Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

watpasukato

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

  1. 3d ago

    25690531pm--ประโยชน์ที่ควรได้จากพุทธศาสนา

    31 พ.ค. 69 - ประโยชน์ที่ควรได้จากพุทธศาสนา : ธรรมมีประโยชน์อย่างไร ธรรมะมีประโยชน์ก็ตรงที่ทำให้เราได้เข้าใจสัจธรรมความจริงจนกระทั่งไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี มีเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยึดมั่นว่ามันจะอยู่กับเราไปตลอด เข้าใจสัจธรรมความจริงว่า เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ต้องมีแก่ มีเจ็บ มีความพลัดพรากสูญเสีย และมีความตาย เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ก็จะไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งที่มี และพร้อมที่จะปล่อยวางได้ อันนี้แหละคือหน้าที่ของธรรมะ หรือการเข้าใจสัจธรรมความจริง และฝึกใจจนกระทั่งเห็นความจริงที่ว่า แล้วนี่คือสาระสำคัญของวันวิสาขบูชา พระพุทธเจ้าประสูติแล้วก็ยังต้องปรินิพพาน แต่ว่าพระองค์ค้นพบทางออกจากทุกข์เพราะทรงตรัสรู้ รู้แจ้งในพระสัมมาสัมโพธิญาณ พวกเราซึ่งถือเป็นชาวพุทธ นับถือพระพุทธเจ้าเป็นพระบรมศาสดา ในวันเช่นนี้ ก็ขอให้เราระลึกถึงว่าพระพุทธเจ้าทรงค้นพบอะไร อะไรคือความจริงที่ทรงค้นพบ และให้เราถือเป็นหน้าที่ที่เราจะบำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงสัจธรรมความจริง

  2. 5d ago

    25690528pm--อย่าหลงใหลสุขวันนี้ จนละเลยสุขวันหน้า

    28 พ.ค. 69 - อย่าหลงใหลสุขวันนี้ จนละเลยสุขวันหน้า : แต่เวลาคนเรามองอะไร เราใช้ความรู้สึกกันเสียเยอะ เราก็เลยรู้สึกว่าสุขในวันนี้นี่ต้องคว้าไว้ก่อน ถึงแม้มันจะทำให้ทุกข์ในวันหน้า อะไรเป็นทุกข์ในวันนี้ก็ขอให้เลี่ยงก่อน เพราะว่ามันน่ากลัวกว่าทุกข์ในวันหน้า  เราต้องรู้เท่าทันกิเลส แล้วก็เลือกที่จะยอมทุกข์ในวันนี้ ถ้าหากว่ามันจะทำให้สุขหรือสบายในวันหน้า อะไรก็ตามที่มันเป็นความสุขในวันนี้ ถ้ามันทำให้ทุกข์ในวันหน้าก็ควรจะเลี่ยง ใช้เหตุ ใช้ผล ใช้สติให้มาก ๆ ไม่งั้นเราก็จะพาชีวิตไปในทางตกต่ำย่ำแย่ได้

  3. 6d ago

    25690527pm--ประโยชน์และข้อจำกัดของพุทธทาส

    27 พ.ค. 69 - ประโยชน์และข้อจำกัดของพุทธทาส : ความทุกข์ ไม่ใช่ว่าจะแก้ทุกข์ได้ด้วยการที่รู้ข้อมูลเยอะ ข้อมูลยังเป็นความรู้ชั้นสอง จนกว่าจะนำมาปฏิบัติให้เกิดผล ฝึกฝนตนจนกิเลสเบาบาง อุปาทานความยึดมั่นถือมั่นลดน้อยถอยลง ความทุกข์ถึงจะบรรเทาเบาบางไปได้ ไม่ใช่แค่รู้ รู้หมดแล้วความทุกข์จะหมดไปด้วย ไม่ใช่รู้มันอยู่ในหัว แต่ถ้าไม่ปฏิบัติก็ยังมีความทุกข์อยู่  ธรรมะจึงไม่ใช่เป็นเรื่องของข้อมูลที่ AI จะป้อนให้ มันต้องเกิดจากการนำเอาความรู้มาปฏิบัติ เพราะฉะนั้นแม้จะมีพุทธทาส AI แต่ว่าการปฏิบัติธรรมก็ยังสำคัญอยู่ เหมือนกับมีแผนที่แล้วไม่ใช่ว่าจะถึงที่หมาย พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ท่านเป็นเพียงผู้ชี้ทาง ส่วนเราเป็นคนเดิน AI อาจจะเป็นแค่ผู้ชี้ทางหรือให้สูตรอาหาร แต่คนเดินและคนทำอาหารก็คือเรา ถ้าไม่เดิน ถ้าไม่ทำอาหาร ไม่ปรุงอาหาร แล้วไม่กิน ไม่ป้อนเข้าปากก็ไม่หายหิว ไม่หายทุกข์

