1 สมการชีวิต

ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

  1. 2d ago

    กับดักของมาร [6927-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง: กับดักเงินกู้ - เจ้าของธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง เริ่มต้นทำธุรกิจด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ต่อมา คิดเพิ่มมูลค่าให้บริษัทด้วยการรับงานใหญ่ขึ้น จึงกู้เงิน แต่เกิดปัญหา มีข้อผิดพลาดในงานมากขึ้น รายจ่ายเพิ่มขึ้น สภาพคล่องทางการเงินเริ่มมีปัญหา ก็กู้เงินเพิ่มขึ้นอีกจนไปถึง 70 ล้านบาท ตอนนี้เครียดมาก - ดอกเบี้ยจากการกู้เงินเป็นกับดัก เป็นบ่วงที่ล็อคไว้ ทำให้ออกมาได้ยาก  ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: กับดักของมาร - กับดัก คือ บ่วง - ลิงโง่จะเห็นว่า เหยื่อเป็นอาหาร แต่จริง ๆ แล้วเป็นกับดัก เพราะมีอันตรายซ่อนอยู่ กามเป็นกับดักของมาร - กามทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นความสุขที่เกิดจากตา หู จมูก ลิ้น กาย ล้วนเป็นกับดักที่มารวางไว้ในโลกนี้ ทั้งที่เป็นบ่วงของมนุษย์และบ่วงของทิพย์ บ่วง/กับดักของมนุษย์ - สิ่งต่าง ๆ ที่เห็นว่าดี จริง ๆ แล้วเป็นกับดักของมนุษย์ - การกู้เงิน เหมือนว่าจะดี แต่จริง ๆ แล้ว มีกับดักคือ ดอกเบี้ย เป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่ ทำให้เกิดโทษคือ ความไม่มีอิสระทางการเงิน อาจนำไปสู่การกระทำใดที่เป็นอกุศลธรรมได้ บ่วง/กับดักอันเป็นของทิพย์ - บ่วงที่เป็นของทิพย์ คือ ความยึดถือ - แม้แต่คนที่ไม่ได้กู้เงิน ก็มีบ่วงที่เกิดจากความยึดถือในลาภ (สินทรัพย์ เงินทอง ครอบครัว ยศ ตำแหน่ง คำสรรเสริญ ความสุขทั้งหลาย) ซึ่งมีอันตรายซ่อนอยู่เช่นกัน ถ้าเผลอ มัวเมา ประมาท เสพสิ่งเหล่านั้นอยู่ ซึ่งเป็นของไม่เที่ยง เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดเปลี่ยนแปลงไป ก็จะเกิดทุกข์ วิธีหลุดจากบ่วงของมาร - บุคคลที่เห็นโทษของกามหรือโทษของการครองเรือน แล้วออกบวช อาจติดบ่วงที่เป็นทิพย์ได้ ถ้ามีมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการบรรลุพระนิพพาน) - แต่บุคคลที่หลีกออกจากกามแล้ว ทำความเพียรในการปฏิบัติแล้วโดยไม่ติดบ่วงของมิจฉาทิฏฐิ ปฏิบัติแล้วได้ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิขั้นที่ 1-4  - ความสุขจากในภายใน คือ สมาธิ เป็นความสุขที่มารจะมองไม่เห็น มารจะตามไปไม่ได้  - เราจะรอดพ้นจากเงื้อมมือมารได้ ก็ด้วยจิตที่เป็นสมาธิ ให้หาความสุขจากในภายใน อย่าหาความสุขจากภายนอก คือ กาม ที่จะเป็นกับดัก เป็นบ่วงของมาร ทั้งที่เป็นบ่วงของมนุษย์และบ่วงที่เป็นของทิพย์ เพราะมีอันตรายซ่อนอยู่ในนั้น โลกธรรม 8  - โลกธรรม 8 ได้แก่ ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์  - โลกธรรม 8 เป็นสิ่งธรรมดาของโลก - ผู้ที่ติดอยู่ในโลก = ติดในโลกธรรม 8  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    1h 1m
  2. Jun 21

    แม่ฟ้องลูก [6926-1u]

