ฟังธรรมครูบาอาจารย์กรรมฐาน

☉เอกโหรา♃

รวบรวมเสียงธรรมเทศนาจากครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐาน ผู้มั่นคงในพระธรรมวินัย ถ่ายทอดธรรมะที่ตรงต่อพระสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามนิสัยวาสนา เพื่อเป็นแสงสว่างทางใจแก่ผู้ฟังทุกคน ให้เกิดปัญญา เห็นทางสู่ความหลุดพ้น และเข้าถึงวิมุตติ คือ พระนิพพาน อันเป็นอสังขตธรรม

  1. นอกเหนือเปลือกนอก: เข้าถึงพุทธภาวะโดยไม่ต้องพึ่งพิงพิธีกรรม

    JAN 16

    นอกเหนือเปลือกนอก: เข้าถึงพุทธภาวะโดยไม่ต้องพึ่งพิงพิธีกรรม

    "คำสอนเพื่อความหลุดพ้น" ของท่านโพธิธรรม ที่ชี้ให้เห็นว่า "จิตคือรากแก้วของทุกสิ่ง" หากเราเข้าใจธรรมชาติของจิตเพียงอย่างเดียว ก็จะเข้าใจธรรมะทั้งหมดได้โดยไม่ต้องแสวงหาจากภายนอก ร่วมสำรวจว่าเหตุใดการทำบุญสร้างวัดหรือการสวดอ้อนวอนเพียงเปลือกนอก จึงมิอาจเทียบได้กับการ "เฝ้าสังเกตธรรมชาติจิต" ของตนเอง สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในตอนนี้: จิตคือต้นกำเนิด: ทำไมความดีและความชั่วล้วนมาจากจิต และการบำรุงที่ "ราก" (จิต) จึงสำคัญกว่าการตกแต่งที่ "ใบ" (ปรากฏการณ์ภายนอก) การเปลี่ยนผ่านภายใน: วิธีเปลี่ยน "พิษทั้งสาม" (โลภ โกรธ หลง) ให้กลายเป็น ศีล สมาธิ ปัญญา และเปลี่ยน "โจรทั้งหก" (อายตนะ) ให้เป็นบารมีทั้งหกเพื่อข้ามฝั่งแห่งความทุกข์ ความหมายที่แท้จริงของสัญลักษณ์: เข้าใจนัยลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในการจุดธูปบูชา การสร้างเจดีย์ และการถวายประทีป ซึ่งแท้จริงแล้วคือสภาวะแห่งสติและปัญญาภายใน พุทธะคือความตื่นรู้: ทำความเข้าใจว่า "พุทธะ" แปลว่าผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน และการอ้อนวอนที่แท้จริงคือการเตือนจิตตนเองให้มั่นคงในธรรมวินัย หัวใจของการปฏิบัติ: การเจริญสติสัมปชัญญะอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน (วิปัสสนาญาณิก) โดยมองเห็นว่าปรากฏการณ์ทั้งหลายเป็นเพียงมายาที่ว่างเปล่า "การรู้แจ้งเห็นจริงเป็นเรื่องของปัจจุบันนี้เท่านั้น" ที่มา: YouTube "D. The Light of Wisdom" #ท่านโพธิธรรม #จิตคือพุทธะ #คำสอนเพื่อความหลุดพ้น #วิถีเซ็น #การเฝ้าสังเกตจิต #สติสัมปชัญญะ #ความว่างเปล่า #ตื่นรู้ #การปฏิบัติธรรม #วิปัสสนา

