Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

watpasukato

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

  1. 6d ago

    25690729pm--ทางออกจากทุกข์อยู่ที่ใจ

    29 ก.ค. 69 - ทางออกจากทุกข์อยู่ที่ใจ : การภาวนา โดยเฉพาะการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์ 8 ถ้าเราทำให้ครบถ้วน ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา เกิดสัมมาทิฏฐิขึ้น เราก็จะรู้ว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเราเลย ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย ความกระจ่างแจ้งในความจริงเช่นนี้ทำให้ปล่อยวางสิ่งต่าง ๆ ไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่เวลามีมันในครอบครอง ก็ไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี น่าพอใจ คือไม่ยึดติดกับมัน พอไม่ยึดติดกับมัน สูญเสียไป ใจก็ไม่ทุกข์ ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการใคร่ครวญและการปฏิบัติ ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ทรงบอกทางเอาไว้แล้ว เรียกว่า เป็นทางออกจากทุกข์ ก็มีอยู่แล้วในธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่เราควรจะใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะเมื่อมาถึงวันนี้ เพราะว่าธรรมบทนี้อย่างที่อาตมาบอก มันคือแผนที่ชีวิต ที่บอกเส้นทางชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนตาย   และยังบอกไม่ใช่ทางที่ต้องจะเจอความทุกข์เสมอไป เพราะทางออกจากทุกข์ก็มีอยู่ แม้ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องป่วย ต้องตาย ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ที่พอใจ แม้ต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รัก ไม่พอใจ แต่ว่าเราทำได้ เจอทุกข์แต่ใจไม่ทุกข์ ถ้าเรารู้จักนำเอาธรรมะที่พระองค์สอนแสดงมาปฏิบัติ

  2. Sep 7

    25690728pm--สงบได้เพราะใจรู้

    28 ก.ค. 69 - สงบได้เพราะใจรู้ : ความสงบ สงบเพราะรู้ รู้ทันความคิดและอารมณ์ ไม่ใช่สงบเพราะไม่รู้ หรือสงบเพราะตัดการรับรู้ และถ้ารู้ทันความคิดและอารมณ์ ต่อไปก็พร้อมจะรับรู้เสียง รูป รสที่เกิดขึ้น ไม่ต้องตัดมัน เพราะว่าแม้จะได้ยินเสียงใจก็ไม่ทุกข์ มันก็ช่วยทำให้เราสามารถที่จะพบความสงบได้ แม้กลับไปบ้าน แม้ไปที่ทำงาน แม้อยู่ในเมือง อยู่ในตลาด ใจก็สงบได้ เสียงที่มากระทบหูก็ไม่ทำให้ใจเป็นทุกข์ ไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอยู่ในห้องพระ ปิดประตูหน้าต่าง เปิดแอร์ จึงจะสงบได้ อยู่ท่ามกลางผู้คน ทำงานทำการ ใจก็สงบ อันนี้คือสงบเบื้องต้นที่จะพึงได้จากการปฏิบัติ ต่อไปก็จะสงบไม่ใช่เพราะสติ แต่สงบเพราะปัญญา ซึ่งอันนั้นก็เป็นอีกขั้นหนึ่งของการเข้าถึงความสงบในพุทธศาสนา

  3. Sep 5

    25690726pm--ชีวิตดีเพราะมีตัวช่วย

    26 ก.ค. 69 - ชีวิตดีเพราะมีตัวช่วย : บางทีต้องรู้จักหาตัวช่วยอย่างอื่นด้วย เช่น บางทีตั้งใจว่าจะทำแต่ว่าลืม ลืมเพราะว่าไม่ใช่เป็นนิสัยความเคยชิน แล้วก็มีอะไรที่ชวนให้หลงให้ลืมอยู่บ่อย ๆ ก็ต้องเอาการปฏิบัติไปผูกติดอยู่กับสิ่งที่เราทำเป็นประจำ เช่น ทุกวันเรากินข้าว อาบน้ำ ล้างจานทุกวัน ก็เอาการภาวนาหรือการปฏิบัติไปผูกติดอยู่กับสิ่งที่เราทำทุกวัน พอเรากินข้าวเสร็จแล้ว ก็นึกขึ้นมาได้ว่าต้องปฏิบัติแล้ว หรือก่อนจะกินข้าว ตื่นนอนขึ้นมา ล้างหน้าเสร็จแล้วก็ปฏิบัติเลย เพราะว่าเราจำได้ว่าอาบน้ำเสร็จ ต้องภาวนา ต้องปฏิบัติ แล้วต้องฉลาดในการหาตัวช่วยอย่างอื่นด้วย คนที่ชอบฟุ้งซ่าน ใจลอย บางทีก็ต้องรู้จักเอาปัจจัยภายนอกมาเป็นตัวช่วย ตัวเตือนสติ เช่น ไฟแดง ขับรถหลายคนไม่ชอบไฟแดง สัญญาณไฟแดง เจอสัญญาณไฟแดงทีไร หงุดหงิดทุกทีเพราะต้องหยุด แต่ถ้าเราลองเอาสัญญาณไฟแดงไปเป็นเครื่องเตือนใจว่า เอ้า ได้เวลาหยุดแล้ว หยุดฟุ้งซ่าน เห็นไฟแดงเมื่อไหร่ ก็คือเตือนสติให้หยุดฟุ้งซ่าน หยุดคิด กลับมาอยู่กับลมหายใจ อันนี้ก็เรียกว่าเป็นการหาตัวช่วย

