ธรรมบรรยาย โดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี

Mowakee Forest

นำนั่งสมาธิปฏิบัติภาวนา ธรรมบรรยาย ปุจฉา วิสัชนาโดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี

  1. Sep 3

    วิถีการขับเคลื่อนของชีวิต Group Sitting 2026-08-30

    ปุ. ถ้าเรามีสัมปชัญญะรู้ตัวอยู่อยู่ตลอด เวลาจะหยุดมั้ย ​ วิ. สัมปชัญญะก็คือการตระหนักรู้ว่าขณะนี้ จิตของเราอยู่กับอดีตหรืออนาคต จิตของเราอยู่กับรักหรือชัง จิตของเราอยู่กับความสัมพันธ์ ​ จิตของเราอยู่กับจารีตประเพณี จิตของเราอยู่กับความทรงจำ ​ จิตของเราอยู่กับความรู้สึก ​ นี่คือสัมปชัญญะนะ ​ เวลาไม่หยุด แต่มีขณะมาแทนที่ มันจะเคลื่อนไปกับความเคยชิน สิ่งที่ไม่ชินคืออะไร สิ่งไม่ที่ไม่ชินก็คือ "ขณะ" ​ ถ้าคุ้นเคยอยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่เรียกว่าอนุสัย เขาเรียกว่าบารมี เรียกว่าอุปนิสยะ เป็นอุปนิสัยปัจจัย ​ ความเคยชินแบบนี้ ไม่สั่งสมนะ ขณะ จะสั่งสมได้ยังไง มันสิ้นสุดในตัวมันเอง. ​ ~~~~~~~~~~~~~~~ ​ ~ ปิยทัสสี ภิกขุ ~ ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน เพจผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม วัดถ้ำดอยโตน Group Sitting 30-08-2026

    วิถีการขับเคลื่อนของชีวิต Group Sitting 2026-08-30
  2. Aug 24

    ก่อนและหลังการตรัสรู้ของพุทธเจ้า วิธีการบรรลุฌานจิตทึ่แตกต่างกัน Group Sitting 2026-08-23

    จิตมีราคะ จิตมีโทสะ จิตมีโมหะ จิตหดหู่ จิตฟุ้งซ่าน อันนี้คือลักษณะของนิวรณ์น พระองค์ท่านบอกว่าให้รู้ชัดๆ ราคะ เราจะรู้ยังไง รู้ชัดเมื่อจิตมีราคะ รู้ยังไงให้รู้ชัดว่าจิตมีโทสะ ​ ถ้ารู้ชัดแล้วในจิตก็จะเคลื่อน มันจะอิสระจากตัวเหตุ อกุศล และเหตุที่มันครอบงำจิต ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งว่าจิตข้ามพ้นระดับที่ 5 ไป คือข้ามพ้นนิวรณ์ ไปสู่ระดับที่ 6 คือมหคตจิต . . มาแล้ว รูปสัญญา อรูปสัญญา เห็นชัดเลยนะ เราจะใช้คำว่าหลักฐานก็ได้ ในพระสูตรพระองค์ท่านตรัสไว้ในจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ผู้ที่นิยามตัวเองว่า "จิตดูจิต" น่ะดูยังไง ​ 00:50:18 ​ อุบายวิธีดูจิตที่ถูกต้อง เป็นอุบายของจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน จากจิตในระดับกามสัญญา ที่เนื่องเป็นพื้นที่ของนิวรณ์ 5 ระดับ พอเข้าไปสู่ระดับที่ 6 นะเป็นรูปสัญญา บรรลุฌานจิตละ ​ 00:50:49 ​ ระดับที่ 7 ฌานจิตนั้นประกอบไปด้วยมรรคอีก 7 องค์เบื้องต้น ก็คือรู้ชัด รู้ชัดมาตั้งแต่ต้นนะ คือตัวปัญญา แล้วความเป็นหนึ่งเอกัคคตาจิต ที่ถูกแวดล้อมด้วยมรรคอีก 7 องค์ ด้วยกำลังของปัญญา นั่นคือสัมมาสมาธินะ ​ ~ ปิยทัสสี ภิกขุ ~ ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน เพจผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม วัดถ้ำดอยโตน Group Sitting 23-08-2026

