Wealth Wisdom Podcast

Guru Living

สรุปสาระความรู้ เรื่องการเงิน การลงทุน เศรษฐกิจ แบบเข้าใจง่ายเพื่อชีวิตการเงินที่ดีขึ้นสำหรับทุกๆคน

  1. Money Anxiety ปัญหาของคนรุ่นใหม่ ภาวะวิตกกังวลเรื่องการเงิน   Wealth Wisdom Podcast EP160

    1 day ago

    Money Anxiety ปัญหาของคนรุ่นใหม่ ภาวะวิตกกังวลเรื่องการเงิน Wealth Wisdom Podcast EP160

    Money Anxiety ปัญหาของคนรุ่นใหม่ ภาวะวิตกกังวลเรื่องการเงิน Wealth Wisdom Podcast EP160 . การงานเติบโต รายได้ดีขึ้น แต่ทำไมยังเครียดเรื่องเงินไม่หาย? . ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ ผมอยากบอกว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียวครับ . มีงานวิจัยที่น่าสนใจมาก คือคนที่เครียดเรื่องเงินมากที่สุด ไม่ใช่คนรายได้น้อย แต่เป็นคนวัยทำงาน 30-45 ปี ที่มีรายได้ปานกลางถึงสูงต่างหาก . ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ งานวิจัยพบว่า Money Anxiety หรือความวิตกกังวลเรื่องเงิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่มีเลยครับ . มีตัวอย่างคนรายได้ 25,000 บาท ไม่มีหนี้ ความเครียด 2/10 นอนหลับสบาย เทียบกับอีกคนรายได้ 80,000 บาท แต่มีหนี้บ้าน-รถ ความเครียดพุ่งไป 9/10 นอนไม่หลับเลย . ความแตกต่างไม่ใช่จำนวนเงิน แต่เป็น "ความสัมพันธ์ทางจิตใจกับเงิน" ต่างหาก . ในคลิปผมเล่าให้ฟังครบเลยครับ ทำไม Money Anxiety ถึงเพิ่มขึ้นในยุคนี้ ตั้งแต่เรื่องค่าครองชีพที่วิ่งเร็วกว่ารายได้ การเปรียบเทียบบน Social Media ไปจนถึงภาระดูแลพ่อแม่และครอบครัว พร้อมแนวทาง 8 ขั้นตอนที่ช่วยให้ใจสงบลงได้จริง . ใครกำลังเครียดเรื่องเงินอยู่ ลองดูคลิปนี้ดูนะครับ อาจช่วยให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น . ถ้าเป็นประโยชน์ ฝากกดไลค์กดแชร์ให้คนที่เรารักได้เห็นด้วยนะครับ เผื่อเขากำลังเครียดแบบเดียวกัน . WIN.ITTISAK #GuruLiving #wealthwisdompodcast #MoneyAnxiety #ความเครียดเรื่องเงิน #สุขภาพจิตการเงิน #วางแผนการเงิน

    14 min
  2. Long Term Thingking อยากมั่งคั่งต้องเริ่มมองชีวิตการเงินให้ยาวขึ้น  Wealth Wisdom Podcast EP159

    21 Jun

    Long Term Thingking อยากมั่งคั่งต้องเริ่มมองชีวิตการเงินให้ยาวขึ้น Wealth Wisdom Podcast EP159