    Q1: แม่ฟ้องลูกประพฤติเนรคุณ A: ถ้าเรารักษาทิศทั้ง 6 ให้ดี ก็จะไม่มีภัยจากทิศนั้น  - ทิศเบื้องหน้าคือ พ่อแม่ ทิศเบื้องหลังคือ ลูก  - ถ้าพ่อแม่ลูกมีปัญหากันแสดงว่า ลูกทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหน้าไม่ดี และ/หรือ พ่อแม่ทำหน้าที่ต่อทิศเบื้องหลังไม่ดี - ต้องตั้งจิตให้ดีว่า เราทำหน้าที่ของเราต่อทิศนั้น ๆ ดีแล้วหรือไม่ - ถ้าเราทำหน้าที่ของเราในทิศทั้ง 6 ให้ดีแล้ว ความสบายใจ ความไม่เป็นพิษเป็นภัยจากทิศนั้น จะเกิดขึ้นกับเรา จะไม่ถูกบีบคั้น  - ถ้าเราปฏิบัติตามธรรม ธรรมจะคุ้มครองเรา ให้เรามีจิตใจที่สบายอยู่ได้  - ลำดับความสำคัญของแต่ละทิศ เป็นความบีบคั้นของผู้ครองเรือนที่ต้องดูแลทิศทั้ง 6 ไปพร้อมกัน แต่มีแนวทางให้เกิดความลงตัวได้ ถ้าบริหารจัดการใน 3 เรื่อง ดังนี้ (1) เรื่องเงิน = รายรับต้องท่วมรายจ่าย และแบ่งใช้ใน 4 หน้าที่ คือ เลี้ยงดูคนในครอบครัว เก็บ ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น ทำบุญให้ทานในเนื้อนาบุญ  (2) เรื่องเวลา = แบ่งเวลาให้แต่ละทิศ (3) เรื่องความคิด = คิดในการจัดการเรื่องต่าง ๆ เช่น เงินช่วยเหลือผู้ชรา สิทธิรักษาพยาบาล - การดูแลพ่อแม่ สามารถดูแลเองก็ได้ หรือจัดการให้ผู้อื่นกระทำก็ได้ - หิริโอตัปปะ เป็นธรรมะเครื่องคุ้มครองโลก - สังคหวัตถุ 4  - การออกบวช ทำให้หลุดออกจากความบีบคั้นของผู้ครองเรือนในทิศทั้ง 6 ได้  Q2: ช่างมัน VS ปล่อยวาง A: ถ้ามีโมหะ ก็ไม่ใช่การปล่อยวาง อาจจะเป็นการเก็บกดด้วยซ้ำ - ลำดับนำไปสู่การปล่อยวาง คือ  (1) มีสติ (2) จิตสงบเป็นสมาธิ (3) เห็นตามความเป็นจริงซ้ำ ๆ  (4) เบื่อหน่าย (นิพพิทา) = เบื่อหน่ายเกิดจากปัญญา ไม่ใช่การเบื่อเซ็งที่จะไปยึดถือสิ่งอื่นต่อไป (5) คลายกำหนัด  (6) ปล่องวาง  - ถ้าอินทรีย์แก่กล้าก็จะปล่อยวางได้เร็ว - อินทรีย์ 5 ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา Q3: ปฏิบัติธรรมมานานแต่ติเตียนผู้อื่น A: เมื่อปฏิบัติธรรมแล้ว เห็นธรรมะข้อใดข้อหนึ่ง จะเกิดความรู้สึกว่า ยิ่งบอกธรรมะต่อยิ่งดี อยากให้คนอื่นเข้ามาพิสูจน์รู้ธรรมไปด้วย - การเผยแผ่ธรรมะด้วยการติเตียนผู้อื่น ไม่ดี  - การเผยแผ่ธรรมะ มีลักษณะ 5 ประการ ได้แก่  (1) ไม่เทศน์กระทบตนหรือผู้อื่น (2) พูดไปตามลำดับ ไม่ลัดให้ขัดความ (3) แสดงธรรมไปตามตัวบท Q4: รู้ธรรมะ แต่ปฏิบัติตามได้ยาก A: ในขณะที่เจอความวุ่นวาย ต้องรักษาจิตของเราก่อน ให้ปิดการรับรู้เรื่องภายนอกก่อน เมื่อรักษาจิตของเราได้แล้ว ค่อยเปิดการรับรู้เรื่องภายนอก  - ให้รักษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว รักษากัลยาณมิตร และตั้งสติไว้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    56 min
  3. Jun 14

    วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข [6925-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง: พ่อติดเหล้า ติดบุหรี่ - พ่อชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ ลูกก็คอยเตือนจนกลายเป็นการจับผิด ต่อมา ลูกไปสอบถามผู้รู้ว่าต้องทำอย่างไร พอได้คำตอบก็เอามาบอกพ่อ เมื่อพ่อรู้ ก็เกิดหิริโอตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) จึงเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ ทำให้บรรยากาศในครอบครัวดีขึ้น ไม่มีการจับผิด  - พึงระวังพฤติกรรมไม่ดีกลับมา เพราะกิเลสอยู่ในใจอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีครองเรือนให้ราบรื่น อยู่เป็นสุข” ประการที่หนึ่ง ชำนาญในอารมณ์ความรู้สึกของตน - ถ้าโกรธ ก็ให้ใจเย็นมีเมตตา ถ้ากลัว ก็ให้มีความกล้า ถ้ามีความอยากในสิ่งใด ก็ให้เห็นตามความเป็นจริงว่าสิ่งนั้นไม่เที่ยงเป็นสิ่งปฏิกูล ถ้าถูกอิจฉา ก็ให้มีความกรุณา ถ้าถูกต่อว่า ก็ให้มีเมตตา ถ้าริษยาผู้อื่น ก็ให้มีมุทิตา - เมื่ออารมณ์เสีย ต้องรู้จักวิธีระบายอารมณ์ ถ้ายังปรับเปลี่ยนทำใจให้ดีในทันทีไม่ได้ ก็ต้องหาคนรับฟังที่รับอารมณ์ของตนได้ ประการที่สอง เก่งในการงานและการเงิน - ทำงานอย่าหวังเอาเงิน แต่ให้หวังเอางาน เพราะถ้าหวังเอาเงิน เงินจะใช้เราทันที จะตกเป็นทาสของเงิน กิเลสจะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา - ความสำเร็จเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขของเงิน - เงินที่ได้มาต้องหามาอย่างถูกต้องตามธรรม - อย่าตกเป็นทาสของเงิน อย่าตระหนี่ - ต้องละอบายมุข เพื่อไม่ให้เงินรั่วไหล - ให้แบ่งจ่ายทรัพย์ออกเป็น 4 หน้าที่ (1) เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว (2) เก็บรักษาหรือนำไปลงทุน (3) เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น บริจาค (4) เพื่อหวังเอาบุญ – ทำบุญในเนื้อนาบุญ - ในเรื่องการงาน ต้องทำการงานให้ดีที่สุด จนเขาเก็บเราไว้ในตำแหน่งนั้นไม่ได้ ต้องเลื่อนตำแหน่งให้ ถ้าเจ้านายหรือบริษัทนี้ไม่เห็น ก็ต้องมีคนเห็น ให้ย้ายไปได้ - ความเพียรในงาน ไม่ใช่ความเครียด ประการที่สาม เก่งในเรื่องคนรอบตัว - ให้ปฏิบัติตามทิศ 6  (1 บิดามารดา = ถ้ายังอยู่ ให้เลี้ยงท่านตอบ ช่วยกิจการงาน ปฏิบัติตัวให้ดี ดำรงวงศ์สกุลให้ดี (2) ครูอาจารย์ = เข้าไปปรนนิบัติ ศึกษาศิลปวิทยา โดยความเคารพ นอบน้อม แม้จะไม่เห็นครูอาจารย์ก็ตาม (3) สามี ภรรยา ลูก = หน้าที่สามีต่อภรรยา คือ พูดจาดี ยกย่อง ไม่ดูหมิ่น ไม่นอกใจ ให้เครื่องประดับ หน้าที่ภรรยาต่อสามี คือ ปฏิบัติต่อคนรอบข้างของสามีให้ดี รักษาทรัพย์ ใช้จ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง ไม่เกียจคร้าน หน้าที่ต่อลูก คือ ให้ตั้งอยู่ในความดี ห้ามเสียจากบาป ให้ศึกษาศิลปวิทยา ให้มีคู่ครองที่สมควร มอบมรดกให้ตามเวลา (4) เพื่อน = ไม่พูดให้แตกกัน ไม่พูดให้เสียใจ แบ่งปันกัน (5) เจ้านายลูกน้อง = หน้าที่ต่อเจ้านาย คือ ขยันทำงาน ร่ำลือความดีของเจ้านาย ไม่ขโมย หน้าที่ต่อลูกน้อง คือ ให้อิสระตามสมัย ให้ค่ารักษาพยาบาล ให้ค่าจ้างรางวัล (6) พระสงฆ์ = ฟังธรรม เข้าไปสอบถามปัญหา  โดยสรุป:  การมีธรรมะอยู่ในครอบครัว จะทำให้การครองเรือนราบรื่นอยู่เป็นสุข นำความผาสุกให้เกิดในชีวิตของเราได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  4. Jun 7

