Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

watpasukato

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

  1. 11 hr ago

    25690909pm--ความสงบที่ควรรู้จัก

    9 ก.ย. 69 - ความสงบที่ควรรู้จัก : สงบเพราะสติ รู้ในที่นี้คือรู้ตัว ไม่ใช่แค่รู้ทันความคิดและอารมณ์นะ แต่ทำให้กลับมารู้ตัว ไม่จมอยู่ในความความคิดหรือหลงเข้าไปในอารมณ์ ต่อไปมันจะพัฒนาไปถึงขั้นรู้ความจริง รู้ความจริงว่าไม่มีตัวเรา มีความโกรธ ไม่มีผู้โกรธ มีความเครียด ไม่มีผู้เครียด รู้กระทั่งว่า รูปนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เวลาเกิดความเจ็บป่วย ก็ทุกข์แต่กาย ใจไม่ทุกข์ เพราะไม่ได้ยึดว่ารูปเป็นเราเป็นของเรา ที่จริงไม่มีเราที่ทุกข์ด้วย มีแต่กายที่ทุกข์ แต่ใจไม่ทุกข์ เพราะฉะนั้นความสงบเพราะรู้สำคัญมากนะ เรารู้จักแต่ความสงบเพราะตัดการรับรู้หรือเพราะไม่รู้ แต่อย่างควรจะมารู้จักความสงบอีกชนิดหนึ่งนะ สงบเพราะรู้ รู้ทันความคิดและอารมณ์ แล้วต่อไปก็รู้ทันเสียงรูปที่ได้ยิน แม้กระทั่งเวทนาที่เกิดขึ้นก็รู้ทัน เห็น ไม่เข้าไปเป็น เวลามีความปวดก็กายปวด แต่ว่าไม่มีเราที่ปวด ไม่มีกูผู้ปวด หรือว่าเห็นความปวด แต่ใจไม่ได้ปวดไม่ได้ทุกข์ด้วย นี่ก็เป็นความสงบอีกอย่าง สงบคือไม่ทุกข์ แม้ว่ามีความเจ็บความปวดเกิดขึ้นก็ตาม ให้เรามารู้จักกับความสงบชนิดนี้มากๆ นะ ด้วยการขยันปฏิบัติ

  2. 1 day ago

    25690908pm--ช่วยให้สติรู้ทันความหลง

    8 ก.ย. 69 - ช่วยให้สติรู้ทันความหลง : เราไม่ห้ามความคิด แต่เราพยายามสร้างเหตุสร้างปัจจัยให้ความคิดมีน้อยลง เหมือนกับอ่อนแรง เช่น การที่เราไม่พูดไม่คุยกัน ไม่เปิดโทรศัพท์ ไม่อ่านหนังสือ พวกนี้เป็นตัวทำให้ความคิดค่อย ๆ อ่อนลง ๆ เพราะถ้าเราคุยกัน ความคิดมันจะกระฉูดเลย ถ้าเราเปิดอ่านหนังสือ ดูมือถือ ความคิดมันจะพุ่งออกมามาก แล้วมันจะแรง ความคิดมันจะแรงและเร็ว แต่ว่าชีวิตที่นี่ เราพยายามทำให้ความคิดมันอ่อนแรง เหมือนกับวัคซีน ซึ่งเกิดจากเชื้อโรค เชื้อโรคนี่ทำมันตายเสียก่อน หรือทำให้มันอ่อนแรง ถึงจะฉีดเชื้อโรคในรูปวัคซีนเข้าไปในร่างกายได้ อันนี้ก็เหมือนกัน แม้เราจะไม่ห้ามความคิด แต่เราก็พยายามทำให้ความคิดมันอ่อน ไม่แรงไม่เร็ว ทำให้สติซึ่งยังต้วมเตี้ยมอยู่ สามารถจะรับมือได้ หรือทำให้สติซึ่งยังไม่ค่อยเข้มแข็ง มีคู่ซ้อมที่พอฟัดพอเหวี่ยงได้ ถ้าไปอยู่ข้างนอก ความคิดมันแรงมาก สติยังอ่อน เหมือนกับนักมวยที่ยังเด็ก จะไปสู้กับนักมวยผู้ใหญ่เฮฟวี่เวตนี่ คงจะแพ้ตลอดกาล   แต่ถ้าทำให้ความคิดมันอ่อนแรงลง ด้วยการที่คุยกันน้อยลง หรือไม่คุยเลย ไม่อ่านหนังสือ ไม่เปิดโทรศัพท์มือถือ มันก็ทำให้ความคิดมันเรียวลง ก็อยู่ในวิสัยที่สติจะรู้ทัน เปรียบเหมือนกับนักวิ่งก็คือวิ่งได้ทัน แล้วก็ไม่ทำให้ความคิดเข้ามาครอบงำใจเราได้ นี้คือหลักที่เราควรจะเข้าใจ เพราะไม่เช่นนั้น เราก็จะพยายามบังคับจิตให้นิ่ง พยายามห้ามความคิด พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ความคิดมันยุติ มันสะดุด ซึ่งนอกจากไม่ทำให้สติเติบโตได้ไวแล้ว ยังทำให้ปฏิบัติด้วยความเครียด ปวดหัว แน่นหน้าอก พวกนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าปฏิบัติผิดแล้ว วางใจผิดแล้ว

