Prachatai Podcast

prachataipodcast

Prachatai Podcast

  1. 6d ago

    บทบาทสตรีในเขตงาน พคท. ภาคใต้ | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ แนะนำบทความ “การส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เขตจังหวัดพัทลุง ตรัง และสตูล ผ่านวารสาร ‘ตะวันแดง’ พ.ศ. 2520–2525” ของ ธัญญพร มากคง ตีพิมพ์ใน วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม–ธันวาคม 2567 อ่านบทความ [https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jssnu/article/view/270951] ซึ่งชวนมองประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) “จากเบื้องล่าง” ผ่านประสบการณ์ของผู้หญิงและสื่อภายในขบวนการ มากกว่าการมองผ่านผู้นำส่วนกลาง สงคราม หรือความมั่นคงเพียงอย่างเดียว บทความศึกษาวารสาร “ตะวันแดง” สิ่งพิมพ์ของ พคท. ในเขตพัทลุง ตรัง และสตูล ระหว่าง พ.ศ. 2520–2525 โดยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่าง สหายหญิงนักศึกษาปัญญาชน ที่เข้าป่าหลัง 6 ตุลาคม 2519 กับ สหายหญิงท้องถิ่น ซึ่งมีประสบการณ์ชีวิตและการทำงานในชนบทภาคใต้ ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ตั้งแต่ทักษะการดำรงชีวิตในป่า ไปจนถึงความรู้ทางการเมือง วิชาการ และประสบการณ์การเคลื่อนไหวสิทธิสตรี ผู้เขียนจึงมองความสัมพันธ์นี้เป็นการเรียนรู้แบบ “ผู้หญิงถึงผู้หญิง” มากกว่าการถ่ายทอดความรู้ทางเดียวจากปัญญาชนสู่ชาวบ้าน ขณะเดียวกัน สหายหญิงท้องถิ่นยังเผชิญภาวะ “ชายขอบสามชั้น” (Triple Marginalization) ทั้งจากประวัติศาสตร์การเมืองกระแสหลัก เรื่องเล่าภายใน พคท. ที่มักเน้นผู้นำและสหายชาย และโครงสร้างชายเป็นใหญ่ในสังคมท้องถิ่น ทำให้วารสาร ตะวันแดง มีบทบาทสำคัญในการเปิดพื้นที่พูดถึงปัญหาของผู้หญิง โดยเฉพาะคอลัมน์ “คุยกับพิมพยอม” ซึ่งนำเสนอเรื่องการบังคับแต่งงาน การถูกหลอก ความรุนแรงทางเพศ การทำให้ผู้หญิงเป็นวัตถุ หนี้สิน และค่านิยมการแต่งงาน งานศึกษายังชี้ว่า เนื้อหาเรื่องผู้หญิงใน ตะวันแดง ไม่ได้มาจากนโยบายส่วนกลางของ พคท. เพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับความคิดของปัญญาชนฝ่ายซ้ายและขบวนการนักศึกษาหญิงก่อน 6 ตุลาคม 2519 ขณะเดียวกัน สหายหญิงท้องถิ่นก็ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ หากยังมีส่วนร่วมส่งบทกวีและงานเขียนเข้าสู่วารสาร เกิดเป็นกระบวนการผลิตความรู้ร่วมกันที่ผู้เขียนเรียกว่า “ปฏิสัมพันธ์ทางชนชั้นของสหายหญิงใน พคท.” #หมายเหตุประเพทไทย

    บทบาทสตรีในเขตงาน พคท. ภาคใต้ | หมายเหตุประเพทไทย
  2. Sep 25

    คน 4 รุ่น 4 ความคิด ในความขัดแย้งทางการเมืองและการคลี่คลายหลังการชุมนุม ปี 2563–2564 | BookBar EP.22

    การชุมนุมทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ในช่วงปี 2563-2564 เป็นเหตุการณ์ที่ทรงพลัง ถูกตัดจบด้วยโควิด-19 และถึงตอนนี้ยังต้องสร้างพื้นที่ความทรงจำของตนเองให้คมชัด...ซึ่งคงต้องอาศัยเวลาพอสมควร ประเด็นหนึ่งที่ปรากฏขึ้น ณ เวลานั้นจวบจนเวลานี้คือความแตกต่างระหว่างรุ่นที่ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ ความบาดหมาง และการเหมารวม  #BookBar ตอนนี้ เราชวน กนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้เขียน ‘ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างรุ่นและการคลี่คลายตัวหลังการชุมนุม ปี 2563–2564’ ที่จะพาเราไปทำความเข้าใจคน 4 รุ่นซึ่งมีเฉดความคิด จินตนาการต่อประเทศใกล้-ไกลต่างกันไป การสนทนายังพาเราไปแตะกลุ่มเจนอัลฟาอีกนิดหน่อย พอให้เห็นความหวังและอุปสรรค คำถามและความท้าทาย ที่สังคมควรช่วยกันถามและหาคำตอบ เราเชื่อว่านี่เป็นอีกหนึ่งตอนที่เข้มข้นพอสมควรสำหรับคอการเมือง ฟังทั้งหมดได้ทุกช่องทางของ 'ประชาไท'

    คน 4 รุ่น 4 ความคิด ในความขัดแย้งทางการเมืองและการคลี่คลายหลังการชุมนุม ปี 2563–2564 | BookBar EP.22
  3. Sep 25

    ‘ผีเสื้อปีร้าว’ ปีกที่โบยบินหาเสรีภาพย่อมมีบาดแผล | BookBar EP.21

    ด้วยจารีตและศาสนา ‘เธอ’ ติดอยู่ในกรอบเกณฑ์ที่ผู้ชายเป็นผู้กำหนดอย่างไม่อาจสลัดหลุด แต่ ‘เธอ’ ก็ดื้อดึงและขัดขืนเพื่อเป็นอิสระ แม้ต้องแลกกับคำถามต่อภาวะดี-เลวของตนเอง กระทั่งมันร้าวรานจากหัวใจถึงปีกที่ ‘เธอ’ ใช้บินออกไปแสวงอิสรภาพ #BookBar อีพีนี้ พาไปสนทนากับนักเขียนหน้าใหม่ ‘บุหงามารีย์’ และผลงานเล่มแรก ‘ผีเสื้อปีกร้าว’ (Memoir of a Broken Bitch) จากการเติบโต เจ็บปวด และคลี่คลายของผู้เขียน เหมือนหนอนผีเสื้อที่ผ่านเข้าสู่ระยะดักแด้ก่อนสยายปีกโบยบิน ‘เธอ’ ไม่ว่าปีกจะร้าวแค่ไหน ก็ไม่ต้องการสลัดปีกทิ้ง ยินดีที่จะอยู่กับปีกร้าวๆ ต่อไป ทำไม? คำตอบอยู่ในบทสนทนาต่อจากนี้

    ‘ผีเสื้อปีร้าว’ ปีกที่โบยบินหาเสรีภาพย่อมมีบาดแผล | BookBar EP.21
  4. Sep 25

    คนหูหนวกอยู่ตรงไหนในขบวนการสิทธิ LGBTQ ไทย | Gender Unboxed Ep.4

    ในปี 2569 ยุคสมัยที่ประเทศไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีงานเฉลิมฉลองเดือนไพรด์จัดกันในหลายจังหวัด สื่อต่างๆ ทำให้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศมีมากขึ้น คนเราเริ่มเข้าใจสิ่งที่ตัวเองเป็นและสิ่งที่คนอื่นเป็นว่าเพศมีมากกว่าคำนำหน้านามบนเอกสาร แต่สำหรับคนหูหนวกที่เป็น LGBTQ+ สถานการณ์อาจไม่ได้ขยับไปไหน พวกเขายังเผชิญอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมายใหม่ๆ การเข้าไม่ถึงการศึกษา ถูกปฏิเสธไม่รับเข้าทำงาน ไม่ได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนคนหูหนวกเอง ไปจนถึงคำศัพท์ภาษามือไทยที่ยังตามไม่ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้คนเพศหลากหลายไม่มีคำที่ตรงใจไว้ใช้เรียกตัวเอง ประชาไทคุยกับ นับดาว องค์อภิชาติ ผู้อำนวยการกองประกวด Miss and Mr Deaf Thailand และประธานมูลนิธินับดาวเพื่อคนหูหนวกและสังคมประเทศไทย เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคที่คนหูหนวก LGBTQ+ ต้องเจอ โดยมี วีรชิต ประสิทธิไกร เป็นล่ามภาษามือระหว่างการพูดคุย