    ความสุขง่าย ๆ ในทุกวัน [6924-1u]

    Q1: อุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ A: “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” ระดับในการตระหนักรู้ในเรื่องนี้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ท่านเปรียบกับม้าอาชาไนยที่ถูกฝึก 4 ระดับ  (1) สังเกตปฏักแล้วทำตามคำสั่ง = ดูข่าวแล้วเห็นความไม่แน่นอน (2) ทำตามเมื่อถูกปฏักสะกิด = เห็นเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า (3) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มหนัง = ผู้เสียชีวิตเป็นคนรู้จัก  (4) ทำตามเมื่อถูกปฏักทิ่มลึกถึงกระตูก = เป็นผู้ประสบอุบัติเหตุนั้นเอง แต่บาดเจ็บรอดมาได้ - ทำวันนี้ให้ดีที่สุด = ต้องฝึกสติให้มีกำลัง คิดถึงความดีของตน อย่าคิดถึงความไม่ดี Q2: ลำดับความสำคัญในชีวิต A: ถ้าเป็นพระ = ศีล - ถ้าเป็นฆราวาส = ศีล + ศรัทธา + ทิศ 6 + อิทธิบาท 4 + พรหมวิหาร 4 Q3: วิธีทำใจกับความผิดหวัง A: ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวทางใจ คือ  (1) พุทโธ = ทางออกของปัญหาต้องมี (2) ธัมโม = เส้นทางในการแก้ปัญหา (3) สังโฆ = ถ้าปฏิบัติตามเส้นทางนั้น ปัญหาจะถูกแก้ไข - ผลของความทุกข์มี 2 แบบ คือ จมอยู่ในกองทุกข์ หรือหาทางออกของความทุกข์นั้น Q4: การยุ่งเรื่องคนอื่นมาก A: ความสุขทางกาย เช่น กินอิ่ม นอนหลับ เป็นเรื่องจำเป็น แต่อย่าเอาเป็นหลัก - ให้เอาความสุขทางใจ เป็นหลัก - การยุ่งเรื่องคนอื่นมาก รวมถึงการเล่นโซเซียล จะทำให้ความสุขทางใจลดลง Q5: ความสุขง่าย ๆ ในทุกวัน A: ต้องมีสติ ไม่ให้จิตเพลินไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น เช่น อารมณ์โกรธ ไม่พอใจ - โดยใช้เครื่องมือให้เกิดสติ เช่น ดูลมหายใจ ภาวนาพุทโธ พรหมวิหาร 4  Q6: สวดงานศพกี่วัน A: พระพุทธเจ้าไม่ได้กำหนดจำนวนวันไว้ - งานศพ จัดเพื่อคนเป็น ไม่ใช่คนตาย - จำนวนวัน กำหนดโดยคนที่อยู่ ตามความสบายใจ การได้เห็นสมณะ ฟังธรรม ให้ทาน เป็นบุญ ทำให้จิตใจสงบ Q7: เวลาน้อยแต่ต้องการปฏิบัติธรรม A: ให้การปฏิบัติธรรมอยู่ในกิจวัตรประจำวันได้ ให้มีสติอยู่ในทุกอิริยาบท โดยไม่จำกัดเฉพาะรูปแบบการนั่งสมาธิ Q8: กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ A: “ศรัทธา” ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง = เอาสิ่งนั้นเป็นที่พึ่ง - “ที่พึ่งที่ช่วยให้พ้นทุกข์” = พระพุทธ (การตรัสรู้) พระธรรม (มรรค 8) พระสงฆ์ (ผู้ที่ทำได้แล้ว) Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    54 min
  5. May 31

    วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก [6923-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง: ผู้ชายเคยให้ผู้หญิงไปทำแท้ง - ชายท่านหนึ่งอายุ 39 ปี ในชีวิตประจำวัน มีความวุ่นวายใจ ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว อารมณ์ขึ้นลง ไม่มีความสงบ - ช่วงวัยรุ่นเคยทำผู้หญิงท้องแล้วให้ไปทำแท้ง ผิดศีลไปแล้ว ทำให้เกิดความร้อนใจ - จึงพยายามแก้ไขด้วยการตั้งจิตขึ้นใหม่ สมาทานศีล ตั้งใจว่าทุกวันจากนี้จะรักษาศีลให้ดี แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เคยเบียดเบียน ทั้งหญิงคนนั้น เด็กที่เสียไป ผู้เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง และให้ทานทุกวัน พอครบวันเกิดก็เอาไปทำบุญในเนื้อนาบุญ - ชายคนนี้ทำทั้งทาน ศีล ภาวนา เป็นเวลาปีกว่า ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ใจเย็นลง มีความผาสุกมากขึ้น ปัญหายังมีแต่อารมณ์ไม่แปรปรวนเหมือนก่อน - ดังนั้น ทุกปัญหาแก้ไขได้ ถ้าปฏิบัติตามมรรค 8 อย่างน้อยจิตใจจะมีความผาสุกได้อย่างแน่นอน ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “วิธีอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก” - ตรงไหนไม่ผาสุก แสดงว่าตรงนั้นไม่มีธรรมะ ต้องใส่ธรรมะลงไปในจุดที่เป็นปัญหา จึงต้องรู้จักสังเกตเครื่องหมายหรือนิมิตในเรื่องนั้น ๆ - การอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก ไม่ว่าจะในวัด บริษัท องค์กรใด ๆ หรือครอบครัว ต้องปรับจิตปรับใจเข้าหากัน ตั้งทิฏฐิความเข้าใจไว้ให้ถูกต้อง - “ธรรมวินัย” เป็นเบ้าหลอมจิตใจที่มีความแตกต่างกัน ให้มารวมกันได้   “การให้ธรรมะ” ไม่จำเป็นต้องให้สิ่งของหรือคำพูด เพียงแค่ปฏิบัติตามธรรม ก็ชื่อว่าให้ธรรมะแล้ว (1) เมตตา = ให้มองด้วยสายตาของคนที่รักกัน มีเจตนาที่ดีต่อกัน  (2) กรุณา (3) อุเบกขา (4) ถ้าทำ 3 ข้อข้างต้นไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าไปคิดถึงเขา ให้คิดเรื่องอื่น  มองให้เห็นข้อดีของผู้อื่น พระสารีบุตรบอกไว้ว่า เมื่อเห็นข้อไม่ดีของผู้อื่น ให้หาข้อดีของเขาให้เจอ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางวาจา หรือทางใจ เพื่อพัฒนาจิตของเรา อย่าไปอาฆาตพยาบาทหรือไม่พอใจเขา แต่ให้ตั้งไว้ด้วยความเมตตา ถ้าเขาไปมืดแล้ว เราอย่าไปมืดตามเขา ให้จิตใจเราไปในทางสว่าง    “สาราณียธรรม 6”  (1) เมตตาทางกาย (2) เมตตาทางวาจา (3) เมตตาทางใจ (4) แบ่งปันสิ่งของให้กันและกัน (5) มีศีลเสมอกัน (6) มีทิฏฐิเสมอกัน ชนะใจตนเอง - เอาชนะจิตใจตัวเอง อย่าโกรธ อย่าอาฆาตพยาบาท อย่ามีโมหะ  - ความคิดมีความสำคัญ  คิดผิด=สัตว์นรก  คิดร้าย = สัตว์เดรัจฉาน คิดเพ่งในของคนอื่นที่เราไม่มี = เปรต  คิดกลัวความชั่วของตัวเอง = อสูรกาย  คิดรับผิดชอบในการกระทำของตน = มนุษย์ คิดดี = เทวดา คิดเมตตากรุณา = พรหม คิดรู้เท่าทันและปล่อยวางได้ เย็นเฉพาะตน = นิพพานชั่วขณะ ถ้าทำบ่อย ๆ ก็เป็นนิพพานจริง ๆ ได้ หลุดพ้นความทุกข์ได้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    1h 2m
  6. May 24

