สโมสรผู้ฟัง

ยุ้ย มนภรณ์, อิม จิรัฏฐ์ อามาตยฯ,Rti

สโมสรผู้ฟัง

  1. 18 hr ago

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569

    สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะมาพูดคุยกันในประเด็นแรกเกี่ยวกับ นครไถหนานส่งเสริมให้นำดอกกล้วยไม้และดอกหน้าวัวที่เพาะปลูกในท้องถิ่น มามอบเป็นของขวัญแสดงความยินดีกับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในฤดูกาลรับปริญญาของไต้หวัน เพราะในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีหลายสถาบันการศึกษาทั่วไต้หวันจะทยอยจัดพิธีมอบปริญญาบัตร ส่งผลให้ช่อดอกไม้และกระเช้าดอกไม้กลายเป็นของขวัญยอดนิยมในการแสดงความยินดี โอกาสนี้กองเกษตรกรรม นครไถหนาน จึงส่งเสริมการใช้ดอกหน้าวัวและดอกกล้วยไม้ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของท้องถิ่น มามอบให้กับบัณฑิตจบใหม่เพื่อสื่อถึงคำอวยพรและความภาคภูมิใจ เพราะดอกหน้าวัวมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ สื่อถึงความกระตือรือร้น ความมั่นใจ และความสำเร็จในหน้าที่การงาน ขณะที่ดอกกล้วยไม้เป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม ความเป็นเลิศ และความพยายาม       ไถหนานถือเป็นหนึ่งในแหล่งเพาะปลูกกล้วยไม้ที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน โดยเฉพาะในเขตโฮ่วปี้และหลิ่วอิ๋ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกกล้วยไม้ระดับโลก ส่วนดอกหน้าวัวนิยมเพาะปลูกในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ไถหนาน เกาสง และผิงตง เนื่องจากมีสภาพอากาศร้อนชื้นเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต สำหรับราคาจำหน่ายในตลาดไต้หวัน ดอกหน้าวัวตัดดอกมีราคาเฉลี่ยประมาณ 20-50 เหรียญไต้หวันต่อดอก ขึ้นอยู่กับขนาดและสายพันธุ์ ส่วนกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสหรือกล้วยไม้ผีเสื้อซึ่งได้รับความนิยมในช่วงรับปริญญา มีราคาตั้งแต่ 300-1,500 เหรียญไต้หวันต่อกระถาง ขณะที่ช่อดอกไม้รับปริญญาที่จัดจากกล้วยไม้และดอกหน้าวัวมักมีราคาตั้งแต่ 500-2,000 เหรียญไต้หวัน       นอกจากส่งเสริมการใช้ดอกไม้ในช่วงพิธีรับปริญญาแล้ว นครไถหนานยังร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมผลักดันการเรียนรู้เรื่องดอกไม้ในโรงเรียน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลงมือปลูกและดูแลดอกหน้าวัวด้วยตนเอง เพื่อเรียนรู้วงจรชีวิตของพืชและปลูกฝังความผูกพันกับผลผลิตท้องถิ่น ดอกไม้ที่นักเรียนช่วยกันดูแลจนผลิบานยังสามารถนำไปใช้สร้างสรรค์งานศิลปะ การจัดดอกไม้ หรือประดับตกแต่งบ้านได้อีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่าดอกไม้ไม่เพียงเป็นของขวัญแห่งความยินดี แต่ยังเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้และสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่นไปพร้อมกัน      ประเด็นต่อมาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ขับขี่ที่เสพแล้วขับ โดยไต้หวันเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามปัญหา “เสพแล้วขับ” อย่างจริงจัง หลังจำนวนคดีพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยกระทรวงคมนาคมไต้หวันเตรียมแก้ไขกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดทั้งต่อผู้ขับขี่ ผู้เสพยาเสพติด และแม้แต่ผู้โดยสารที่นั่งร่วมรถกับผู้กระทำผิด พร้อมตั้งเป้าให้กฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ (2026)      การผลักดันแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุสะเทือนขวัญหลายคดี โดยภายใต้ร่างกฎหมายใหม่นี้ ผู้ที่กระทำผิดฐานเสพแล้วขับเป็นครั้งแรก แม้จะไม่ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหรือมีผู้เสียชีวิต ก็จะต้องถูกเพิ่มโทษจากการระงับใบอนุญาตขับขี่ 1-2 ปี เป็นการเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ทันที และห้ามยื่นขอสอบใหม่เป็นเวลา 3 ปี นอกจากนี้ผู้ที่ตรวจพบการเสพยาเสพติดประเภทที่ 1 และ 2 แม้จะไม่ได้อยู่ระหว่างการขับขี่ ก็อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 3 ปีเช่นกัน ส่วนผู้ที่ใช้ยาเสพติดประเภทที่ 3 และ 4 จะถูกระงับสิทธิ์การใช้ใบอนุญาตขับขี่ 1-2 ปี      อีกประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจคือ การขยายความรับผิดไปยังผู้โดยสารที่บรรลุนิติภาวะซึ่งโดยสารมากับผู้เสพแล้วขับ โดยอาจถูกปรับสูงสุดถึง 15,000 เหรียญไต้หวัน หากถูกพิจารณาว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดหรือรู้เห็นแต่ไม่ยับยั้ง ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดเพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ โดยอาจเพิ่มค่าปรับอีก 90,000 เหรียญไต้หวันจากอัตราโทษสูงสุดที่กฎหมายกำหนด      สำหรับอัตราค่าปรับใหม่ ผู้ขับขี่รถยนต์ที่เสพแล้วขับจะถูกปรับสูงสุด 120,000 เหรียญไต้หวัน ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จะถูกปรับสูงสุด 90,000 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นอย่างมากจากอัตราเดิมที่กำหนดไว้ 30,000 และ 15,000 เหรียญไต้หวันตามลำดับ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจยึดยานพาหนะ ณ จุดเกิดเหตุ และใช้มาตรการควบคุมใบอนุญาตขับขี่ที่

