Soul Food Podcasts

Soul Food Ministries

Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ

  1. 7h ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่212) จับให้มั่น คั้นให้สุด!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่212) จับให้มั่น คั้นให้สุด! “ฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงมั่นคงอยู่ อย่าหวั่นไหว จงทำงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า ในองค์พระผู้เป็นเจ้า การตรากตรำของท่านจะไม่ไร้ประโยชน์” ~1 โครินธ์ 15:58 THSV11 “Therefore, my dear brothers and sisters, stand firm. Let nothing move you. Always give yourselves fully to the work of the Lord, because you know that your labor in the Lord is not in vain.” ~1 Corinthians 15:58 NIV คำว่า “จับให้มั่น คั้นให้สุด” สื่อถึง… “ความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง ยึดถือความจริงหรือเป้าหมายไว้อย่างเหนียวแน่น และทุ่มเททำสิ่งนั้นอย่างเต็มกำลังจนถึงที่สุด จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย” นั่นคือเมื่อเลือกสิ่งใดแล้ว ก็จะยึดมั่น ลงมือทำเต็มที่ ไม่ทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่จะพยายามจนถึงที่สุด โดยไม่ละทิ้งเป้าหมายไม่ว่าจะเผชิญกับอุปสรรคยากลำบากมากสักเพียงใด! อย่างไรก็ตาม อย่าให้การมุ่งมั่นของเรากลายเป็นการดันทุรังตามใจตนเอง แต่ให้เป็นการยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องด้วยความรักและความพากเพียรในสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมาย และวางใจพระองค์ในผลลัพธ์ที่จะตามมาโดยไม่กลัวและไม่ กระวนกระวายใจ! ยังมีข้อพระคัมภีรอื่นๆอีกหลายข้อที่สะท้อนแก่นปณิธานนี้ อาทิ ​“จับให้มั่น คั้นให้สุด”~ในการทุ่มเทชีวิตมุ่งไปสู่เป้าหมาย"พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้แล้ว แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่อยู่ข้างหลังเสีย และโน้มตัวไป ข้าพเจ้ากำลังวิ่งแข่งไปสู่หลักชัย เพื่อรับรางวัล ..." ~ฟิลิปปี 3:13-14 ​“จับให้มั่น คั้นให้สุด”~ในการยึดมั่นในความเชื่อและคำสอน ที่ถูกต้องของพระเจ้า"พี่น้องทั้งหลาย จงตั้งมั่นคงและยึดถือคำสอนต่างๆ ซึ่งท่านได้รับไว้..." ~2 เธสะโลนิกา 2:15 "เราทั้งหลายจึงต้องใส่ใจฟังสิ่งที่เราได้ยินได้ฟังมาให้มากยิ่งขึ้น เพื่อเราจะไม่หลุดลอยไป" ~ฮีบรู 2:13.“จับให้มั่น คั้นให้สุด”~ในการทำสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้ทำอย่างสุดกำลัง ไม่ย่อท้อ "ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด จงทำด้วยความเต็มใจ เหมือนทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่ทำให้มนุษย์"* ~โคโลสี 3:23 สรุป พี่น้องรัก ไม่ว่าเราจะทำอะไร ขอให้เรา “จับให้มั่น อย่าหวั่นไหว คั้นให้สุด อย่าหยุดกลางทาง!” (Hold on firmly, stand strong, and give your best until the end.) ขอให้เรา“จับให้มั่น และคั้นให้สุด” ในทุกสิ่งที่เราทำเพื่อบรรลุตาม พระประสงค์และเป้าหมายของพระเจ้าสำหรับชีวิตและพันธกิจ ของเรา นั่นคือให้เรา ​“จับให้มั่น”โดยให้ "ยึดมั่น" (Hold fast / Stand firm) ในความเชื่อ ความหวัง หลักการ และทางของพระเจ้าไม่ให้หลุดมือ 2.“คั้นให้สุด”โดย "ทุ่มเทสุดกำลัง" (Press on / Do with all your might) เพื่อให้เกิดผลสูงสุดและไม่มีอะไรต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ไม่ว่าเราจะรับใช้ ทำงาน หรือดำเนินชีวิต! … เห็นด้วยไหมครับ? ………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 29ตุลาคม2026(ตอนที่ 212ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

  2. 15h ago

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 9 (ความช่วยเหลือและการดูแลของพระเจ้า)