    ตัดแม่ตัดลูก [6922-1u]

    Q1: ชอบทำบุญ แต่ไม่ชอบเสียภาษี A: การแบ่งจ่ายเงินที่ถูกต้อง มีลำดับดังนี้  (1) ใช้จ่ายที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ (2) จ่ายภาษี (3) ช่วยเหลือคนอื่นทั่วไป (4) ให้ทาน - คนไม่จ่ายภาษีแต่มีเงินทำบุญ มี 2 สาเหตุ  (1) รายได้น้อย  (2) รายได้มาก มีเงินทำบุญ แต่ไม่จ่ายภาษี เพราะเป็นสายมูเตลู จ่ายเงินหวังผล คิดว่าการเสียภาษีไม่ได้อะไรกลับมา มีแต่เสียออกไป - ควรปรับความคิดเป็นว่า การจ่ายภาษีไม่ใช่การเสีย แต่เป็นการให้ การจ่ายภาษีของเราเป็นไปเพื่อการพัฒนาประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม ในขณะที่คนอื่นไม่ให้ แต่เราเป็นผู้ให้ ก็จะเกิดความสุขในจิตใจในขณะที่จ่ายภาษีได้ เป็นการสั่งสมบารมี - ระบบราชการ ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า นำเงินภาษีไปใช้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจเห็นว่าได้รับประโยชน์จากเงินภาษีที่จ่ายไป Q2: พญานาคกับพระพุทธศาสนา A: หากนึกถึงพญานาค ให้นึกถึงศีล คุณงามความดี - ให้อธิษฐานสร้างเหตุที่จะขอ ไม่ใช่ขอผลที่อยากจะได้ โดยการขอให้ตั้งมั่นในการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ขอตั้งมั่นในการมีจิตเมตตาอยู่เสมอ Q3: โอกาสเจอกันชาติหน้า A: ถ้าคนที่ตายไปเป็นอรหันต์ ก็จะไม่เจอกันอีก เพราะจะไม่เกิดอีกแล้ว - ไม่ต้องรอชาติหน้า เอาชาตินี้เลย ให้นึกถึงความดีของคนนั้น ก็จะได้เจอคนนั้นแล้ว Q4: วิธีแก้แค้นที่ดีที่สุด A: การกระทำตอบด้วยความสะใจ ไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นการเพิ่มความแค้น ผูกเวรกันมากขึ้น ถึงขั้นเปลี่ยนรูปแบบชีวิตได้ - การแผ่เมตตาและการให้อภัย จะเป็นการคลายปม แก้ความแค้นในจิตใจของเราได้ Q5: ทิ้งความเครียดไว้ที่ทำงาน A: ต้องตั้งสติก่อนออกจากที่ทำงาน แยกแยะอันไหนทำเสร็จแล้ว อันไหนยังไม่เสร็จค่อยมาทำพรุ่งนี้  - สติ เป็นตัวช่วยในการปล่อยวางได้ดี ลดความเครียดได้ Q6: ตัดแม่ตัดลูก A: พ่อแม่ลูกตัดกันไม่ขาด ยังไงก็ต้องคิดถึงกัน - ต้องมีสติมาก ๆ ไม่ให้จิตไหลไปตามกระแสที่เป็นอกุศล จนถูกบีบคั้น ทำในสิ่งที่ผิดพลาดไป - ถ้ายังไม่เป็นอนันตริยกรรม ก็สามารถแก้ไขได้ ให้เริ่มจากจิตที่ยังตัดกันไม่ขาดนั้น Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    52 min
  7. May 17

    ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข [6921-1u]