  2. 6 Jun

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569

    สโมรสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะมาพูดคุยเกี่ยวกรณี "กล้องรูเข็มแอบถ่ายในไต้หวัน" ทั้งในห้องน้ำชายของสถานีรถไฟและในคลินิกเสริมความงาม ที่สังคมจับตามองเป็นอย่างมาก รวมถึงวิธีตรวจสอบกล้องรูเข็มและกล้องแอบถ่ายตามสถานที่ต่างๆ และวิธีการป้องกันตนเองหากพบการแอบถ่าย      เรามาอัพเดทความคืบหน้าล่าสุดของคดีความเกี่ยวกับกล้องรูเข็มแอบถ่ายในไต้หวัน เริ่มจากกรณีพบอุปกรณ์แอบถ่ายในห้องน้ำชายของสถานีรถไฟซินจั่วอิ๋ง นครเกาสง ที่คาดว่าแอบถ่ายมาแล้วนานกว่าเดือน ซึ่งผู้ต้องหาเป็นพนักงานของรถไฟความเร็วสูงไต้หวันนั้น ทางบริษัทรถไฟความเร็วสูงไต้หวันได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณชน พร้อมมีคำสั่งเลิกจ้างพนักงานรายดังกล่าวทันที โดยบริษัทรถไฟความเร็วสูงพร้อมให้ความร่วมมือให้กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวจึงปลุกกระแสความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของห้องน้ำสาธารณะในไต้หวันขึ้นมาอีกครั้ง      ต่อมาคือคดีแอบถ่ายในคลินิกเสริมความงาม โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์บันทึกภาพไว้ในห้องตรวจและห้องผ่าตัด ที่สะท้อนให้เห็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวในสถานพยาบาลนั้น ล่าสุดหลายคลินิกหลายสาขาถูกลงโทษปรับและพักใบอนุญาตชั่วคราว โดยคลินิกในเครือ Airlee จำนวน 3 สาขา ได้แก่ สาขาซินจวง สาขาหย่งเหอ และสาขาหลินโข่ว ที่นครนิวไทเป ถูกลงโทษปรับสาขาละ 500,000 เหรียญไต้หวัน และสั่งระงับการประกอบกิจการเป็นเวลา 6 เดือน ขณะที่ในกรุงไทเป คลินิก Airlee สาขาต้าอันและสาขาหนานจิง ซึ่งยืนยันแล้วว่ามีพฤติการณ์ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วยอย่างร้ายแรงเช่นกัน จึงถูกลงโทษปรับรวมเป็นเงิน 1.25 ล้านเหรียญไต้หวัน พร้อมสั่งหยุดประกอบกิจการเป็นเวลา 6 เดือน ส่วนคลินิก Dr. Shine สาขาจงเซี่ยว กรุงไทเป และสขานครไทจง ก็ถูกสั่งปรับ 500,000 เหรียญไต้หวัน และสั่งหยุดประกอบกิจการเป็นเวลา 6 เดือนจากความผิดในลักษณะเดียวกัน นอกจากนี้คลินิก SaintEir นครไทจงจำนวน 2 สาขา ก็มีการลักลอบติดตั้งกล้องรูเข็มภายในพื้นที่ทำหัตถการโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ป่วย ก็ถูกสั่งปรับ 500,000 เหรียญไต้หวัน และสั่งหยุดประกอบกิจการเป็นเวลา 6 เดือน โดยส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้สำนักงานอัยการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป      สำหรับวิธีสังเกตเบื้องต้นเพื่อป้องกันการแอบถ่ายว่ากล้องรูเข็มอาจซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง? ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องรื้อค้นทั้งห้อง แต่ควรสังเกตจุดที่สามารถบันทึกภาพพื้นที่ส่วนตัวได้ง่าย เช่น เตียงนอน ห้องน้ำ หรือจุดเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยจุดที่ควรตรวจสอบเป็นพิเศษ ได้แก่ ปลั๊กไฟ กระจก เครื่องตรวจจับควันไฟ โคมไฟ ช่องแอร์ นาฬิกา ของตกแต่งที่หันตรงมาทางเตียง รวมถึงถังขยะ ชักโครก ฝักบัว และราวแขวนเสื้อผ้าในห้องน้ำหรือห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า นอกจากนี้ตำรวจยังเตือนว่า เมื่อเข้าพักโรงแรม โมเทล หรือใช้ห้องอาบน้ำสาธารณะ ควรสังเกตความผิดปกติของอุปกรณ์และสิ่งของต่าง ๆ ก่อนเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยเฉพาะวัตถุหรือรูเล็ก ๆ ที่หันตรงไปยังบริเวณส่วนตัว เพราะอาจเป็นจุดซ่อนกล้องแอบถ่ายได้ ซึ่งหลักสังเกตสำคัญที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใด ให้พิจารณาว่าอุปกรณ์หรือวัตถุชิ้นนั้นมี “มุมมองที่ไม่สมเหตุสมผล” หรือไม่ หากพบรูเล็ก ๆ กล้อง หรือสิ่งของที่ถูกจัดวางให้หันตรงไปยังเตียงนอน โถสุขภัณฑ์ พื้นที่อาบน้ำ จุดเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือเตียงตรวจรักษา ก็ควรเพิ่มความระมัดระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที เพราะพื้นที่เหล่านี้เป็นจุดที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวมากที่สุด      ส่วนวิธีตรวจจับกล้องแอบถ่ายเบื้องต้น คือนอกจากการสังเกตด้วยตาเปล่าแล้ว ยังสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วยตรวจสอบได้ แต่ไม่มีวิธีใดที่รับประกันความปลอดภัยได้ 100%      - ไฟฉายจากมือถือ ใช้ส่องตามปลั๊กไฟ เครื่องตรวจจับควัน กระจก หรือจุดน่าสงสัย เพื่อหาแสงสะท้อนจากเลนส์กล้อง     - กล้องมือถือ ปิดไฟในห้องแล้วใช้กล้องส่องหาจุดแสงอินฟราเรดที่อาจมาจากกล้องแอบถ่าย     - แอปพลิเคชันตรวจจับกล้อง ช่วยสแกนสัญญาณ Wi-Fi หรือ Bluetooth ของอุปกรณ์ต้องสงสัย แต่จะตรวจไม่พบกล้องที่บันทึกข้อมูลลงการ์ดความจำโดยไม่ส่งสัญญาณ     - เครื่องตรวจจับสัญญาณและเลนส์กล้อง เป็นอุปกรณ์เฉพาะทาง