    Long Term Thingking อยากมั่งคั่งต้องเริ่มมองชีวิตการเงินให้ยาวขึ้น Wealth Wisdom Podcast EP159 . ความมั่งคั่งจริง ๆ ไม่ได้สร้างจากการตัดสินใจครั้งใหญ่แค่ครั้งเดียวครับ . แต่มักเกิดจากการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่เราทำซ้ำอย่างสม่ำเสมอ เป็นเวลานานพอ . หลายคนอยากรวยเร็ว อยากเจอทางลัด อยากลงทุนแล้วเห็นผลทันที อยากเริ่มวันนี้แล้วชีวิตเปลี่ยนในไม่กี่เดือน . แต่ความจริงที่อาจฟังไม่ค่อยสนุกคือ… คนที่มั่งคั่งจริงส่วนใหญ่ ไม่ได้รวยเพราะเขารีบที่สุด แต่เพราะเขา “อยู่ในเกม” ได้นานพอ . การเงินส่วนบุคคลจึงไม่ได้เหมือนวิ่ง 100 เมตร ที่ใครออกตัวเร็วที่สุดแล้วจะชนะ . แต่มันเหมือนการวิ่งมาราธอนมากกว่า คนที่ชนะไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุดในช่วงแรก แต่คือคนที่รักษาจังหวะได้ดี ไม่ล้มกลางทาง ไม่หมดแรงก่อนเวลา และไม่ตัดสินใจพลาดจนต้องเริ่มใหม่ . ปัญหาคือสมองของเรามักชอบความสุขระยะสั้นครับ เราอยากได้ของวันนี้ อยากมีความสุขวันนี้ อยากเห็นผลลัพธ์วันนี้ . แต่หลายเรื่องที่สร้างความมั่งคั่งจริง กลับเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ออมเงินทุกเดือน ลงทุนระยะยาว พัฒนาทักษะตัวเอง ไม่ใช้เงินเกินตัว ไม่ไล่ตามกระแส ไม่รีบรวยจนเสี่ยงเกินไป . สิ่งเหล่านี้อาจดูน่าเบื่อมากในช่วงแรก แต่ความน่าเบื่อแบบนี้แหละครับ ที่มักสร้างผลลัพธ์ใหญ่ในระยะยาว . เงิน 100,000 บาท ถ้าลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% ต่อปี ผ่านไป 10 ปี อาจโตเป็นเกือบ 200,000 บาท ผ่านไป 20 ปี อาจโตเป็นเกือบ 400,000 บาท ผ่านไป 40 ปี อาจโตเป็นเกือบ 1.5 ล้านบาท . สังเกตไหมครับว่า พลังของเวลาไม่ได้แสดงผลชัดในช่วงแรก แต่มันจะเริ่มทรงพลังมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราปล่อยให้เงินทำงานนานพอ . นี่คือเหตุผลที่การเริ่มเร็ว สำคัญกว่าการรอให้พร้อมสมบูรณ์แบบ . บางคนออมเดือนละไม่มาก แต่เริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย ลงทุนต่อเนื่อง