Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

watpasukato

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

  1. Jun 9

    25690430pm--เห็นทุกข์ ไม่เป็นทุกข์

    30 เม.ย. 69 - เห็นทุกข์ ไม่เป็นทุกข์ : เราต้องรู้จักฉลาดในการฉวยโอกาส ถ้าเราฉวยโอกาสเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งต่างๆ ที่ไม่ถูกใจ เริ่มจากสิ่งที่อยู่ภายนอกหรืออารมณ์ภายนอก เช่น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เหตุการณ์ต่างๆ ผู้คน ต่อไปเราก็จะมีความเชี่ยวชาญในการอยู่กับสิ่งที่ไม่ถูกใจที่เกิดขึ้นที่ใจ กิเลสก็ดี ความคิด อารมณ์อกุศลก็ดี หรือแม้กระทั่งทุกขเวทนา ซึ่งไม่ว่าเราจะหนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น แม้จะมีตัวช่วยเยอะ เช่น ยาระงับปวด แต่ก็มีขีดจำกัด แต่ถ้าเราเรียนรู้วิชากรรมฐานอย่างที่หลวงพ่อชาว่า จงอยู่กับมันอย่างมีสติเหมือนน้ำกับใบบัว น้ำซึมเข้าใบบัวไม่ได้ เวทนาก็เหมือนกัน มันสามารถจะเป็นน้ำ แต่ว่าซึมเข้าใบบัวไม่ได้ คือไม่สามารถจะไปบีบคั้นใจได้ เพราะว่ามีสติเป็นเครื่องรักษา   แม้จะยากแต่ทำได้ อาจจะทำไม่ถึงขั้นคุณยายคนนั้นที่บอกว่ากระดูกที่หัก อาการที่เกิดเป็นสักแต่ว่าเวทนา เราก็อย่าไปยุ่งกับมัน สามารถจะให้จัดกระดูกเข้าที่ได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยาชา แต่อย่างน้อยสิ่งที่นักปฏิบัติธรรมคนนั้นเรียนรู้ที่จะปฏิบัติกับอาจารย์มด จนกระทั่งมดกัดเจ็บ แสบ ปวด จี๊ด ๆ ก็จริง แต่ก็อยู่กับมันได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ แถมใจกลับสงบเย็นด้วยซ้ำ อันนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะฝึก จึงบอกว่า นักปฏิบัติธรรมต้องเป็นนักฉวยโอกาส และถ้าฝึกบ่อย ๆ เจอทุกข์ ก็จะเห็นทุกข์ แต่ไม่เป็นทุกข์

    30 min
  2. Jun 8

    25690429pm--นักฉวยโอกาสที่เราควรเป็น

    29 เม.ย. 69 - นักฉวยโอกาสที่เราควรเป็น : ช่วงเวลาที่เราจะต้องคิดถึงการใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด เพราะเวลาเราเหลือน้อยแล้ว ผู้ชายคนนี้แกคิดได้ดี ในเมื่อผมจะต้องตายอีกไม่นาน เวลาผมเหลือน้อยแล้ว ผมต้องใช้ชีวิตที่เหลือให้มีความสุขที่สุด และความสุขของแกไม่ใช่การกิน ดื่ม เที่ยว เล่น เพราะแกทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว แต่ความสุขแกเกิดจากการที่แกมองให้เป็นบวก รู้จักหาความสุขจากทุกอย่าง แล้วเป็นนักฉวยโอกาส แม้ว่าปวดทุกขเวทนา แต่ก็มีเรื่องเอามาคุยให้สนุกสนานได้ ถ้าเราเป็นนักฉวยโอกาสแบบนี้ แม้ในยามที่เราป่วยหนักในระยะสุดท้าย เราก็ยังมีความสุขได้ แต่ถ้าให้ดี ถ้าเราฝึกสติฝึกสมาธิเอาไว้ สติจะช่วยทำให้เรารับมือกับความปวดได้ อยู่ร่วมความปวดได้ แม้จะไม่มียาระงับปวด หรือยาระงับปวดระงับได้ไม่ตลอด ถึงเวลาปวดขึ้นมา ใจก็อยู่กับความปวดได้โดยไม่ทุกข์ ซึ่งนี่ล่ะคือจุดมุ่งหมายของการศึกษา คือการอยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่ถูกใจได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ หรือด้วยความปกติสุข   สิ่งที่ไม่ถูกใจเราไม่ใช่มีแค่นอกตัวเรา บางทีก็มีอยู่ในกายของเรา อยู่ในใจของเรา แต่เราก็อยู่กับมันโดยที่มันทำอะไรเราไม่ได้ ต่างคนต่างอยู่ เพราะมีสติ ซึ่งเราจะมีสติแบบนี้ได้เราต้องเป็นนักฉวยโอกาส ฉวยโอกาสจากทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์จนเป็นนิสัย ถึงเวลาที่เราป่วย อยู่ในระยะท้าย เราก็ยังรู้จักใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีความสุข ไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย

    31 min
  3. Jun 7

    25690428pm--พบความสงบได้ในทุกหนแห่ง

    28 เม.ย. 69 - พบความสงบได้ในทุกหนแห่ง : การปฏิบัติธรรมก็เพื่อให้เราได้คืนสู่สามัญ ไม่ใช่เพื่อหลบหรือหนีไปสู่สภาวะที่พิเศษแตกต่างจากสิ่งอื่น แม้กระทั่งภาวะที่จิตไม่คิดอะไรเลย อันนั้นก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ เพราะว่าบางคราวจิตมันก็มีการปรุงแต่งเพราะปุถุชน แต่ว่าการปรุงแต่งเป็นอารมณ์อกุศลเหล่านั้นก็ทำอะไรจิตใจไม่ได้ แม้กระทั่งทุกขเวทนาทางกายก็อาจจะทำให้เกิดความหงุดหงิด แต่ก็เห็นมัน อนุญาตให้มันเกิดขึ้นได้ พออนุญาตให้มันเกิดขึ้นได้ ยอมรับมันได้ มันก็หมดพิษสง เหมือนกับบางคนที่โกรธ หรือว่ารู้สึกซังกะตาย ทีแรกก็ทนไม่ไหว แต่พอเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน เธอโกรธก็ได้นะ พอบอกกับตัวเองว่า เธอโกรธก็ได้นะ ไอ้ความโกรธก็ทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว หรือพอรู้สึกว่าจะต้องอยู่กับความซังกะตายเป็น ๆ หาย ๆ ตลอดชีวิต พอยอมรับมันได้ แม้ความซังกะตายยังอยู่ แต่ว่าจิตใจนี้ก็กลับโปร่ง โล่ง เบา สบาย   อันนี้ก็เป็นเรื่องแปลก อารมณ์มันยังอยู่แต่ว่าใจไม่ทุกข์แล้ว เพราะว่าเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน หรือเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันแบบรู้ซื่อ ๆ ต่างคนต่างอยู่ อย่างที่หลวงพ่อชาบอกว่า เราไม่ได้หนีกิเลส ไม่ได้ให้กิเลสหนีเรา แต่จะอยู่กับมันอย่างมีสติ เหมือนกับน้ำกับใบบัว น้ำซึมเข้าใบบัวไม่ได้ กิเลสหรือความทุกข์ก็ซึมเข้าสู่ใจไม่ได้ เพราะเรามีสติเป็นเครื่องรักษา

    33 min
  4. Jun 6

    25690427pm--สอนด้วยการทำให้ดู

    27 เม.ย. 69 - สอนด้วยการทำให้ดู : คุณธรรมข้ออื่นก็เหมือนกัน จะสอนใครได้ก็ต้องทำด้วยตัวเองก่อน มีเรื่องเล่าว่าเคยมีแม่ของเด็กคนหนึ่งมาหาคานธี บอกว่า ท่านคานธีช่วยสอนลูกหน่อยว่าน้ำตาลไม่ดียังไงบ้าง สมัยก่อนน้ำตาลเป็นของแพงในอินเดีย แล้วก็เด็กก็ติดน้ำตาลมาก จนกระทั่งเกิดโทษขึ้นมา แม่สอน แม่ห้าม ลูกก็ไม่ฟัง แต่ลูกก็นับถือท่านคานธี แม่ก็เลยมาขอให้ท่านคานธีช่วยบอกลูกหน่อย สอนลูกหน่อยว่าน้ำตาลไม่ดียังไง คานธีบอก “ขอเวลาผมสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหม” แม่ก็ถามว่าทำไม ท่านคานธีนี่ตอบได้ทุกอย่าง แนะนำคนได้ทุกเรื่อง จะแนะนำคนให้กินมังสวิรัติก็ทำได้ จะแนะนำให้คนหันมาใช้ผ้าคาดี (Khadi) ผ้าที่ทอด้วยมือก็สามารถแนะนำได้ จะชักชวนให้คนร่วมต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดียก็ทำได้ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องรอถึง 7 วัน คานธีบอก “เอาน่า อีก 7 วันค่อยมา พาลูกมาด้วย แล้วเดี๋ยวผมจะแนะนำลูกนะว่าทำไมถึงควรเลิกน้ำตาล หรือกินน้ำตาลน้อย ๆ แล้วจะทำได้อย่างไร”   ครบ 7 วัน แม่ก็พาลูกมา ท่านคานธีก็แนะนำเลยว่า ก็จะบอกเลยนะว่าแนะนำ บอกว่าน้ำตาลไม่ดียังไงบ้าง และแนะนำวิธีที่จะเลิกน้ำตาล หรือกินน้ำตาลแต่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็แนะนำได้อย่างชัดเจน พอแนะนำเสร็จ แม่ก็ถามท่านคานธีว่า “ทำไมถึงรอตั้ง 7 วัน” ท่านคานธีก็บอกว่า “ก็ตอนนั้นอาทิตย์ที่แล้วผมยังติดน้ำตาลอยู่ ผมต้องเลิกน้ำตาลด้วยตัวเอง แล้ว 7 วันผมก็ได้เรียนรู้ว่าจะเลิกน้ำตาลได้อย่างไร แล้วพอเลิกน้ำตาลได้ ผมก็สามารถที่จะสอนลูกของคุณได้นะว่าทำไมจึงควรเลิกน้ำตาล แล้วจะเลิกน้ำตาลได้อย่างไร”   ขนาดเรื่องเล็ก ๆ คานธีท่านก็จะไม่สอนใคร ถ้าหากว่ายังทำไม่ได้ จะสอนให้เด็กเลิกน้ำตาล ตัวเองก็ต้องทำให้ได้ก่อน ไม่ใช่ว่าตัวเองยังติดน้ำตาลอยู่เลย สอนให้เด็กเลิกน้ำตาลอันนี้มันก็ไม่มีน้ำหนักเท่าไหร่ อันนี้ก็เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่เป็นพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ เวลาจะอยากจะให้ลูก หรือว่าคนรุ่นใหม่เขาสนใจธรรมะ สนใจสติ ก็ต้องน้อมนำสติมาไว้ในใจของตัวให้ได้เสียก่อน แล้วก็แสดงให้เห็นเป็นแบบอย่าง ไม่งั้นมันก็สิ่งที่พูดไป มันก็ไร้ค่า ไม่มีน้ำหนัก

