Prachatai Podcast

prachataipodcast

Prachatai Podcast

  1. “โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย

    1D AGO

    “โง่และขี้เกียจ” อ่านวาทกรรมความจนของชนบทไทยยุคพัฒนา | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนอ่านบทความ “โง่และขี้เกียจ: วาทกรรมความจนของชนบท ของชนชั้นนำไทย ท่ามกลางการปะทะของแนวคิดแบบอเมริกันและวัฒนธรรมจีน พ.ศ. 2500-2514” ของ วิเชิด ทวีกุล และภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ เผยแพร่ในวารสารการบริหารท้องถิ่น ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 (ม.ค.-มี.ค. 2569) (อ่านบทความ) ซึ่งชวนย้อนกลับไปสำรวจ “ยุคพัฒนา” ของรัฐไทย ว่าความยากจนของชนบทถูกอธิบายและทำให้กลายเป็น "ชุดความจริง" ทางสังคมอย่างไร โดยในช่วงที่รัฐไทยเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 (หรือ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” ในเวลาต่อมา) ภายใต้อิทธิพลความรู้ เงินทุน และเทคนิคจากสหรัฐอเมริกา ภาคชนบทถูกวางให้เป็นฐานรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกัน คนชนบทกลับถูกอธิบายผ่านวาทกรรมว่า “โง่” เพราะขาดการศึกษา ไม่เปิดรับเทคโนโลยี และหลงเชื่อคอมมิวนิสต์ได้ง่าย รวมถึงถูกมองว่า “ขี้เกียจ” เพราะยังไม่ทำงานหนักพอ ไม่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และไม่ปรับตัวตามแบบการพัฒนาใหม่ของรัฐ นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบ “ชาวชนบทไทย” กับ “คนจีน” ในยุคนั้น เมื่อวาทกรรมเรื่องคนจีนขยัน อดออม ส่งลูกเรียน และถีบตัวขึ้นเป็นชนชั้นกลาง ถูกใช้ตัดกับภาพคนชนบทไทยที่ถูกทำให้ดูไร้การศึกษา ล้าหลัง และต้องรอรัฐเข้าไปพัฒนา ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำอธิบายความจน แต่เป็นวิธีสร้างความชอบธรรมให้รัฐรวมศูนย์เข้าไปจัดการชีวิตชนบท ช่วงท้ายรายงาน ชวนพิจารณามรดกของวาทกรรม “โง่และขี้เกียจ” ที่ยังหลงเหลืออยู่ในวัฒนธรรมสมัยนิยมและการเมืองไทยร่วมสมัย ตั้งแต่เพลง “ผู้ใหญ่ลี” ที่สะท้อนช่องว่างระหว่างรัฐกับชนบท ไปจนถึงภาษาของรัฐในยุคหลังรัฐประหารที่ยังแฝงท่าทีสั่งสอนประชาชน เช่น แคมเปญรณรงค์ ‘รับ’ ประชามติรัฐธรรมนูญปี 2559 และกรณีเอกสารราชการหัวข้อ “ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่” ในปี 2561

    25 min
  2. โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย

    APR 27

    โกฮัง หมาหาบ้าน | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนคุยหลังชม โกฮัง..หัวใจโกโฮม ภาพยนตร์จาก 3 ผู้กำกับ ชยนพ บุญประกอบ, นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และ อัตตา เหมวดี ที่ชวนมองชีวิต “คนเลี้ยงหมา” ผ่านสายตาของ “หมาหาบ้าน” ใน 3 ช่วงชีวิต 3 ความสัมพันธ์ ได้แก่ ฮิโระ วิศวกรชาวญี่ปุ่น, น้ำชา แม่บ้านชาวพม่าในบ้านพักพิงสุนัข และเปเล่กับใจดี นักศึกษามหาวิทยาลัย เรื่องราวของ “โกฮัง..หัวใจโกโฮม” ทำให้ผู้ชมซึ้งเพราะสะเทือนชีวิตของ “หมา” หรือสะท้อนชีวิต “คน” กันแน่ ติดตามได้ในรายการหมายเหตุประเพทไทย [Live] วันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. เวลาหกโมงเย็น

