The Mind Project

themindproject

"The Mind Project: เครื่องมือทางความคิดเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ช่องของเราคือพื้นที่สำหรับทุกคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเริ่มต้นจาก ความคิด ที่ถูกต้อง ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้หลักการทาง จิตวิทยา และ ทักษะชีวิต ที่ใช้งานได้จริง เพื่อ: -ปลดล็อกศักยภาพสูงสุด: ค้นพบขีดจำกัดที่คุณไม่เคยรู้ และวิธีการก้าวข้ามมันไป - สร้างกรอบความคิดที่แข็งแกร่ง (Growth Mindset): เปลี่ยนวิธีที่คุณมองความท้าทายและความล้มเหลว - พัฒนา EQ และทักษะการสื่อสาร: เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นทั้งกับตัวเองและผู้อื่น - สร้างวินัยและความมุ่งมั่น: เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายชีวิตที่คุณใฝ่ฝัน ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นสู้ หรือต้องการความรู้เชิงลึกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกด้าน... The Mind Project พร้อมเป็นคู่มือทางความคิดของคุณ กดติดตาม (Subscribe) เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การเป็น เวอร์ชันที่ดีที่สุด ของตัวคุณเอง!"

  1. 14 JAN

    อย่าขายให้ถูกกว่า แค่ขายให้เหมาะสมกว่า | The Mind Project 116

    ถ้าคุณทำธุรกิจ คุณรู้ดีว่าคำว่า "ไม่" คือคำที่ได้ยินบ่อยที่สุดในชีวิตการขาย แต่ปัญหาไม่ใช่เพราะลูกค้าไม่อยากซื้อ - แต่เพราะเรายังไม่มีระบบที่จะเปลี่ยนคำว่า "ไม่" ให้กลายเป็นเงิน วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง "Downsell" - ศิลปะของการเปลี่ยนลูกค้า 'เกือบซื้อ' ให้พร้อมจ่ายแบบไม่ต้องลดราคาสินค้า 💼 ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้: ปัญหาที่แท้จริง: ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้พลังทั้งหมดเพื่อหาคนซื้อ แต่ไม่มีระบบสำหรับคนที่เกือบซื้อ - ทุกครั้งที่ปล่อยให้ลูกค้าเดินออกไปหลังบอก "ไม่" คุณเพิ่งทิ้งเงินสดที่เกือบได้ในมือไปด้วย Downsell ไม่ใช่การลดราคา: มันคือการเปลี่ยนโครงสร้างข้อเสนอให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกค้า โดยไม่ลดคุณค่าของสินค้าหรือบริการแม้แต่นิดเดียว 3 กลไกของ Deal-Maker Downsell: 1. Payment Plan Downsell - เปลี่ยนโครงสร้างการจ่าย เมื่อลูกค้าบอก "แพงไป" ถามว่า "แพงจริง ๆ หรือยังจ่ายไม่ไหวตอนนี้?" - ใช้ Seesaw Technique: "จ่ายเต็มตอนนี้เพื่อประหยัด" หรือ "จ่ายน้อยลงแต่ระยะยาวกว่า" 2. Trial Downsell - ให้ลูกค้าพิสูจน์ด้วยตัวเอง บางคนลังเลไม่ใช่เพราะไม่อยากซื้อ แต่เพราะ "ยังไม่มั่นใจ" - ให้ทดลองใช้บางส่วนโดยต้องมี skin in the game (วางมัดจำ) เมื่อเห็นผลจริง พวกเขาซื้อเต็มโดยไม่ต้องโน้มน้าว 3. Feature Downsell - ให้สิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ ลูกค้าบางคนอยากได้ของดี แต่ไม่ต้องการ "ทุกฟีเจอร์" - ใช้ Lock & Key Process เปลี่ยน "ปริมาณ" หรือ "คุณสมบัติ" ให้พอดีกับลูกค้า ยังรักษากำไรต่อหน่วยเหมือนเดิม Cashflow Maximizer: 82% ของธุรกิจที่เจ้งล้มเพราะ "ขาดกระแสเงินสด" ไม่ใช่เพราะไม่มีลูกค้า - Downsell ช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ พลังของ 10%: เมื่อเปลี่ยนแค่ 10% ของคนที่ปฏิเสธให้กลายเป็นผู้ซื้อบางส่วน รายได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มการโฆษณา - เพราะลูกค้ากลุ่มนี้เกือบจะซื้ออยู่แล้ว 3 ขั้นตอนเริ่มใช้ Downsell: เขียนสคริปต์สำรองสำหรับเวลาลูกค้าปฏิเสธ สร้างตัวเลือกเล็กลงหรือระยะสั้นกว่าที่ยังให้คุณกำไร วางระบบติดตามหลังปฏิเสธ - คนที่บอก "ยังไม่พร้อม" วันนี้อาจพร้อมอีก 30 วัน ข้อสรุป: ธุรกิจที่อยู่รอดไม่ใช่ธุรกิจที่ขายเก่งที่สุด แต่คือธุรกิจที่ยังเก็บเงินได้แม้จากคนที่ปฏิเสธไม่ซื้อในตอนแรก ในโลกที่การแข่งขันสูง ต้นทุนโฆษณาเพิ่มขึ้น การเสียลูกค้าแม้แต่คนเดียวคือการเสียโอกาสครั้งใหญ่ Downsell คือระบบที่เปลี่ยนคำว่า "ไม่" ให้กลายเป็น "เงิน" 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณทำธุรกิจอย่างฉลาดมากขึ้น #TheMindProject #Downsell #ธุรกิจ #การขาย #SalesStrategy #BusinessGrowth #Entrepreneurship #SalesTechnique #ConversionOptimization #CustomerAcquisition #RevenueGrowth #SmartSellingRetry