    31 min
  5. Jun 5

    25690426pm--ทำอะไร เจออะไร ก็ให้มีสติ

    26 เม.ย. 69 - ทำอะไร เจออะไร ก็ให้มีสติ : ถ้าเราอยากให้คนอื่นเขาเห็นคุณค่าของธรรมะ ก็ต้องแสดงให้เห็นว่า ธรรมะเปลี่ยนเราอย่างไรบ้าง ถ้าเราแสดงให้คนเห็นว่า ธรรมะทำให้เราดีขึ้น สงบเย็น ใจกว้าง มีเมตตา เข้าอกเข้าใจผู้อื่น มีสติ มีความรู้สึกตัว คนที่เห็นเขาก็เกิดความสนใจ อย่างน้อยเกิดศรัทธาในตัวผู้นั้น แล้วก็อาจจะซึมซับรับเอาคุณธรรมของคนนั้น เข้าไปไว้กับตัว ไว้กับใจ ซึ่งต่างจากการพูด พูดธรรมะให้ดีอย่างไร แต่ว่าการปฏิบัติตัวนี่คนละเรื่องกันเลย คนก็ไม่ค่อยมีศรัทธา บางทีก็สงสัยว่า ทำไมธรรมะไม่ได้เปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่สงบเย็นเลย ฟังธรรมก็เยอะ ปฏิบัติธรรมก็มาก เข้าคอร์สก็บ่อย แต่ทำไมยังเจ้าอารมณ์หงุดหงิดหัวเสีย ลูกเห็นลูกก็ไม่ได้เกิดศรัทธา   พ่อแม่จะโน้มน้าวให้ลูกเห็นคุณค่าของธรรมะอย่างไร ลูกก็ไม่คล้อยตาม เพราะว่าสิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่เห็นนี่ไม่ถูกต้อง มันสวนทางกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติธรรม หรือว่าจะเป็นการสอนธรรม สิ่งสำคัญอยู่ที่การรู้จักดูจิตดูใจของตัว รู้จัก ดึงสติกลับมา ให้มีความรู้เนื้อรู้ตัว แล้วธรรมะข้ออื่น ๆ ก็จะออกมาเอง