    58 min
  2. วิถีแห่งการปล่อยวาง: ความหลุดพ้นเหนือปรากฏการณ์ทั้งปวง

    JAN 16

    วิถีแห่งการปล่อยวาง: ความหลุดพ้นเหนือปรากฏการณ์ทั้งปวง

    คำสอนแห่งการปลุกให้ตื่น" (Wake-up Teaching) ของท่านโพธิธรรม ที่จะช่วยพลิกมุมมองการปฏิบัติธรรมของคุณจากการแสวงหาภายนอก กลับมาสู่การตื่นรู้ภายในจิตใจตนเอง พอดแคสต์ตอนนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า การปล่อยวางคือความหลุดพ้น และแท้จริงแล้ว พุทธภาวะมิได้อยู่ห่างไกลจากความหลงผิดเลย, สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในตอนนี้: แก่นแท้ของความหลุดพ้น: การปล่อยวางคือหัวใจสำคัญ เพราะเป็นการปฏิเสธปรากฏการณ์ทั้งปวงเพื่อให้จิตเป็นอิสระ ความลับของพิษทั้งสาม: ทำไมธรรมชาติของความโลภ โกรธ และหลง จึงเป็นสิ่งเดียวกับธรรมชาติของพุทธะ และการเผชิญหน้ากับพิษเหล่านี้ด้วยจิตที่บริสุทธิ์คือวิถีของพระพุทธเจ้า, นิยามที่แท้จริงของเซ็น: "การไม่คิดอะไรเลยคือเซ็น" เมื่อเข้าใจสิ่งนี้ ทุกการยืน เดิน นั่ง นอน จะกลายเป็นเซ็นทันที โดยไม่ต้องแยกการปฏิบัติออกจากชีวิตประจำวัน จิตคือทาง: เลิกใช้จิตเที่ยวค้นหาสัจธรรมจากที่อื่น เพราะ "จิตนั่นละคือทางนั้น" หากพยายามใช้จิตค้นหาจิตจะยิ่งหลงทาง แต่การไม่ใช้จิตค้นหาคือความตื่นรู้ การก้าวข้ามทวิภาวะ: เรียนรู้ที่จะอยู่เหนือความหมายของ "ฝั่งนี้" (ความหลง) และ "ฝั่งโน้น" (การตื่นแจ้ง) เพื่อเข้าสู่สภาวะที่ไม่มีอะไรต้องหลีกหนีและไม่มีอะไรต้องยึดถือ ความเข้าใจเรื่องกรรมและพุทธภาวะ: การไม่สร้างกรรมคือการเข้าถึงธรรม และการเห็นว่าจิตว่างเปล่าคือการเห็นพระพุทธเจ้าที่แท้จริง "เมื่อเธอมิได้ยึดติดในรูปหรือเสียง นั่นคือประตูแห่งเซ็น" มาร่วมพิสูจน์ว่าพุทธภาวะไม่ได้มาจากการปรุงแต่ง แต่มาจากการกลับมาเป็น "ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน" ในจิตของตนเอง ที่มา: YouTube "D. The Light of Wisdom" #ท่านโพธิธรรม #คำสอนแห่งการปลุกให้ตื่น #จิตคือพุทธะ #วิถีเซ็น #การปล่อยวาง #ความว่าง #พุทธภาวะ #ตื่นรู้ #การปฏิบัติธรรม #WakeUpTeaching

    47 min
  3. จิตคือพุทธะ: วิถีแห่งการเห็นแจ้งตามคำสอนท่านโพธิธรรม

    JAN 16

    จิตคือพุทธะ: วิถีแห่งการเห็นแจ้งตามคำสอนท่านโพธิธรรม

    ย้อนกลับสู่หัวใจของพุทธศาสนานิกายเซ็นผ่าน "คำสอนที่เป็นดั่งกระแสเลือด" ของท่านโพธิธรรม พระสังฆปริณายกผู้ถ่ายทอดธรรมแบบฉับพลันจากจิตสู่จิต พอดแคสต์ตอนนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจสัจธรรมที่ว่า "จิตคือพุทธะ และพุทธะก็คือจิต" ซึ่งเป็นธรรมชาติเดิมแท้ที่มีอยู่ในตัวเราทุกคนมาโดยตลอด สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ในตอนนี้: ทำไมพุทธะจึงหาไม่ได้จากภายนอก: ความเข้าใจผิดของการพยายามหาความหลุดพ้นหรือนิพพานนอกจิตตนเอง แก่นแท้ของวิถีเซ็น: การเห็นธรรมชาติเดิมแท้ของตนเองคือหนทางเดียวสู่การเป็นพุทธะ ส่วนการสวดอ้อนวอน รักษาศีล หรือท่องพระสูตรเพียงอย่างเดียวโดยไม่เห็นจิตตนเองนั้น ล้วนเป็นสิ่งปรุงแต่งที่มิอาจพาให้พ้นจากวัฏสงสารได้ จิตหนึ่งกับการใช้ชีวิตประจำวัน: การเคลื่อนไหว การพูด การรับรู้รส หรือแม้แต่การยักคิ้วหลับตา ล้วนเป็นการทำงานของจิตที่เป็นพุทธะ อิสระจากวิบากกรรม: เมื่อเห็นแจ้งในธรรมชาติที่ "ว่าง" และปราศจากรูปทรงของจิต เราจะสามารถเป็นอิสระจากความยึดติดและวงล้อแห่งการเกิดดับได้ "หากเธอเห็นธรรมชาติของเธอ เธอไม่จำเป็นต้องอ่านพระสูตรหรืออ้อนวอนต่อพระพุทธเจ้า... คำสอนเป็นเพียงสิ่งที่ชี้ไปสู่จิต" ที่มา: YouTube "D. The Light of Wisdom" #ท่านโพธิธรรม #เซ็น #จิตคือพุทธะ #การเห็นแจ้ง #ธรรมชาติเดิมแท้ #คำสอนดั่งกระแสเลือด #พุทธศาสนามหายาน #จิตหนึ่ง #การปล่อยวาง #ตื่นรู้