    59 min
  3. เส้นทางชีวิตผู้ลี้ภัยค้าบริการทางเพศกลางกรุง | หมายเหตุประเพทไทย

    APR 22

    เส้นทางชีวิตผู้ลี้ภัยค้าบริการทางเพศกลางกรุง | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี ชวนสำรวจชีวิตของ “ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง” ผ่านวิทยานิพนธ์ “เส้นทางชีวิตของผู้ลี้ภัยที่ค้าบริการทางเพศในกรุงเทพมหานคร” (2567) ของ กวิสรา ทศพะรินทร์ (อ่านวิทยานิพนธ์) ซึ่งศึกษาประสบการณ์ของผู้ลี้ภัยบางส่วนในกรุงเทพฯ ที่ต้องเข้าสู่อาชีพค้าบริการทางเพศท่ามกลางข้อจำกัดด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ และสถานะการอยู่อาศัย ประเทศไทยยังไม่ได้รับรองสถานะผู้ลี้ภัยตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่ง แม้ได้รับการรับรองจาก UNHCR แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย และต้องเผชิญความไม่แน่นอนในการดำรงชีวิต ทั้งความเสี่ยงจากการจับกุม การเข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐาน และการรอไปประเทศที่สามโดยไม่มีกำหนดเวลา ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ งานค้าบริการทางเพศจึงถูกมองโดยผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งว่าเป็นเพียง “ทางเลือกเพื่อความอยู่รอด” มากกว่าจะเป็นอาชีพที่ตั้งใจเลือก รายการชวนทำความเข้าใจทั้งประสบการณ์ของผู้ลี้ภัยหญิงและชาย ตลอดจนมุมมองจากเจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ ที่สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางกฎหมายและเศรษฐกิจ มากกว่าความล้มเหลวของปัจเจกบุคคล ช่วงท้ายของรายการ ชวนคิดต่อถึงแนวทางเชิงนโยบาย ทั้งการเปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย การเข้าถึงบริการสุขภาพและสวัสดิการ และการลดอคติทางสังคม เพื่อให้ผู้ลี้ภัยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีมากขึ้น #หมายเหตุประเพทไทย

    24 min
  4. 'ป่วนนาฬิกา' เวลาไม่ใช่ของเรา | หมายเหตุประเพทไทย

    APR 12

    'ป่วนนาฬิกา' เวลาไม่ใช่ของเรา | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และประภาภูมิ เอี่ยมสม ชวนคุยเรื่อง “เวลา” ที่เราอาจคิดว่าเป็นของเรา แต่แท้จริงแล้วอาจถูกกำหนดโดยระบบเศรษฐกิจและสังคมสมัยใหม่ ผ่านบทสนทนากับ สุธิดา วิมุตติโกศล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เขียน "ป่วนนาฬิกา: วรรณกรรมคาดการณ์กับอนาคตนอกเวลาทุนนิยม" (2568) โดยชวนตั้งคำถามกับสิ่งที่ดูเหมือนธรรมดาที่สุดในชีวิตประจำวันอย่าง “นาฬิกา” และ “เวลา 24 ชั่วโมงที่เท่ากันของทุกคน” ว่าแท้จริงแล้ว เวลาในโลกทุนนิยมทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือจัดระเบียบชีวิต หรือเป็นกลไกที่กำหนดจังหวะการทำงาน การพักผ่อน และความคาดหวังเรื่องประสิทธิภาพของเราโดยที่เราไม่ทันสังเกต จากตัวอย่างความแตกต่างระหว่างเวลาของคนเมืองกับเวลาของคนเรือที่ผูกกับจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง ยังชวนสำรวจว่า “เวลาแบบทุนนิยม” ถูกทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ควบคุมได้ และต้องเดินไปพร้อมกันทั้งระบบอย่างไร พร้อมทั้งตั้งคำถามต่อแนวคิดเรื่อง productivity ที่ค่อย ๆ ถูกทำให้กลายเป็นคุณค่าพื้นฐานของชีวิตสมัยใหม่ อีกช่วงสำคัญของรายการยังชวนทำความเข้าใจแนวคิด ‘speculative fiction’ หรือ ‘วรรณกรรมคาดการณ์’ ในฐานะพื้นที่ทางความคิดที่เปิดให้เราจินตนาการถึงโลกและอนาคตที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นสังคมหลังทุนนิยม โลกหลังหายนะ หรือความเป็นไปได้ของรูปแบบชีวิตที่ไม่ถูกกำกับด้วยเวลามาตรฐานแบบเดียวกัน ท้ายที่สุด ชวนอ่านใหม่ว่าแนวคิด ‘apocalyptic thinking’ ไม่ใช่ความสิ้นหวัง แต่เป็นการคิดถึง “จุดจบ” เพื่อเปิดพื้นที่ให้จินตนาการถึงการเปลี่ยนผ่าน และตั้งคำถามว่าเราจะสามารถมีชีวิตในแบบอื่น ที่ไม่ถูกควบคุมด้วยจังหวะเวลาของระบบเศรษฐกิจได้หรือไม่ #หมายเหตุประเพทไทย #ป่วนนาฬิกา

