Prachatai Podcast

prachataipodcast

Prachatai Podcast

  1. 1d ago

    ประกอบร่างสร้างความจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ | หมายเหตุประเพทไทย [Live]

    หมายเหตุประเพทไทย Live สัปดาห์นี้ชวนอ่าน "กระบวนการประกอบสร้างความจนในสังคมเสรีนิยมใหม่ กรณีศึกษา: บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" (2566) ผลงานของ ยุวดี วงศ์วีระประเสริฐ ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งศึกษานโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่วงปี 2559–2562 ผ่านกรอบแนวคิดเสรีนิยมใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่ารัฐนิยามและจัดการกับ "ความยากจน" อย่างไร งานวิจัยชี้ว่า นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้เป็นเพียงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่ยังมาพร้อมกระบวนการกำหนดนิยามของ "คนจน" ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง การพิสูจน์ตัวตน และเงื่อนไขการเข้าถึงสิทธิ ทำให้ความยากจนถูกแปลงเป็นตัวเลขและคุณลักษณะที่รัฐสามารถจำแนก ควบคุม และบริหารจัดการได้ จากการศึกษาภาคสนามในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้วิจัยพบว่า กระบวนการดังกล่าวส่งผลต่อการรับรู้ของผู้คนเกี่ยวกับความจน และทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าถึงสวัสดิการต้องเรียนรู้ที่จะพิสูจน์ความยากจนของตนเองตามเกณฑ์ของรัฐ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์หรือไม่สามารถพิสูจน์ตนเองได้ก็อาจถูกกันออกจากระบบการช่วยเหลือ แม้จะเผชิญปัญหาความยากจนในชีวิตจริง งานวิจัยจึงเสนอว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นมากกว่านโยบายสวัสดิการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการประกอบสร้างความหมายของ "ความยากจน" ภายใต้แนวคิดเสรีนิยมใหม่ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ การเมือง และการจัดการประชากร พร้อมชวนตั้งคำถามว่า ใครคือผู้มีสิทธิถูกนับว่า "จน" และใครคือผู้ที่ถูกทิ้งไว้ภายนอกนิยามดังกล่าว ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    ประกอบร่างสร้างความจนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ | หมายเหตุประเพทไทย [Live]
  2. Jul 27

    สมรส (ไม่) เท่าเทียม เมื่อคู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ แต่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ | Gender Unboxed Ep.1

    กว่า 400 วันหลัง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังไม่คืบหน้า แม้เดิมมีเป้าหมายให้ดำเนินการภายใน 180 วัน ขณะเดียวกัน บางหน่วยงานยังลังเลที่จะบังคับใช้กฎหมายที่มีความเป็นกลางทางเพศอยู่แล้ว ส่งผลให้คู่สมรสหลากหลายเพศยังเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิในฐานะครอบครัว รายการ Gender Unboxed Podcast ซีรีส์ใหม่จากประชาไท ชวนพูดคุยกับ นัยนา สุภาพึ่ง จากมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ หรือ For-SOGI ถึงอุปสรรคหลังประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยเฉพาะปัญหาการแก้ไขกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่ยังไม่สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายใหม่ นัยนากล่าวถึงสถานการณ์หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมว่า แม้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นหมุดหมายสำคัญของสิทธิความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย แต่ในทางปฏิบัติยังมีช่องว่างจำนวนมาก โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรองหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานะครอบครัว คู่สมรส บิดามารดา และบุตร ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ หนึ่งในกรณีที่สะท้อนปัญหาดังกล่าวคือคู่รักชายรักชายคู่หนึ่งที่ถูกปฏิเสธไม่ให้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าทั้งคู่จดทะเบียนสมรสก่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ เนื่องจากเป็นการจดทะเบียนสมรสที่สถานทูตอังกฤษในประเทศเวียดนาม ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสิทธิในฐานะคู่สมรสและครอบครัว ภายหลัง ทั้งคู่ต้องยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอให้มีคำวินิจฉัย แต่กลับได้รับคำตอบว่ายังไม่มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน และต้องรอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความก่อน กรณีนี้จึงสะท้อนปัญหาความไม่แน่นอนของการบังคับใช้กฎหมาย และภาระที่ตกอยู่กับประชาชนซึ่งต้องต่อสู้เพื่อยืนยันสิทธิของตนเอง นัยนายังชี้ให้เห็นว่า อุปสรรคไม่ได้มีเพียงกรณีรับบุตรบุญธรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกฎหมายที่เดิมออกแบบบนฐานคิดเรื่อง “สามี” และ “ภรรยา” แบบชายหญิง ซึ่งส่งผลต่อสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขทางกฎหมายในชีวิตครอบครัว เช่น เงื่อนไขการหย่า สิทธิของคู่สมรส และสถานะความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดากับบุตร รายการยังพูดถึงแนวทางที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้ หากหน่วยงานรัฐไม่แก้ไขหรือไม่ปรับการปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎหมายภายในระยะเวลาที่ควรจะเป็น รวมถึงประเด็นถัดไปที่ภาคประชาสังคมต้องผลักดัน คือการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดามารดาและบุตร เพื่อให้สิทธิครอบครัวของคู่สมรสหลากหลายเพศได้รับการรับรองอย่างแท้จริง Gender Unboxed Podcast เป็นซีรีส์ใหม่จากประชาไท ที่จะพาผู้ฟังออกนอกกรอบความเข้าใจเรื่องเพศ เพื่อมองประเด็นสังคม การเมือง กฎหมาย และชีวิตประจำวันในมุมใหม่ สามารถติดตามได้ในทุกช่องทางของประชาไท