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 9 (ความช่วยเหลือและการดูแลของพระเจ้า) ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงเวลาเว้นวรรคจากพระธรรมเยเรมีย์ เนื่องจากภาระกิจของผมหนักหน่วงจึงทำให้มีเวลาไม่พอในการนั่งศึกษาพระธรรมเยเรมีย์ในเชิงลึก แต่อย่างไรก็ดีแม้จะยุ่งแค่ไหน งานรับใช้จะมีมากแค่ไหนสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราผู้เชื่อในพระเยซู เราต้องไม่ทำงาน หรือรับใช้จนไม่มีเวลาส่วนตัวกับพระเจ้า เช้านี้ผมได้รับกำลังใหม่ผ่าน 'พระยาห์เวห์ทรงเป็นกำลังและเป็นโล่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าวางใจในพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้รับความอุปถัมภ์ และจิตใจของข้าพเจ้าก็ปีติยินดียิ่ง ข้าพเจ้าจะขอบพระคุณพระองค์ด้วยบทเพลงของข้าพเจ้า ' สดุดี 28:7 พระเจ้าทรงเป็นกำลัง เป็นโล่ที่คอยปกป้องคุ้มครอง ดาวิดเองวางใจในพระเจ้า ผมเชื่อว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาในตอนที่เราศึกษาชีวิตของดาวิดอย่างละเอียด เราได้เห็นถึงความการดูแลอย่างอัศจรรย์ของพระเจ้าที่มีกับดาวิด เขาจึงร้องออกมาเป็นบทพลงว่า เขาวางใจในพระเจ้า เขาได้รับความอุปถัมภ์ ซึ่งนั่นทำให้จิตใจของเขาเต็มด้วยความชื่นชมยินดี หัวใจของเขาจึงเต็มไปด้วยการสรรเสริญและการขอบพระคุณ เรากลับมาทบทวนตัวเรากันดีไหมครับว่า การดูแลและความช่วยเหลือของพระเจ้าที่มีกับชีวิตของเรานั้น ทำให้เราวางใจในพระเจ้าได้มากขึ้น หรือเราเองยังหวั่นไหวอยู่กับสถานการณ์ตรงหน้า หากวันนี้เรากำลังรู้สึกกลัว กังวล อ่อนแอ ขอให้เราหยุดสักครู่และใช้เวลานั่งลงอธิษฐานทูลกับพระเจ้า ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยให้เราคิดถึงพระคุณที่พระเจ้าทรงประทานแก่เราในอดีต และขอพระเจ้าทรงเพิ่มกำลังเพิ่มความเชื่อให้เรา เพื่อเราจะวางใจในพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์และทรงรักเราอย่างมั่นคง ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เราทุกคนได้รับกำลังใหม่ ที่เราจะมีความไว้วางใจในการช่วยเหลือและการดูแลของพระเจ้า ขอให้มีจิตใจของเราจะที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี การขอบพระคุณและการสรรเสริญ ไม่ใช่แค่เพียงวันที่ทุกอย่างนั้นดี แต่ชีวืตของเราจะเต็มด้วยความชื่นชมยินดี พร้อมด้วยการขอบพระคุณและการสรรเสริญในทุกช่วงเวลาของชีวิตด้วยนะครับ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

  3. 1d ago

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 8 (ต้องการอะไรมากที่สุด?)