    8 min
  2. 12 JAN

    จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกลัว | The Mind Project 115

    "จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกลัว" คุณเคยสังเกตมั้ยว่า เมื่อไหร่ที่คนรอบตัวที่ไม่เคยสนใจการลงทุน จู่ ๆ เริ่มมาถามว่า "ควรซื้อทองไหม? มันจะขึ้นต่อรึเปล่า?" - นั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่บอกว่า ตลาดร้อนเกินไปแล้ว วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง "Indicator ป้าข้างบ้าน" - สัญญาณจากจิตวิทยาของตลาดที่จะช่วยบอกคุณว่า เมื่อไหร่ควรระวัง 🚨 ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้: Indicator ป้าข้างบ้านคืออะไร? เมื่อคนที่ไม่เคยสนใจการลงทุนเลย จู่ ๆ ลุกขึ้นมาฟันธงราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ - นั่นคือสัญญาณคลาสสิกของช่วงที่ตลาดเริ่มฮือฮามากกว่ามีเหตุผล ทำไมเสียงที่ไม่เคยอยู่ในตลาดถึงสำคัญ? เมื่อความสนใจเริ่มหลุดออกสู่ "วงนอก" - กลุ่มคนขายของออนไลน์เริ่มพูดถึงคริปโต กลุ่มไลน์โรงเรียนเริ่มแชร์กองทุน - มันบ่งบอกว่า demand รอบนอกกำลังทะลักเข้ามา Demand แท้ vs FOMO Demand: ช่วงแรก: คนที่เข้าใจหรือสนใจจริง ช่วงท้าย: คนที่กลัวตกรถ - นี่คือช่วงที่ความโลภกำลังชนะเหตุผล อันตรายของช่วงนี้: ตลาดบ้าได้อีกเสมอ และบ้าได้นานกว่าที่เราคิด - เราไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ และพอเข้าไปตอนท้าย ๆ มักจะเป็นคนถือถุง 3 วิธีจัดระยะห่างความปลอดภัย: ค่อย ๆ ลดการถือสินทรัพย์ที่เกินมูลค่าพื้นฐาน อย่าซื้อเพิ่มเมื่อทุกคนบอกว่า "ไม่มีวันลง" ถือเงินสดไว้บ้างก็ได้ - บางทีการไม่ทำอะไรคือการทำอย่างที่ดีที่สุด สัญญาณที่ต้องระวัง: คนที่ไม่เคยลงทุนเริ่มถามถึงสินทรัพย์นี้ สื่อหลายกระแสพูดเรื่องนี้ คอร์ส สัมมนา กรุ๊ปผุดขึ้นเต็มไปหมด คนคุยเรื่อง "กำไร" มากกว่า "เหตุผล" เมื่อตลาดร่วง: "ไม่ขายไม่ขาดทุน" "เดี๋ยวมันก็กลับมา" - มันอาจจะจริงและไม่จริงก็ได้ บางทีนิ่งยาวหลายปีหรือสิบปี บางทีไปแล้วก็ไปเลย มนุษย์กับเหตุผล: "มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีเหตุผล แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่หาเหตุผลมารองรับการกระทำของตัวเอง" - เราทำตามอารมณ์ แล้วค่อยหาเหตุผลมาแก้ต่าง เรื่องของนกตัวเล็ก: "แม้ว่านกทุกตัวจะบินลงใต้ในฤดูหนาว แต่นายก็เลือกที่จะไม่ทำตามก็ได้" - เราเลือกได้ ไม่จำเป็นต้องตามฝูง การลงทุนที่ดีไม่ใช่การเก่งกว่าทุกคนตลอดเวลา แต่คือรู้ว่าตอนไหนไม่ควรทำแบบคนส่วนใหญ่ และบ่อยครั้ง สัญญาณนั้นก็ดังมาจากคนใกล้ตัวเรา 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณลงทุนอย่างมีสติมากขึ้น #TheMindProject #การลงทุน #Investing #MarketPsychology #จิตวิทยาการลงทุน #FOMO #InvestmentStrategy #FinancialWisdom #MarketTiming #InvestmentMindset #SmartInvesting #BehavioralFinance