    สมรส (ไม่) เท่าเทียม เมื่อคู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ แต่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิ | Gender Unboxed Ep.1
  3. Jul 27

    โลกของคนไร้บ้าน’ ชีวิตข้างทางที่ไม่ได้มีแง่เดียว | BookBar EP.19

    เมื่อบ้านกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่ขาดไม่ได้ เพราะมันเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับสิทธิ สวัสดิการ รวมถึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยและสถานที่ติดต่อกับผู้อื่น ทำให้เมื่อกลายเป็น ‘คนไร้บ้าน’ จึงถูกมองเป็นสิ่งแปลกแยกจากสังคม เพราะพวกเขาไม่มี ‘บ้าน’ ให้เราเชื่อมโยงด้วย BookBar ชวนพูดคุยกับ รศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เขียนหนังสือ ‘โลกของคนไร้บ้าน’ โดยดัดแปลงจากวิทยานิพนธ์เรื่อง ‘เปิดพรมแดน : โลกของคนไร้บ้าน’ ซึ่งพาเราไปทำความรู้จักวิถีชีวิตและมุมมองของคนไร้บ้านหลากแง่มุม ผ่านการลงภาคสนามในกรุงเทพฯ กว่า 3 ปี

    โลกของคนไร้บ้าน’ ชีวิตข้างทางที่ไม่ได้มีแง่เดียว | BookBar EP.19
  4. Jul 27

    เปิดตำรากฎหมาย หลังชมทนายปีศาจ | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ พูดคุยกับ ธันยธรณ์ โรจน์มหามงคล นักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนเปิดตำรากฎหมายหลังชมซีรีส์ ทนายปีศาจ เพื่อสำรวจว่า เมื่อมองผ่านมุมมองทางนิติศาสตร์ ซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและระบบกฎหมายไทย ทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างอำนาจตุลาการกับประชาชน อำนาจตุลาการแบบไทย มีตัวแบบใกล้เคียงกับชาติไหน พร้อมชวนคุยเรื่องบทบาทของอำนาจตุลาการกับการจัดการความขัดแย้งทางการเมือง และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเราอยู่ในระบอบไฮบริดจ์ที่องค์ประกอบประชาธิปไตยและไม่เป็นประชาธิปไตยมาอยู่ด้วยกัน ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย #ทนายปีศาจ