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 8 (ต้องการอะไรมากที่สุด?) ขอบคุณพระเจ้าสำหรับชีวิตและวันเวลาของเราทุกคน พระเจ้าทรงนำเราอยู่แล้ว ขอให้เราทุกคนยังคงรักษาชีวิตให้อยู่ภายใต้การทรงนำของพระเจ้าเสมอ เช้าวันนี้ผมใคร่ครวญสดุดี 27 ก็เกิดคำถามว่า ในความต้องการมากมายของชีวิต จริง ๆ แล้วอะไรคือความต้องการที่สุดของผม 'ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระยาห์เวห์ ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหา คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์ ตลอดวันคืนแห่งชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อจะดูความงามของพระยาห์เวห์ และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์ เพราะพระองค์จะทรงซ่อนข้าพเจ้าไว้ในที่ประทับของพระองค์ ในยามยากลำบาก พระองค์จะทรงกำบังข้าพเจ้าไว้ในที่กำบังแห่งพลับพลาของพระองค์ พระองค์จะทรงตั้งข้าพเจ้าไว้สูงบนศิลา ' สดุดี 27:4-5 สิ่งนี้น่าสนใจมาก ดาวิดไม่ได้กล่าวถึงความต้องการในชีวิต แต่เขากลับทูลขอที่จะได้อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า เพื่อพินิจพิจารณาถึงความดี เพื่อชื่นชมความงดงามและใคร่ครวญพระลักษณะของพระเจ้า นี่ทำให้ผมกลับมาถามตัวเองว่า แท้จริงแล้ว อะไรคือสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุด ผมต้องการเพียงให้พระเจ้าทรงช่วยแก้ปัญหาและประทานสิ่งที่ผมต้องการ หรือผมต้องการที่จะรู้จักพระเจ้าและมีชีวิตที่ใกล้ชิดกับพระองค์มากขึ้น ดาวิดยังกล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังในยามยากลำบาก นั่นแสดงให้เห็นว่า ความมั่นคงของเขาไม่ได้อยู่ที่การไม่มีปัญหา แต่อยู่ที่การมีพระเจ้าเป็นที่พึ่งพิง ขอให้ความจริงนี้เตือนใจเรา เพื่อให้เราแสวงหาพระเจ้าและเราจะมีชีวิตติดสนิทกับพระเจ้ามากขึ้นในทุก ๆ วัน ไม่ใช่แค่เพียงเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า 'ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า ข้าพเจ้าจะเห็นความดีของพระยาห์เวห์ ในแผ่นดินของคนเป็น จงรอคอยพระยาห์เวห์ จงเข้มแข็ง และให้จิตใจของท่านกล้าหาญเถิด เออ จงรอคอยพระยาห์เวห์' สดุดี 27:13-14 ขอให้เรายังคงแสวงหาพระเจ้าด้วยสุดใจ โดยเฉพาะในเวลาที่เราอ่อนแอ ท้อแท้ กำลังเผชิญกับความยากลำบาก แม้เราอาจยังไม่รู้ว่าพระเจ้าจะจัดการสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร แต่เราสามารถวางใจในความดีและความซื่อสัตย์ของพระองค์ได้ ผมอยากชวนให้เรากลับมาทบทวนว่า วันนี้อะไรคือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เรามีความเชื่อที่เข้มแข็ง และให้เรายังคงรอคอยพระเยซูด้วยความหวัง และความชื่นชมยินดีในพระองค์เสมอครับ วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