  3. 2 days ago

    25690907pm--เตรียมใจให้สติเติบโต

    7 ก.ย. 69 - เตรียมใจให้สติเติบโต : แต่ถ้าหากว่าเราเข้าใจว่าสติจะทำงานเอง เราก็เพียงแต่เปิดโอกาสให้สติได้ทำงานเยอะ ๆ เพราะถ้าสติได้ทำงานเยอะ ๆ เขาก็จะทำงานได้คล่อง เหมือนกับเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำงาน ล้างจาน กวาดบ้าน ใหม่ ๆ ก็ทำช้างุ่มง่ามไม่ทันใจ ไม่สะอาด แต่พอเราเปิดโอกาสให้เขาได้ทำบ่อย ๆ ๆ เขาก็ทำได้ดีขึ้นดีขึ้น แล้วก็เร็ว จนสามารถจะช่วยงานเราได้ ตอนหลังเราไม่ต้องสั่ง เขาทำของเขาเอง สติก็เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น การทำโดยไม่พยายามควบคุมบังคับจิต แต่ทำบ่อย ๆ เอาปริมาณไว้ก่อน ยังไม่ต้องเน้นคุณภาพ จะช่วยทำให้สัมมาสติเติบโตได้ไว แล้วเราก็จะรู้ทันความคิดได้เร็ว เห็นความคิด เห็นอารมณ์ และกลับมารู้สึกตัว รู้เนื้อรู้ตัวได้เร็วขึ้น ที่เคยโกรธเป็นวรรคเป็นเวร เราก็จะหลุดจากความโกรธได้เร็ว ที่เคยเศร้าโศกดำดิ่งเป็นวัน ๆ เราก็จะหลุดมาได้เร็ว เพราะว่ามีสติที่ว่าเป็นตัวช่วย

  4. 3 days ago

    25690906pm--ทำความดีอย่าลืมความจริง

    6 ก.ย. 69 - ทำความดีอย่าลืมความจริง : คนดีควรจะอายุยืน แต่ว่าเขาอายุสั้น ถ้าไม่เข้าใจ ก็จะเกิดความเศร้าโศกเสียใจ ทำไมทำดีแล้วจึงอายุสั้น ทำไมทำดีแล้วจึงเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็ง ทำไมทำดีมาตั้งเยอะจึงเจอไฟไหม้ น้ำท่วม ไม่ควรเกิดขึ้นเลย อันนี้คือกับดักของผู้ปฏิบัติธรรม คือไปยึดติดกับความควรจนลืม หรือมองข้ามความจริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธรรมะเหมือนกัน เพราะธรรมะไม่ได้มีแค่คุณธรรม ธรรมะยังหมายถึงสัจธรรมด้วย แล้วสัจธรรมนี้ มันไม่เข้าใครออกใคร มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความควรไม่ควร มันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย แล้วมันก็เป็นไปตามกฎอนิจจัง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันมีขึ้นมีลง มันไม่ได้อยู่ที่ความปรารถนา หรือความอยากของเรา   ทำดี ก็อยากให้คนเห็นความดีของเรา หรือคาดหวัง แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นไปตามความอยากความคาดหวังของเรา ทำดี หรือขยันหมั่นเพียร ใจมันควรจะสงบ แต่มันดันฟุ้งซ่าน ไม่ควรเลย หงุดหงิด หัวเสีย ท้อแท้ ที่จริงเขากำลังสอนสัจธรรมให้เรา สอนให้เรายอมรับความจริงที่เกิดขึ้นกับใจของเรา หรือความจริงที่เกิดขึ้นกับกายของเรา ดังนั้น อย่าติดกับความควรอย่างเดียว ต้องเรียนรู้ความจริง และปฏิบัติต่อความจริงให้ถูก อันนี้คือสิ่งที่เรียกว่าเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง

  5. 4 days ago

    25690905pm--ในคำถามมีคำตอบ

    5 ก.ย. 69 - ในคำถามมีคำตอบ : ารรู้จักตั้งข้อสังเกต จนเกิดคำถามขึ้นมาในใจ ถ้าเราถามถูกนี่ มันช่วยพาชีวิตเราไปในทางที่ถูกทางได้ ถ้าเราถามถูกถามดี ก็จะเจอคำตอบที่ดี ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกายหรือใจ อย่ามัวแต่หาคำตอบ หรือคิดแต่จะหาคำตอบ โดยที่ไม่รู้จักเฝ้าสังเกต จนเกิดความฉุกคิดขึ้นมา พระพุทธเจ้ามีคำถามในใจว่า เราจะออกจากทุกข์ได้อย่างไร เมื่อเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย คนธรรมดาก็ยอมแพ้ว่า เราก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย แต่พระพุทธเจ้าหรือเจ้าชายสิทธัตถะกลับถามว่า เราเกิดมา จะต้องแก่ต้องเจ็บต้องตายอย่างนั้นหรือ หรือว่าจะต้องทุกข์เพราะความแก่ความเจ็บความตายอย่างนั้นหรือ   อันนี้คือคำถามที่ทำให้พระองค์ออกบวชเพื่อหาคำตอบ จนสามารถเอาชนะความแก่ความเจ็บความตายด้วยการไม่เกิดได้ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดชั่วขณะจิต หรือการเกิดจากท้องแม่ พระองค์พบคำตอบที่เป็นทางออกจากการเกิดที่ว่านี้ได้ เพราะรู้จักตั้งคำถาม ไม่ใช่เห็นอะไรแล้วก็มองผ่าน ๆ หรือยอมจำนน ฉะนั้น ในคำถามมีคำตอบ อยู่ที่ว่าเราจะถามถูก ถามเป็นหรือไม่

  6. 5 days ago

    25690904pm--ตายสงบได้เพราะหมั่นฝึกใจ

    4 ก.ย. 69 - ตายสงบได้เพราะหมั่นฝึกใจ : แต่ถึงแม้เราเห็นว่าการตายแบบนี้เป็นการตายที่งดงาม ก็อย่าไปยึดติดถือมั่นว่าจะต้องตายแบบนี้นะ เพราะว่าแต่ละคนก็มีวิธีการตายไม่เหมือนกัน ถ้าไปยึดติดว่าต้องตายแบบนี้ๆ อาจจะทำให้จิตใจหวั่นไหว ถ้าเกิดว่าไม่สามารถจะตายแบบนั้นได้ ทั้งหมดนี้ก็อยู่ที่การฝึก ไม่ใช่ฝึกด้วยการทำในรูปแบบ เดินจงกรมสร้างจังหวะเท่านั้น หรือตามลมหายใจ แต่ฝึกจากการที่เจอการกระทบ เจอสิ่งล่อเล้าเย้ายวนหรือสิ่งที่ยั่วยุ เจอสิ่งที่ไม่ถูกใจ เจอสิ่งที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็ยังรักษาใจให้สงบได้ จิตไม่หวั่นไหวใจไม่กระเพื่อม   อันนี้เป็นตัวที่จะชี้ว่าเราพร้อมที่จะจากไปอย่างสงบหรือเปล่า ถ้าเราเจออะไรมากระทบแล้วจิตกระเจิง เตลิดฟุ้งซ่าน แสดงว่ายังไม่พร้อม ก็ไม่เป็นไร ฝึกต่อไป แต่ให้รู้ว่าคือสิ่งที่เป็นสิ่งที่ควรจะเป็นที่จะช่วยทำให้เราพร้อม และจะทำอย่างนั้นได้สติสำคัญมาก ถ้าสติอ่อน เจออะไรมากระทบก็กระเพื่อม เจออะไรมากระทุ้งก็กระเจิง   สิ่งที่เราเจอมันเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับตอนที่เราจะตาย ทั้งความปวด ทั้งอารมณ์สารพัด รวมทั้งอารมณ์ภาพหลอนที่ยุ่งเหยิงสับสน เพราะแรงกรรมจะมาหนักกว่าที่เราเจอในชีวิตประจำวัน อาจจะ 2 เท่า 3 เท่า 5 เท่า 10 เท่าก็ได้   ในชีวิตประจำวันเรายังเจออะไรมากระทบ จิตก็หวั่นไหว ใจกระเพื่อม เราก็ไม่แน่ใจว่าถึงเวลาที่เราจะหมดลม เราจะมีความพร้อมที่จะพาใจสงบหรือเปล่า แทนที่ใจจะเป็นตัวช่วยก็กลายเป็นตัวซ้ำก็ได้ ฉะนั้นต้องไม่ประมาท ต้องหมั่นฝึกอยู่เสมอ การฝึกทำซ้ำๆ จะช่วยทำให้เกิดนิสัยใหม่ที่เอื้อต่อการเผชิญความตายอย่างสงบได้