    1h 1m
  4. ทางสายตรงสู่มรรคผล: การปฏิบัติแบบฉับพลันและหนทางแห่งการตื่น

    JAN 16

    ทางสายตรงสู่มรรคผล: การปฏิบัติแบบฉับพลันและหนทางแห่งการตื่น

    ร่วมเจาะลึก "บทสรุปแห่งการปฏิบัติ" ของท่านโพธิธรรม ปรมาจารย์ผู้ให้กำเนิดนิกายเซ็นในประเทศจีน พอดแคสต์ตอนนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจสัจธรรมที่ว่า "จิตคือพุทธะ" และเรียนรู้วิธีการปฏิบัติที่ตัดตรงเข้าสู่แก่นสารของมรรคผลโดยไม่หลงติดอยู่ในพิธีกรรมหรือเปลือกนอก เพื่อให้คุณสามารถดำเนินมรรคด้วยตนเองได้อย่างถูกตรง สิ่งที่คุณจะได้ฟังในตอนนี้: นิยามของเซ็นและการปฏิบัติแบบฉับพลัน: ทำไมเซ็นจึงเน้นการเฝ้าดูธรรมชาติภายในมากกว่าสิ่งสมมติภายนอก ทางแห่งหลักการและเหตุผล: การฝึกจิตให้ "สงบนิ่งอยู่ต่อหน้ากำแพง" ซึ่งหมายถึงภาวะจิตที่มั่นคง ปราศจากความเห็นเรื่องตัวตน และไม่คลอนแคลนต่อสิ่งใด ทางแห่งการปฏิบัติ 4 ประการ เพื่อความพ้นทุกข์: 1. การยอมรับชะตากรรม: เข้าใจและยอมรับวิบากกรรมด้วยใจที่เปิดกว้าง 2. การอยู่กับเหตุปัจจัย: ใช้ชีวิตตามเงื่อนไขที่เกิดขึ้นโดยไม่ยินดียินร้ายจนเกินไป 3. การไร้การดิ้นรนแสวงหา: เข้าถึงความสุขจากการหยุดไขว่คว้าสิ่งภายนอกที่ว่างเปล่า 4. การปฏิบัติในทุกขณะ: การทำความเข้าใจว่าธรรมะคือความบริสุทธิ์ที่มีอยู่แล้ว และการเสียสละโดยไม่ยึดติดคือการปฏิบัติธรรมที่แท้จริง คำเตือนสำหรับผู้ปฏิบัติ: ทำไมการอ่านหรือคิดเพียงอย่างเดียวจึงไม่อาจทำให้เข้าถึงธรรมได้จริง หากขาดการเพียรปฏิบัติอย่างจริงจัง "ในเมื่อทุกปรากฏการณ์ล้วนว่างเปล่า และธรรมชาติเดิมแท้นั้นบริสุทธิ์อยู่แล้ว การตื่นรู้จึงไม่ใช่การแสวงหาจากที่อื่น แต่คือการกลับมาเห็นแจ้งในจิตของตนเอง" ที่มา: YouTube "D. The Light of Wisdom" #ท่านโพธิธรรม #ตักหมอ #วิถีเซ็น #จิตคือพุทธะ #การปฏิบัติธรรม #การตื่นรู้ #ทางแห่งหลักการ #ทางแห่งการปฏิบัติ #ความว่างเปล่า #มรรคผลนิพพาน