  3. 30 May

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

    สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เริ่มกันที่ประเด็นเกี่ยวกับดัชนีระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลก ประจำปี 2026” (Global Startup Ecosystem Index 2026) ที่ไต้หวันสร้างสถิติใหม่ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 20 ของอัพโลก ด้วยอัตราการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพสูงถึง 41.1% และนอกจากอันดับของประเทศโดยรวมที่ปรับตัวดีขึ้นแล้ว ระดับภูมิภาคและเมืองต่างๆ ของไต้หวันก็มีพัฒนาการที่โดดเด่นเช่นกัน โดยในปีนี้มี 3 ภูมิภาคของไต้หวันที่ติดอยู่ในกลุ่ม 25% แรกของโลก จากกว่า 1,500 ภูมิภาคที่ได้รับการประเมิน      StartupBlink สถาบันวิจัยด้านระบบนิเวศสตาร์ทอัพระดับโลก ได้เผยแพร่รายงาน “ดัชนีระบบนิเวศสตาร์ทอัพโลก ประจำปี 2026 โดยใช้เกณฑ์การประเมินหลัก 3 ด้าน ได้แก่ “ปริมาณ” (Quantity) ซึ่งวัดระดับความเคลื่อนไหวและกิจกรรมภายในระบบนิเวศสตาร์ทอัพ “คุณภาพ” (Quality) ที่ประเมินผลกระทบและความสำเร็จของกิจกรรมต่าง ๆ และ “สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ” (Business Environment) ซึ่งวัดความพร้อมของปัจจัยแวดล้อมและนโยบายที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพในแต่ละประเทศ ซึ่งผลการจัดอันดับครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบนิเวศสตาร์ทอัพในไต้หวัน ที่มีแรงขับเคลื่อนโดดเด่นและมีศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติ ตอกย้ำบทบาทของไต้หวันในฐานะศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก           สำหรับประเทศที่ติด 10 อันดับแรกของโลกในปี 2026 ยังคงเป็นประเทศที่มีระบบนิเวศสตาร์ทอัพแข็งแกร่งและมีเงินทุนสนับสนุนด้านนวัตกรรมจำนวนมาก โดยสหรัฐอเมริกาครองอันดับ 1 ของโลก ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร อิสราเอล และสิงคโปร์ ขณะที่กลุ่มประเทศชั้นนำยังประกอบด้วยแคนาดา สวีเดน เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งล้วนเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี การวิจัย และการลงทุนของโลก      ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็มีพัฒนาการที่น่าจับตามองเช่นกัน โดยรายงานปี 2026 ระบุว่า ไทยขยับขึ้นสู่อันดับ 49 ของโลก ถือเป็นการกลับเข้าสู่กลุ่ม 50 อันดับแรกของโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี และเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของระบบนิเวศสตาร์ทอัพสูงที่สุดในภูมิภาค ด้วยอัตราการเติบโตถึง 62.6% โดยรายงานระบุว่า ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการแพทย์ (MedTech) อันดับ 1 ของอาเซียน และอันดับ 8 ของโลก ขณะที่กรุงเทพมหานครขยับขึ้นสู่อันดับ 76 ของโลก และได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองชั้นนำของอาเซียนในด้านสตาร์ทอัพหุ่นยนต์ (Robotics Startup Hub) สะท้อนถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศอย่างต่อเนื่อง      ส่วนประเด็นต่อมาเป็นเรื่องราวของสายการบิน EVA Air และ STARLUX Airlines ของไต้หวัน ได้รับการรับรองให้เป็นสายการบินระดับ 5 ดาว ประจำปี 2026 จาก SKYTRAX สถาบันวิจัยและจัดอันดับอุตสาหกรรมการบินชั้นนำของสหราชอาณาจักร สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการและคุณภาพการดำเนินงานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล      SKYTRAX เป็นองค์กรอิสระที่ดำเนินการประเมินและจัดอันดับสายการบินและท่าอากาศยานทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1999 โดยใช้เกณฑ์การประเมินด้านคุณภาพการบริการกว่า 500-800 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่การเช็กอินและการบริการภาคพื้นดิน ห้องรับรองผู้โดยสาร สภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสาร ความสะอาด อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน คุณภาพการบริการของลูกเรือ ตลอดจนประสบการณ์โดยรวมของผู้โดยสารตลอดการเดินทาง      การจัดอันดับของ SKYTRAX แบ่งมาตรฐานสายการบินออกเป็นระดับ 1-5 ดาว โดยระดับ 5 ดาวถือเป็นมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมการบินโลก สงวนไว้สำหรับสายการบินที่สามารถรักษาคุณภาพการบริการอันเป็นเลิศได้อย่างสม่ำเสมอในทุกด้าน ทั้งด้านความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความปลอดภัย และประสบการณ์ผู้โดยสาร ด้วยเกณฑ์การประเมินที่เข้มงวด ทำให้ปัจจุบันมีสายการบินทั่วโลกเพียง 10 แห่งเท่านั้นที่ได้รับการรับรองในระดับสูงสุดนี้      โดยสายการบิน EVA Air ได้การรับรองระดับ 5 ดาวติดต่อกันเป็นปีที่ 11 แล้ว ซึ่งในการประเมินครั้งล่าสุด สายการบินยังได้รับคะแนนสูงสุดในหลายด้าน อาทิ ความปลอดภัยการบิน การบริการภายในห้องโดยสาร ความสะอาดของห้องโดยสาร คุณภาพอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในชั้นธุรกิจ และคุณภาพของเครื่องดื่มบนเที่ยวบิน      สายการบิน EVA Air ระบุว่า ผลการประเมินในปีนี้ยังสะท้อนถึงการพัฒนาในด้านประสิทธิภาพการเช็กอิน การต่อเครื

