เม้ามอยกับหมอพัฒน์ศมา Chit chat with Dr. Pat

Patsama Vichinsartvichai, MD., MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG.

มาร่วมพูดคุยเรื่องมีบุตรยาก นรึเวช ความสัมพันธ์ ฯลฯ​ ที่หมอนึกอยากจะคุย กับ นพ. พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช เราจะมามีลูกง่ายไปด้วยกัน

  1. 3d ago

    อยู่ไฟหลังคลอด: ประวัติศาสตร์ หลักฐาน และการดูแลที่ปลอดภัย

    Send us Fan Mail ### บทนำตอน (TH) หลังคลอดต้องอยู่ไฟหรือเปล่า เป็นคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมาก ตอนนี้หมอพาย้อนไปดูบันทึกเก่าแก่ตั้งแต่ ค.ศ. 1687 เล่าถึงจุดเปลี่ยนในราชสำนักสยาม ก่อนมาถึงการอยู่ไฟแบบประยุกต์ที่ใช้ในปัจจุบัน ทั้งความร้อน สมุนไพร และการสนับสนุนด้านจิตใจ หมอจะบอกด้วยว่าหลักฐานด้านประโยชน์อยู่ตรงไหน ความเสี่ยงอะไรที่ควรระวัง และควรเริ่มเมื่อไรให้ปลอดภัย ข้อมูลในตอนนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย ### Episode intro (EN) "Do I need Yu Fai after delivery?" is a question I hear all the time. In this episode I take you back to the earliest accounts from 1687, through a turning point at the Siamese court, and on to the adapted Yu Fai used today: heat, herbs and psychological support. I'll tell you where the evidence for benefit stands, which risks to watch for, and when it is safer to start. This episode is general information, not individual medical advice. Support the show

  2. Oct 27

    ไข่น้อย แช่แข็งทั้งหมดหรือย้ายรอบสด? งานวิจัยใหม่ในกลุ่มพยากรณ์ต่ำ

    Send us Fan Mail การแช่แข็งตัวอ่อนทั้งหมด (freeze-all) เป็นแนวทางที่หลายคลินิกนิยมใช้ แต่สำหรับคนไข้ที่เก็บไข่ได้น้อย วิธีนี้ยังเหมาะอยู่หรือไม่? ในตอนนี้หมอพาไปดูงานวิจัยปี 2026 จาก Wenzhou Medical University ซึ่งศึกษาผู้หญิงกลุ่มพยากรณ์ต่ำตามเกณฑ์ POSEIDON จำนวน 2,102 ราย ผลการศึกษาพบว่าการย้ายตัวอ่อนรอบสดสัมพันธ์กับอัตราการคลอดมีชีพสะสมที่สูงกว่า โดยเฉพาะในผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไปและเก็บไข่ได้ 4 ใบขึ้นไป หมอจะอธิบายว่าการแช่แข็งตัวอ่อน (vitrification) ทำงานอย่างไร ทำไมอาจส่งผลต่อตัวอ่อนบางกลุ่ม และทำไมการวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลจึงสำคัญครับ Support the show

  3. Oct 13

    เตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกทำอย่างไร (ตอนที่ 2)

    Send us Fan Mail ต่อจากตอนที่ 1 คลิปนี้หมอสรุปข้อ 10–17 ของฉันทามติผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ ตีพิมพ์ในวารสาร Reproductive BioMedicine Online ปี 2026 📌 ข้อ 10–17 🔟 จำนวนวันที่ใช้โปรเจสเตอโรนก่อนย้ายตัวอ่อน เท่ากับอายุตัวอ่อนบวกหนึ่ง ตัวอ่อนวันที่ 3 ใช้ 4 วันตัวอ่อนวันที่ 5 (ระยะบลาสโตซิสต์) ใช้ 6 วันตัวอ่อนวันที่ 6 ใช้ 7 วัน  "หนึ่งวัน" ในที่นี้หมายถึงครบ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่นับตามวันในปฏิทิน1️⃣1️⃣ ระดับโปรเจสเตอโรนในเลือดที่ต่ำกว่า 10 ng/mL ในวันย้ายตัวอ่อน สัมพันธ์กับโอกาสคลอดมีชีพที่ลดลง 1️⃣2️⃣ หากระดับต่ำ การเสริมโปรเจสเตอโรนช่วยให้อัตราการตั้งครรภ์กลับมาใกล้เคียงกับกลุ่มที่ระดับฮอร์โมนไม่ต่ำ วิธีเสริมมีได้หลายแบบ ได้แก่ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อฉีดใต้ผิวหนังสอดทางทวารหนักยาไดโดรเจสเตอโรนชนิดกิน1️⃣3️⃣ หากตั้งครรภ์ สามารถหยุดโปรเจสเตอโรนได้ที่อายุครรภ์ประมาณ 10–12 สัปดาห์ เพราะรกจะสร้างฮอร์โมนเองได้ ข้อนี้เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 1️⃣4️⃣ การหยุดยาทันทีหรือค่อย ๆ ลดยา ไม่พบความแตกต่างอย่างชัดเจนทางคลินิก 1️⃣5️⃣ การย้ายตัวอ่อนในรอบธรรมชาติมีอัตราการตั้งครรภ์สูงกว่ารอบใช้ฮอร์โมน รอบธรรมชาติมี 2 แบบ ซึ่งให้ผลการตั้งครรภ์ไม่แตกต่างกัน รอบธรรมชาติแท้ รอให้ไข่ตกเองรอบธรรมชาติดัดแปลง ฉีดยากระตุ้นให้ไข่ตกเพื่อกำหนดวันได้แม่นยำขึ้น1️⃣6️⃣ รอบใช้ฮอร์โมนมีข้อดีเรื่องความยืดหยุ่นในการกำหนดวันย้ายตัวอ่อน และมาตรวจติดตามที่คลินิกน้อยครั้งกว่า 1️⃣7️⃣ รอบใช้ฮอร์โมนมีข้อมูลว่าสัมพันธ์กับภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่และทางสูติศาสตร์บางอย่างเพิ่มขึ้น แพทย์จึงควรให้คำปรึกษาเรื่องนี้ก่อนเลือกวิธี การเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละคน การปรึกษาแพทย์จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณครับ 📍 LIFE by Dr. Pat อาคาร GPF Witthayu Towers ถนนวิทยุ  📞 083-432-4664 #ย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง #FET #โปรเจสเตอโรน #เยื่อบุโพรงมดลูก #ภาวะมีบุตรยาก #IVF #LIFEbyDrPat Support the show