    31 min
  6. Jun 4

    25690417pm--ตัวช่วยวัดความก้าวหน้าในการปฎิบัติธร

    17 เม.ย. 69 - ตัวช่วยวัดความก้าวหน้าในการปฎิบัติธร : อย่างที่หลวงพ่อคำเขียนบอกว่า เวลาหงุดหงิดว่าไม่ถึงเป้าหมายสักที ก็ให้นึกในใจว่ามันถึงต่อเมื่อมันถึง ถ้ามันไม่ถึงก็ไม่ถึงเท่านั้นเอง หรือไม่ก็นึกไปว่าจุดหมายอยู่ที่ปลายเท้า เวลาเดินธรรมยาตรา เราก็บอกกันว่า จุดหมายอยู่ที่ปลายเท้า จุดหมายไม่อยู่ที่ข้างหน้า พอลดความคาดหวังลงว่าต้องถึงที่หมายเร็วๆ มันจะถึงเมื่อไหร่ก็ไม่ทุกข์ อันนี้แหละคือเป็นสิ่งที่เป็นเครื่องชี้วัดความก้าวหน้าในการปฏิบัติ ก็คือว่าเราฝึกทำจิตได้มากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเราฝึกทำจิตเป็น ความทุกข์เพราะพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่พอใจก็จะน้อยลง ความทุกข์เพราะประสบกับสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจก็จะน้อยลง ความทุกข์เพราะว่าปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นนั่นก็จะน้อยลง   ดังนั้นถ้าเราพิจารณาข้อความเหล่านี้ จากบทสวดมนต์ไม่ว่าทำวัตรเช้าหรือเย็น ใคร่ครวญดีๆ มีประโยชน์ แล้วถ้าเรานำไปปฏิบัติเป็นแนวทาง อย่าง 3 ข้อความนี้ นอกจากจะเป็นตัวชี้เป้าให้เรารู้ว่าทุกข์เพราะเรื่องอะไรแล้ว ยังเป็นตัวบ่งชี้ความก้าวหน้าของการปฏิบัติด้วย   ถ้าปฏิบัติทั้งปี ปฏิบัติทั้งชีวิต แต่ว่าเจอสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจก็ยังทุกข์ พลัดพรากจากสิ่งที่เราที่พอใจก็ยังทุกข์ หรือยังทุกข์เพราะมีความปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น อันนี้ก็แสดงว่ายังไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นไร ก็ฝึกให้ก้าวหน้ามากขึ้น

    30 min
  7. Jun 3

    25690416pm--ควรวางใจอย่างไรเมื่อทำความดี

    16 เม.ย. 69 - ควรวางใจอย่างไรเมื่อทำความดี : เวลาเราทำความดี ให้เรามั่นคงในการทำความดี อยู่กับปัจจุบัน ทำความดีให้ดีที่สุด ส่วนผลจะเป็นอย่างไร รวมทั้งผลแห่งความดี แม้เกิดขึ้นแล้วก็อย่าไปหวั่นไหว อย่าไปหลงใหลเพลิดเพลินยึดติด หรืออย่าไปทุกข์ร้อน ถ้าเกิดเป็นคำต่อว่าด่าทอ หรือความไม่เข้าใจของผู้คน ให้ทำดีต่อไป เพราะถ้าเราเอาใจไปผูกติดอยู่กับผล เราก็อาจจะท้อในการทำความดี แต่ถ้าเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ผลจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องเหตุปัจจัย เราก็จะได้รับอานิสงส์แห่งความดีนั้น แล้วความดีในที่สุดก็จะก่อให้เกิดความเจริญงอกงามในจิตใจของเรา อย่างน้อยก็ไม่ทำให้เราทุกข์ เพราะไปมัวยึดติดกับผลของความดีที่ไม่ได้เป็นไปดังใจ

    31 min
  8. Jun 2

    25690414pm--สงบได้เพราะใจมีสติช่วยรักษา

    14 เม.ย. 69 - สงบได้เพราะใจมีสติช่วยรักษา : จะให้ไม่ให้มีอารมณ์เกิดขึ้นในใจ มันก็ยากสำหรับปุถุชน แต่ถึงแม้เกิดขึ้นมันก็ทำอะไรจิตใจไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความโกรธ ความหงุดหงิด เพราะว่าใจเรามีสติเป็นเครื่องรักษา เมืองก็ยังปลอดภัยแม้ว่าจะมีศัตรูคอยจะเข้าไปรุกราน ก่อความรุนแรง เผาเมือง แต่มันเข้าไปในเมืองไม่ได้เพราะว่ามีทหารยามเฝ้าเมืองเอาไว้อย่างดี จะให้เมืองไม่ให้ปลอดภัยเพราะว่าไม่มีโจร ไม่มีผู้ร้าย โจรผู้ร้ายก็ยังมีอยู่ แต่ว่ามันเข้าไปก่อกวนทำวินาศกรรมในเมืองไม่ได้ เพราะว่ามียามที่ทรงประสิทธิภาพ ฉลาด ป้องกันไม่ให้พวกนี้เข้าเมืองได้ จิตใจเราก็เหมือนกัน ถ้าจิตใจเรามีสติ แม้อารมณ์อกุศลต่าง ๆ เกิดขึ้น มันก็เข้ามาทำร้ายใจไม่ได้ เพราะฉะนั้นความสงบก็เกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางผู้คน แม้ว่ายังมีเสียงดังกระทบหู เจอการกระทำคำพูดที่ไม่ถูกใจ แต่ก็ทำอะไรใจเราไม่ได้

    31 min

Ratings & Reviews

5
out of 5
5 Ratings

About

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

You Might Also Like