    8 min
  3. 7 JAN

    คุณชนะได้เสมอ ถ้าเลือกสนามที่ใช่ | หยุดแข่งกับโลก แข่งกับตัวเอง | The Mind Project 114

    "คุณสามารถชนะได้เสมอ ถ้าคุณเลือกลงแข่งในสนามที่ผลแพ้ชนะขึ้นอยู่กับตัวคุณเองเท่านั้น" โลกใบนี้มีคุณแค่คนเดียว - นั่นคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ชีวิตให้กับคุณ แต่หลายคนกลับเลือกที่จะไม่เป็นตัวเอง เพราะกลัวจะแตกต่าง กลัวจะโดดเด่นเกินไป วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง การเป็นตัวเอง การเลือกสนามแข่งขันที่เหมาะสม และที่สำคัญ - ทำไมการเป็น "สีแดง" ถึงสวยงามเสมอ 🎯 ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้: เรื่องราวของการเป็นสีแดง: นักปรัชญาที่ถูกถามว่า "ทำไมไม่ทำตามคนอื่น?" ตอบว่า "ผมอยากเป็นสีแดง ส่วนเล็ก ๆ ที่เจิดจ้า ที่ทำให้สิ่งรอบตัวสวยงาม ถ้าผมทำตามคนอื่น ผมจะเป็นสีแดงได้เช่นใดกันเล่า" เรื่องราวของร้านหนังสือ 600 ปก: ที่ปรึกษาบอกให้มี 10,000 ปก แต่เขาเลือกมีแค่ 600 ปกที่รักและชื่นชอบส่วนตัว - การตัดสินใจที่บ้าบิ่น แต่กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ "ไม่มีใครเหมือนเรา" หลักการสำคัญ: คุณสามารถชนะได้เสมอ ถ้าคุณเลือกลงแข่งในสนามที่ผลแพ้ชนะขึ้นอยู่กับตัวคุณเองเท่านั้น ตัวอย่างร้านอาหารอินเดียร้านที่ 40: เมื่อคุณเป็นร้านที่ 40 ในเมืองเดียวกัน โอกาสประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับปัจจัยนับไม่ถ้วนที่คุณควบคุมไม่ได้ และถ้าแพ้ คุณกลายเป็น "ผู้แพ้ถึงสองครั้ง" - ทั้งในเกมธุรกิจและเกมชีวิต การเลือกสนามของตัวเอง: คุณมีอะไรที่แตกต่างที่คนอื่นไม่มี? มอบประสบการณ์ที่คนอื่นให้ไม่ได้? นั่นคือสนามของคุณ - การแข่งขันไม่ใช่กับคู่แข่ง แต่เป็นการแข่งที่จะเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง สังคมที่สอนให้ไม่แตกต่าง: เราถูกสอนให้ "อย่าแตกแถว" "อย่าทำตัวแปลก" แต่ความตลกหรือแปลกนี่แหละที่จะทำให้คุณมีเอกลักษณ์ และนั่นคือสิ่งเดียวที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จ เลิกแข่งกับโลก แข่งกับตัวเอง: ในแบบที่คุณเป็น เมื่อคุณหยุดแข่งกับโลก ชีวิตเบาขึ้น คุณไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะทำอะไร เพราะคุณกำลังเล่นในสนามของตัวเอง การเป็นจุดแดง: จุดแดงอาจจะเล็ก แต่มันโดดเด่น มันสะดุดตา มันมีความหมาย มันทำให้ภาพทั้งหมดมีชีวิตชีวา การเป็นจุดแดงนั้นสวยงามเสมอ โลกใบนี้มีคุณแค่คนเดียว - ไม่มีใครแข่งกับคุณได้ในการเป็นตัวคุณเอง คุณเป็นผู้ชนะโดยอัตโนมัติ ในสนามที่คุณเป็นตัวคุณเอง อย่ากลัวที่จะเป็นสีแดง อย่าทิ้งความเป็นตัวเองไป แต่จงใช้มันอย่างเต็มที่ และชนะในสนามที่คุณสร้างขึ้นเอง 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณกล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น #TheMindProject #เป็นตัวเอง #Authenticity #BeYourself #พัฒนาตนเอง #BlueOcean #Differentiation #SelfAcceptance #UniqueValue #OwnYourLane #PersonalBrand #StandOut #BeUnique