  4. 23 May

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

    สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้มาเริ่มกันที่ประเด็นเรื่อง “ทำไมเงินเดือนไม่เข้าวันที่ 1” ซึ่งกลายเป็นหัวข้อร้อนบนโซเชียลไต้หวัน หลังมีชาวเน็ตรายหนึ่งโพสต์ผ่าน Threads ตั้งคำถามว่า ในเมื่อพนักงานทำงานครบทั้งเดือนแล้ว เหตุใดบริษัทส่วนใหญ่จึงยังต้องจ่ายเงินเดือนในวันที่ 5 วันที่ 10 หรือบางแห่งช้าถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทั้งที่ตามความรู้สึกของลูกจ้าง เงินเดือนควรได้รับทันทีหลังจบเดือนทำงาน โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง หลายคนบอกว่าได้เงินเดือนวันที่ 3 ถือว่าเร็วแล้ว ขณะที่บางคนเผยว่าเคยเจอบริษัทที่จ่ายช้ากว่านั้นมาก      ขณะเดียวกัน ฝ่ายบัญชีและ HR หลายคนก็ออกมาอธิบายว่า การทำเงินเดือนไม่ได้มีแค่การโอนเงินเข้าบัญชี แต่ต้องผ่านกระบวนการคำนวณหลายขั้นตอน ทั้งเวลาเข้างาน ชั่วโมง OT การลาป่วย ลากิจ โบนัส ค่าคอมมิชชัน รวมถึงภาษีและประกันสังคม อีกทั้งหลายครั้งยังต้องรอเอกสารจากพนักงานหรือการอนุมัติจากหัวหน้างาน ทำให้ไม่สามารถปิดยอดเงินเดือนทันวันที่ 1 ได้ หลายคนถึงกับแซวว่า หากต้องจ่ายวันที่ 1 จริง ฝ่ายบัญชีคงต้องทำงานข้ามคืนทุกสิ้นเดือน      นอกจากนี้ ยังมีนักบัญชีอธิบายว่า บริษัทสามารถจ่ายเงินเร็วขึ้นได้ หากปรับรอบการคิดเงินเดือนให้สิ้นสุดก่อนจบเดือนจริง แต่ก็อาจทำให้ข้อมูลบางส่วนคลาดเคลื่อน และหากวันจ่ายเงินตรงกับวันหยุด บริษัทอาจมีต้นทุนเพิ่มเติมด้านประกันสุขภาพหรือระบบบัญชี จึงทำให้หลายแห่งเลือกเลื่อนวันจ่ายออกไปอีกเล็กน้อยเพื่อลดค่าใช้จ่าย      ทั้งนี้ ตามกฎหมายแรงงานของไต้หวัน บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนภายใน 15 วันหลังสิ้นสุดรอบบัญชี เช่น เงินเดือนเดือนมกราคมต้องจ่ายไม่เกินวันที่ 15 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปลายปี 2026 เป็นต้นไป ไต้หวันจะเริ่มใช้กฎใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยบริษัทที่มีพนักงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป จะต้องจ่ายเงินภายใน 5 วัน ส่วนบริษัทขนาดเล็กต้องจ่ายภายใน 7 วัน เพื่อคุ้มครองสิทธิของแรงงานและลดปัญหาการจ่ายเงินล่าช้า      ต่อมาเป็นประเด็นร้อนในสังคม เมื่อกรุงไทเปกำลังเผชิญปัญหาหนูระบาดที่กลับมาอีกครั้ง หลังประชาชนพบเห็นหนูออกมาวิ่งหาอาหารตามถนน สวนสาธารณะ และตลาดมากขึ้น แม้ในช่วงเวลากลางวัน จนสร้างความกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัยและการแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะโรคฮันตาไวรัส ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานผู้เสียชีวิตในกรุงไทเปจากการติดเชื้อดังกล่าว ส่งผลให้ทางการต้องเร่งยกระดับมาตรการควบคุมและป้องกันอย่างเข้มงวด      นายเจี่ยงว่านอัน ผู้ว่าการกรุงไทเป เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังไม่พบผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัสรายใหม่เพิ่มเติม แต่เทศบาลยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุก โดยทั้ง 12 เขตของกรุงไทเปจะดำเนินการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อครั้งใหญ่อีกระลอก พร้อมใช้มาตรการ “ป้องกันเชิงกายภาพ” เป็นแนวทางหลัก เช่น การติดตั้งตะแกรงสแตนเลสบริเวณท่อระบายน้ำ อุดช่องว่างตามอาคารและระบบปรับอากาศ รวมถึงเข้มงวดการจัดการขยะและเศษอาหารในตลาดและร้านค้า เพื่อตัดวงจรแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของหนู      นอกจากนี้ เทศบาลยังยกระดับมาตรการสำหรับพื้นที่ก่อสร้างและโครงการรีโนเวทต่าง ๆ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องยื่นรายงานการป้องกันและกำจัดหนูก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่รกร้างหรือเศษวัสดุกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู ขณะเดียวกัน ตลาดและร้านค้าในกลุ่มเสี่ยงจะได้รับเงินสนับสนุนเพื่อติดตั้งเครื่องดักไขมัน ลดการสะสมของเศษอาหารในระบบระบายน้ำ      อีกหนึ่งมาตรการที่ได้รับความสนใจคือ การประกาศติดป้ายแจ้งเตือนทุกจุดที่มีการวางยาเบื่อหนู ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไต้หวัน หลังประชาชนจำนวนมากกังวลว่าสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กอาจสัมผัสสารพิษโดยไม่ตั้งใจ สำนักสิ่งแวดล้อมย้ำว่าจะเลือกใช้วิธีกำจัดหนูตามธรรมชาติก่อน และจะใช้ยาเบื่อหนูเฉพาะในกรณีจำเป็นเท่านั้น เพื่อจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์อื่นในระบบนิเวศ      แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า โรคฮันตาไวรัสมีอาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดทั่วไป เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ทำให้ประชาชนสังเกตอาการได้ย