  4. Sep 4

    25690724pm--ใช้ชีวิตแบบคิดเผื่อเสมอ

    24 ก.ค. 69 - ใช้ชีวิตแบบคิดเผื่อเสมอ : ชีวิตของคนสมัยใหม่ก็เป็นชีวิตที่เผื่อหลายอย่าง แต่ว่าหลายคนลืมเผื่อความตาย หรือความพลัดพรากสูญเสีย ซึ่งไม่ได้หมายถึงความตายของตัวเองหรือของคนที่เรารัก แต่คือความพลัดพราก สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ของรัก เผื่อไว้บ้างก็ดี เงินทองที่มีอยู่ในธนาคารอาจจะโดนกวาดไปเกลี้ยงเพราะพวกสแกมเมอร์มาเอาไป อย่างน้อยก็เผื่อใจไว้ แต่ถ้าทำได้มากกว่านั้นคือ นอกจากเผื่อใจไว้ก็ลงมือทำด้วย เช่น เผื่อใจว่าคนที่เรารักอาจจะจากไปวันนี้วันพรุ่งหรือว่าในเร็วๆนี้ อันนี้เผื่อใจ เรียกว่าทำจิต แล้วก็นำไปสู่การทำกิจก็คือว่า ปฏิบัติต่อเขาให้ดีที่สุด ฉะนั้นถ้าเราคิดเผื่อแบบนี้ แล้วขยายจากการทำจิตไปเป็นการทำกิจ ก็จะไม่มีอะไรให้ตนเองเศร้าเสียใจหากว่าเหตุร้ายเกิดขึ้น ถ้าคนเราเผื่อไว้เสมอมันจะไม่ลืมตัว เวลาไปประชุม หรือว่าไปเข้าตึกไหน หรือว่าไปสังสรรค์ ก็มองหาป้ายทางออกฉุกเฉินไว้บ้าง เผื่อไว้ เผื่อไฟไหม้จะได้หนีออกได้ทัน หรือเผื่อแผ่นดินไหวก็จะได้รู้ว่า จะวิ่งหนีไปทางไหน เรียกว่าใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท แต่อย่าให้ถึงกับประสาท ประสาทนี่ก็ไม่ดี   ไม่ประมาทแต่อย่าถึงกับประสาท ถ้าเราเผื่อเอาไว้อย่างนี้เสมอ เราก็จะเป็นชีวิตที่ตื่นรู้ เตรียมพร้อมอยู่เสมอ และสิ่งที่ควรทำเราก็จะได้ทำ ไม่ปล่อยให้ค้างคาหรือบกพร่อง โดยเฉพาะการทำจิต ฝึกจิตฝึกใจ การทำหน้าที่ ทำความดีต่อคนที่เรารัก