  4. 1d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่211) การอธิษฐานตามที่พระเยซูคริสต์สอน!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่211) การอธิษฐานตามที่พระเยซูคริสต์สอน! “แต่พระองค์มักจะเสด็จออกไปยังที่เปลี่ยวและทรงอธิษฐาน” ~ลูกา 5:16 THSV11 “But Jesus often withdrew to lonely places and prayed.” ~Luke 5:16 NIV มีคำกล่าวไว้ว่า “อย่าอธิษฐานเพื่อให้คนเห็นว่าคุณมีศรัทธา แต่จงอธิษฐานเพื่อให้ใจคุณใกล้พระเจ้ามากยิ่งขึ้น!” (Don’t pray to show people your faith; pray to bring your heart closer to God.) พระเยซูคริสต์ทรงวางรากฐานเรื่องการอธิษฐานเป็นส่วนตัวของผู้เชื่อพระเจ้าไว้อย่างไร? ​เราต้องไม่ใช้การอธิษฐานเป็นการโอ้อวดความร้อนรนของตนให้คนอื่นๆเห็น“เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐาน อย่าเป็นเหมือนพวกหน้าซื่อใจคด เพราะพวกเขาชอบยืนอธิษฐานในธรรมศาลาและตามมุมถนนต่างๆ เพื่อจะให้คนทั้งปวงเห็น เราบอกความจริงกับพวกท่านว่าพวกเขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว” ~มัทธิว 6:5 THSV11 ​ เราต้องให้การอธิษฐานเป็นสัมพันธภาพส่วนตัวในที่ลับระหว่างเรากับพระเจ้าเท่านั้น“ส่วนท่านเมื่ออธิษฐานจงเข้าในห้องชั้นใน และเมื่อปิดประตูแล้ว จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับจะประทานบำเหน็จแก่ท่าน” ~มัทธิว 6:6 THSV11 ​เราต้องจริงใจอธิษฐาน ไม่พูดมากซ้ำซากโดยไม่คิดใคร่ครวญให้ดีก่อนทูลขอ“แต่เมื่อพวกท่านอธิษฐาน อย่าพูดพล่อยๆ ซ้ำซาก เหมือนบรรดาคนต่างชาติเพราะเขาคิดว่าพูดมากหลายคำ พระจึงจะโปรดฟัง อย่าทำเหมือนพวกเขาเลย เพราะว่าสิ่งไรซึ่งพวกท่านจำเป็น พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านจะทูลขอต่อพระองค์” ~มัทธิว 6:7-8 THSV11 ​เราต้องอธิษฐานสอดคล้องกับพระทัยและพระประสงค์ของพระเจ้าตามที่พระเยซูสอนไว้1).เพื่อให้พระนามของพระเจ้าเป็นที่เคารพเทิดทูน “เพราะฉะนั้นพวกท่านจงอธิษฐานเช่นนี้ว่า ‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ “ 2).เพื่อให้สำเร็จตามพระประสงค์และพระทัยของพระเจ้า “ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไป อย่างนั้นในแผ่นดินโลก” 3).เพื่อให้ได้รับสิ่งจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องมีอะไรให้กังวล “ขอประทานอาหารประจำวันแก่พวกข้าพระองค์ในวันนี้ ” 4).เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ผ่านการรับและการให้อภัยบาปผิดที่ทำต่อกัน “และขอทรงยกบาปผิดของพวกข้าพระองค์ เหมือนพวกข้าพระองค์ยกโทษบรรดาคนที่ทำผิดต่อข้าพระองค์“ “เพราะว่าถ้าพวกท่านให้อภัยการล่วงละเมิดของเพื่อนมนุษย์ พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์จะทรงให้อภัยการล่วงละเมิดของพวกท่านด้วย แต่ถ้าพวกท่านไม่ให้อภัยการล่วงละเมิดของเพื่อนมนุษย์ พระบิดาของท่านจะไม่ทรงให้อภัยการล่วงละเมิดของพวกท่านเหมือนกัน” 5).เพื่อรับการปกป้องให้พ้นจากการทดลองหรือสิ่งชั่วร้าย “และขออย่าทรงนำพวกข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พวกข้าพระองค์พ้นจากความชั่วร้าย ” ~มัทธิว 6:9-15 THSV11 ​เราต้องอธิษฐานทูลขอแบบบุตรรู้ใจบิดาอย่างต่อเนื่อง““จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่พวกท่าน เพราะว่าทุกคนที่ขอก็ได้ และทุกคนที่แสวงหาก็พบ ทุกคนที่เคาะก็จะเปิดให้เขา ในพวกท่านมีใครบ้างที่จะเอาก้อนหินให้ลูกเมื่อเขาขอขนมปัง? หรือให้งูเมื่อลูกขอปลา? เพราะฉะนั้น ถ้าพวกท่านเองผู้เป็นคนบาปยังรู้จักให้ของดีแก่ลูกของตน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์จะประทานสิ่งดีแก่พวกที่ขอต่อพระองค์” ~มัทธิว 7:7-11 THSV11 ​เราต้องอธิษฐานด้วยความเชื่อโดยไม่สงสัยว่าพระเจ้าจะประทานให้ตามที่ขอจริงๆ“พระเยซูจึงตรัสตอบพวกสาวกว่า “จงมีความเชื่อในพระเจ้า เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าใครสั่งภูเขานี้ว่า ‘จงลอยลงทะเลไป’ และใจไม่สงสัย แต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่สั่งนั้น ก็จะเป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะเหตุนี้ เราบอกท่านทั้งหลายว่า เมื่อพวกท่านอธิษฐานขอสิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ แล้วพวกท่านจะplได้รับสิ่งนั้น” ~มาระโก 11:22-24 THSV11 ​เราต้องจัดเวลาอธิษฐานกับพระเจ้าส่วนตัวให้เป็นสิ่งสำคัญของวันไม่ว่าจะเป็นเวลาใด1).เวลาเช้า “ในเวลาเช้ามืดพระองค์ทรงลุกขึ้นเสด็จออกไปยังที่สงบ และทรงอธิษฐานที่นั่น” ~มาระโก 1:35 THSV11 2).เวลาค่ำ “ในเวลาต่อมาพระเยซูเสด็จไปที่ภูเขาเพื่อจะอธิษฐาน พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระเจ้าตลอดทั้งคืน” ~ลูกา 6:12 THSV11 พี่น้องที่รัก ขอให้เรา

  5. 2d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่210) คุณชอบอธิษฐานต่อพระเจ้าเป็นส่วนตัวไหม?