และไม่ถอนออกมาใช้ก่อนเวลา สุดท้ายอาจมีเงินมากกว่าคนที่เริ่มช้ากว่า แม้อีกคนจะออมต่อเดือนเยอะกว่าก็ตาม . เพราะในการสร้างความมั่งคั่ง “เวลา” คือสินทรัพย์ที่สำคัญมาก และเป็นสินทรัพย์ที่ถ้าปล่อยให้ผ่านไปแล้ว เราเอากลับคืนมาไม่ได้ . Long-term Thinking จึงไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุนครับ แต่มันคือวิธีคิดในการใช้ชีวิต เราเลือกซื้อของวันนี้ โดยคิดถึงตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าไหม เราเลือกทำงานวันนี้ โดยคิดถึงทักษะที่จะพาเราเติบโตในอนาคตไหม เราเลือกลงทุนวันนี้ โดยคิดถึงเป้าหมายระยะยาว หรือแค่หวังผลเร็วในไม่กี่วัน . คนที่คิดระยะยาว ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ใช้ชีวิต ไม่ได้แปลว่าเขาต้องประหยัดจนไม่มีความสุข . แต่เขาเลือกใช้เงินอย่างเข้าใจมากขึ้นว่า ความสุขวันนี้สำคัญ แต่ตัวเราในอนาคตก็สำคัญไม่แพ้กัน . บางครั้งการไม่ซื้อของบางอย่างวันนี้ อาจไม่ใช่การอดทนอย่างทรมาน แต่มันคือการเลือกให้ตัวเราในอนาคต มีทางเลือกมากขึ้น มีความมั่นคงมากขึ้น และมีอิสรภาพมากขึ้น . สุดท้ายแล้ว ความมั่งคั่งไม่ได้มาจากทางลัดเสมอไป แต่มาจากการทำสิ่งธรรมดา ๆ ให้สม่ำเสมอนานพอ ออมอย่างสม่ำเสมอ ลงทุนอย่างมีแผน พัฒนาตัวเองต่อเนื่อง และอดทนกับความน่าเบื่อของกระบวนการ . เพราะบางครั้ง สิ่งที่ทำให้เรารวยขึ้นจริง ๆ อาจไม่ใช่การตัดสินใจที่หวือหวา แต่คือการตัดสินใจเล็ก ๆ วันนี้ ที่ตัวเราในอีก 10 ปีข้างหน้า จะหันกลับมาขอบคุณ . ผมเล่าเรื่องนี้แบบละเอียดไว้ในคลิป Wealth Wisdom Podcast EP159 “Long-term Thinking: อยากมั่งคั่งต้องมองระยะยาว” ใครที่อยากเข้าใจว่า ทำไมการคิดระยะยาวถึงสำคัญกับการสร้างความมั่งคั่ง และเราจะฝึกตัวเองให้มองการเงินแบบไกลขึ้นได้อย่างไร เข้าไปดูคลิปเต็มกันได้เลยครับ ถ้าคลิปนี้มีประโยชน์ ฝากกดไลก์ กดแชร์ และส่งต่อให้คนที่อยากเริ่มสร้างความมั่งคั่งแบบยั่งยืนด้วยนะครับ . #guruliving #การเงิน #วางแผนการเงิน #LongTermThinking #wealthwisdompodcast #wealthwisdom