  7. 30 Oct

    25690903pm--ดูแลใจให้เป็นตัวช่วย

    3 ก.ย. 69 - ดูแลใจให้เป็นตัวช่วย : ถ้ามีสติดี มีความปวดก็มีแต่ความปวด แต่ไม่มีผู้ปวด ที่ใจทุกข์เพราะมันมีความสำคัญมั่นหมายว่ากูปวด เพราะมีผู้ปวดขึ้นมา แต่สติช่วยทำให้เห็นความปวด ไม่เข้าไปเป็นผู้ปวด ความปวดมันไม่ได้ทำร้ายเรา แต่ความเป็นผู้ปวดต่างหากที่มันทำร้ายเรา อย่างที่หลวงพ่อคำเขียนท่านว่าไว้ แต่ถ้าเรามีสติดี ก็เห็นความปวด แต่ไม่เป็นผู้ปวด ความปวดก็เลยจำกัดอยู่แค่ปวดกาย แต่ถ้าพอเป็นผู้ปวดนี่มันทุกข์ใจด้วย ใจมันก็เลยกลายเป็นตัวซ้ำเข้าไป ไม่ใช่ตัวช่วย ตรงข้าม ถ้ามีสติ ใจก็จะกลายเป็นตัวช่วยทันที ให้เรารู้จักแสวงหาตัวช่วย อย่างน้อยก็ระวังอย่าให้ใจเป็นตัวซ้ำ จะพึ่งยาอย่างเดียวไม่พอ ต้องอาศัยใจเป็นตัวช่วย อย่างน้อยๆ ก็ดูแลใจอย่าให้เป็นตัวซ้ำ เพราะมันจะเป็นการเติมเพิ่มทุกข์ให้ใจให้กายมาก

  8. 29 Oct

    25690902pm--อย่าซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวเอง

    2 ก.ย. 69 - อย่าซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวเอง : เจริญสติทำให้เรามีสติรู้ทันความคิดและอารมณ์ และแน่นอนเวลาเจริญสติ เดินจงกรม มันจะมีความคิดต่าง ๆ ผุดขึ้นมา เราไม่อยากให้มันผุด เราอยากจะสงบ แต่มันไม่สงบ ก็ยอมรับมัน ความไม่สงบสร้างความทุกข์ให้กับเราน้อยกว่าความอยากให้สงบ หรือการพยายามดิ้นรนผลักไสความไม่สงบที่เกิดขึ้น นอนไม่หลับก็ไม่ได้ทำร้ายเรามากเท่ากับใจที่ไม่ยอมรับเมื่อมันนอนไม่หลับ ถ้าเรายอมรับได้ว่า ไม่หลับก็ไม่หลับ เดี๋ยวมันก็หลับไปเอง แต่พอเราวิตกกังวลยอมรับไม่ได้ที่มันไม่หลับ พยายามบังคับจิตให้หลับ มันกลับหลับได้ยากขึ้น   ให้เราลองฝึก อันนี้เรียกว่าเป็นการฝึกทำจิต มันเป็นแบบฝึกหัด แต่ในชีวิตจริงบางครั้งเราอาจจะต้องจัดการกับปัญหา แต่ถ้าเราต้องการฝึกจิตเพื่อให้อยู่กับสิ่งที่ไม่สมหวัง ไม่พึงประสงค์ได้ เราก็สามารถจะเอาปัญหาเหล่านี้มาเป็นเครื่องฝึกใจเราได้ เพื่อที่จะไม่ซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้ตัวเอง

4.9
out of 5
160 Ratings

About

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

You Might Also Like