไปไม่ได้ ให้ตั้งตนไว้ในความดี (2) หากพบเห็นคนเสียชีวิตต่อหน้า ที่เราไม่รู้จัก = ต้องคิดว่าความตายอยู่ไม่ไกล ต้องทำความดีไว้เสมอ  (3) คนที่เรารู้จักเสียชีวิต = ต้องคิดว่าต้องเร่งทำความดี (4) ตัวเราเจ็บป่วยใกล้เสียชีวิต = ต้องคิดว่าจิตของเราจะตั้งอยู่ในกุศลธรรมได้หรือไม่ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

Ratings & Reviews

5
out of 5
2 Ratings

About

ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

More From Panya Bhavana Foundation

You Might Also Like