    8 min
  4. 6 JAN

    5 คำถามที่จะเปลี่ยนชีวิต | ค้นพบ "ตัวตนที่แท้จริง" ของคุณ | The Mind Project 113

    "จนกว่าคุณจะรู้จักสิ่งที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของตัวเอง มันจะเป็นตัวกำหนดชีวิตคุณ และคุณจะเรียกมันว่าโชคชะตา" กี่ครั้งแล้วที่เราบอกว่า "มันเป็นเรื่องของโชคชะตา" แต่บางทีมันอาจจะไม่ใช่โชค แต่เป็นเพราะสิ่งที่เราไม่รู้ในตัวเราเอง ที่กำลังขับเคลื่อนชีวิตเราอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว วันนี้เรามี 5 คำถามที่จะช่วยให้คุณรู้จัก "ตัวตนที่แท้จริง" ของตัวเองมากขึ้น - คำถามที่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ แต่จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล 🔥 5 คำถามที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ: 1. คุณแกล้งเป็นอะไรอยู่หรือเปล่า? เราทุกคนต่างเคยสวมบทบาท - เพื่อให้คนรัก เพื่อให้เข้ากลุ่ม เพื่อให้ดูดี แต่ทุกครั้งที่เราพูดโกหกกับตัวเอง มันจะพาเราห่างออกจาก "ตัวตนจริง" ไปอีกก้าว หากแกล้งนานเกินไป เราอาจ "หายไปจากตัวเองโดยไม่รู้ตัว" 2. ถ้าคุณไม่มีความเจ็บปวดเหลืออยู่เลย คุณจะเป็นใคร? เรามักยึดติดกับบาดแผลในอดีตจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน - "ฉันไม่เป็นที่ต้องการ" "ฉันไม่มีใครเข้าใจ" แต่ความเจ็บปวดไม่ได้มีไว้ให้หนี แต่มีไว้ให้เข้าใจ เมื่อคุณกล้ามองมันตรง ๆ คุณจะเริ่มเห็นว่า มันไม่ได้กำหนดคุณ 3. ทำไมคุณถึงติดอยู่ที่เดิม? คำถามนี้ไม่ใช่ "ทำไมคุณถึงเป็นแบบนี้?" แต่คือ "คุณได้อะไรจากการเป็นแบบนี้?" - ความเจ็บปวดที่คุ้นเคยมักรู้สึกปลอดภัยกว่าความไม่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลง บางครั้ง คำตอบนี้อาจกลายเป็นประตูสู่การเริ่มต้นใหม่ 4. ความกลัวแบบไหนที่คุมชีวิตคุณอยู่? เราทุกคนมี "ความกลัวใหญ่ ๆ" ที่ขับเคลื่อนชีวิต - กลัวถูกปฏิเสธ กลัวล้มเหลว กลัวไม่เพียงพอ มันเลือกเส้นทางชีวิตให้เรา มันเลือกคนที่เราอยู่ด้วย ตราบใดที่ยังไม่เผชิญหน้ากับมัน คุณจะวนอยู่ในวงจรเดิม 5. คุณเป็นใคร... เมื่อไม่มีใครมองอยู่? ไม่มีคนดู ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีคำตัดสิน ไม่มีบทบาทให้แสดง เหลือเพียงคุณ ล้วน ๆ - นั่นแหละ คือ "ตัวตนที่แท้จริง" ของคุณ คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ได้คำตอบเร็ว ๆ แต่มันมีไว้เพื่อให้เรา "หยุด" แล้ว "ฟัง" ตัวเองจริง ๆ ใช้เวลากับมัน ค่อย ๆ ตอบ การรู้จักตัวเองไม่ใช่การค้นหาคำตอบที่สวยงาม แต่มันคือการกล้ามองด้านมืด ด้านอ่อนแอ และด้านที่เราพยายามซ่อน "สิ่งพิเศษที่สุดในชีวิต คือการได้เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง" 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีความหมายมากขึ้น #TheMindProject #รู้จักตัวเอง #SelfDiscovery #พัฒนาตนเอง #จิตวิทยา #SelfAwareness #PersonalGrowth #InnerWork #Authenticity #SelfReflection #FindYourself #TrueYself