    16 min
  3. 5 กับดักทางจิตวิทยา ที่ทำให้เราติดหนี้ไม่จบ  Wealth Wisdom Podcast EP158

    14 Jun

    5 กับดักทางจิตวิทยา ที่ทำให้เราติดหนี้ไม่จบ Wealth Wisdom Podcast EP158

    5 กับดักทางจิตวิทยา ที่ทำให้เราติดหนี้ไม่จบ Wealth Wisdom Podcast EP158 . หนี้…บางครั้งไม่ได้เริ่มจากการเงินอย่างเดียว แต่มันเริ่มจาก “จิตใจ” ของเราด้วยครับ . หลายคนรู้ว่าการกู้เงินทำให้มีภาระ รู้ว่าบัตรเครดิตถ้าจ่ายขั้นต่ำ ดอกเบี้ยจะเดินต่อ รู้ว่าการกู้ใหม่ไปปิดหนี้เก่า ไม่ใช่ทางออกระยะยาว . แต่คำถามคือ… ทำไมเรายังเผลอกู้ซ้ำ? ทำไมเรายังผ่อนของที่อาจไม่ได้จำเป็น? ทำไมบางคนปลดหนี้ได้แล้ว แต่สุดท้ายกลับไปเป็นหนี้อีก? . คำตอบอาจไม่ใช่เพราะเรา “ไม่มีวินัย” อย่างเดียวครับ แต่อาจเป็นเพราะสมองของเรากำลังติดกับดักบางอย่างอยู่ . เช่น… เรามักให้ค่ากับความสุขวันนี้ มากกว่าความลำบากในอนาคต อยากได้ของวันนี้ แต่ความเจ็บปวดจากการผ่อน กลับรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องของวันข้างหน้า . เรามักรู้สึกว่าเงินจากบัตรเครดิต หรือเงินกู้ ไม่เจ็บเท่าเงินสดในบัญชี ทั้งที่สุดท้าย มันก็คือเงินที่เราต้องจ่ายคืนเหมือนกัน . เรามองว่าการมีหนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะรอบตัวเราหลายคนก็มีหนี้ ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ใช้บัตรเครดิต กู้ส่วนบุคคล จนบางครั้งเราเผลอคิดว่า “ชีวิตก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ” . และที่อันตรายที่สุดคือ เวลาเริ่มมีปัญหาหนี้ เรากลับไม่กล้าเปิดดูยอด ไม่กล้าเช็กแอป ไม่กล้าอ่าน SMS จากธนาคาร เพราะกลัวเห็นความจริง . แต่ปัญหาคือ… การไม่ดูหนี้ ไม่ได้ทำให้หนี้หายไป มันแค่ทำให้หนี้โตขึ้นเงียบ ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว . นี่แหละครับที่ทำให้หลายคนติดอยู่ใน “วงจรหนี้” กู้เพื่อใช้ กู้เพื่อปิดหนี้เก่า จ่ายขั้นต่ำ แล้วก็ต้องกู้ใหม่อีกครั้ง . สุดท้ายหนี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขในบัญชี แต่มันกลายเป็นความเครียด ความกังวล ความรู้สึกผิด และบางครั้งกระทบไปถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย . แต่ข่าวดีคือ… หนี้ไม่ใช่โทษประหารครับ หนี้เป็นปัญหาที่แก้ได้ ถ้าเราเริ่มเผชิญหน้ากับมันอย่างจริงจัง . จุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่การรีบหาเงินก้อนใหญ่มาปิดหนี้ทันที แต่อาจเริ่มจากเรื่องพื้นฐานมาก ๆ เช่น รู้ก่อนว่าเรามีหนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ ดอกเบี้ยแต่ละก้อนกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องจ่ายขั้นต่ำเดือนละเท่าไหร่ รายได้ของเราถูกเอาไปจ่ายหนี้กี่เปอร์เซ็นต์ และหนี้ก้อนไหนควรจัดการก่อน . จากนั้นค่อย ๆ วางแผน หยุดกู้เพิ่ม ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หาเงินเพิ่มถ้าทำได้ เลือกวิธีจัดการหนี้ที่เหมาะกับตัวเอง จะเป็น Snowball Method ที่เริ่มจากหนี้ก้อนเล็ก หรือ Avalanche Method ที่เริ่มจากหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อนก็ได้ . สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราไม่ควรปล่อยให้ “ความกลัว” ทำให้เราไม่กล้าดูตัวเลข เพราะวันที่เราเริ่มเปิดดูยอดหนี้ทั้งหมด อาจเป็นวันที่เจ็บที่สุด แต่ก็มักเป็นวันแรก ที่เรากำลังเริ่มเอาชีวิตทางการเงินกลับคืนมา . สำหรับผม หนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ แต่การปล่อยให้ตัวเองติดอยู่ในวงจรหนี้ โดยไม่เริ่มทำอะไรเลย อาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากกว่า . ถ้าตอนนี้ใครกำลังมีหนี้ อย่าเพิ่งโทษตัวเองมากเกินไป ลองเริ่มจากการเข้าใจว่า บางครั้งหนี้ไม่ได้เกิดจากตัวเลขอย่างเดียว แต่มันเกิดจากพฤติกรรม ความเคยชิน และกับดักทางใจของเราด้วย . และเมื่อเราเข้าใจมันมากขึ้น เราก็จะค่อย ๆ แก้มันได้ดีขึ้นครับ . ผมเล่าเรื่องนี้แบบละเอียดไว้ในคลิปนี้แล้วครับ “The Psychology of Debt: ทำไมเราถึงติดกับดักการกู้? และวิธีเลิกเสพติดหนี้” ใครที่อยากเข้าใจวงจรหนี้ในมุมจิตวิทยา และอยากเริ่มหาทางออกจากหนี้อย่างเป็นระบบ เข้าไปดูคลิปเต็มกันได้เลยครับ ถ้าคลิปนี้มีประโยชน์ ฝากกดไลก์ กดแชร์ และส่งต่อให้คนที่กำลังอยากเริ่มจัดการหนี้ของตัวเองด้วยนะครับ . #guruliving #การเงิน #จัดการหนี้ #วางแผนการเงิน #wealthwisdompodcast #wealthwisdom