    ก่อนและหลังการตรัสรู้ของพุทธเจ้า วิธีการบรรลุฌานจิตทึ่แตกต่างกัน Group Sitting 2026-08-23
  3. Aug 14

    การดับรอบแห่งวิญญาณ Group Sitting 2026-08-02

    ในปฏิจจสมุปบาทอะไรเป็นปัจจัยให้มีการ "เกิด" ​ "ภพ" เป็นปัจจัยให้เกิด "ชาติ" ถ้าภพดับ ชาติก็ดับ ถ้าไม่มีการเกิดใหม่ นั่นหมายถึงชาติได้ดับไป แต่ที่มันไม่ดับ ก็เพราะภพมันไม่ดับ ​ แล้วภพตั้งอยู่ยังไง อะไรเป็นปัจจัยให้เกิดภพ เราก็ต้องเข้าไปในพระสูตร ที่พระพุทธองค์ท่านตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย วิญญาณหยั่งรู้อารมณ์ หยั่งลงสู่อารมณ์ เกิดความเพลินขึ้น นั่นแหละเป็นที่ตั้งแห่งภพ ​ หมายถึงว่าวิญญาณตัวนี้ ธรรมชาติของตัววิญญาณขันธ์ ไปทำหน้าที่รับรู้อารมณ์ ​ รับรู้อารมณ์ทางการเห็นก็เรียกว่า จักขุวิญญาณ ทางการได้ยินโสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ และมโนวิญญาณ ​ มโนวิญญาณนี่แหละ ที่เป็นที่ตั้งแห่งภพ แห่งความยินดี แห่งความเพลิน ​ ~~~~~~~~~~~~~~~ ​ ~ ปิยทัสสี ภิกขุ ~ ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน เพจผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม วัดถ้ำดอยโตน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ https://youtu.be/AShS3FHGPh4

    การดับรอบแห่งวิญญาณ Group Sitting 2026-08-02
  4. Aug 11

    ปลดเปลื้องจิตจากสิ่งร้อยรัด Group sitting 2026-07-26

    พระองค์ท่านตรัสว่า "จิตปราศจากราคะ ก็รู้ชัดว่าจิตปราศจากราคะ"ราคะ คือความกำหนัดยินดีก็เทียบเคียงได้กับความพึงพอใจ​จิตถูกครอบงำด้วยโทสะ ก็รู้ชัดว่าถูกครอบงำด้วยโทสะ เมื่อรู้ชัดว่าจิตถูกครอบงำด้วยโทสะ ขณะถัดมา จิตปราศจากโทสะ ก็รู้ชัดว่าจิตปราศจากโทสะ ​อันนี้แหละความแจ่มแจ้งปรากฏขึ้น ความง่ายความเข้าใจของสภาวะมันอยู่ตรงนี้นะ มันอยู่ตรงนี้ ​เอ๊ะ!ทำไมปลดเปลื้องออกจากพันธนาการของความพึงพอใจไม่พึงพอใจไม่ได้ ​เพราะในขณะที่ความพึงพอใจไม่พึงพอใจปรากฏเราไปเห็น"ตัวตน"ของเรา เมื่อใดที่ภาวะความเป็นฉันปรากฏ อันนั้นน่ะรักชังได้ร้อยรัดจิตให้ติดอยู่ในอารมณ์นั้นแล้ว ​อารมณ์นิยามที่ความเป็นฉันน่ะ มันจะดับสิ้นลงจะปลดปลดเปลื้อง ไม่มีที่ตั้ง ไม่มีที่อิงอาศัย เมื่อจิตไปแจ่มแจ้งกับ "สภาวะ"​~ ปิยทัสสี ภิกขุ ~ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตนเพจผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม วัดถ้ำดอยโตนอ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ https://youtu.be/UHfUCntqOJc