  5. 16 May

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

    สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เรามาเริ่มประเด็นเกี่ยวการพกยาเข้าไปยังประเทศต่างๆ เพราะแต่ละประเทศมีกฎระเบียบที่แตกต่างกัน ดังนั้นก่อนที่จะนำยาเข้าไปในประเทศใดก็ตามควรศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนว่า ยาประเภทใดนำเข้าได้หรือไม่ได้ ถ้านำเข้าได้มีการจำกัดปริมาณ หรือจำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์หรือไม่ ทั้งนี้ยาที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปอย่างถูกกฎหมายในประเทศต้นทาง อาจเป็นยาต้องห้ามในบางประเทศ และนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายซึ่งก็จะมีโทษตั้งแต่การปรับไปจนถึงจำคุก ยกตัวอย่างเช่น      1. ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ยากลุ่มแก้แพ้ที่ใช้กันทั่วไป อาจมีข้อจำกัดในบางประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการควบคุมยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอย่างเข้มงวด หากยามีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) เกิน 10% จะถือว่าผิดกฎหมายทันที ตัวอย่างยาที่ถูกห้ามนำเข้า ได้แก่ Actifed, Sudafed รวมถึงยาสูดพ่นบางชนิดของ Vicks แม้ยาบางประเภท เช่น Benadryl จะยังสามารถนำเข้าได้ แต่ก็ควรตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนเดินทาง      2. ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของโคเดอีน (Codeine) ยาแก้ปวดที่มีโคเดอีนเป็นส่วนผสม ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนื่องจากสารนี้สามารถเปลี่ยนเป็นมอร์ฟีนในร่างกายและมีความเสี่ยงต่อการเสพติด แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยก็อาจถูกห้ามนำเข้า หากไม่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ในบางประเทศยุโรปยังมีบทลงโทษรุนแรง เช่น ฮังการีอาจจำคุกสูงสุด 5 ปี และสวีเดนอาจจำคุกได้ถึง 3 ปี      3. ยานอนหลับ (Sleeping Pills) ยานอนหลับมักถูกใช้เพื่อบรรเทาอาการเจ็ตแล็ก แต่ยากลุ่มนี้ เช่น ไดอะซีแพม (Diazepam) และเทมาซีแพม (Temazepam) จัดเป็นยาควบคุมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชีย เช่น จีน และสิงคโปร์ ผู้เดินทางจำเป็นต้องมีเอกสารรับรองจากแพทย์ และสามารถพกพาได้เฉพาะปริมาณที่เหมาะสมต่อระยะเวลาการพำนักเท่านั้น เนื่องจากยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการเสพติดและการดื้อยา      4. ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแคนนาบิไดออล (CBD) ที่มักถูกใช้เพื่อลดความวิตกกังวล บรรเทาอาการปวด และช่วยให้นอนหลับดีขึ้น แม้บางประเทศในยุโรปจะอนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี THC ต่ำได้ แต่หลายประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไอซ์แลนด์ อินโดนีเซีย และฮ่องกง กลับห้ามโดยเด็ดขาดในทุกรูปแบบ แม้ไม่มี THC เลยก็ตาม โดยใน UAE การครอบครองอาจมีโทษจำคุกอย่างน้อย 4 ปี และปรับเป็นจำนวนเงินสูง      5. ยารักษาโรคสมาธิสั้น (ADHD) เช่น เมทิลเฟนิเดต (Methylphenidate) ถูกจัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสูงในหลายประเทศ เช่น ไทย และสิงคโปร์ โดยในสิงคโปร์ ผู้เดินทางต้องยื่นขออนุญาตล่วงหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ มิฉะนั้นจะถูกห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด ส่วนในประเทศไทย ต้องสำแดงยาต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร พร้อมแสดงใบรับรองแพทย์ และสามารถพกพาได้ในปริมาณสำหรับใช้ไม่เกิน 30 วัน      ส่วนข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำยาเข้าไต้หวันนั้น สำหรับผู้ที่เดินทางเข้า ไต้หวัน การนำยาติดตัวเข้าประเทศสามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยยาสามัญสามารถพกพาได้ไม่เกิน 3 ชนิด และชนิดละไม่เกิน 12 ขวด ส่วนยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ห้ามนำเข้าเกินจำนวนที่ระบุในใบสั่ง และสามารถพกพาเพื่อใช้ส่วนตัวได้สูงสุด 6 เดือน หากไม่มีใบสั่งแพทย์จะจำกัดไม่เกิน 2 เดือน ขณะที่ยาควบคุมพิเศษจำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น และต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนด      ประเด็นต่อมาเป็นเรื่องราวของดัชนีเสรีภาพสื่อโลก โดยองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders: RSF) เผยแพร่ดัชนีเสรีภาพสื่อทั่วโลก ประจำปี 2569 (World Press Freedom Index 2026) พบว่าคะแนนเฉลี่ยเสรีภาพสื่อทั่วโลกต่ำสุดในรอบ 25 ปี และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก หรือร้อยละ 52.2 มีระดับเสรีภาพสื่ออยู่ภาวะที่ “ยากลำบาก” และ “น่ากังวลมาก” ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติเนื่องจากเป็นความท้าทายที่บั่นทอนสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง      ดัชนีเสรีภาพสื่อในปีนี้ มี 180 ประเทศและดินแดนที่ได้รับการจัดอันดับ โดย RSF ที่ยังคงใช้การประเมินผ่าน ตัวชี้วัด 5 ประการ ได้แก่บริบททางการเมือง กรอบกฎหมาย บริบททางเศรษฐกิจ บริบททางสังคมและวัฒนธรรม และความปลอดภัย โดยคำนวณ