    16 min
  4. Financial Health Check 5 ตัวเลขที่บอกว่าคุณ รวยจริง หรือแค่ "ดูรวย"   Wealth Wisdom Podcast EP157

    7 Jun

    Financial Health Check 5 ตัวเลขที่บอกว่าคุณ รวยจริง หรือแค่ "ดูรวย" Wealth Wisdom Podcast EP157

    Financial Health Check 5 ตัวเลขที่บอกว่าคุณ รวยจริง หรือแค่ "ดูรวย" Wealth Wisdom Podcast EP157 หลายคนอาจดูเหมือนชีวิตดีมากครับ ขับรถดี อยู่คอนโดสวย ใช้ของแบรนด์เนม กินร้านดี ๆ แต่พอกลับมาดูตัวเลขการเงินจริง ๆ อาจพบว่า…เงินเก็บแทบไม่มี หนี้เต็มตัว และถ้ารายได้หยุดไปแค่ไม่กี่เดือน ชีวิตก็เริ่มลำบากทันที . ในทางกลับกัน บางคนอาจดูธรรมดามาก ไม่ได้ใช้ชีวิตหวือหวา ไม่ได้ซื้อของแพงเพื่อให้ใครเห็น แต่เขามีเงินเก็บ มีเงินลงทุน มีหนี้น้อย และมีเงินสำรองพอให้ชีวิตไม่สะดุด . นี่แหละครับคือความต่างระหว่าง “ดูรวย” กับ “รวยจริง” . ความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากรถที่ขับ ไม่ได้วัดจากเสื้อผ้าที่ใส่ ไม่ได้วัดจากภาพที่คนอื่นเห็นบนโซเชียล . แต่วัดจาก “ตัวเลขทางการเงิน” ที่เราอาจไม่ค่อยได้เปิดดู . โดยเฉพาะ 4 ตัวเลขสำคัญนี้ 1. Savings Rate เราออมและลงทุนได้กี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ 2. Net Worth สินทรัพย์ทั้งหมด ลบด้วยหนี้สินทั้งหมด เหลือจริง ๆ เท่าไหร่ 3. Debt-to-Income Ratio รายได้แต่ละเดือน ถูกเอาไปจ่ายหนี้มากแค่ไหน 4. Liquidity Ratio ถ้ารายได้หยุดวันนี้ เรามีเงินสดพอใช้กี่เดือน เพราะบางครั้งคนที่รายได้เยอะ อาจไม่ได้มั่งคั่งกว่าคนที่รายได้น้อยกว่าเสมอไป . คนที่ได้เงินเดือน 80,000 บาท แต่ใช้หมดทุกเดือน อาจเปราะบางกว่าคนที่ได้เงินเดือน 50,000 บาท แต่เก็บเงินได้เดือนละ 15,000 บาทอย่างสม่ำเสมอ . สุดท้ายแล้ว “รวยจริง” อาจไม่ได้แปลว่าเราต้องดูหรูที่สุด แต่คือการที่เรามีฐานะการเงินแข็งแรงพอ มีเงินสำรอง มีหนี้ที่ควบคุมได้ มีเงินออมและเงินลงทุนเติบโต และมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ . ถ้าอยากรู้ว่าเราตอนนี้ กำลัง “รวยจริง” หรือแค่ “ดูรวย” ลองเริ่มจากการเช็ก 5 ตัวเลขนี้ครับ เพราะตัวเ หล่านี้อาจบอกความจริงทางการเงินของเรา ได้ชัดกว่าสิ่งที่คนอื่นมองเห็นจากภายนอก . ผมเล่าเรื่องนี้แบบละเอียดไว้ในคลิป WW157 “Financial Health Check: 5 ตัวเลขที่บอกว่าคุณรวยจริง หรือแค่ดูรวย” เข้าไปดูคลิปเต็มกันได้เลยครับ ถ้าคลิปนี้มีประโยชน์ ฝากกดไลก์ กดแชร์ และส่งต่อให้คนที่อยากเริ่มเช็กสุขภาพการเงินของตัวเองด้วยนะครับ . #guruliving #การเงิน #วางแผนการเงิน #FinancialHealthCheck #wealthwisdompodcast #wealthwisdom :::

    12 min
  5. Soft Saving เทรนด์การเงินของคนรุ่นใหม่   ออมเงินแบบไม่ทรมานตัวเอง | Wealth Wisdom Podcast EP156

    31 May

    Soft Saving เทรนด์การเงินของคนรุ่นใหม่ ออมเงินแบบไม่ทรมานตัวเอง | Wealth Wisdom Podcast EP156

    Soft Saving เทรนด์การเงินของคนรุ่นใหม่ ออมเงินแบบไม่ทรมานตัวเอง | Wealth Wisdom Podcast EP156 . ออมเงินเยอะ... ไม่ได้แปลว่าชีวิตจะดี และใช้ชีวิตเต็มที่... ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีอนาคต แล้วเส้นแบ่งของสองอย่างนี้... มันอยู่ตรงไหนกันแน่? . มีงานสำรวจของ Intuit Credit Karma ปี 2024 บอกว่า 73% ของ Gen Z กำลังทำสิ่งที่เรียกว่า "Soft Saving" หรือการออมเงินแบบ "ไม่ทรมาน" ไม่ใช่ไม่ออม... แต่เลือกที่จะออม "พอดี" แล้วเอาเงินอีกส่วนกลับมาใช้กับชีวิตวันนี้ . แต่คำถามคือ... มันเหมาะกับทุกคนจริงเหรอ? และจะทำยังไงให้ไม่กลายเป็นข้ออ้างในการใช้เงินเปลือง? ในคลิปนี้ผมจะชวนมาดูกันว่า . - Soft Saving คืออะไร และต่างจาก Hard Saving ยังไง - ทำไม Gen Z และ Millennials เลือกแนวทางนี้กันมากขึ้น - ออม 70% กับออม 20% ของรายได้... หลัง 10 ปี ใครชีวิตดีกว่ากัน - ใครเหมาะ และใครไม่เหมาะกับ Soft Saving . ลองเข้าไปรับชมคลิปกันนะครับ . #guruliving #wealthwisdom #ออมเงิน #podcast #วางแผนการเงิน #เก็บเงิน