    ปลดเปลื้องจิตจากสิ่งร้อยรัด Group sitting 2026-07-26
  5. Aug 10

    การดับสิ้นแห่งความเป็นฉัน Group Sitting 2026-07-19

    ผู้เห็นขณะคือผู้เห็นความจริง ความจริงนี้ปรากฏอยู่ในปัจจุบันกาล การทำงานของขันธ์ทั้ง ๕ สัญญาทำงานมาหนึ่งขณะ แต่อารมณ์ที่จิตไปรับรู้ อาจจะเป็นอดีตก็ได้ อนาคตก็ได้ ​ แต่การเคลื่อน การทำงาน การดำรงอยู่ของสัญญานั้นเป็น "ขณะ" ​ เข้าใจชัดเจนแบบนี้ นั่นคือเข้ามาอยู่ตรงกลางของเวลาแล้ว ​ ตรงกลางของเวลานี้มีอยู่ เมื่อจิตเสพคุ้นอยู่กับขณะตรงกลางของเวลา กลางตัวนี้จะไปสัมพันธ์ จะไปเชื่อมโยง กับกลางอีกหลาย ๆ มิติ ​ กลางระหว่างอดีต-อนาคต กลางระหว่างรัก-ชัง กลางระหว่างชอบ-ไม่ชอบ นี่ ภาวะความเป็นกลางนี่จะเชื่อมโยงกันไปหมดเลย ​ ขอให้จิตมาเสพคุ้นอยู่กับขณะให้ได้ แล้วจิตจะเข้าไปเชื่อมโยงกับความเป็นกลางในมิติอื่น ​ องค์ความรู้ใดๆ ปฏิปทาใดๆ ที่นำจิตเข้ามาสัมผัสภาวะความเป็นกลางคือ "ขณะ" ​ องค์ความรู้นั้นพระองค์ท่านตรัสว่า"มัชฌิมา" คือทางสายกลาง หมายถึงกลางแบบนี้นะ เมื่ออยู่กับภาวะความเป็นกลาง คืออยู่กับขณะ อยู่กับปัจจุบันแล้ว นั่นคือปรากฏการณ์ความเป็นจริง ​ เห็นขณะของสัญญาปุ๊บในโลกของความคิด อ้าว! ตัวตนของฉัน ที่เมื่อก่อนนะความคิดผุดขึ้นมาก็มีแต่ตัวฉันนี่แหละ มันจะหายไปเลย เพราะความจริงปรากฏ ​ 'ตัวฉัน'น่ะเป็นการรับรู้ผ่านการปรุงแต่ง เป็นการมั่นหมาย เอาเข้าจริง! ตัวตนมิได้มีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น มันเกิดจากการไม่เห็นความเป็นจริง ไม่หยั่งลงสู่ความเป็นจริง เป็นการมั่นหมาย ภาษาบาลีใช้คำว่าปรุงแต่ง ​ เมื่อใด ที่จิตเห็นความจริงปุ๊บ ตัวตนก็หายไป เหมือนท่ามกลางความมืดเราจุดประกายแสงสว่างขึ้น แสงสว่างจะไปขจัดความมืดเอง ​ เหมือนกับความเป็นจริงอันนี้ มันจะไปสลาย มันจะไปปลดเปลื้อง ภาวะความมีตัวตนซึ่งมันไม่จริง ​ จิตมันจมอยู่กับภาวะที่ไม่จริง มันถึงได้นำมาซึ่งความทุกข์ ความขัดแย้ง ความกลัว ความกังวล เพราะไม่หยั่งลงสู่ความจริง ​ เมื่อไม่หยั่งลงสู่ความจริง นั่นคือหยั่งลงสู่โลกแห่งการปรุงแต่ง ก็คือหยั่งลงสู่ความเป็น "ฉัน" ไง ​ ​ ​ ​ ​ ~~~~~~~~~~~~~ ​ ~ ปิยทัสสี ภิกขุ ~ ศูนย์วิปัสสนาวัดถ้ำดอยโตน เพจผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม วัดถ้ำดอยโตน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ Group Sitting 19-07-2026 https://youtu.be/qvVDVAJ6dBQ

    การดับสิ้นแห่งความเป็นฉัน Group Sitting 2026-07-19

About

นำนั่งสมาธิปฏิบัติภาวนา ธรรมบรรยาย ปุจฉา วิสัชนาโดย พระอาจารย์นาวี ปิยทัสสี