  6. 9 May

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

    สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เรามีสองประเด็นมาพูดคุยกัน เริ่มกันที่ประเด็นแรกเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหน่วยสุนัขตรวจค้นยาเสพติดของกรมศุลกากร กระทรวงการคลังไต้หวัน ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 2008 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หน่วยฯ นี้ได้กลายเป็นกำลังสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดตามสนามบิน ท่าเรือ และจุดผ่านแดนต่างๆ ของไต้หวัน โดยสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้มากกว่า 1,100 คดี รวมปริมาณกว่า 12.6 ตัน หรือเทียบเท่าน้ำหนักรถยนต์ส่วนบุคคลราว 8 คัน ดังนั้นปัจจุบันสุนัขตรวจค้นยาเสพติดจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่หน่วยศุลกากรทั่วโลกเลือกใช้ ด้วยความสามารถด้านประสาทรับกลิ่นที่เฉียบไว ความคล่องตัวสูง และศักยภาพในการตรวจค้นที่รวดเร็ว ทำให้สุนัขเหล่านี้สามารถช่วยตรวจจับยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้กำลังคนเพียงอย่างเดียว      แต่กว่าจะกลายเป็นสุนัขตรวจค้นยาเสพติดที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ได้จริง สุนัขแต่ละตัวต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและฝึกฝนอย่างเข้มงวด เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีลักษณะเหมาะสม จากนั้นเมื่อลูกสุนัขอายุประมาณ 2 เดือน จะถูกส่งไปยังครอบครัวรับเลี้ยง เพื่อฝึกการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกับมนุษย์ รวมถึงพัฒนาทักษะและบุคลิกภาพพื้นฐาน จนมีอายุครบ 1 ปี      เมื่อถึงวัยที่กำหนด สุนัขจะต้องผ่านการทดสอบรอบแรก หากผ่านจึงจะเข้าสู่การฝึกเฉพาะทางเพื่อเป็นสุนัขตรวจค้นยาเสพติดอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนสุนัขที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ก็ยังสามารถพัฒนาไปสู่ภารกิจอื่นได้ เช่น สุนัขตรวจโรค สุนัขตรวจเนื้อหมูและแมลงพาหะ สุนัขกู้ภัย หรือสุนัขนักบำบัด ขณะที่บางส่วนอาจเข้าสู่กระบวนการหาครอบครัวรับเลี้ยงต่อไป ส่วนสุนัขที่ผ่านการฝึกจะถูกส่งไปประจำการตามด่านต่างๆ สุนัขจะทำงานวันละเพียง 3–5 รอบ รอบละประมาณ 3–5 นาที เพื่อรักษาความรู้สึกสนุกในการทำงาน โดยแต่ละตัวจะมีอายุการปฏิบัติงานเฉลี่ย 5-7 ปี       สุนัขตรวจค้นยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ ซึ่งมีขนาดกลางถึงใหญ่และมีพละกำลังสูงกว่าสุนัขเลี้ยงทั่วไปหลายเท่า ผู้ควบคุมจึงจำเป็นต้องมีสมรรถภาพร่างกายที่ดี ทั้งแรงแขนและกล้ามเนื้อ เพื่อให้สามารถควบคุมสุนัขได้อย่างปลอดภัย โดยต้องออกกำลังกายร่วมกับสุนัขสัปดาห์ละประมาณ 2–3 กิโลเมตร รวมถึงฝึกเวทเทรนนิงอย่างต่อเนื่อง      หัวใจสำคัญของการฝึกสุนัขตรวจค้นยาเสพติด คือการทำให้สุนัขรู้สึกว่าการทำงานเป็นเกมมากกว่าหน้าที่ ผู้ฝึกจะคัดเลือกสุนัขที่ชอบเล่นหรือมีแรงจูงใจด้านอาหารสูง จากนั้นใช้การเล่นชักเย่อและระบบให้รางวัล เพื่อกระตุ้นสัญชาตญาณการล่าและสอนให้สุนัขเรียนรู้การดมกลิ่นยาเสพติด สุนัขไม่รู้ว่าตัวเองกำลังปฏิบัติภารกิจสำคัญ พวกมันเพียงรู้สึกว่าทุกวันได้เล่นอย่างสนุกสนานและได้รับรางวัลตอบแทน เมื่อสุนัขดมพบกลิ่นเป้าหมาย ผู้ควบคุมจะต้องให้รางวัลทันที เพื่อสร้างความจดจำเชิงพฤติกรรมอย่างแม่นยำ เพราะแม้ความลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก็อาจทำให้สุนัขเกิดความสับสนและส่งผลต่อการฝึกในระยะยาวได้      นอกจากสุนัขจะต้องเรียนรู้มนุษย์แล้ว มนุษย์เองก็ต้องเรียนรู้สุนัขเช่นกัน ผู้ควบคุมจำเป็นต้องสังเกตพฤติกรรมของสุนัขอย่างละเอียด รวมถึงหลีกเลี่ยงการนำอารมณ์ด้านลบเข้าสู่การฝึก เพราะสุนัขสามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของมนุษย์ได้อย่างไว และเพื่อเตรียมความพร้อมให้สุนัขคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมจริง ศูนย์ฝึกยังเปิดเสียงเพลง รายการวิทยุ และเสียงรบกวนหลากหลายประเภทระหว่างการฝึก เพื่อให้สุนัขไม่ตื่นกลัวต่อสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านอย่างสนามบินหรือท่าเรือ      ประเด็นต่อมาเป็นเรื่องราวของการเปลี่ยนขยะทางการเกษตรจากสับปะรด ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าสูง ทั้งในอุตสาหกรรมสิ่งทอ อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ เพราะเมืองหยุนหลิน ถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกสับปะรดสำคัญของไต้หวัน ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกสับปะรดประมาณ 900 เฮกตาร์ ทำให้ในแต่ละปีมีใบและลำต้นสับปะรดเหลือทิ้งมากกว่า 2,000 ตัน โดยในอดีตวัสดุเหล่านี้มักถูกกำจัดด้วยการฝังกลบหรือทำปุ๋ยหมัก แต่เพื่อผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบไร้ขยะ สำนักงานเกษตรและธัญญาหารไต้หวันจึงร่วมมือกับสหกรณ์เมืองหยุนหลิน จัดตั