    11 min
  6. รายได้เยอะ แต่ทำไมยังรู้สึกเงินไม่พอ อาจเป็นสัญญานของอาการ Money Dysmorphia | Wealth Wisdom Podcast EP155

    24 May

    รายได้เยอะ แต่ทำไมยังรู้สึกเงินไม่พอ อาจเป็นสัญญานของอาการ Money Dysmorphia | Wealth Wisdom Podcast EP155

    รายได้เยอะ แต่ทำไมยังรู้สึกเงินไม่พอ อาจเป็นสัญญานของอาการ Money Dysmorphia ! . . เคยรู้สึกแบบนี้ไหมครับ... เงินในบัญชีมีอยู่ แต่ยังกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจะไม่พอ . นักจิตวิทยาเรียกอาการนี้ว่า Money Dysmorphia หรือภาวะที่เรามองสถานะการเงินตัวเองผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง และมันไม่ได้เกิดกับคนที่เงินน้อยเท่านั้น . จากการสำรวจของ Intuit Credit Karma ปี 2024 พบว่า 43% ของ Gen Z และ 41% ของ Millennials รู้สึกว่าฐานะการเงินของตัวเองแย่กว่าความเป็นจริง แม้จะมีรายได้ดีและมีเงินออม . สาเหตุมาจากหลายอย่างครับ ทั้งการเปรียบตัวเองกับคนบน Social Media ความกลัวที่ฝังมาจากอดีต หรือแค่การที่เราไม่เคยกำหนดว่า "พอ" สำหรับเราคือเท่าไหร่ . ในคลิปนี้ผมพาไปทำความเข้าใจว่า Money Dysmorphia คืออะไร เกิดจากอะไร และมีวิธีรับมืออย่างไรให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลครับ . ถ้าคุณเป็นคนที่มีเงินแต่ยังรู้สึกไม่มั่นคง คลิปนี้อาจเปลี่ยนมุมมองได้ครับ #GuruLiving #MoneyDysmorphia #จิตวิทยาการเงิน #การเงินส่วนตัว

    14 min
  7. The 1% Financial Rule: การเงินดีขึ้น แค่เปลี่ยนเรื่องเล็กๆที่ทำทุกวัน | Wealth Wisdom Podcast EP154

    17 May

    The 1% Financial Rule: การเงินดีขึ้น แค่เปลี่ยนเรื่องเล็กๆที่ทำทุกวัน | Wealth Wisdom Podcast EP154

    The 1% Financial Rule: การเงินดีขึ้น แค่เปลี่ยนเรื่องเล็กๆที่ทำทุกวัน ทำไมคนที่ตั้งเป้าออมเงินทุกปีใหม่ถึงล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า? . จากงานวิจัยของ University of Scranton พบว่า 92% ของเป้าหมายปีใหม่ล้มเหลว และส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะเหตุผลเดียวกัน คือตั้งเป้าใหญ่เกินไป เปลี่ยนมากเกินไปในครั้งเดียว . มีหลักการหนึ่งที่พิสูจน์แล้วทางคณิตศาสตร์ว่า ถ้าคุณดีขึ้นแค่ 1% ทุกวัน ในหนึ่งปีคุณจะดีขึ้น 37 เท่า สูตรคือ (1.01)^365 = 37.78 . หลักการนี้เรียกว่า The 1% Financial Rule และมันไม่ได้พูดถึงแค่การออมเงิน แต่ครอบคลุมทุกมิติของการเงิน ตั้งแต่การลดหนี้ การลงทุน การเพิ่มรายได้ ไปจนถึงการปรับทัศนคติ . สิ่งที่ทำให้หลักการนี้ต่างจากคำแนะนำทั่วไป คือมันไม่ได้บังคับให้คุณทน ไม่ได้ให้คุณอด แค่ให้คุณดีขึ้นทีละนิด แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ . ในคลิปนี้ผมพาไปดู 10 วิธีที่นำ 1% Rule มาใช้กับการเงินจริงๆ พร้อมตัวเลขคำนวณให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ สร้างผลลัพธ์ต่างกันได้มากแค่ไหนครับ #GuruLiving #wealthwisdompodcast #podcastการเงิน #วินguruliving