    19 min
  5. [เทศน์] เจาะรากแก้วของใจ: เมื่อ 'จิตตื่นรู้' ห้ามถอยกลับไปพิจารณากาย

    12/17/2025

    [เทศน์] เจาะรากแก้วของใจ: เมื่อ 'จิตตื่นรู้' ห้ามถอยกลับไปพิจารณากาย

    เสียงบรรยายธรรมภาคปฏิบัติ โดย พระอาจารย์ธีรนันท์ ธีรปัญโญ (ยันต์) ประจำเช้าวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 เจาะรากแก้วของใจ: เมื่อ 'จิตตื่นรู้' ห้ามถอยกลับไปพิจารณากาย เมื่อเราฝึกสติสังเกตต่อเนื่องจน "รู้ไม่ไหล" ไปกับความคิด สภาวะมหัศจรรย์จะเกิดขึ้น คือ "จิตตื่นรู้" (Awakening). พระอาจารย์เปรียบเหมือนการเปิดสปอร์ตไลท์ส่องลงไปที่ใจ จะรู้สึกตื่นตัว ไม่ง่วงนอน และเห็นความคิด/อารมณ์เกิดปุ๊บ-ดับปั๊บ ทันที. นิสัยแบบเด็ก ๆ ที่ขี้ใจน้อย ขี้หงุดหงิด จะหายไป กลายเป็นจิตผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล. จุดเน้นสำคัญ (Key Takeaways): อย่าแทรกแซงอาการ: ไม่ต้องหาเหตุผลว่าทำไมทุกข์ หรือพยายามดับทุกข์ หน้าที่คือ "รู้เฉย ๆ" และปล่อยวางการเข้าไปยุ่ง สภาวะจิตตื่นรู้: หากเกิดอาการตื่นตัว นอนไม่หลับ ไม่ต้องกังวล นั่นคือจิตกำลังฟอกตัวเองและเปลี่ยนนิสัยจากผู้หลงเป็นผู้รู้ คำเตือนขั้นสูง: เมื่อจิตเข้าถึงความนิ่ง โล่ง ว่าง "ห้ามย้อนกลับไปพิจารณากาย" (อสุภะ) เด็ดขาด เพราะนั่นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เจาะรากแก้ว: ให้ดูดิ่งลงไปที่ "จิตเดิมแท้" ที่ว่างเปล่า สว่างไสว เพื่อทำลายความหลงผิดว่าจิตเป็นเรา เมื่อเห็นความ "ไม่มีตัวตน" ในจิตได้จริง งานทางจิตถึงจะจบ #พระอาจารย์ธีรนันท์ #จิตตื่นรู้ #รากแก้วของใจ #จิตเดิมแท้ #เกิดดับ #ห้ามส่งจิตออกนอก #ธรรมะภาคปฏิบัติ

    30 min
  6. [เทศน์] ฝึกเป็น 'ผู้ดู' 100%: จุดที่ความหลงครอบงำไม่ได้

    12/09/2025 · BONUS

    [เทศน์] ฝึกเป็น 'ผู้ดู' 100%: จุดที่ความหลงครอบงำไม่ได้

    พระอาจารย์ธีรนันท์ ธีรปัญโญ (ยันต์) วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2568 ช่วงเช้า บรรยายเชิงอุปมาวิธีปฏิบัติธรรมด้วย ทฤษฎีขวด 3 ใบ: แยกกาย-ใจ-ตัวรู้ และวิธีฝึกให้เป็น 'ผู้ดู' 100% พระอาจารย์เปรียบเทียบโครงสร้างของชีวิตเราเหมือน ขวดน้ำ 3 ขวดที่วางเรียงกัน: ขวดที่ 1 คือ กาย, ขวดที่ 2 คือ ใจ, และขวดที่ 3 คือ ตัวรู้ (ตัวสังเกต) การปฏิบัติที่ถูกต้องคือการยืนอยู่ที่ขวดที่ 3 แล้วมองย้อนกลับไปดูขวดที่ 1 และ 2 โดย "อย่าให้ไหลเข้าไป" เพราะนิสัยเดิมของจิตที่มีความหลง (อวิชชา) จะคอยดึงให้เราไหลกลับไปรวมเป็นเนื้อเดียวกับกายและใจตลอดเวลา หากหยุดสังเกตเมื่อไหร่ "ตัวเรา" จะโผล่เข้าไปเป็นเจ้าของทันที, นอกจากนี้ ท่านยังแนะวิธีวางใจระหว่าง "งานทางโลก" กับ "งานทางธรรม": งานทางโลก: ใช้สติเจตนาคิด นึก จดจำ เพื่อทำงานให้สำเร็จ งานทางธรรม: คือ การเห็นว่างานทางโลก อารมณ์ หรือความคิดเหล่านั้น "เกิดขึ้นแล้วก็เปลี่ยนไป" เป้าหมายคือการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเป็นผู้สังเกตจาก 10% ให้กลายเป็น 100% เมื่อนั้นความหลงจะถูกทำลาย ตัวรู้จะโล่ง โปร่ง และเห็นความจริงว่าสิ่งทั้งหลายเป็นเพียงอาการที่เกิดดับ ไม่มีใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง #พระอาจารย์ธีรนันท์ #ทฤษฎี3ขวด #แยกรูปนาม #ผู้รู้ตัวรู้ #งานโลกงานธรรม #ธรรมะภาคปฏิบัติ #สติสังเกต