  7. 2 May

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

    สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้เป็นเริ่มกันนี้กระแสการปักปากกาลดน้ำหนักในไต้หวัน ที่ตอนนี้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นมีคนหิ้วปากกาลดน้ำหนักจากต่างประเทศมาจำหน่ายในไต้หวัน ซึ่งแพทย์ไต้หวันออกมาเตือนแล้วว่า การที่สามารถหาซื้อยาราคาถูกจากต่างประเทศได้ ไม่ได้หมายความว่ายานั้นเหมาะกับผู้ใช้ทุกคนเสมอไป เพราะยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 นี้ หากไม่ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ความเสี่ยงที่ตามมาอาจไม่ได้มีเพียงอาการข้างเคียงทั่วไปเท่านั้น       นายแพทย์เว่ยซือหัง (魏士航) จาก GENESIS CLINIC สาขาซินจู๋ ชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงของยาประเภทนี้ มักไม่ได้อยู่ที่ช่องทางการซื้อ แต่เป็นเรื่องของการประเมินสุขภาพอย่างถูกต้อง การกำหนดขนาดยาที่เหมาะสม และการติดตามผลทางการแพทย์หลังการใช้ โดยเตือนว่า ยาฉีดลดน้ำหนักไม่ใช่อาหารเสริมทั่วไป แต่เป็นยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ หากนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำให้ผอม โดยละเลยวิธีใช้ที่ถูกต้องและการตอบสนองของร่างกาย กระบวนการลดน้ำหนักอาจยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหามากขึ้น ทั้งนี้จากรายงานของ FDA สหรัฐฯ พบว่า ใน 2 ปีที่ผ่านมาปัญหาที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่ผลข้างเคียง แต่คือการใช้ยาผิดวิธี ซึ่งรวมถึงการฉีดในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง การฉีดซ้ำ การลืมฉีด รวมถึงการจัดตารางเวลาการฉีดที่สับสน ที่เพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ความเสี่ยงที่แท้จริงมักไม่ได้เกิดจากตัวยา แต่เกิดจากวิธีการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง      นายแพทย์เว่ยซือหังได้แนะนำข้อควรสำคัญก่อนใช้ปากกาลดน้ำหนัก 3 ประการดังนี้ 1.ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะยากลุ่ม GLP-1 เป็นยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ ควรพิจารณาจากค่า BMI ภาวะเมตาบอลิซึม และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์โดยรวม 2.แหล่งที่มาของยาต้องน่าเชื่อถือ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อผ่านอินเทอร์เน็ตหรือการหิ้วจากต่างประเทศผ่านช่องทางที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้งาน และ 3. “กินให้ถูก” สำคัญกว่าการ “กินให้น้อย” เพราะแม้ว่ายาจะช่วยลดความอยากอาหารได้ แต่หากไม่ได้ปรับโครงสร้างการกินให้เหมาะสม อาจเสี่ยงต่อภาวะขาดสารอาหารและระบบเผาผลาญไม่สมดุล และเมื่อหยุดยาน้ำหนักก็มีโอกาสกลับมาเพิ่มขึ้นได้ง่าย      นายแพทย์เว่ยซือหัง ชี้ว่ายาฉีดลดน้ำหนักมีข้อกำหนดเรื่องอุณหภูมิในการเก็บรักษาอย่างชัดเจน หากในระหว่างการพกพาหรือขนส่งข้ามประเทศ ไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่อาจทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง แต่ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนอีกด้วย และแม้จะซื้อยาของแท้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี ทั้งความปลอดภัยและประสิทธิผลของยาก็อาจได้รับผลกระทบได้      ประเด็นต่อมาจะพาเปิดประสบการณ์ชมวาฬและโลมาในไต้หวันท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิก เพราะช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่วาฬขนาดใหญ่เดินทางผ่านน่านน้ำไต้หวัน โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งตะวันออก ซึ่งสามารถพบวาฬและโลมาได้มากกว่า 20 สายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นวาฬเพชฌฆาต วาฬหัวทุย โลมาปากขวด โลมาสปินเนอร์ และโลมาแถบ โดยจุดชมวาฬและโลมาส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ได้แก่ เมืองอี๋หลาน ฮัวเหลียน และไถตง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์และจุดเด่นแตกต่างกันออกไป      สำหรับเมืองอี๋หลาน นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือจากท่าเรือโถวเฉิง เพื่อเดินทางต่อไปยังเกาะกุยซาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งประมงที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของไต้หวัน ทำให้สามารถพบวาฬและโลมาได้มากกว่า 17 สายพันธุ์ เช่น โลมาปากขวด โลมาสปินเนอร์ และวาฬเพชฌฆาตเล็ก โดยช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมโลมาคือ 05:00–12:00 น. ส่วนการชมวาฬมักมีโอกาสมากขึ้นในช่วง 12:00–15:00 น. แพ็กเกจทัวร์ส่วนใหญ่จะรวมการล่องเรือชมวาฬ การขึ้นเกาะกุยซาน และการล่องเรือรอบเกาะ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยมีราคาเฉลี่ยประมาณ 900–1,500 เหรียญไต้หวัน      ส่วนเมืองฮัวเหลียน ช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมถือเป็นฤดูกาลทองของการชมวาฬและโลมาที่ฮัวเหลียน มีท่าเรือจะตั้งอยู่ใกล้ตัวเมือง เดินทางสะดวก และสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ชมวาฬและโลมาเป็นครั้งแรก “ฮัวเหลียน” ถือเป็นจุดหมายที่เหมาะที่สุด เพ