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่210) คุณชอบอธิษฐานต่อพระเจ้าเป็นส่วนตัวไหม? “แล้วเจ้าจะร้องทูลเรา และมาอธิษฐานต่อเรา และเราจะฟังเจ้า” ~เยเรมีย์ 29:12 THSV11 “Then you will call on me and come and pray to me, and I will listen to you.” ~Jeremiah 29:12 NIV พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราอธิษฐานต่อพระองค์ และพระองค์ตั้งพระทัยที่จะฟังคำร้องทูลของเรา! ปัญหาคือ เราไม่ค่อยอธิษฐานถึงพระองค์มากอย่างที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการอธิษฐานเป็นส่วนตัวหรือเป็นหมู่คณะโดยรวม มีคำถามว่า ทำไมการอธิษฐานส่วนตัวของผู้นำและ คริสเตียนทั่วไปแต่ละคนจึงกลายเป็นเรื่องยาก? และ เราจะทำให้ง่ายขึ้น ได้อย่างไร? และเราจะพัฒนาให้ชีวิตอธิษฐานของเราเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นไป อีกได้อย่างไร? เราคงต้องเริ่มต้นจากการเรียนรู้และเข้าใจจริงๆก่อนว่า “การอธิษฐานคืออะไร?” เราควรเรียนรู้ว่าการอธิษฐาน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขอสิ่งต่าง ๆ จากพระเจ้า แต่การอธิษฐานเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตคริสเตียนทีเดียว เพราะ ​การอธิษฐานเป็นเรื่องการมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า~ถ้าเราไม่อธิษฐาน เราก็ไม่พัฒนาสัมพันธภาพกับพระเจ้า ​การอธิษฐานเป็นการเรียนรู้ที่จะพูดและฟังพระเจ้าตรัส~ถ้าเราไม่อธิษฐาน เราก็ไม่ได้พูดคุยใดๆกับพระเจ้าเลย ​การอธิษฐานเป็นการมอบความกลัวและความกังวลไว้กับพระเจ้า~ถ้าเราไม่อธิษฐาน เราก็จมอยู่ในความกลัวและความกระวนกระวาย ​การอธิษฐานเป็นการยอมจำนนต่อพระประสงค์ของพระเจ้า~ถ้าเราไม่อธิษฐาน เราก็ดืัอดึงและทำตามใจตนเองเป็นหลัก ​การอธิษฐานเป็นช่องทางในการได้รับกำลังและการทรงนำเพื่อดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระองค์~ถ้าเราไม่อธิษฐาน เราก็ขาดกำลังและสติปัญญาจากพระเจ้า เป็นที่น่าสังเกตว่า ​คนที่รู้จักพระคัมภีร์มาก รับใช้มาก หรือเป็นผู้นำคริสตจักร มามาก อาจไม่ได้มีชีวิตอธิษฐานส่วนตัวที่เข้มแข็งเสมอไป ​คนบางคนอธิษฐานนำประชุมได้ดีแต่กลับอธิษฐานต่อพระเจ้าตามลำพังน้อยมาก ​คนบางคนเทศนาเรื่องการวางใจพระเจ้าได้อย่างมีพลัง ~แต่เมื่อเผชิญปัญหา ตนเองกลับวิตกกังวล ไปต่อไม่ถูก จนไม่รู้จะอธิษฐานอย่างไร ปัญหาเรื่องการอธิษฐาน นี้จึงไม่ใช่เรื่องของการมี“เวลา” หรือไม่ เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับ ​ความรู้ความเข้าใจในความหมายและวิธีอธิษฐาน​ทัศนคติต่อเรื่องการอธิษฐานอย่างถูกต้อง​ความคาดหวังอันสมตวรจากการอธิษฐาน​ความพร้อมทางกายภาพในการอธิษฐาน​สภาพอารมณ์และจิตใจ ในขณะที่อธิษฐาน​วินัยฝ่ายวิญญาณในการอธิษฐาน​ความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นส่วนตัว​พระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของเรา พี่น้องที่รัก เวลานี้ ข้อใดข้างต้น เป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณอธิษฐานต่อพระเจ้าเป็นส่วนตัวตามลำพังไม่ค่อยได้? ขอให้เรารีบเรียนรู้ และ รีบร้องทูลอธิษฐานต่อพระเจ้าเป็นส่วนตัวกันโดยด่วน เพราะพระองค์กำลังรอที่จะสอนและจะตอบคำร้องทูลของเรา ด้วยพระทัยอันเปี่ยมด้วยรักเมตตาของพระองค์อยู่เสมอ …มาอธิษฐานกัน ณ บัดนี้ เลย จะดีไหมครับ? ………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 27ตุลาคม2026(ตอนที่ 210ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