    คนหูหนวกอยู่ตรงไหนในขบวนการสิทธิ LGBTQ ไทย | Gender Unboxed Ep.4
  5. Sep 25

    มองการช่วยเหลือแรงงานบังคับ-ผู้เสียหายค้ามนุษย์ผ่านมิติทางเพศ | Gender Unboxed EP3

    ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก และยังถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์ที่ป้อนคนเข้าสู่การถูกบังคับใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นฐานสแกมเมอร์หรือสถานการณ์อื่นๆ ที่ผ่านมา ประเทศไทยจึงได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หลากหลายสัญชาติ แต่ถึงกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจะมีการดำเนินงานด้วยแนวทางการให้ผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง แต่คนแต่ละเพศก็มีความเปราะบางที่ต่างกัน ทำให้เห็นว่ายังขาดการนำมิติทางเพศเข้าไปปรับใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ ส่งผลให้คนแต่ละเพศเข้าสู่ความยุติธรรมได้ยากง่ายไม่เท่ากัน โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา มูลนิธิไอเจเอ็ม (International Justice Mission) ได้เปิดตัวรายงานชื่อ “การศึกษาเรื่องความเสมอภาคและความละเอียดอ่อนด้านเพศสภาพในงานต่อต้านแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์” (Mainstreaming Gender Sensitive Approches to Address Forced Labor and Trafficking in Persons) เกี่ยวกับมิติด้านเพศสภาพในกลุ่มแรงงานข้ามชาติและการทำงานด้านบังคับใช้แรงงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างกลไกการช่วยเหลือคุ้มครองในกระบวนการยุติธรรมสำหรับแรงงานข้ามชาติที่เปราะบาง  ประชาไทคุยกับ วิภาวดี พันธุ์ยางน้อย นักวิจัยอิสระที่ทำงานในประเด็นแรงงานข้ามชาติ หนึ่งในผู้วิจัยที่ทำรายงานฉบับดังกล่าวเกี่ยวกับข้อค้นพบและประสบการณ์ภาคสนามระหว่างการทำวิจัย และความก้าวหน้าในการนำมิติทางเพศสภาพมาปรับใช้ในกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการถูกบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์

    มองการช่วยเหลือแรงงานบังคับ-ผู้เสียหายค้ามนุษย์ผ่านมิติทางเพศ | Gender Unboxed EP3
  6. Sep 21