    เปิดตำรากฎหมาย หลังชมทนายปีศาจ | หมายเหตุประเพทไทย
  5. Jul 27

    อ่าน Moana ผ่านกรอบสตรีนิยม–หลังอาณานิคม | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ประภาภูมิ เอี่ยมสม และต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี แนะนำบทความ “Disney’s Moana and the Media Portrayal of Feminism/Post-feminism and Political Correctness” ของ Daisuke Akimoto ตีพิมพ์ใน Journal of Gender, Culture and Society ปี 2026 ซึ่งวิเคราะห์ภาพยนตร์แอนิเมชัน Moana (2016) และ Moana II (2024) ผ่านกรอบแนวคิดสตรีนิยม โพสต์เฟมินิสม์ และความถูกต้องทางการเมือง พร้อมทบทวนข้อวิจารณ์เรื่องอคติทางสีผิว การฉกฉวยทางวัฒนธรรม และแนวคิดแบบอาณานิคมที่มีต่อภาพยนตร์ชุดนี้ ในบทความผู้เขียนเสนอว่า แม้ภาพยนตร์จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่การสรุปว่า Moana เป็นเพียงผลผลิตของการล่าอาณานิคมและการฉกฉวยวัฒนธรรมถือเป็นการกล่าวเกินจริงในมุมสตรีนิยม โมอานา (Moana) ถูกนำเสนอในฐานะเจ้าหญิงดิสนีย์ที่แตกต่างจากตัวละครรุ่นก่อน เป้าหมายของเธอไม่ใช่การแต่งงานหรือการตามหาความรัก แต่เป็นการช่วยเหลือชุมชนและเติบโตขึ้นเป็นผู้นำ เธอใช้ความกล้าหาญ ความเข้มแข็งทางอารมณ์ และความเมตตา โดยมีแม่ ยาย และเทพีเทฟิติ (Te Fiti) เป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ขณะเดียวกัน นักวิชาการบางส่วนยังอ่านตัวละครเมาอิ (Maui) และพ่อของโมอานา (Chief Tui) ผ่านแนวคิดปิตาธิปไตยและความเป็นชายแบบล้นเกิน ซึ่งสะท้อนการควบคุมอำนาจและการจำกัดบทบาทของผู้หญิง รายการยังชวนสำรวจข้อถกเถียงเรื่องภาพแทนของชนพื้นเมืองแปซิฟิก ทั้งการออกแบบตัวละครเมาอิ รอยสัก เผ่าคาคามอรา และกรณีเสื้อบอดีสูทรอยสักเมาอิที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการนำศิลปะศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมืองมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า รวมถึงข้อวิจารณ์ว่าดิสนีย์สร้างภาพ “โพลีนีเซีย” ผ่านสายตาตะวันตก โดยหลีกเลี่ยงประวัติศาสตร์การล่าอาณานิคมและการผนวกฮาวายของสหรัฐอเมริกา สำหรับ Moana II บทความกล่าวถึงการผลักดันนโยบายความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วม (DEI) ผ่านการจ้างผู้เขียนบท ผู้กำกับ และทีมงานเชื้อสายซามัวเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผู้เขียนจึงสรุปว่า Moana เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านในวัฒนธรรมสื่อระดับโลก ทั้งในเรื่องสตรีนิยม โพสต์เฟมินิสม์ ความถูกต้องทางการเมือง และการเป็นตัวแทนของชนพื้นเมือง ซึ่งยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในวงวิชาการจนถึงปัจจุบัน #Moana #หมายเหตุประเพทไทย

    อ่าน Moana ผ่านกรอบสตรีนิยม–หลังอาณานิคม | หมายเหตุประเพทไทย
  6. Jul 16

    Teach You a Lesson อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ภาวิน มาลัยวงศ์ และประภาภูมิ เอี่ยมสม ชวนพูดคุยจากซีรีส์เกาหลี Teach You a Lesson (2026) เผยแพร่ทาง Netflix ที่พาผู้ชมเข้าสู่โลกสมมติซึ่งรัฐบาลจัดตั้ง “สำนักงานคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา” (ERPB) ส่งเจ้าหน้าที่พิเศษเข้าไปจัดการความรุนแรงในโรงเรียนด้วยวิธีการที่กฎหมายปกติทำไม่ได้ ซีรีส์ตั้งคำถามว่า เมื่อระบบการศึกษาล้มเหลว การใช้กำลังสามารถเป็นทางออกของปัญหาได้จริงหรือไม่ ชวนวิเคราะห์ตัวละครสำคัญอย่าง นาฮวาจิน อดีตทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ผู้ใช้กำลังอย่างเด็ดขาดในการจัดการปัญหา อิมฮันริม ผู้ตรวจการที่เคยเป็นเหยื่อความรุนแรง และ เจ้าหน้าที่บง ผู้ใช้ไหวพริบ เทคโนโลยี และความเข้าอกเข้าใจผู้คนในการแก้ปัญหา พร้อมชวนตั้งคำถามถึงวิธีการรับมือกับความรุนแรงในโรงเรียนผ่านตัวละครทั้งสาม อีกด้านหนึ่ง ซีรีส์ไม่ได้ทำให้นักเรียนเป็น "ตัวร้าย" โดยสิ้นเชิง แต่ชวนมองว่าทั้งนักเรียน ครู และผู้ปกครองต่างเป็นผลผลิตของโครงสร้างทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น การแข่งขันในระบบการศึกษา อิทธิพลของโซเชียลมีเดีย การบูลลี่ และแรงกดดันจากครอบครัว ซึ่งล้วนมีส่วนหล่อหลอมความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงเนื้อหาในซีรีส์กับสถานการณ์จริงของเกาหลีใต้ ทั้งการประท้วงของครูทั่วประเทศ การออกกฎหมายคุ้มครองครูจากการร้องเรียนโดยผู้ปกครอง และบทบาทของสหภาพแรงงานครู พร้อมชวนผู้ชมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของการสร้างระบบการศึกษาที่ทำให้ครูสามารถทำหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้กำลังเป็นคำตอบ Teach You a Lesson จึงเป็นมากกว่าซีรีส์แอ็กชันในรั้วโรงเรียน แต่เป็นจุดตั้งต้นให้ผู้ชมทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา ความรุนแรง อำนาจรัฐ และโครงสร้างทางสังคม ผ่านเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมเกาหลีใต้ #หมายเหตุประเพทไทย #TeachYouaLesson