    ช่วงไต่ตามทาง: ดูแลคนป่วย - คุณศรี เป็นพยาบาล ออกจากงานมาดูแลคุณพ่อป่วยโรคไต มีความกังวลมาก ใจเป็นทุกข์ หลายปีต่อมา ได้ศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคตับ ด้วยจิตใจที่มีธรรมะจึงยอมรับและเข้าใจสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี ความกังวลใจลดลง ไม่ทุกข์ใจเหมือนช่วงดูแลคุณพ่อ หลังจากนั้น คุณศรีป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วงรักษามีทุกขเวทนาทางกายมาก แต่ด้วยธรรมะ ทำให้จิตตั้งอยู่เหนือเวทนานั้นได้ จนหายจากโรคมะเร็งและฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ช่วงปรับตัวแปรแก้สมการ: “ดูแลคนป่วยด้วยจิตเป็นสุข” - สภาวะจิตใจของคนป่วย ได้แก่ ตกใจ ปฏิเสธความจริง กังวลใจ สับสน ต่อรอง มีเงื่อนไข เสียใจ หมดหวัง ไม่มีกำลังใจ ยอมรับความจริง กลับไปกลับมา - การยอมรับความจริงได้เร็ว = การรอบรู้เรื่องทุกข์ = ต้องมีสติ จึงจะมีปัญญาเห็นตามความเป็นจริง นำไปสู่การยอมรับความจริงได้ วิธีละความยึดถือ  - รวบรวมสติสัมปชัญญะขึ้น หายใจลึกๆ สังเกตร่างกาย ระลึกว่าเหตุปัจจัยแห่งการตายมีมาก ให้รีบละอกุศลธรรม ละสิ่งที่ยึดถือต่าง ๆ ยึดถือตรงไหน ให้ใส่ความเข้าใจลงไปตรงนั้น ก็จะคลายความกังวลใจได้ และให้นึกถึงความดีของตน เช่น ศีล  - ศีล สติ สมาธิ ปัญญา จะทำให้ยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว - ให้เจริญพรหมวิหาร 4 โดยเฉพาะข้อกรุณา ให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่น วิธีอยู่กับความเจ็บป่วย (1) สัปปายะ = ทำความสบายแก่โรคนั้น ๆ เช่น ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ถูกกับโรค (2) รู้ประมาณในความสบายนั้น (3) กินยา  (4) บอกอาการไข้ตามความเป็นจริง (5) อดทนในทุกขเวทนาทางกาย พิจารณาระดับการรักษา (1) แนวทางของโรคนั้น (2) อายุของผู้ป่วย (3) สภาพสิ่งแวดล้อม = การเงิน สถานที่รักษา คนดูแล หน้าที่ของผู้ดูแลคนป่วย (1) จัดยาให้ถูกต้อง (2) รู้จักของแสลง-ไม่แสลง (3) ดูแลผู้ป่วยด้วยจิตเมตตา ไม่ใช่มุ่งแก่อามิส (4) ไม่รังเกียจสิ่งปฏิกูลของผู้ป่วย  (5) พูดให้ผู้ป่วยตั้งอยู่ในธรรมะ รื่นเริง ยอมรับความจริง ตามเวลาที่เหมาะสม โดยสรุป: โรคภัยไข้เจ็บ เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา สิ่งที่เกิด-ดับ คือ ทุกข์ เมื่อเห็นทุกข์แล้ว ให้เห็นธรรมะด้วย  Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  8. May 10

    บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วย [6920-1u]