    ฟังเพลง อ่านวรรณกรรม ภาพแทนผู้ให้บริการทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทย [Live] EP นี้ ชวนอ่านงานวิจัย “Representation of prostitutes in Thai songs, 2019–2024” (2025) โดย Chutacaphat Rattanaphan, Kawinsara Sudjai และ Kritsada Kantichol ซึ่งวิเคราะห์เพลงไทย 8 เพลงระหว่างปี 2562–2567 เพื่อสำรวจว่าเพลงสร้างภาพ “ผู้หญิงขายบริการ” อย่างไร ตั้งแต่ภาพของเหยื่อความยากจน ผู้ถูกตีตรา และสินค้าทางเพศ ไปจนถึงผู้หญิงที่สามารถต่อรอง ต่อต้าน และช่วงชิงความหมายของตัวเองกลับคืน ท่ามกลางการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับงานบริการทางเพศในสังคมไทย งานศึกษาชิ้นคือ “Prostitution in Thailand: Representations in Fiction and Narrative Non-Fiction” (2015) ของ Lisa Lines ซึ่งศึกษาว่านักเขียนตะวันตกสร้างภาพผู้หญิงไทยที่ทำงานค้าบริการทางเพศอย่างไร ผ่านนิยายและสารคดีเชิงเรื่องเล่า โดยพบว่านิยายมีแนวโน้มทำให้การค้าบริการทางเพศดูโรแมนติก ลดทอนปัญหาการแสวงประโยชน์ และสร้างภาพผู้หญิงไทยผ่าน stereotype มากกว่า ขณะที่งาน non-fiction ให้ภาพที่ซับซ้อนและมีมิติมากกว่า ภาพเหมารวมสำคัญมีทั้ง “Femme Fatale” ผู้หญิงสวย เซ็กซี่ เจ้าเล่ห์ เห็นแก่เงิน และหลอกผู้ชายตะวันตก กับ “Cinderella” ผู้หญิงยากจน เปราะบาง ไร้อำนาจ และรอชายต่างชาติผู้ร่ำรวยมาช่วยชีวิต แม้สองภาพจะดูตรงข้ามกัน แต่ต่างก็ลดทอนผู้หญิงให้เหลือเป็นตัวละครในจินตนาการของผู้ชายตะวันตก มากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตและความคิดซับซ้อน เมื่อพิจารณางานศึกษาทั้งสอง ทำให้เกิดคำถามว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการสร้างความหมายของ “ผู้ให้บริการทางเพศ” จากภาพผู้หญิงไทยในสายตาตะวันตก มาถึงเพลงไทยร่วมสมัยที่ยังคงมีทั้งภาพเหยื่อ ความจน การเป็นสินค้า และตราบาป แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มมีพื้นที่ให้ผู้หญิงต่อรอง ต่อต้าน และนิยามตัวเองมากขึ้น ทั้งหมดนี้ติดตามได้ใน #หมายเหตุประเพทไทย

    ฟังเพลง อ่านวรรณกรรม ภาพแทนผู้ให้บริการทางเพศ | หมายเหตุประเพทไทย
  7. Sep 21

    ฝ่าวิกฤตศรัทธา สมณศักดิ์ คณะสงฆ์ | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ต่อศักดิ์ จินดาสุขศรี และ ชานันท์ ยอดหงษ์ แนะนำบทความ “‘พรานเบ็ดผ้าเหลือง’: มายาคติ ความหลง และสมณศักดิ์ที่ครอบงำ—การวิเคราะห์วิกฤตศรัทธาในสถาบันสงฆ์ไทย” โดย กฤต พิริยธัชกุล วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่ใน วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม–สิงหาคม 2569) ซึ่งศึกษาวิกฤตศรัทธาต่อสถาบันสงฆ์ไทย ผ่านโครงสร้างสมณศักดิ์ ระบบทุนทางศาสนา และปัจจัยเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของคณะสงฆ์ในยุคร่วมสมัย ข้อค้นพบสำคัญของงานคือมโนทัศน์ “พรานเบ็ดผ้าเหลือง” หรือการใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือดึงดูดศรัทธาและทุน ผ่านกระบวนการผลิตซ้ำความศักดิ์สิทธิ์ 4 ระดับ ได้แก่ การใช้วาทกรรมยกย่องตำแหน่งมากกว่าการปฏิบัติ การแปรสมณศักดิ์เป็นเครื่องผลิตทุน การใช้ตัวชี้วัดเชิงปริมาณแทนคุณภาพทางธรรม และการดัดแปลงหลักธรรมให้กลายเป็นสินค้า ขณะเดียวกัน วิกฤตศรัทธายังเกิดจาก “วงจรอุบาทว์” ที่เชื่อมโยงปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองเข้าด้วยกัน บทความยังวิพากษ์การเปลี่ยนแปลงของการสื่อสารทางศาสนา จากการถ่ายทอดธรรมะไปสู่การประชาสัมพันธ์เพื่อธำรงสถานะ การสร้างภาพลักษณ์ และการสร้างตราสินค้าทางศาสนา รวมถึงการใช้วาทกรรมบางแบบเพื่อปิดกั้นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจภายในคณะสงฆ์ โดยงานวิจัยเสนอว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงความบกพร่องของพระสงฆ์เป็นรายบุคคล แต่เป็น วิกฤตเชิงโครงสร้าง ที่ต้องอาศัยการปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดตั้งกลไกตรวจสอบอิสระ การปฏิรูประบบสมณศักดิ์ การจัดการทรัพย์สินอย่างโปร่งใส การบริหารวัดในฐานะองค์กรสาธารณะ การรื้อมายาคติเรื่อง “ห้ามแตะต้องศาสนา” เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการวิพากษ์อย่างสร้างสรรค์ ไปจนถึงการปฏิรูปการศึกษาของพระสงฆ์ เพื่อรับมือกับวิกฤตศรัทธาที่กำลังเกิดขึ้นในสถาบันสงฆ์ไทยร่วมสมัย #หมายเหตุประเพทไทย #คณะสงฆ์