    Teach You a Lesson อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน | หมายเหตุประเพทไทย
  7. Jul 5

    เสรีภาพทางศาสนาช่วยคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ ชวนพูดคุยจากเหตุล้อมกรอบทำร้ายผู้มีความหลากหลายทางเพศในซอยรามคำแหง 53 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าดูหมิ่นคัมภีร์อัลกุรอาน จนจุดประกายคำถามสำคัญว่า เมื่อเสรีภาพทางศาสนากับสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศดูเหมือนจะปะทะกัน เราควรทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของสุทธิทั้งสองอย่างไร รายการชวนอ่านบทความวิชาการ "The Other Way Around? How Freedom of Religion May Protect LGBT Rights" (2020) ของ Dag Øistein Endsjø ซึ่งผู้เขียนเสนอให้ "พลิกกลับ" กรอบคิดที่มักมองว่า เสรีภาพทางศาสนา กับ สิทธิ LGBT เป็นคู่ขัดแย้งโดยธรรมชาติ พร้อมชี้ให้เห็นว่า เสรีภาพทางศาสนาอาจเป็นฐานสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้เช่นกัน บทความอธิบายว่าศาสนาไม่เคยมีจุดยืนต่อต้าน LGBT+ อย่างเป็นเอกภาพตลอดประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ อิสลาม ฮินดู หรือคริสต์ ต่างก็มีการตีความที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย อีกทั้งในปัจจุบันยังมีนิกายและชุมชนศาสนาจำนวนมากที่สนับสนุนความเสมอภาคของ LGBT+  ดังนั้น การอ้าง "เสรีภาพทางศาสนา" เพื่อปฏิเสธสิทธิของ LGBT+ จึงไม่ใช่การตีความเพียงแบบเดียว และไม่ใช่ผู้ผูกขาดความหมายของศาสนา ในรายการยังชวนสำรวจแนวคิดเรื่อง Negative Freedom of Religion หรือเสรีภาพทางศาสนาในเชิงลบ ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่รวมถึงสิทธิที่จะไม่นับถือศาสนา หรือไม่ถูกบังคับให้ดำเนินชีวิตตามหลักความเชื่อของผู้อื่นด้วย ผู้เขียนบทความจึงเสนอว่า ในหลายกรณี ความขัดแย้งที่แท้จริงไม่ใช่ "ศาสนา vs LGBT+" หากแต่เป็น "เสรีภาพทางศาสนาแบบหนึ่ง" ปะทะกับ "เสรีภาพทางศาสนาอีกแบบหนึ่ง" ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีสิทธิได้รับการคุ้มครองในระบอบสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกัน

    เสรีภาพทางศาสนาช่วยคุ้มครองสิทธิความหลากหลายทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย
  8. Jul 2

    แม่และความเป็นอื่น: นวนิยายเควียร์ว่าด้วยตัวตนที่ไม่สมบูรณ์แบบใน ‘อันกามการุณย์’ | BookBar EP.18

    ลลนาชัดเจนกับตัวเองว่าเป็นใคร และเป็นเพศอะไร โดยไม่จำเป็นต้องสู้รบตบมือกับใคร ส่วนการจะพาตัวเองไปสู่จุดที่เป็นตัวตนอย่างแท้จริงนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะสังคมและผู้คนรอบตัวมักเข้ามากำหนดกรอบชีวิตของผู้อื่นอยู่เสมอ เมื่อเธอต้องรับบทเป็นทั้งเมีย แม่ และผู้ชาย ความแตกต่างจากเส้นที่สังคมขีดไว้จึงก่อให้เกิดความยุ่งเหยิงในชีวิต #BookBar ชวนพูดคุยกับลาดิด (LADYS) นักเขียนและผู้ร่วมก่อตั้งสำนักพิมพ์ลาดิดและมูนสเคป ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวที่นำมาสู่ชีวิตของลลนา พร้อมชวนมองสังคมไทยที่ประเด็นความหลากหลายทางเพศยังคงถูกทำความเข้าใจอย่างผิวเผิน ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท' YouTube :  https://www.youtube.com/watch?v=5cRuMG26QvY Spotify : https://pct.fyi/podcast-spotify Apple Podcasts : https://pct.fyi/podcast-apple Podbean : https://pct.fyi/podbeen

    แม่และความเป็นอื่น: นวนิยายเควียร์ว่าด้วยตัวตนที่ไม่สมบูรณ์แบบใน ‘อันกามการุณย์’ | BookBar EP.18

About

Prachatai Podcast

You Might Also Like