  4. Jul 15

    25690522pm--ควรปฎิบัติอย่างไรต่อทุกข์และสุข

    22 พ.ค. 69 - ควรปฎิบัติอย่างไรต่อทุกข์และสุข : มีความทุกข์ก็พยายามหาทางออกจากทุกข์ และก็ต้องสามารถใคร่ครวญจนเห็นว่า ความทุกข์ก้อนใหญ่เกิดจากใจที่วางไว้ผิด ใจที่เกิดความยึดความติด ตรงนี้แหละคือสมุทัย ไม่ว่าจะเป็นความอยาก หรือว่าความโกรธ ก็เป็นอยาก 2 แบบ อยากได้กับอยากผลักออกไป นี่คือตัวสมุทัยที่ต้องรู้จัก จัดการกับมัน ระหว่างที่ยังจัดการมันไม่ได้ มันยังมีอยู่ เวลาเจอความทุกข์ อย่างน้อยก็รักษาใจไม่ให้ทุกข์ เช่น ความเจ็บความป่วย ความสูญเสีย และถ้าให้ดีก็ต้องรู้จักหาประโยชน์จากมันให้ได้ หาประโยชน์จากความเจ็บป่วย หาประโยชน์จากความสูญเสีย หาประโยชน์ยังไง ก็มองว่าสอนธรรมให้กับเรา ซึ่งช่วยทำให้เราไม่เพลินยึด ไม่เพลินติด เพราะว่าความทุกข์ เมื่อสาวถึงที่สุด ก็เกิดจากความยึดติดถือมั่น ที่เรียกว่าอุปาทาน  อุปาทานในทรัพย์ ในสิ่งที่ให้ความสุขทางกาย เช่น กามสุข เรียกว่ากามุปาทาน ความยึดติดในอัตตาตัวตน หรืออัตตวาทุปาทาน ความยึดติดในความคิด คิดว่าถูก มั่นใจว่าถูก อันนี้ก็ทิฏฐุปาทาน ความยึดติดในวิธีการว่าวิธีนี้ดี วิธีนี้ประเสริฐ ก็เรียกว่าสีลัพพัตตุปาทาน อุปาทานพวกนี้คือเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง ทางที่จะออกจากทุกข์ได้คือละวาง คลายความยึดติดถือมั่น อันนี้คือสิ่งที่เราสามารถจะเรียนรู้ได้จากทุกข์ เรียกว่าหาประโยชน์จากทุกข์ เพราะว่าทุกข์ไม่ใช่แค่ทำให้เกิดทุกขเวทนาอย่างเดียว มันสามารถจะเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญาได้ด้วย  และถ้าทำได้ครบทั้ง 4 ประการ ก็เรียกว่าเป็นชาวพุทธ หรือผู้ใฝ่ธรรมที่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า และช่วยทำให้ชีวิตเรามีความสงบเย็นเป็นปกติได้ แม้จะต้องเจอความผันผวนปรวนแปร เจอความแก่ ความเจ็บความป่วย ความพลัดพราก เจอคำต่อว่าด่าทอ เจอความไม่ถูกต้องของโลกภายนอก แต่ว่าในใจก็มีความสงบสันติได้