  4. Oct 6

    เตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกก่อนย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกทำอย่างไร (ตอนที่ 1)

    Send us Fan Mail ปัจจุบันตัวอ่อนแช่แข็งมีโอกาสรอดหลังละลายสูงมาก การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (FET) จึงเป็นขั้นตอนที่ทำกันเป็นประจำ ก่อนย้าย เราต้องเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัว ซึ่งทำได้ 2 แบบ คือรอบธรรมชาติ และรอบใช้ฮอร์โมน แต่ละคลินิกเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกแตกต่างกันมาก ล่าสุดมีการรวบรวมความเห็นของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติเป็นฉันทามติแบบ Delphi ได้ข้อสรุป 17 ข้อ ตีพิมพ์ในวารสาร Reproductive BioMedicine Online ปี 2026 หมอจึงสรุปมาให้ฟังครับ 📌 ข้อ 1–9 1️⃣ การเลือกระหว่างรอบธรรมชาติกับรอบใช้ฮอร์โมน ควรพูดคุยร่วมกันระหว่างคนไข้และแพทย์ถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี 2️⃣ ในรอบใช้ฮอร์โมน ไม่จำเป็นต้องใช้ยา GnRH agonist กดการทำงานของต่อมใต้สมองก่อน เพราะไม่มีหลักฐานว่าเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ 3️⃣ เอสโตรเจนแบบกิน แปะผิวหนัง หรือสอดช่องคลอด ให้ประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน แต่ข้อมูลของแบบสอดช่องคลอดยังมีจำกัด 4️⃣ การให้เอสโตรเจนขนาดคงที่ หรือค่อย ๆ ปรับขนาดเพิ่ม ให้อัตราความสำเร็จไม่แตกต่างกัน 5️⃣ ระยะเวลาใช้เอสโตรเจนควรอยู่ระหว่าง 7–35 วัน หากเกิน 35 วันควรพิจารณายกเลิกรอบ 6️⃣ ไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดดูระดับเอสตราไดออลระหว่างเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก เพราะไม่มีผลต่ออัตราการคลอดมีชีพ 7️⃣ ในรอบใช้ฮอร์โมน ไม่จำเป็นต้องตรวจฮอร์โมน LH ก่อนเริ่มโปรเจสเตอโรน เพราะเอสโตรเจนจะยับยั้งไม่ให้ไข่โตและตกในรอบนั้น 8️⃣ ควรเจาะเลือดดูระดับโปรเจสเตอโรนก่อนเริ่มใช้ยาโปรเจสเตอโรน เพื่อดูว่าฮอร์โมนขึ้นก่อนเวลาหรือไม่ 9️⃣ โปรเจสเตอโรนแบบสอดช่องคลอด ฉีดใต้ผิวหนัง หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ให้ผลการตั้งครรภ์ไม่แตกต่างกัน หมอเล่าข้อ 1–9 แบบละเอียดไว้ในคลิปนี้ สัปดาห์หน้าพบกับตอนที่ 2 ครับ 📍 LIFE by Dr. Pat อาคาร GPF Witthayu Towers ถนนวิทยุ  📞 083-432-4664 #ย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง #FET #เยื่อบุโพรงมดลูก #ภาวะมีบุตรยาก #เด็กหลอดแก้ว #IVF #LIFEbyDrPat Support the show