    24 min
  5. ฮาร์เบอร์มาสรำลึก | หมายเหตุประเพทไทย

    APR 7

    ฮาร์เบอร์มาสรำลึก | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนรำลึกถึงเจอร์เกน ฮาร์เบอร์มาส (Jürgen Habermas) นักปรัชญา นักสังคมวิทยา นักทฤษฎีวิพากษ์ และปัญญาชนสาธารณะคนสำคัญของยุโรป ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมาในวัย 96 ปี การจากไปของเขาถูกนำเสนอโดยสื่อใหญ่ทั่วโลก และมักได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักคิดสำคัญที่สุดของยุคหลังสงคราม เป็น “มโนธรรมทางศีลธรรม” ของเยอรมนีหลังสงคราม และเป็นบุคคลหลักของสำนักแฟรงก์เฟิร์ตรุ่นที่สอง เทปนี้ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และภาวิน มาลัยวงศ์ จะพาย้อนดูเส้นทางความคิดของฮาร์เบอร์มาส ตั้งแต่ภูมิหลังที่เติบโตขึ้นมาในเยอรมนีช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง การเข้าร่วมสำนักคิด Frankfurt School of Critical Theory และบทบาทของเขาในฐานะผู้สืบทอดทฤษฎีวิพากษ์ที่พยายามฟื้นความหวังให้กับประชาธิปไตยสมัยใหม่ ผ่านผลงานสำคัญอย่าง The Structural Transformation of the Public Sphere, The Theory of Communicative Action และ Between Facts and Norms ฯลฯ ซึ่งเชื่อมโยงประเด็นพื้นที่สาธารณะ การสื่อสาร เหตุผล ประชาธิปไตย และความชอบธรรมทางการเมืองเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังชวนทำความเข้าใจแกนหลักของความคิดฮาร์เบอร์มาส ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่อง public sphere ความเชื่อว่าความเป็นสมัยใหม่และยุคเรืองปัญญายังเป็น “โครงการที่ไม่เสร็จสิ้น” ตลอดจนข้อเสนอเรื่องcommunicative action หรือการสื่อสารที่มุ่งหาความเข้าใจร่วมกันโดยปราศจากการครอบงำ ซึ่งต่อมากลายเป็นฐานคิดสำคัญของประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ รวมถึงการถกเถียงของเขากับทั้งสำนักแฟรงก์เฟิร์ตรุ่นแรกและนักคิดสายหลังสมัยใหม่อย่างมิเชล ฟูโกต์ และฌากส์ แดร์ริดา ไม่เพียงเท่านั้นฮาร์เบอร์มาสในฐานะนักคิดที่ได้รับทั้งคำยกย่องและคำวิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในบั้นปลายชีวิต เมื่อจุดยืนของเขาต่อยุโรป สงคราม และฉนวนกาซา กลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักวิชาการและฝ่ายซ้ายร่วมสมัย ทั้งหมดนี้ติดตามได้ในรายการ #หมายเหตุประเพทไทย #Habermas