    4 min
  7. [เทศน์] รู้แล้ว 'ช่างมัน': วิธีตัดวงจรมหาภัย เมื่อใจดิ้นรนปรุงแต่ง

    12/09/2025

    [เทศน์] รู้แล้ว 'ช่างมัน': วิธีตัดวงจรมหาภัย เมื่อใจดิ้นรนปรุงแต่ง

    บรรยายธรรมภาคปฏิบัติ โดย พระอาจารย์ธีรนันท์ ธีรปัญโญ (ยันต์) วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 ช่วงเช้า อธิบายวิธีแยก 'รู้' ออกจาก 'ใจ': ตัดวงจรแม่เหล็กที่ดูดเราไปเกิด ทำไมเราถึงมี 2 ร่าง? พระอาจารย์ชี้ให้เห็นความจริงว่า ขณะที่กายนั่งนิ่งอยู่ แต่ "ตัวใจ" กลับดิ้นรน ปรุงแต่ง และอยากจะพุ่งออกไปข้างนอก สาเหตุที่เรายังเวียนว่ายตายเกิด เพราะ "ตัวรู้" (สติ) หลงผิด ไหลตามตัวใจออกไปเหมือนเงาตามตัว โดยไม่รู้เลยว่า "ใจคือมหาภัย" ที่เก็บทั้งบุญ บาป สุข และทุกข์ เอาไว้, จุดเด่นของตอนนี้: อุปมา "แม่เหล็ก 2 ขั้ว": ตัวรู้ และ ตัวใจ เหมือนแม่เหล็กที่พร้อมจะดูดเข้าหากันตลอดเวลา หากขาดสติ ตัวรู้จะไหลเข้าไปแนบชิดกับใจจนเป็นเนื้อเดียวกัน หน้าที่ของเราคือต้องใช้สติ "ดึงมันออกมา" ให้ห่างกันไว้ เทคนิคการ "ฝืน" (Resistance): เมื่อกายนั่งนานจนปวด ใจจะเริ่มบ่นว่า "จะตายแล้ว" "ขาจะหัก" ให้เราฝึก "ฝืนมัน" อย่าเพิ่งขยับตามคำสั่งใจ ให้ดูมันดิ้นรนไปเฉย ๆ เพื่อให้เห็นว่าใจไม่ใช่เรา, คาถา "ช่างมัน" (Let it be): เมื่อเห็นอาการปรุงแต่งของใจ ไม่ต้องไปหาเหตุผล ไม่ต้องวิเคราะห์ ให้ "รู้แล้วช่างมัน" กวาดทิ้งอย่างเดียว ไม่ต้องเติมเชื้อไฟ แล้วตัวรู้จะเป็นอิสระได้เอง #พระอาจารย์ธีรนันท์ #แยกรูปนาม #ตัวรู้ #มหาภัย #ช่างมัน #ตัดภพชาติ #ธรรมะภาคปฏิบัติ

    23 min
  8. [เทศน์] มงกุฎแห่งกรรมฐาน: ผูกจิตด้วยลมหายใจ ข้ามพ้นกับดักความสุข สู่สภาวะ 'ลมดับ' และความว่

    12/05/2025

    [เทศน์] มงกุฎแห่งกรรมฐาน: ผูกจิตด้วยลมหายใจ ข้ามพ้นกับดักความสุข สู่สภาวะ 'ลมดับ' และความว่