  5. Jul 14

    25690521pm--ปฎิบัติให้ถึงแก่นธรรม

    21 พ.ค. 69 - ปฎิบัติให้ถึงแก่นธรรม : ถ้าเกิดว่าเราเป็นชาวพุทธ เราก็ต้องพยายามเข้าถึงหัวใจของพุทธธรรมให้ได้ อย่าไปติดที่ความเป็นชาวพุทธ อย่างท่านโกเอ็นก้าท่านไม่ได้เรียกว่าตัวเองเป็นชาวพุทธเลย ท่านกลับมองว่าท่านเป็นผู้ใฝ่ธรรม แล้วมีใช้คำว่า ธัมมิโก หรือ ธรรมจารี เพราะท่านเห็นว่าความเป็นชาวพุทธจะกลายเป็นกรอบที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกกัน และชาวพุทธจำนวนมากก็เป็นอย่างนั้น พอไปติดกับยี่ห้อแล้ว มันก็จะเกิดความรู้สึกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เวลาเจอคนที่นับถือศาสนาอื่นก็เกิดความรู้สึกว่าเป็นคนละพวกกัน ทั้งที่ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน และทั้ง ๆ ที่ก็อาจจะเข้าถึงธรรมเหมือนกันก็ได้  แต่พอเราไปติดที่รูปแบบ แล้วเราไม่สนใจที่จะเข้าถึงแก่นแท้ แก่นธรรม ความรู้สึกร่วมในฐานะที่เป็นมนุษย์ หรือว่าผู้ที่เข้าถึงศาสนธรรมก็เกิดขึ้นได้ยาก ก็เลยเกิดความรู้สึกเป็นฝักเป็นฝ่าย  เดี๋ยวนี้เราติดกัน ติดที่ยี่ห้อมาก ไม่ว่าจะเป็นศาสนา ภาษา สีผิว สถาบัน ฉะนั้นถ้าคนเราไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้หรือแก่นธรรมได้ การที่จะหลุดพ้นจากกรอบหรือยี่ห้อมันก็ยาก ก็ยังติดอยู่กับรูปแบบซึ่งก็ทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน เกิดความแตกแยกระหว่างศาสนา แล้วก็ระหว่างเชื้อชาติ อย่างที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้

  6. Jul 13

    25690520pm--สุขไม่น่ารัก ทุกข์ไม่ควรเกลียด

    20 พ.ค. 69 - สุขไม่น่ารัก ทุกข์ไม่ควรเกลียด : มีคนพูดไว้ดีนะ บอกว่าความสุขเหมือนกับหญิงสาวที่เราชอบ เรานี่หมายถึงผู้ชายนะ เราชอบเขา แต่เขาไม่ชอบเรา เขาพยายามหนีเรา ยิ่งรักเท่าไหร่ ยิ่งชอบเขาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหนีห่างจากเรามากเท่านั้น ส่วนความทุกข์เหมือนกับคนที่เราไม่ชอบ แต่เขาชอบเรา ไม่ว่าเราพยายามหนีห่างอย่างไร เขาก็พยายามตามตื๊อเราอยู่นั่นแหละ ก็เป็นการเทียบที่ดีนะ  แต่ว่าสิ่งที่ควรทำคือ แม้สุขก็แค่รู้ ไม่รัก แล้วก็ไม่ถึงกับหลง ไม่ถึงกับติด แม้เจอทุกข์ก็ไม่เกลียด ก็แค่ยอมรับ รู้ซื่อๆ สุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ไม่หลงใหลในสิ่งที่ทำให้มีความสุข หรือไม่หลงใหลยึดติดในสุขนั้น ส่วนทุกข์ก็ไม่ปฏิเสธไม่ผลักไส แม้จะไม่แสวงหา แต่ถ้ามันมาก็แค่ยอมรับ แล้วก็รู้ซื่อๆ ไม่เกลียด ไม่กลัว ไม่โกรธ ไม่ผลักไส เพราะยิ่งผลักไสก็ยิ่งทำให้มันมีอำนาจเหนือเรา  จะทำอย่างนี้ได้ต้องมีสติและปัญญา มีสติคือรู้ว่าพอเจอสุขแล้ว เริ่มจะติดเริ่มจะหลง ก็แค่ถอยออกมา วางระยะ แค่รู้ซื่อๆ เจอทุกข์ แม้ใจจะเกลียดไม่ชอบ แต่ก็เห็นความเกลียด ความรู้สึกลบ ก็ดูมันเฉยๆ ถ้ามันเกิดขึ้นก็ยอมรับมัน ไม่โวยวาย ไม่ตีโพยตีพาย ไม่ตีอกชกหัว  ถ้าให้ดีก็เห็นธรรมะจากสิ่งที่เกิดขึ้น เอามาใช้เป็นประโยชน์ อันนี้เราต้องมีสติ ถ้ามีปัญญาก็จะเห็นเลยว่า ไม่ว่ารักอะไร ในที่สุดถ้ามันหลงก็นำไปสู่ความยึดติด และเมื่อยึดติดแล้ว ก็เตรียมทุกข์ได้เลยเพราะไม่มีอะไรที่ยึดมั่นถือมั่นหรือหลงใหลยึดติดได้ ถ้ามีปัญญา จะเห็นว่าการที่ปฏิเสธผลักไสอะไรก็ตาม ก็คือการให้อำนาจกับสิ่งนั้นเหนือใจของเรา ทำให้ใจไม่เป็นอิสระ ถ้ามีปัญญา อย่างน้อยก็ยังมีสติที่จะรู้ซื่อๆ เมื่อมีสุขก็รู้ว่าสุข แต่ไม่หลง ไม่ติดในสุข เมื่อมีทุกข์ก็รู้ว่าทุกข์ แต่ว่าไม่ผลักไส ไม่ไล่ส่ง ก็ทำให้ใจเกิดความปกติ เกิดความสงบเย็นได้