  8. 25 Apr

    สโมสรผู้ฟัง ประจำวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569

    สโมสรผู้ฟังสัปดาห์นี้จะมาเตือนภัยบัญชี LINE ถูกแฮก โดยมีช่องโหว่คือ “บริการฝากข้อความเสียง” (วอยซ์เมล Voice Mail) จุดเสี่ยงสำคัญที่ผู้ใช้ไม่ควรมองข้าม เพราะในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้งาน LINE ในไต้หวัน เมื่อมีรายงานว่าบัญชีผู้ใช้งาน LINE จำนวนมากถูกแฮก และถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับบริการฝากข้อความเสียงของ Taiwan Mobile ซึ่งกลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่มิจฉาชีพใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้      กระทรวงพัฒนาทางดิจิทัลไต้หวันจึงได้เข้ามากำกับดูแลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทันที พร้อมทั้งประสานงานกับทั้ง Taiwan Mobile และ LINE เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินมาตรการรับมืออย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังได้ขยายการตรวจสอบไปยังผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยผลการตรวจสอบของ Taiwan Mobile ระบุว่า ช่องโหว่หลักอยู่ที่ระบบบริการฝากข้อความเสียง ซึ่งเดิมจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ใช้งานเครือข่าย Taiwan Star โดยระบบดังกล่าวมีการตั้ง “รหัสผ่านเริ่มต้น” ไว้ หากผู้ใช้งานไม่ได้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน มิจฉาชีพสามารถใช้เพียงหมายเลขโทรศัพท์และรหัสผ่านเริ่มต้นในการเข้าฟังข้อความเสียงได้ ซึ่งอาจรวมถึงรหัสยืนยันตัวตน (OTP) ของ LINE ที่ถูกส่งผ่านระบบเสียง นำไปสู่การเข้าควบคุมบัญชีของผู้ใช้ได้โดยง่าย      ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว Taiwan Mobile ได้ดำเนินการอุดช่องโหว่ทันที โดยผู้ใช้งานที่ยังคงใช้รหัสผ่านเริ่มต้นจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการยืนยันตัวตนผ่านฝ่ายบริการลูกค้า และต้องตั้งรหัสผ่านใหม่ เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของบัญชี ขณะเดียวกัน กระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้เรียกร้องให้ผู้ให้บริการรายใหญ่อื่น ๆ ได้แก่ Chunghwa Telecom และ FarEasTone ทำการตรวจสอบระบบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีช่องโหว่ในลักษณะเดียวกันหลงเหลืออยู่      ในส่วนของ LINE เอง ได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ และเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม หากตรวจพบบัญชีที่มีความผิดปกติ ผู้ใช้งานสามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยระบบจะพิจารณาวิธีการกู้คืนบัญชีตามการผูกบัญชี เช่น Apple หรือ Google เพื่อดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสมในแต่ละกรณี      ส่วนวิธีสังเกตว่าบัญชี LINE ของคุณถูกแฮกหรือไม่? ผู้ใช้งานสามารถสังเกตสัญญาณผิดปกติได้จากพฤติกรรมต่อไปนี้      1.ถูกบังคับออกจากระบบโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีข้อความแจ้งว่า “บัญชีถูกใช้งานบนอุปกรณ์อื่น”     2.เพื่อนแจ้งว่าได้รับข้อความแปลก ๆ จากบัญชีของคุณ เช่น ขอยืมเงิน หรือขอรหัสยืนยัน     3.เคยเผลอกรอกข้อมูลสำคัญ (เบอร์โทร รหัสผ่าน OTP) ลงในลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ      ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าบัญชีถูกบุกรุก และหากบัญชีถูกแฮกแล้ว ควรทำอย่างไร? บริษัท LINE แนะนำว่าให้รีบติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าทันที โดยแนวทางการกู้คืนบัญชีจะแตกต่างกันตามสถานการณ์ คือ เมื่อผูกบัญชีกับ Apple หรือ Google ไว้แล้วก็มีโอกาสกู้คืนบัญชีเดิมได้สูง แต่ถ้าไม่ได้ผูกบัญชีอาจต้องสร้างบัญชีใหม่ และรอการโอนข้อมูลการซื้อ (เช่น สติกเกอร์ ธีม LINE POINTS) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7–14 วัน      และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยผู้ใช้งานควรมั่นตรวจสอบและตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีอย่างสม่ำเสมอ โดยมีจุดสำคัญดังนี้      1.ใช้หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานจริง และรับ SMS ได้     2.ตั้งค่าอีเมลที่ใช้งานได้ เพื่อใช้กู้คืนบัญชี     3.ตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม และไม่ใช้ซ้ำกับแพลตฟอร์มอื่น     4.ผูกบัญชีกับ Apple หรือ Google เพื่อเพิ่มโอกาสกู้คืน     5.นอกจากนี้ การเปิดใช้งานฟีเจอร์ เช่น การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) และการจำกัดการเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์อื่น ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ แม้จะไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์นี้ได้ 100% แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก

About

สโมสรผู้ฟัง