    การบรรยายธรรมภาคปฏิบัติในวันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ โดย พระอาจารย์แดง เนื้อหาเจาะลึกเรื่อง "อานาปานสติ" ซึ่งท่านยกย่องว่าเป็นมงกุฎของกรรมฐาน เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงคนแก่ โดยเน้นเส้นทางการปฏิบัติจากความสงบเบื้องต้นไปสู่ปัญญาที่ถอดถอนตัวตน ประเด็นสำคัญในตอนนี้: หลักการ "ผูกสัตว์ ๖ ตัวไว้ที่เสาเขื่อน": พระอาจารย์เปรียบเทียบจิตที่ชอบฟุ้งซ่านไปตามอายตนะ ๖ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) เหมือนสัตว์ ๖ ชนิดที่ดึงกันไปคนละทิศละทาง วิธีแก้คือใช้ "ลมหายใจ" เป็นหลักเสา แล้วเอาสติผูกจิตไว้ เมื่อดิ้นรนจนหมดแรง จิตจะสงบนิ่งอยู่ที่ลมหายใจ กับดักของ "ความสุข" (สมถะ vs วิปัสสนา): เมื่อจิตสงบจะเกิดปีติและสุข ลมหายใจจะยาวและละเอียดขึ้นเอง แต่พระอาจารย์เตือนว่าอย่าติดในความสุข เพราะความสุขในขั้นสมถะยังเป็น "สมุทัย" (เหตุแห่งทุกข์) หากสุขหายไปจะทุกข์ทันที ผู้ปฏิบัติมักติดสุข เหมือนเรียกสุนัขให้มาหา พอน้อมใจไปหาสุข สุขก็มาทันทีจนไม่ก้าวหน้า เทคนิคการย้ายฐานจิตและการดับของลม: พระอาจารย์แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวในการย้ายฐานกำหนดลม จากสะดือ ลิ้นปี่ มาที่หน้าผาก จนถึงกลางกระหม่อม เมื่อจิตรวมลงลึก ลมหายใจจะละเอียดจนเหมือน "หยุดหายใจ" (ลมดับ) ร่างกายหายไป เหลือแต่ผู้รู้ที่สว่างโพลงอยู่ภายใน ซึ่งสภาวะนี้สามารถข่มเวทนาและอยู่ได้เป็นวันๆ อานาปานสติ ๔ หมวด (๑๖ ขั้น): 1. กายานุปัสสนา: รู้ลมเข้า-ออก สั้น-ยาว จนถึงทำกายสังขารให้ระงับ 2. เวทนานุปัสสนา: รู้ปีติ สุข และที่สำคัญคือ "จิตตสังขาร" (ความคิดปรุงแต่ง) เมื่อสติทันความคิด ความคิดจะดับและระงับไปเอง 3. จิตตานุปัสสนา: ตามดูอาการของจิต (หดหู่ ฟุ้งซ่าน) และทำจิตให้ปราโมทย์ ตั้งมั่น 4. ธรรมานุปัสสนา: เห็นความไม่เที่ยง (อนิจจัง) คลายความยึดติด (วิราคะ) จนกิเลสดับ (นิโรธ) เห็นว่ากายใจไม่ใช่ตัวเรา สภาวะธรรมของผู้เข้าถึงกระแส (โสดาบัน): ผู้ที่ละสังโยชน์เบื้องต้นได้ จะละความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา) และละการยึดติดในพิธีกรรม (สีลัพพตปรามาส) ไม่ต้องมัวแต่กล่าวคำถวายทานหรือคำอาราธนาศีลแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่ทำด้วยใจที่เสียสละและมุ่งตรงต่อธรรม มารยาทและความเอื้อเฟื้อในลานธรรม: ช่วงท้ายท่านเน้นย้ำเรื่องความเมตตาในหมู่คณะ การไม่ทำเสียงดังรบกวนผู้อื่น (เช่น การไอ หรือเคาะ) เพราะจิตผู้ปฏิบัติจะไวต่อเสียงมาก ความเมตตาจะเป็นพื้นฐานให้เกิดปัญญา ในขณะที่ความอิจฉาหรือการแกล้งกันจะปิดกั้นมรรคผล ไฮไลท์พิเศษ: เรื่องเล่าขำขันแต่แฝงธรรมะ เกี่ยวกับคนที่ชอบแกล้งเปิดลำโพงเสียงดังใส่ผู้ปฏิบัติธรรม จนสุดท้ายลำโพงพังกลายเป็นรังไก่

    50 min

About

รวบรวมเสียงธรรมเทศนาจากครูบาอาจารย์สายพระกรรมฐาน ผู้มั่นคงในพระธรรมวินัย ถ่ายทอดธรรมะที่ตรงต่อพระสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามนิสัยวาสนา เพื่อเป็นแสงสว่างทางใจแก่ผู้ฟังทุกคน ให้เกิดปัญญา เห็นทางสู่ความหลุดพ้น และเข้าถึงวิมุตติ คือ พระนิพพาน อันเป็นอสังขตธรรม

You Might Also Like