  5. Sep 3

    25690723pm--สิ่งที่ผู้ใฝ่ธรรมพึงได้

    23 ก.ค. 69 - สิ่งที่ผู้ใฝ่ธรรมพึงได้ : ยิ่งมันคิดเราก็ยิ่งรู้ ถ้าไม่คิดเราก็ไม่รู้ รู้อะไร รู้ทันความคิด แล้วถ้าเห็นความคิดบ่อยๆ ก็จะได้รู้สัจธรรมของความคิด สัจธรรมที่ว่าคือความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ ความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน หรือไตรลักษณ์ ความคิดฟุ้งซ่านแสดงไตรลักษณ์ให้เราเห็น อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นไหม และเรามองเห็นได้ถ้าหากว่าเรารู้จักใคร่ครวญ ไม่ใช่คิดแต่จะจ้องเอาความสงบ เอาสีเอาแสง ของบางอย่างมันเกิดขึ้น แต่เราไม่เห็น ไม่ใช่ไม่มี แต่ว่าเราไม่มองมัน ไม่ใส่ใจมัน เพราะเราคิดแต่จะเอาความสงบ ทั้งที่การได้เรียนรู้ก็เกิดขึ้นกับเราแล้ว ถ้านักภาวนาเน้นเรื่องการใฝ่รู้ ใฝ่เรียนรู้ มันยิ่งฟุ้งมันยิ่งคิด มันยิ่งได้รู้ รู้ทันความคิดซึ่งทำให้สติเติบโตได้เร็ว ยิ่งคิดก็ยิ่งได้สติ เพราะว่าสติมีแบบฝึกหัด   จะระลึกได้ก็ต้องหลงหรือลืมก่อน ถ้าเราไม่หลงหรือไม่ลืม เราจะระลึกได้อย่างไร ระลึกได้ก็คือหน้าที่ของสติ จะจำได้ก็ต้องหลงก่อนหรือลืมก่อน จะรู้ตัวก็ต้องลืมตัวก่อน ฉะนั้นการลืมตัวก็ดี การหลงลืมก็ดี ก็เป็นข้อดีทำให้จิตได้พัฒนา มีสติรวดเร็วว่องไว มีความสามารถในการรู้ทันความคิดและอารมณ์ ซึ่งมีคุณค่ามาก

  6. Sep 2

    25690714pm--ธรรมะอยู่ฟากตาย

    14 ก.ค. 69 - ธรรมะอยู่ฟากตาย : คนเราถ้ารู้จักตระหนักว่าร่างกายไม่ใช่ของเรา ชีวิตไม่ใช่ของเรา อย่างน้อยร่างกายก็ต้องคืนให้กับธรรมชาติไปเมื่อถึงเวลา แต่พอไม่คืนเข้า ก็เลยเกิดความทุกข์ พยายามต่อสู้ขัดขืนกับความตาย พยายามไม่ยอมคืนร่างกายให้กับเจ้าของที่แท้คือธรรมชาติ ที่จริงความตายนี่มาเตือนเราว่า ไม่มีอะไรที่เป็นของเราเลย หลวงปู่มั่นท่านพูดไว้ดี ธรรมะนี่อยู่ฝากตาย หลวงปู่ดู่ พรหมปญโญ ก็พูดเหมือนกัน นิพพานอยู่ฝากตาย ในแง่หนึ่งก็หมายความว่า เวลาปฏิบัติธรรมก็ต้องพร้อมตาย หรือพร้อมที่จะมอบกายถวายชีวิต ไม่ว่าจะเดินธุดงค์ ไม่ว่าจะปฏิบัติอะไรก็ต้องพร้อมตายทุกเมื่อ ก็คือเจริญมรณสติอยู่เสมอ แต่ว่าความหมายที่ว่าธรรมะอยู่ฝากตายยังมีความหมายที่ลึกซึ้ง ก็หมายความว่า เราจะพบธรรมะก็ในฝากของความตาย หรือในยามที่ประสบความทุกข์ ความทุกข์หรือว่าฝากตายก็คือแรงที่อุดมไปด้วยธรรมะ เราจะเข้าใจธรรมะได้นี่ก็ต้องค้นหาจากความทุกข์ยาก หรือแม้กระทั่งในยามที่กำลังจะตาย ถ้าเราเข้าใจว่าธรรมะอยู่ฝากตายก็อาจจะทำใจได้ เวลาเดินธุดงค์แล้วปรากฎว่าถูกช้างเหยียบ ถูกเสือกัดตาย หรือว่ากลับมาแล้วโดนรถชนตาย เพราะว่าเมื่อจะปฏิบัติธรรมทั้งที่ก็ต้องพร้อมที่จะมอบกายถวายชีวิต พร้อมที่จะตายได้ทุกเมื่อ แต่ในขณะเดียวกันถ้ายังไม่ตายก็ต้องรู้ว่า ในความทุกข์หรือที่โบราณเรียกว่าฝากตาย คือโอกาสที่เราจะพบธรรม งั้นถ้าหากต้องการที่จะเข้าถึงธรรม ต้องไม่กลัวความทุกข์ ไม่กลัวความตาย และที่จริงก็เป็นอย่างนั้น เพราะว่าพอถ้าหากเราไม่เห็นธรรมในเวลาปกติ พอใกล้ตายก็จะเห็นธรรมขึ้นมา   อย่างที่พระอรหันต์หลายท่านได้บรรลุธรรมตอนจะใกล้ตาย เพราะความตายสอนให้ท่านรู้ว่า ร่างกายไม่ใช่ของเราเลย ถึงเวลาที่ร่างกายจะคืนสู่ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือคืนสู่ธรรมชาติก็ต้องยอม เพราะถ้าไปยึดว่าเป็นของกู ของกู ไม่ยอมให้ ไม่ยอมคืนให้กับเจ้าของที่แท้ก็จะทุกข์ทรมาน แต่ถ้าคืนให้กับเจ้าของที่แท้คือธรรมชาติ ก็อาจจะพบกับนิพพานได้ หรือถึงไม่พบกับนิพพานก็จะพบว่า พบธรรมที่ทำให้จิตใจสุขสงบ   ฉะนั้นเวลาเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นมา ให้เราอย่าไปหวั่นไหวว่าทำไมทำบุญ ทำไมปฏิบัติธรรม ถึงต้องเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะว่าถ้าเราวางใจเป็น นอกจากเราจะพร้อมรับความตายทุกเมื่อ เรายังพบว่าท่ามกลางความตายนั้นก็มีธรรมะให้เราได้เรียนรู้ หรือสามารถจะเข้าถึงได้ เพราะธรรมะก็อย่างที่หลวงปู่มั่นท่านว่าอยู่ฝากตาย