    1h 8m
  6. พลิกโฉมละครไทยสู่ตลาดโลก | หมายเหตุประเพทไทย

    MAR 30

    พลิกโฉมละครไทยสู่ตลาดโลก | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และชานันท์ ยอดหงษ์ ชวนสำรวจโลกของ “ละคร” ที่อยู่รอบตัวเรา ตั้งแต่ ละครน้ำเน่า ละครหลังข่าวแบบดั้งเดิม ไปจนถึงซีรีส์จีนแนวตั้ง ละครคุณธรรมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และคอนเทนต์จาก Netflix, Disney+ และ HBO เพื่อทำความเข้าใจว่าละครไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์วัฒนธรรมร่วมสมัยที่ผู้ชมบริโภคอยู่ทุกวัน โดยอ้างถึงงานวิจัยเรื่อง “การบริโภคละครโทรทัศน์ไทยผ่านเว็บไซด์ในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน: กรณีศึกษาประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียและจีน” (2562) โดยอัมพร จิรัฐติกร และ อัจฉรียา สายศิลป์ (อ่านงานวิจัย) ซึ่งศึกษาการขยายตัวของผู้ชมละครไทยในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และจีน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของแพลตฟอร์มการรับชมระหว่างปี พ.ศ. 2556–2558 งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าละครไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ชมในประเทศ แต่ได้สร้างฐานแฟนคลับข้ามภาษาและวัฒนธรรมในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง พร้อมชวนดูพัฒนาการความนิยมละครไทยในต่างประเทศ เช่น พม่า กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งผู้ชมเข้าถึงละครไทยได้ง่ายจากความใกล้ชิดทางวัฒนธรรม ขณะที่ในฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย การรับชมส่วนใหญ่เกิดผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่าการออกอากาศทางโทรทัศน์ ส่วนในจีน ละครไทยเคยมี “ยุคทอง” ระหว่างปี 2551–2554 ก่อนจะชะลอตัวจากนโยบายควบคุมการนำเข้าละครต่างประเทศและข้อจำกัดด้านเนื้อหา อีกประเด็นสำคัญคือบทบาทของ “กลุ่มแฟนซับ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางทางวัฒนธรรม แปลและเผยแพร่ละครไทยให้ผู้ชมต่างชาติ แม้จะอยู่ในพื้นที่ก้ำกึ่งระหว่างความชื่นชอบแบบอาสาสมัครกับข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์และการกำกับดูแลของรัฐ กลุ่มเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการขยายอิทธิพลของละครไทยในภูมิภาค นอกจากนี้ยังชวนมองการปรับตัวของอุตสาหกรรมละครไทยหลังยุคทีวีดิจิทัล ทั้งในเชิงเนื้อหา เทคโนโลยี และตลาดต่างประเทศ ตั้งแต่การเกิดซีรีส์แนวใหม่อย่างซีรีส์วัยรุ่น ซีรีส์วาย BL ละครเรียลลิตี้ดราม่า ไปจนถึงการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และคำบรรยายหลายภาษาเพื่อเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก ท้ายที่สุดละครไทยที่เราคุ้นเคย อาจไม่ใช่แค่เรื่องรักชิงรักหักสวาท แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่ของวัฒนธรรมสื่อไทยในระดับภูมิภาค และเป็นหน้าต่างสำคัญในการมองความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมบันเทิง เทคโนโลยี และผู้ชมข้ามพรมแดน

    23 min
  7. Frankenstein ผู้สร้างและความรับผิดชอบ | หมายเหตุประเพทไทย

    MAR 22

    Frankenstein ผู้สร้างและความรับผิดชอบ | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และ ภาวิน มาลัยวงศ์ ชวนชมและตีความภาพยนตร์ Frankenstein (2025) เวอร์ชันใหม่ของผู้กำกับ Guillermo del Toro ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2026 หลายสาขา โดยได้รับ 3 รางวัล ได้แก่ แต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งดัดแปลงจากนวนิยายคลาสสิคของ Mary Shelley โดยชวนทำความเข้าใจพื้นฐานสำคัญว่า “Frankenstein” คือชื่อของผู้สร้าง ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น พร้อมตีความความสัมพันธ์ระหว่าง Victor Frankenstein กับสิ่งมีชีวิต (creator) ที่เขาสร้างขึ้น โดยเฉพาะประเด็นความรับผิดชอบของ “ผู้สร้าง” และความโดดเดี่ยวของ “ผู้ถูกสร้าง” ที่ถูกทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด จนนำไปสู่ความขัดแย้งและการไล่ล่ากันในท้ายที่สุด หนึ่งในประเด็นสำคัญของตอนนี้คือการวิเคราะห์ “ภาษาภาพยนตร์” ของ Guillermo del Toro ที่ใช้แสง สี เสียง และองค์ประกอบศิลป์ในการเล่าเรื่องแทนบทสนทนา โดยยกฉากการพบกันระหว่าง Elizabeth กับสิ่งมีชีวิตมาเป็นตัวอย่างสำคัญ ซึ่งสื่อสารอารมณ์ ความกลัว ความเห็นอกเห็นใจ และการเชื่อมโยงระหว่างตัวละคร ผ่านรายละเอียดอย่างสีเขียวของเครื่องแต่งกาย แสงในพื้นที่ปิด และจังหวะเสียงหายใจ รายการยังชวนตีความความสัมพันธ์เชิงครอบครัวที่ถูกขยายจากต้นฉบับ โดยเฉพาะมิติ “พ่อ–ลูก” และ “แม่–ลูก” ที่สะท้อนผ่านตัวละคร Victor และ Elizabeth พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความหมายของ “ปัญญา” ระหว่างความฉลาดเชิงเหตุผลกับความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นแกนสำคัญของความขัดแย้งในเรื่อง และสัญลักษณ์อย่าง “วงกลม” ที่สะท้อนสภาวะวนลูปของตัวละครที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากชะตากรรมของตนเองได้ ท้ายที่สุด ตอนนี้ชวนมอง Frankenstein ไม่ใช่เพียงเรื่องสยองขวัญ แต่เป็นเรื่องของมนุษย์ ความสัมพันธ์ ความรับผิดชอบ และคำถามพื้นฐานว่า เมื่อเราสร้างบางสิ่งขึ้นมาแล้ว เราจะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตนั้นอย่างไร

    23 min

About

Prachatai Podcast

You Might Also Like