    ฝ่าวิกฤตศรัทธา สมณศักดิ์ คณะสงฆ์ | หมายเหตุประเพทไทย
  8. Sep 8

    แนวคิดกรัมชี่ และพรรคคอมมิวนิสต์ซอฟท์เสิร์ฟอิตาลี | หมายเหตุประเพทไทย

    หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ ชวนทำความรู้จักความคิดทางการเมืองของ อันโตนิโอ กรัมชี่ (Antonio Gramsci) นักคิดมาร์กซิสต์ชาวอิตาลี ผ่านงานเขียนในช่วงก่อนถูกคุมขัง (Pre-Prison Writings) โดยเฉพาะงานชุด “Towards the Communist Party” ในช่วง ค.ศ. 1910–1920 จากความสนใจเรื่อง สภาโรงงาน (Factory Councils) ในฐานะพื้นที่ประชาธิปไตยของชนชั้นแรงงาน ไปสู่การตระหนักว่าการต่อสู้ในระดับโรงงานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องมีองค์กรทางการเมืองที่สามารถจัดระเบียบการต่อสู้ในระดับกว้างขึ้น ซึ่งต่อมาเชื่อมโยงกับการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลีในปี 1921 พร้อมแนะนำบทความ “ความคิดว่าด้วยเรื่องพรรคคอมมิวนิสต์ในงานเขียนทางการเมืองของ อันโตนิโอ กรัมชี่” โดย ธนกร บุญยืน และวัชรพล พุทธรักษา เผยแพร่ใน วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 (2568) ซึ่งศึกษาความคิดของกรัมชี่ก่อนถูกคุมขัง และเสนอว่า สำหรับกรัมชี่ พรรคคอมมิวนิสต์มีฐานะเป็น “เครื่องมือทางประวัติศาสตร์” ทำหน้าที่จัดระเบียบเจตจำนงของชนชั้นแรงงาน สร้างจิตสำนึกทางชนชั้น และเชื่อมโยงอุดมการณ์เข้ากับการปฏิบัติจริง กรัมชี่ยังปฏิเสธแนวคิดกำหนดนิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Determinism) ที่มองว่าการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมโดยอัตโนมัติ แต่ให้ความสำคัญกับบทบาทของการจัดตั้งทางการเมือง อุดมการณ์ และวัฒนธรรม พรรคจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือของชนชั้นกรรมาชีพในการยึดอำนาจรัฐ แต่ต้องสามารถสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือ และผู้นำที่เกิดขึ้นจากฐานประชาชน ขณะที่ สภาโรงงาน ก็ไม่ได้มีหน้าที่เพียงต่อสู้เรื่องค่าแรงหรือเงื่อนไขการทำงาน หากยังเป็นพื้นที่สำหรับสร้างการมีส่วนร่วมและวัฒนธรรมทางการเมืองแบบใหม่ของชนชั้นแรงงาน การอ่านงานเขียนของกรัมชี่ในช่วงก่อนถูกคุมขังยังช่วยให้เห็นว่า แนวคิดในยุคหลังอย่าง การครองอำนาจนำ (Hegemony) ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอย ๆ ใน “Prison Notebooks” (สมุดบันทึกจากคุก) แต่มีรากฐานจากประสบการณ์ทางการเมือง การต่อสู้ของขบวนการแรงงาน และคำถามเรื่องการจัดตั้งพรรคที่กรัมชี่ขบคิดมาก่อนหน้านั้น

    แนวคิดกรัมชี่ และพรรคคอมมิวนิสต์ซอฟท์เสิร์ฟอิตาลี | หมายเหตุประเพทไทย

About

Prachatai Podcast

You Might Also Like