  7. Sep 1

    25690713pm--ฝึกตนให้สงบเย็น เป็นประโยชน์

    13 ก.ค. 69 - ฝึกตนให้สงบเย็น เป็นประโยชน์ : แม้ว่าเรายังอยู่ในโลก แต่ว่าใจเราเหนือโลกได้ ไม่ใช่ว่าต้องไปจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ให้มันถูกใจเรา ให้มีคนแวดล้อมเราที่น่ารัก พูดจาไพเราะ สั่งอะไรก็ทำตาม หรือว่าคิดเหมือนเรา พูดเหมือนเรา อันนี้เรียกว่าถ้ายังติดยึดตรงนี้แสดงว่าใจยังไม่เหนือ ถ้าใจเหนือก็คือว่าสิ่งเหล่านี้ ปัจจัยเหล่านี้ รูปรสกลิ่นเสียงเหล่านี้ ทำอะไรใจเราไม่ได้ เจออะไร ใจก็ไม่ทุกข์ หรือว่าเจอการกระทบแต่ใจก็ไม่กระเทือน สุดท้ายก็ไปเกื้อโลกด้วย เกื้อโลก ไปช่วยเหลือโลก แม้ว่าจะเจอคำต่อว่าด่าทอ เจอความล้มเหลว เจอความเข้าใจผิด แต่ถ้าใจเราเหนือ ใจอยู่เหนือแล้ว มันก็ไม่หวั่นไหว ก็ทำอะไรได้ต่อเนื่อง นี่เรียกว่า อยู่ใน ใจเหนือ เกื้อโลก ซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกับ สงบเย็น เป็นประโยชน์ ถ้าเราจับหลักนี้ได้ มันก็ทำให้การปฏิบัติของเราถูกทาง ตรงกับการปฏิบัติแบบพุทธ ครอบคลุมทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา ครอบคลุมทั้งการบำเพ็ญประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ครอบคลุมทั้งการทำจิตและการทำกิจ ไม่ใช่ไปจัดการแต่ภายนอกอย่างเดียว แต่ว่าจัดการภายใน ทำกิจนี่ก็รวมถึงการดูแลสุขภาพด้วย ดูแลสุขภาพให้ดี แต่ถ้ามันป่วยขึ้นมา ใจก็ไม่ทุกข์ แต่ถึงแม้ใจไม่ทุกข์นี่ก็ต้องรักษา เหมือนกับบ้านที่มันรั่ว หลังคารั่ว ใจไม่ทุกข์เพราะรู้จักทำจิต แต่ก็ต้องทำกิจคือซ่อมหลังคา ไม่ใช่ปล่อยให้มันรั่ว พูดง่าย ๆ คือ ทำจิต แม้จะหมายถึงการปล่อยวาง แต่ไม่ได้หมายถึงการปล่อยปละละเลย คนไม่เข้าใจ พอไม่เข้าใจเรื่องการทำกิจและทำจิต ก็คิดว่าปล่อยวางคือการปล่อยปละละเลย ปล่อยปละละเลยคือการไม่ทำกิจ ซึ่งไม่เหมือนกับการปล่อยวาง ปล่อยวางคือการทำจิต ต้องแยกแยะให้ถูก

Ratings & Reviews

5
out of 5
5 Ratings

About

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

You Might Also Like