    9 min
  5. 4 JAN

    สมาธิหายไปไหน? | ทำไมเทคนิคไม่ช่วย แต่การเปลี่ยนวิถีชีวิตช่วย | The Mind Project 112

    "สมาธิไม่ใช่เทคนิค แต่คือผลลัพธ์ของวิถีชีวิต" ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดไม่ใช่แค่เวลา แต่คือ "เวลาที่เราใช้อย่างตั้งใจ" แบบมีเป้าหมายและมีสมาธิที่ชัดเจน แต่ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือน โฆษณา ข้อมูลไหลผ่านทุกวินาที - การมีสมาธิกลายเป็นเรื่องยากมาก หมดวันแล้วรู้สึกว่าจำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่ายุ่งเพราะอะไร และสิ่งที่ทำนั้นพาเราเข้าใกล้เป้าหมายหรือเปล่า วันนี้เรามาคุยกันว่า ทำไมการหาเทคนิค แอป หรือเครื่องมือใหม่ ๆ ไม่ช่วยให้สมาธิกลับมา และที่สำคัญ - เราจะเรียกมันกลับมาได้อย่างไร ผ่าน 4 เสาหลัก STIB 🧠 ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้: ทำไมสมาธิถึงหายไป - การหลับตาตีเป้าในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวน ความผิดพลาดของการตามล่าหาเทคนิค - ทำไมมันมาแป๊บเดียวแล้วหายไป ความจริงเกี่ยวกับสมาธิ: มันไม่ใช่เทคนิค แต่คือผลลัพธ์ของวิถีชีวิต 4 เสาหลักของการมีสมาธิ - STIB ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ 📍 S - Space (พื้นที่) พื้นที่ที่ไม่รบกวนสมอง - โต๊ะโล่ง ไม่มีโทรศัพท์ใกล้ตัว แสงธรรมชาติ ความเงียบพอสมควร ⏰ T - Time (เวลา) เวลาโฟกัสที่ต้องปกป้องดั่งของมีค่าที่สุด - กัน 90-120 นาทีในตอนเช้าโดยไม่มีการรบกวน เผชิญหน้างานสำคัญเป็นสิ่งแรกของวัน 📱 I - Input (ข้อมูล) สิ่งที่ปล่อยให้เข้าสู่สมองในแต่ละวัน - Garbage In, Garbage Out ความคิดที่ดีไม่สามารถออกมาได้จากเชื้อเพลิงที่เป็นข้อมูลขยะ 💪 B - Body (ร่างกาย) พลังงานที่ทำให้สมองทำงานได้ดี - นอนไม่พอ = วางเตะตัดขาตัวเอง ร่างกายไม่ขยับ สมองก็เฉื่อยชา "เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องการบรรลุเป้าหมาย จงลืมตาให้กว้าง มีสมาธิ และมั่นใจว่าคุณรู้แน่ชัดว่าคุณต้องการอะไร เพราะไม่มีใครหลับตาแล้วเล็งเป้าได้ถูก" สมาธิไม่ใช่เป้าหมาย มันคือผลลัพธ์ มันจะเกิดขึ้นเองถ้าคุณใช้ชีวิตที่เอื้อให้มันเกิดขึ้น สี่อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เราลืมไปว่า ของพื้นฐานมักเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุด ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวน ชีวิตที่มีเวลาที่เราสามารถโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริง ๆ จะเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้คุณก้าวหน้ากว่าคนอื่นอย่างที่คุณไม่เคยคิดมาก่อน 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างตั้งใจและมีสมาธิมากขึ้น #TheMindProject #สมาธิ #Focus #DeepWork #Mindfulness #พัฒนาตนเอง #Productivity #Concentration #IntentionalLiving #DigitalMinimalism #MindfulLiving #FocusedLife

    9 min
  6. 23/12/2025

    18 วิธีใช้เงินให้ชีวิตพัง | คู่มือสำหรับคนที่ไม่อยากมีความสุข | The Mind Project 111