    Q1: การฆ่าตัวตายในทางพระพุทธศาสนา A: การฆ่าโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือสัตว์อื่น ไม่ดีทั้งนั้น เพราะเป็นการทำชีวิตของบุคคลหรือสัตว์ให้ตกล่วงลงไป เว้นแต่จะได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ไม่ก่อนและไม่หลังจากการตาย  - การฆ่าตัวตายเพราะโรคซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากความบกพร่องทางสมองหรือทางจิต โดยไม่ได้มีเจตนาทำบาปทำกรรมนั้น ถ้ายังมีราคะ โทสะ โมหะ ยังไงก็เป็นเจตนา  Q2: กิจของสงฆ์กับงานก่อสร้าง  A: พระพุทธเจ้าตั้งชื่องานก่อสร้างของพระสงฆ์ไว้ว่า “นวกรรม”  - งานก่อสร้างบางอย่างจำเป็น แต่ทรงเตือนว่าอย่าทำให้มาก อย่ายุ่งวุ่นวายกับมันเยอะ เพราะจะเป็น “เครื่องเนิ่นช้า” เป็นเหตุให้ 1. พระวินัยหย่อนยาน 2. ตั้งสติปัฏฐาน 4 ได้ยาก 3. เพื่อนไม่รัก  Q3: บทสวดมนต์ที่ทำให้หายป่วย A: พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ถ้าคนจะสำเร็จอะไรได้ทุกอย่างเพียงการอ้อนวอนแล้ว จะไม่มีใครเสื่อมจากอะไร” ถ้าลำพังการสวดมนต์แล้วทำให้หายเจ็บป่วยได้ โลกนี้ก็จะไม่มีใครตาย  - การสวดมนต์ในทางพระพุทธศาสนา คือ การพูดกล่าวตามที่พระพุทธเจ้าได้เคยสอนไว้หรือสัชฌายะ (Recitation) ไม่ใช่การสวดเพื่อขอพร (Pray)  - การที่เรามีความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ก็เพราะมีกายนี้ เมื่อมีกายก็ย่อมมีเวทนาที่เกิดขึ้นในกาย พอมีเวทนาเกิดขึ้นในกาย ก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ มีตาย จะไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องอย่าเกิด  - การเข้าใจเรื่องโพชฌงค์ 7 สติปัฏฐาน 4 หรือสัญญา 10 ประการ จะทำให้เรากำจัดความเกิดได้ ถ้ากำจัดความเกิดได้ ก็จะกำจัดความเจ็บไข้ได้ป่วยได้ รวมถึงกำจัดความตายได้ นี่ต่างหากที่เป็นแก่นแท้ของบทสวดมนต์นั้น  Q4: บาปกับการทานเนื้อสัตว์  A: การฆ่ามี 3 ระดับ 1. ฆ่าเอง (ผิดศีล) 2. ใช้ให้เขาไปฆ่า (ผิดศีล) 3. ชักชวนให้คนอื่นทำ (ไม่ผิดศีล แต่ได้รับบาป)  - การทานเนื้อสัตว์ มีทั้งรูปแบบที่เป็นการส่งเสริมการฆ่าสัตว์และไม่เป็น  - ถ้ายังต้องประกอบอาชีพค้าขายสัตว์เป็นหรือเนื้อสัตว์อยู่ ก็ให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และให้ตั้งจิตอธิษฐานที่จะเปลี่ยนอาชีพต่อไป  Q5: การพูดซ้ำเติมผู้อื่น A: “ใครทำกรรมอย่างไรไว้ ก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น”  - เราจะดีจะชั่ว ไม่ได้อยู่ที่ปากของคนอื่น แต่อยู่ที่การกระทำของเรา ให้ทำตามศีล สมาธิ ปัญญา มรรค 8  - เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค 8 แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดทั้งทุกขเวทนาและสุขเวทนา แต่ให้มั่นใจว่าทำดีต้องได้ดี แม้สุขเวทนาอาจจะยังไม่ให้ผลในตอนนั้นก็ตาม การได้ทำความดี นั่นคือดีแล้ว ให้มั่นใจว่า ความดีนั้นจะอยู่กับเรา ความดีนั้นจะรักษาผู้ที่ปฏิบัติดี ธรรมะจะคุ้มครองผู้ที่ปฏิบัติธรรมะ ไม่มีใครที่จะทำอันตรายผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย ให้มั่นใจในข้อนี้ Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    55 min

Ratings & Reviews

5
out of 5
2 Ratings

About

ในวันที่รู้สึกหลงทางกับปัญหาชีวิต เครียดกับความคาดหวังในการทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง มาร่วมค้นหาคำตอบกับรายการ "สมการชีวิต" ที่จะมอบหลักธรรมะที่เข้าใจง่ายเป็นแนวทางให้กับคุณ เพื่อเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความมุ่งมั่น เปลี่ยนใจที่ร้อนรนให้สงบเย็น ครอบครัวจะกลับมาอบอุ่น การงานจะราบรื่น และคุณจะพบสมการชีวิตที่ลงตัวและเปี่ยมสุขอย่างแท้จริง Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

More From Panya Bhavana Foundation

You Might Also Like