  5. Sep 29

    ทำเด็กหลอดแก้ว แต่ไม่ต้องฉีดยากระตุ้นไข่ กับ CAPA-IVM

    Send us Fan Mail เทคโนโลยีการทำให้เทคโนโลยีการทำให้ไข่สุกในห้องปฏิบัติการมีรายงานมาร่วม 20 ปีแล้วนะครับ แต่ว่าผลการรักษาไม่ค่อยดีเนื่องจากส่วนใหญ่ไข่ที่เราเอามาทำให้แต่ว่าผลการรักษาไม่ค่อยดีเนื่องจากที่เราเอามาทำให้สุกข้างนอกผ่านการกระตุ้นด้วยยามาแล้ว  เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีการพัฒนาวิธีการเลี้ยงไข่อ่อนให้สุกภายนอกร่างกายโดยที่ไม่ต้องใช้ยากระตุ้นเลยที่เรียกว่า CAPA-IVM ซึ่งไข่จะใช้เวลาประมาณสองวันกว่ากว่าอยู่ในห้องปฏิบัติการเพื่อให้เปลี่ยนจากไข่อ่อนเป็นไข่สุกแล้วก็จึงปฏิสนธิและเลี้ยงตัวอ่อนต่ออีกห้าถึงหกวันตามปกติ การวิจัยได้ผลดีเนาะ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังว่าทำยังไง Support the show

  6. Sep 23

    FAT is GOOD

    Send us Fan Mail สำหรีบคนสูงวัย การรับประทานอาหารไขมันต่ำอาจดีต่อสุชภาพ ลดคอเลสเตอรอล ดีต่อหัวใจ  แต่คนที่มีลูกยาก ร่างกายยังต้องการไขมัน คอเลสเตอรอนะ อย่าไปเอาทุกวัยมาใช้ชีวืตเหมือนกัน อย่าลืมว่าฮอร์โมนเพศอันพลุ่งพล่านเนี่ยิสารตั้งต้นคือคอเลสเตอรอลนะเจ้าคะ  ตอนนี้หมอเอาข้อมูลงานวิจัยมาเล่าให้ฟังเค้าเปรียบเทียบคนที่กินผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำข้อมูลงานวิจัยมาเล่าให้ฟังเค้าเปรียบเทียบคนที่กินผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำกับคนที่กินผลิตภัณฑ์นมไขมันปกติกับการเกิดภาวะไข่ไม่ตก  คุณผู้ฟังลองทายดูว่าการกินนมไขมันต่ำจะทำให้เพิ่มหรือลดโอกาสการเกิดภาวะ ไข่ไม่ตก พร้อมแล้วตามหมอมาฟังเลยจ้า ตก Support the show

  7. Sep 15

    รักษาเยื่อบุมดลูกอักเสบเรื้อรังจะทำให้รักษาเยื่อบุมดลูกอักเสบเรื้อรังจะทำให้โอกาสท้อ

    Send us Fan Mail ภาวะผนังมดลูกอักเสบเรื้อรังหรือ chronic endometritis มีคนเค้าว่าว่ามันสำคัญกับมีคนเค้าว่าว่ามันสัมพันธ์กับการแท้ง สัมพันธฺกับการมีลูกยาก   ซึ่ง การตรวจมาตรฐาน การดูด เอา ผนัง มดลูก ไปย้อมหา เซล ที่บ่งบอกการอักเสบหรือดำที่บ่งบอกการอักเสบหรือดังเจอแล้วก็ให้ยาปฏิชีวนะกินไปสองสัปดาห์ยาวยาว  แต่รู้มั้ยครับว่าไม่เคยมีการการวิจัยพิสูจน์เลยว่าการกินยาปฏิชีวนะสองสัปดาห์แล้วอ่ะมันหายมากน้อยแล้วทำให้แต่รู้มั้ยครับว่าไม่เคยมีการการวิจัยพิสูจน์เลยว่าการกินยาปฏิชีวนะสองสัปดาห์แล้วอ่ะมันหากี่มากน้อยแล้วทำให้ท้องมากน้อยเพิ่งมีงานวิจัยแบบสุ่มตีพิมพ์เมื่อเดือนที่ผ่านมานี่เอง ตาหมอมาฟังกันว่าผลการศึกษาเค้าเจออะไร ยาปฏิชีวนะจำเป็นยาปฏิชีวนะจำเป็นต้องกินไหม ผนังมดลูกอักเสบเรื้อรังมันกับแท้งจริงเปล่า Support the show

About

มาร่วมพูดคุยเรื่องมีบุตรยาก นรึเวช ความสัมพันธ์ ฯลฯ​ ที่หมอนึกอยากจะคุย กับ นพ. พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านมีบุตรยากและผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช เราจะมามีลูกง่ายไปด้วยกัน