    "สิ่งที่ทำให้มีความสุขนั้นยากจะนิยาม แต่สิ่งที่ทำให้ทุกข์นั้นชัดเจนและพบได้บ่อย" ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะใช้เงินเพื่อสร้างความสุขยังไง ลองเริ่มจากการหลีกเลี่ยงการใช้เงินที่ทำให้ทุกข์แน่ ๆ ก่อนก็ได้ วันนี้เรามี 18 วิธีการใช้เงินที่จะทำให้ชีวิตพังพินาศ - ถ้าคุณทำสิ่งเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง รับรองว่าไม่ว่าจะมีรายได้มากแค่ไหน ก็ไม่มีวัน "พอ" หรือ "สุข" ได้เลย 💸 18 วิธีใช้เงินให้ชีวิตพัง: เปรียบเทียบตัวเองกับคนที่รวยกว่าเสมอ ยอมแลกอิสรภาพเพื่อซื้อความประทับใจ เอาเงินมาเป็นนิยามตัวตน ใช้เงินจนหมด แล้วฝากชีวิตไว้กับคนอื่น เชื่อว่าเงินจะแก้ปัญหาทุกอย่าง หรือมองว่าเงินคือปีศาจ ประหยัดเกินเหตุ จนชีวิตแห้งแล้ง ยกความดีให้ตัวเอง ยกความผิดให้โชค เชื่อว่าความสำเร็จของคนอื่นในโซเชียลคือของจริงทั้งหมด มองข้ามต้นทุนที่ซ่อนอยู่ ไม่มีสติรู้ตัวถึงแนวโน้มที่ตัวเองจะเสียใจภายหลัง เอาสิ่งที่ "จำเป็น" ไปเสี่ยง เพื่อไล่ล่าสิ่งที่ "ไม่จำเป็น" เอามูลค่าทางการเงินมาเป็นตัวตัดสินคุณค่าของตัวเองและคนอื่น มองการเงินเป็นแค่เรื่องคณิตศาสตร์ ปล่อยให้คำแนะนำของคนอื่นมากำหนดชีวิตคุณ ตั้งมาตรฐานจากคนที่อยู่บนสุดของโลก มองโลกในแง่ดีเกินไป จนความคาดหวังโตเร็วกว่ารายได้ คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างแล้วเกี่ยวกับเงิน ถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิต เริ่มได้ด้วยการรู้ก่อนว่าอะไรควรหลีกเลี่ยง แค่หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดี ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ถูกทางแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเงิน แต่ถ้ารู้ว่าอะไรไม่ควรทำ ก็ถือว่าเริ่มเดินถูกทางไปมากแล้ว เงินจะกลายเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อคุณปล่อยให้มันควบคุมแนวทางการใช้ชีวิต มากกว่าที่คุณจะใช้มันเพื่อควบคุมเส้นทางชีวิตที่ตัวเองต้องการจริง ๆ 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตและจัดการเงินอย่างมีสติมากขึ้น #TheMindProject #การเงิน #ใช้เงินอย่างมีสติ #MoneyMindset #FinancialWellness #PersonalFinance #MoneyPsychology #FinancialFreedom #MoneyManagement #FinancialMistakes #WealthMindset #SmartSpending

    10 min
  7. 20/12/2025

    บางคนไม่ต้องการ "ความเข้มแข็ง" มากกว่านี้ แค่ต้องการ "พื้นที่ที่เหมาะสม" มากกว่าเดิม | The Mind Project