  6. 3d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่209) คนใจเย็นที่มีปัญญา!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่209) คนใจเย็นที่มีปัญญา! “บุคคลที่ยับยั้งถ้อยคำของเขาเป็นคนมีความรู้ และบุคคลผู้มีจิตใจเยือกเย็นเป็นคนมีความเข้าใจ” ~สุภาษิต 17:27 THSV11 “He who restrains his words has knowledge, and he who has a cool spirit is a man of understanding.” ~Proverbs 17:27 RSV คนมีปัญญาและมีความรู้ คือคนที่ ​รู้จักยับยั้งควบคุมคำพูดและการกระทำ และ​รู้จักยับยั้งควบคุมจิตใจของตนเอง การมีความรู้และมีปัญญา… ไม่ได้วัดจากการที่เราแสดงความรู้ พูดเก่งหรือพูดโต้ตอบได้มาก หรือทำอะไรได้รวดเร็ว แต่วัดจากการที่เรารู้ว่า -เราควรพูด หรือทำอะไร? ~เราควรพูดหรือทำสิ่งนั้น เมื่อใด ที่ไหน? และ ~เราควรพูดหรือทำอย่างไรที่เหมาะสมที่สุด? ดังนั้น ขอให้เราเป็นคนที่ ​มี”สติปัญญา“ที่รู้จัก“ยับยั้งถ้อยคำ” หรือ รู้จัก“ชั่งน้ำหนักก่อนพูด หรือกระทำสิ่งใด” อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ให้เงียบอยู่ตลอดเวลาหรือไม่กล้าพูด แต่ รู้ว่าควรพูด หรือทำอะไร เมื่อไร และอย่างไร จึงจะแสดงถึงวุฒิภาวะในการปฏิบัติตนของเราออกมา ​มี“จิตใจเยือกเย็น” คือมีใจสงบ ไม่ถูกอารมณ์ร้อนครอบงำ ทำให้หงุดหงิดง่าย แต่มองสถานการณ์ได้ชัดด้วยความเข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น ใช่ครับ คนมีปัญญาที่ใจเย็นจะรู้จักยับยั้งควบคุมอารมณ์ คำพูด และ พฤติกรรมของตนเองได้ดี และหมั่นเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า “อะไรที่ยุ่ง ค่อยๆแก้ อะไรที่แย่ ค่อยๆสะสาง อะไรที่หนัก ค่อยๆวาง อะไรที่ค้าง ค่อยๆเคลียร์!” วันนี้ ขอให้เราเป็นคนมีปัญญาที่จิตใจเยือกเย็น มีความรู้ความเข้าใจที่พร้อมทำตามคำแนะนำดังที่กล่าวมาข้างต้น ดังคำกล่าวที่ว่า “ความใจเย็นไม่ใช่การเงียบเพื่อเงียบ แต่คือการให้ความเข้าใจได้มีเวลาพูด” (Calmness is not silence for its own sake; it is understanding given time to speak.) …เห็นด้วยไหมครับ? ………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 26ตุลาคม2026(ตอนที่ 209ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

  7. 3d ago

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 7 (ยอมรับการฝึกฝน)

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 7 (ยอมรับการฝึกฝน) ขอให้สันติสุขจากพระเจ้าซึ่งเรามีผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ จะเป็นกำลังใจและเสริมกำลังให้เราก้าวผ่านทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยอาศัยกำลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตอยู่ในเรา เช้าวันนี้ผมอยากชวนพี่น้องใคร่ครวญพระธรรมฮีบรู 