    16 min
  8. รวม Morning Routine ที่ช่วยทำให้ชีวิตการเงินดีขึ้นตลอดไป  | Wealth Wisdom Podcast EP153

    10 May

    รวม Morning Routine ที่ช่วยทำให้ชีวิตการเงินดีขึ้นตลอดไป | Wealth Wisdom Podcast EP153

    รวม Morning Routine ที่ช่วยทำให้ชีวิตการเงินดีขึ้นตลอดไป Wealth Wisdom Podcast EP153 . เคยสังเกตไหมครับว่า บางวันที่ตื่นมาแล้วรีบมากๆ มันมักจะเป็นวันที่ใช้เงินเยอะกว่าปกติด้วย . ฟังดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน แต่จริงๆ มันเชื่อมกันอยู่ครับ . มีงานวิจัยของ Roy Baumeister นักจิตวิทยาจาก Florida State University ที่เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "Ego Depletion" ซึ่งอธิบายง่ายๆ ได้ว่า... พลังในการตัดสินใจของเราเหมือนแบตเตอรี่ ตอนเช้าแบตเต็ม ตอนเย็นแบตใกล้หมด . และเมื่อแบตหมด คนเราจะเริ่มเลือกทางที่ง่ายที่สุด ไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด . นั่นคือเหตุผลที่เราซื้อของออนไลน์ตอนสี่ทุ่ม ทั้งที่ตอนเช้ายังบอกตัวเองว่าไม่ซื้อแล้ว . เพราะฉะนั้นถ้าอยากดูแลการเงินให้ดีขึ้น จุดเริ่มต้นที่หลายคนมองข้ามคือ "ช่วงเช้า" นี่แหละครับ . ไม่ต้องทำอะไรซับซ้อน แค่ 5 อย่างนี้ก็ช่วยได้มากแล้ว . หนึ่ง ตื่นก่อนเวลาออกจากบ้านอย่างน้อย 90 นาที เพราะคนที่ตื่นสายมักจบวันด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้วางแผนไว้ ไม่ว่าจะเป็นค่าแท็กซี่ กาแฟแก้ง่วง หรืออาหารที่ซื้อเพราะไม่มีเวลาเตรียม . สอง กินอาหารเช้าที่มีโปรตีน งานวิจัยจาก University of Missouri พบว่าคนที่กินโปรตีนตอนเช้า มีความอยากอาหารระหว่างวันลดลงได้มาก ผลที่ตามมาก็คือซื้อขนมน้อยลง ใช้เงินน้อยลง . สาม วางแผนวันแค่ 10 นาที เช็คปฏิทิน เขียนสิ่งที่ต้องทำ และดูบิลที่ต้องจ่าย แค่นี้ก็ช่วยป้องกันค่าปรับและการใช้เงินแบบไม่ตั้งใจได้แล้ว . สี่ ทบทวนเป้าหมายทางการเงิน 5 นาที มันไม่ต้องใช้เวลาเยอะ แต่แค่การเห็นตัวเลขเป้าหมายตอนเช้า ช่วยให้เราตัดสินใจใช้เงินในระหว่างวันได้รอบคอบกว่ามากครับ . ห้า อ่านหรือฟังสิ่งที่ให้ความรู้สัก 15-20 นาที ไม่ต้องเยอะ แต่ถ้าทำสม่ำเสมอ ผลที่ได้ในระยะยาวคือเราตัดสินใจเรื่องเงินได้ดีขึ้น เพราะมีฐานความรู้ที่สะสมมาเรื่อยๆ . ผมไม่ได้บอกว่าต้องทำให้ครบทุกข้อพร้อมกันตั้งแต่พรุ่งนี้นะครับ แค่เริ่มจาก 1-2 อย่างที่รู้สึกว่าทำได้ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มทีละนิด . เพราะชีวิตการเงินที่ดีไม่ได้เริ่มจากการตัดสินใจใหญ่ครั้งเดียว แต่มันสร้างขึ้นจากนิสัยเล็กๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน . เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ . #GuruLiving #MorningRoutine #วางแผนการเงิน #wealthwisdompodcast #podcast

    16 min

Ratings & Reviews

4.8
out of 5
5 Ratings

About

สรุปสาระความรู้ เรื่องการเงิน การลงทุน เศรษฐกิจ แบบเข้าใจง่ายเพื่อชีวิตการเงินที่ดีขึ้นสำหรับทุกๆคน

You Might Also Like