    ทำไมบางคนดูเหมือนรับมือกับทุกอย่างได้หมด แต่บางคนกลับดูเหมือนเปราะบาง? นั่นหมายความว่าอย่างไร? วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง "เด็กดอกแดนดิไลออน" กับ "เด็กดอกกล้วยไม้" - แนวคิดที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับความแข็งแกร่งและความอ่อนไหว 🌼 ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้: คำถามที่น่าสนใจ: ทำไมบางคนทนทาน แต่บางคนต้องการการดูแล? เด็กดอกแดนดิไลออน - คนที่เติบโตได้แทบทุกที่ (70-80%) เด็กดอกกล้วยไม้ - คนที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (20-30%) ความอ่อนไหวไม่ใช่ความอ่อนแอ - ข้อเท็จจริงสำคัญที่คุณต้องรู้ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? - มันไม่ใช่เรื่องแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ แต่เป็นเรื่องความเหมาะสม กลยุทธ์ทางวิวัฒนาการ: ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง 3 วิธีสร้างความสามารถในการปรับตัว สำหรับทั้งสองประเภท การสร้างรากฐานทางร่างกาย - ทุนสำรองสำหรับรับมือความเครียด การปรับกรอบความคิด และการเพิ่มหลักฐานความสำเร็จ ความสำคัญของการสนับสนุนทางสังคม - ปัจจัยสำคัญที่สุด สำหรับผู้ปกครอง: ลูกของคุณไม่ได้อ่อนแอ - พวกเขาแค่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และถ้าคุณให้สภาพแวดล้อมนั้น พวกเขาสามารถเติบโตได้อย่างงดงาม สำหรับผู้ใหญ่ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นออร์คิด: คุณไม่ได้ผิดปกติ คุณไม่ได้อ่อนแอ คุณแค่มีความอ่อนไหวสูง และนั่นไม่ใช่ข้อเสีย มันอาจจะเป็นจุดแข็งของคุณ ถ้าคุณหาพื้นที่ที่เหมาะสมให้เจอ ความยืดหยุ่นในการรับมือกับชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง แต่ขึ้นอยู่กับ "ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม" โลกนี้ต้องการทั้งแดนดิไลออนและออร์คิด ต้องการทั้งคนที่ทนทาน และคนที่อ่อนไหว เพราะแต่ละคนมีบทบาทของตัวเอง ทั้งสองล้วนมีค่าเท่าเทียมกัน 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น #TheMindProject #ดอกแดนดิไลออน #ดอกกล้วยไม้ #Resilience #พัฒนาตนเอง #HighlySensitive #DandelionChildren #OrchidChildren #Parenting #SelfAcceptance #MentalHealth #EmotionalIntelligence #HighlySensitivePerson ทำไมบางคนดูเหมือนรับมือกับทุกอย่างได้หมด แต่บางคนกลับดูเหมือนเปราะบาง? นั่นหมายความว่าอย่างไร? วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง "เด็กดอกแดนดิไลออน" กับ "เด็กดอกกล้วยไม้" - แนวคิดที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณเกี่ยวกับความแข็งแกร่งและความอ่อนไหว 🌼 ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้: คำถามที่น่าสนใจ: ทำไมบางคนทนทาน แต่บางคนต้องการการดูแล? เด็กดอกแดนดิไลออน - คนที่เติบโตได้แทบทุกที่ (70-80%) เด็กดอกกล้วยไม้ - คนที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม (20-30%) ความอ่อนไหวไม่ใช่ความอ่อนแอ - ข้อเท็จจริงสำคัญที่คุณต้องรู้ ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? - มันไม่ใช่เรื่องแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ แต่เป็นเรื่องความเหมาะสม กลยุทธ์ทางวิวัฒนาการ: ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง 3 วิธีสร้างความสามารถในการปรับตัว สำหรับทั้งสองประเภท การสร้างรากฐานทางร่างกาย - ทุนสำรองสำหรับรับมือความเครียด การปรับกรอบความคิด และการเพิ่มหลักฐานความสำเร็จ ความสำคัญของการสนับสนุนทางสังคม - ปัจจัยสำคัญที่สุด สำหรับผู้ปกครอง: ลูกของคุณไม่ได้อ่อนแอ - พวกเขาแค่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และถ้าคุณให้สภาพแวดล้อมนั้น พวกเขาสามารถเติบโตได้อย่างงดงาม สำหรับผู้ใหญ่ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นออร์คิด: คุณไม่ได้ผิดปกติ คุณไม่ได้อ่อนแอ คุณแค่มีความอ่อนไหวสูง และนั่นไม่ใช่ข้อเสีย มันอาจจะเป็นจุดแข็งของคุณ ถ้าคุณหาพื้นที่ที่เหมาะสมให้เจอ ความยืดหยุ่นในการรับมือกับชีวิต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง แต่ขึ้นอยู่กับ "ความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม" โลกนี้ต้องการทั้งแดนดิไลออนและออร์คิด ต้องการทั้งคนที่ทนทาน และคนที่อ่อนไหว เพราะแต่ละคนมีบทบาทของตัวเอง ทั้งสองล้วนมีค่าเท่าเทียมกัน 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น #TheMindProject #ดอกแดนดิไลออน #ดอกกล้วยไม้ #Resilience #พัฒนาตนเอง #HighlySensitive #DandelionChildren #OrchidChildren #Parenting #SelfAcceptance #MentalHealth #EmotionalIntelligence #HighlySensitivePerson

    9 min
  8. 20/12/2025

    รู้ว่าไม่ดี แต่ทำไมยังทำ? | เคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณเลิกนิสัยแย่ได้ | The Mind Project 109