'เพราะบิดาที่เป็นมนุษย์ตีสอนเราเพียงชั่วเวลาเล็กน้อยตามความเห็นดีเห็นชอบของพวกเขา แต่พระองค์ทรงตีสอนเพื่อประโยชน์ของเรา เพื่อเราจะมีส่วนในความบริสุทธิ์ของพระองค์ การตีสอนทุกอย่างดูไม่น่ายินดีเลยในเวลานั้น แต่น่าเศร้าใจ แต่ภายหลังก็ก่อให้เกิดผลคือสันติสุขและความชอบธรรม แก่บรรดาคนที่ถูกฝึกฝนโดยการตีสอนนั้น ' ฮีบรู 12:10-11 ในฐานะพ่อแม่หรือผู้ปกครอง เรามีหน้าที่ดูแล อบรมสั่งสอน และนำทางลูกหรือคนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเรา การอบรมสั่งสอนที่ถูกต้องมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของผู้ที่ได้รับการฝึกฝน ภาพนี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงความรักของพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระบิดา พระองค์ทรงฝึกฝนเพื่อให้เราเติบโตในความบริสุทธิ์ของพระองค์ แน่นอนครับว่า ในช่วงเวลาที่เรากำลังได้รับการฝึกฝน เราอาจไม่รู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเจออยู่นั้นไม่เห็นจะมีความสุขกรือน่ายินดีเลย แต่พระธรรมตอนนี้เตือนใจเราว่า การฝึกฝนของพระเจ้ามีเป้าหมายมากกว่าความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ เพราะการที่ชีวิตของเราจะเกิดผลแห่งความชอบธรรมและสันติสุข ขอให้เราเปิดใจต่อการทรงนำของพระเจ้า ให้เราพร้อมเรียนรู้และเติบโตผ่านพระวจนะของพระองค์ 'เหตุฉะนั้นจงเสริมกำลังมือที่อ่อนแรง และเข่าที่อ่อนล้า และจงทำหนทางให้ตรงเพื่อเท้าของพวกท่าน เพื่อว่าขาที่เขยกนั้นจะได้ไม่เคล็ด แต่จะหายเป็นปกติ ' ฮีบรู 12:12-13 พระธรรมตอนนี้เตือนเราว่า การใช้ชีวิตในความเชื่อไม่ใช่เรื่องที่เราต้องต่อสู้เพียงลำพัง เพราะเรามีพี่น้องของเรา ให้เราสนใจพี่น้องที่กำลังอ่อนล้า ท้อแท้ หรือกำลังอยู่กับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ในฐานะที่เราเป็นผู้เชื่อ เป็นคริสตจักรของพระเจ้า เรามีหน้าที่จะเสริมกำลัง ประคับประคอง และหนุนใจให้กำลังซึ่งกันและกัน เพื่อเราทุกคนจะสามารถเดินต่อไปในทางของพระเจ้าได้อย่างมั่นคง หากวันนี้เรากำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ขอให้เราอย่าหมดหวัง แต่ให้เราแสวงหากำลังและการทรงนำจากพระเจ้า หากวันนี้เราอยู่ในช่วงเวลาที่เข้มแข็ง มีความสุขดี ขอให้เราที่อย่าละเลยพี่น้องที่อยู่รอบข้าง ขอให้เราใส่ใจ ถามไถ่ และพร้อมให้กำลังใจผู้ที่ต้องการกำลังใจ เพื่อเราเอวจะเป็นช่องทางที่พระเจ้าสำแดงความรักของพระองค์ต่อผู้คนของพระองค์ แ ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เรายอมรับการฝึกฝนจากพระองค์ และให้เราทุกคนจะเป็นคนที่พร้อมจะเสริมกำลังพี่น้อง เพื่อเราทุกคนจะเติบโตในความเชื่อและเดินในทางของพระเจ้าอย่างมั่นคงด้วยกันครับ วุฒิ วงศ์สรเสริญ

  8. 4d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่208) อย่าโอ้อวดในสิ่งที่เราได้รับมา!(2)

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่208) อย่าโอ้อวดในสิ่งที่เราได้รับมา!(2) “พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าเปรียบสิ่งเหล่านี้กับตัวเองและอปอลโล ก็เพื่อประโยชน์ของพวกท่าน เพื่อให้ท่านเรียนรู้จากเราในคำกล่าวที่ว่า “อย่าออกนอกขอบเขตของพระคัมภีร์” เพื่อว่าพวกท่านจะไม่หยิ่งผยองในการยกคนหนึ่งเหยียดอีกคนหนึ่ง เพราะว่าใครทำให้ท่านวิเศษกว่าคนอื่น? ท่านมีอะไรที่ไม่ได้รับมา? ถ้าท่านได้รับมา ทำไมจึงโอ้อวดเหมือนกับว่าท่านไม่ได้รับมา?” ~1 โครินธ์ 4:6-7 THSV11 เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาในสังคมคริสเตียน ในเรื่องการ ​อวดตัวหรืออวดความสามารถของตนเอง หรือ​อวดนักเทศน์ที่ตนเองชื่นชมจนอาจารย์เปาโลต้องลุกขึ้นมาเตือนสติ ให้เรามาดูว่า อาจารย์ เปาโล กล่าวถึงเรื่องนี้ ไว้อย่างไรบ้าง? ​“พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าเปรียบสิ่งเหล่านี้กับตัวเองและอปอลโล ก็เพื่อประโยชน์ของพวกท่าน”1).“ข้าพเจ้าเปรียบสิ่งเหล่านี้กับตัวเองและอปอลโล” ~อ.เปาโลใช้ตัวเองและอปอลโลเป็นตัวอย่างเพื่อให้คริสตจักรเรียนรู้หลักการโดยไม่จำเป็นต้องกล่าวโจมตีบุคคลอื่นอย่างเจาะจง ผู้นำที่มีวุฒิภาวะฝ่ายวิญญาณ ~ไม่จำเป็นต้องสร้างความสำคัญให้ตัวเองด้วยการลดคุณค่าผู้นำคนอื่นลง ~ไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกคนเหมือนกัน แต่ให้ยอมรับในความแตกต่างของกัน ~ไม่ควรใช้จุดแข็งของคนหนึ่งเป็นเหตุผลในการดูถูกอีกคนหนึ่ง 2). “ก็เพื่อประโยชน์ของพวกท่าน” อ.เปาโลไม่ได้ต้องการเอาชนะการโต้เถียง แต่ต้องการให้คริสตจักรได้รับประโยชน์ฝ่ายวิญญาณ นี่ควรเป็นหัวใจของการสอนและเป้าหมายในการตักเตือนกันในคริสตจักร และในสังคม คือไม่ใช่การทำให้อีกฝ่ายอับอาย แต่เพื่อช่วยให้คนรับฟังได้รับประโยชน์โดยเติบโตขึ้นในความจริงของพระเจ้า อย่างไรก็ตาม การทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงความจริงที่อาจเจ็บปวด จนไม่กล้าตักเตือน ซึ่งกันและกัน แต่หมายถึงการพูดความจริงด้วยความรักเพื่อเสริมสร้าง ไม่ใช่เพื่อทำลาย (เอเฟซัส 4:15, 29) ขอให้เราจดจำไว้เสมอว่า “การตักเตือนที่มาจากความรักมุ่งแก้ไขนำคนกลับมา แต่การต่อว่าด้วยความหยิ่งทำลายศักดิ์ศรีของคน!“ (Reproofs prompted by love aim to correct and bring people back,but reprimands born of pride destroy a person's dignity.) ​““เพื่อให้ท่านเรียนรู้จากเราในคำกล่าวที่ว่า“อย่าออกนอกขอบเขตของพระคัมภีร์”” ในต้นฉบับภาษากรีก สำนวนนี้สื่อถึง "การไม่ก้าวเกินสิ่งที่เขียนไว้" ในบริบทนี้ หมายถึง ให้ผู้อ่านจะยึดปฏิบัติตาม 1).หลักการของพระคัมภีร์และ 2).ตัวอย่างการประพฤติปฏิบัติของท่านกับของอปอลโล เพื่อไม่ให้คริสเตียนยกบุคคลขึ้นด้วยความหยิ่งผยองจนเกินควร การยึดพระคัมภีร์อย่างถูกต้องจะนำเราไปสู่ความสัตย์ซื่อ ความรัก และความถ่อมใจ ไม่ทำให้เราคิดว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่นและไม่ก้าวข้ามหลักความจริงที่พระเจ้าได้ทรงเปิดเผย ​“เพื่อว่าพวกท่านจะไม่หยิ่งผยองในการยกคนหนึ่งเหยียดอีกคนหนึ่ง”นี่คือปัญหาหลักที่เปาโลต้องการแก้ไข มีคน 1).หยิ่งผยอง~ยกตัวเองขึ้น 2).เหยียด ~กดคนอื่นลง ความชื่นชมตัวเองหรือคนบางคน ไม่มีอะไรผิด แต่เมื่อความชื่นชอบกลายเป็นการดูหมิ่นผู้อื่น ก็อาจทำให้คริสตจักรแตกแยกได้ ดังนั้น อย่าให้เราคิดเกี่ยวกับตนเองเกินกว่าที่ควรคิด (โรม12:3) ขอให้เราคิดถึงคำเตือนสติที่ว่า “จงชื่นชมพรสวรรค์ของคนๆหนึ่งโดยไม่ไปลดทอนคุณค่าของใครบางคน!” (Admire another person’s gifts without diminishing someone else’s worth.) ​“เพราะว่าใครทำให้ท่านวิเศษกว่าคนอื่น?ท่านมีอะไรที่ไม่ได้รับมา? ถ้าท่านได้รับมา ทำไมจึงโอ้อวดเหมือนกับว่าท่านไม่ได้รับมา?” อ.เปาโลใช้คำถาม3ข้อเพื่อเปิดโปงและเตือนสติเราว่ารากของความหยิ่งผยอง นั่นก็คือการลืมพระคุณของพระเจ้า 1).“ใครทำให้ท่านวิเศษกว่าคนอื่น?” ~เมื่อได้รับการยกย่อง ให้ถามตัวเองว่า “ฉันกำลังใช้สิ่งนี้เพื่อถวายเกียรติพระเจ้า หรือเพื่อสร้างความสำคัญให้ตัวเอง?” 2).“ท่านมีอะไรที่ไม่ได้รับมา?” ~แทนที่จะพูดว่า “ฉันทำได้เพราะฉันเก่ง” ให้เรียนรู้ที่จะพูดว่า “ฉันขอบพระคุณพระเจ้าที่ประทานความสามารถ และขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้ฉันมาถึงจุดนี้” 3).“ถ้าท่านได้รับมา ทำไมจึงโอ้อวดเหมือนกับว่าท่านไม่ได้รับมา?” ~เราสามารถภูมิใจในงานที่ทำ มีความมั่นใจในของประทาน และพัฒนาความสามารถอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องหลงลืมพระคุณของพระเจ้า ใช่ครับ สิ่งที่คริส

Ratings & Reviews

About

Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