    เคยมีนิสัยที่รู้ว่าไม่ดี แต่ก็ยังทำอยู่มั้ย? ตื่นมาเช็คโซเชียลทันที นอนดูซีรีส์จนดึก เลื่อนดูฟีดไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่ากำลังหาอะไร... เราทุกคนรู้ว่ามันไม่ดี แต่ทำไมเราถึงเลิกไม่ได้? และที่สำคัญ... จะเลิกได้ยังไง? วันนี้เรามีเคล็ดลับง่าย ๆ มาแนะนำ ที่มาจากการศึกษาวิจัย - การ "มอบมูลค่าเป็นเงินให้กับเวลาของเรา" ⏰ ในตอนนี้คุณจะได้เรียนรู้: ทำไมเรารู้ว่าไม่ดี แต่ยังทำอยู่? เคล็ดลับจากการวิจัย: การมอบมูลค่าเป็นเงินให้กับเวลา การทดลองที่น่าสนใจ - และผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ วิธีคำนวณว่าเวลาของคุณมีค่าเท่าไหร่ต่อชั่วโมง ตัวเลขที่น่าตกใจ: เราเสียเวลาไปกับโซเชียลเท่าไหร่? ถ้าต้องจ่ายเงิน 130 บาทเพื่อเลื่อนดูโซเชียล คุณจะทำไหม? เป้าหมายที่แท้จริง: ไม่ใช่การหยุดทุกอย่าง แต่คือการจัดการให้ดีขึ้น ความแตกต่างระหว่างการพักผ่อนกับการเสียเวลา วิธีใช้เคล็ดลับนี้ในชีวิตจริง 4 ขั้นตอน สมมติคุณทำงานได้วันละ 500 บาท ใน 8 ชั่วโมง = แต่ละชั่วโมงมีค่า 62.50 บาท ถ้าใช้เวลาเลื่อนดูโซเชียลวันละ 2 ชั่วโมง = คุณกำลังใช้เงิน 130 บาทต่อวัน ถ้ารวมทุกแพลตฟอร์มแล้วใช้เวลา 5 ชั่วโมงต่อวัน = คุณกำลังใช้เงิน 312 บาทต่อวัน หรือ เกือบ 10,000 บาทต่อเดือน คำถามคือ: ถ้าต้องจ่ายเงินจริง ๆ คุณจะทำไหม? เวลาคือสิ่งที่เราไม่สามารถซื้อกลับมาได้ ทุก ๆ ชั่วโมงที่เสียไป คือชิ้นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราจะไม่มีวันได้กลับคืนมา การตั้งมูลค่าให้กับเวลา ไม่ได้หมายถึงการบังคับตัวเองให้ทำงานมากขึ้น แต่เป็นการเตือนตัวเองว่า เราปล่อยเวลาให้เสียไปมากแค่ไหน และเวลาที่เสียไปนั้น รวมกันแล้วก็คือชีวิตที่เราเสียไป ใช้เวลากับสิ่งที่นำความสุขมาให้จริง ๆ แทนที่จะเป็น "อีกสักตอน" หรือ "เลื่อนดูหน่อย" ที่ไม่ได้ทำให้เราได้อะไรกลับมา 📌 ติดตาม The Mind Project สำหรับเนื้อหาที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่ามากขึ้น #TheMindProject #เลิกนิสัยแย่ #TimeManagement #พัฒนาตนเอง #จัดการเวลา #BadHabits #ProductivityTips #TimeIsMoney #SocialMediaAddiction #Mindfulness #IntentionalLiving #ValueYourTime

    9 min

About

"The Mind Project: เครื่องมือทางความคิดเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ช่องของเราคือพื้นที่สำหรับทุกคนที่ต้องการพัฒนาตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเริ่มต้นจาก ความคิด ที่ถูกต้อง ที่นี่คุณจะได้เรียนรู้หลักการทาง จิตวิทยา และ ทักษะชีวิต ที่ใช้งานได้จริง เพื่อ: -ปลดล็อกศักยภาพสูงสุด: ค้นพบขีดจำกัดที่คุณไม่เคยรู้ และวิธีการก้าวข้ามมันไป - สร้างกรอบความคิดที่แข็งแกร่ง (Growth Mindset): เปลี่ยนวิธีที่คุณมองความท้าทายและความล้มเหลว - พัฒนา EQ และทักษะการสื่อสาร: เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นทั้งกับตัวเองและผู้อื่น - สร้างวินัยและความมุ่งมั่น: เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายชีวิตที่คุณใฝ่ฝัน ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นสู้ หรือต้องการความรู้เชิงลึกเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกด้าน... The Mind Project พร้อมเป็นคู่มือทางความคิดของคุณ กดติดตาม (Subscribe) เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การเป็น เวอร์ชันที่ดีที่สุด ของตัวคุณเอง!"