  7. Jul 12

    25690519pm--สติที่ควรมี

    19 พ.ค. 69 - สติที่ควรมี : ใหม่ๆ ก็มีสติอยู่กับกายที่กำลังทำนั่นทำนี่ เรียกว่ารู้กาย แต่ต่อไปพอรู้กายบ่อยๆ เวลาใจเผลอคิดนึก มันก็จะรู้เห็นทันใจที่คิดนึก พอรู้ทันแล้ว ใจที่เคยหลงไปกับความคิดก็กลับมาอยู่กับกาย อยู่กับสิ่งที่ทำ ก็เกิดความรู้เนื้อรู้ตัวขึ้น นี่เรียกว่าเกิดการกลับมา จิตมันไปอยู่แล้ว มันชอบเที่ยว แต่ถ้ามีสติดีก็จะกลับมา กลับมาบ่อยๆ ตอนจะกลับก็รู้ทันความคิด เรียกว่าดูกายเห็นจิต ดูกายก็เห็นจิต แต่ดู ไม่ใช่จ้อง แต่ว่าเอาใจมาอยู่กับกาย มารับรู้ดูกายที่เคลื่อนไหว แต่ถ้ามันเผลอคิดไป ก็เห็นความคิด เห็นอาการของจิต แต่ก็ไม่จมกับอาการ ก็กลับมา  ระหว่างที่เห็นความคิดเห็นอารมณ์ เห็นไปๆ มันก็จะเริ่มเห็นธรรมชาติของความคิดและอารมณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และที่สำคัญคือไม่ใช่เรา อันนี้เรียกว่าเห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เห็นธรรมจากการที่สังเกต ความคิดและอารมณ์ที่เกิดขึ้น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อันนี้เขาเรียกว่า ดูกายเห็นจิต ดูคิดเห็นธรรม แต่ความหมายมันต้องอธิบาย เพราะไม่อย่างนั้นจะไปเข้าใจว่า ไปจ้องดูกายเดี๋ยวก็จะเห็นจิต อันนั้นไม่ใช่ แต่ถ้ามีสติรู้กาย พอมีความคิดเกิดขึ้น หรือมีอาการของจิตปรากฏ เช่น การกระเพื่อมไหว ก็จะรู้ รู้แล้วกลับมา กลับมาที่กาย  การที่รู้บ่อยๆ รู้จิต รู้อารมณ์บ่อยๆ ก็ทำให้เห็นสัจธรรม อันนี้เขาก็เลยสรุปว่า ดูคิดเห็นธรรม แต่ไม่ใช่ไปจ้องเอา มันเห็นเอง เห็นเพราะเห็นบ่อยๆ ธรรมคืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตานั่นแหละ ถ้าเราเข้าใจงานหรือหน้าที่ของสัมมาสติ เราก็จะรู้ว่าทำไมต้องฝึกบ่อยๆ ต้องทำซ้ำๆ แล้วเรารู้ว่าทำไปเพื่ออะไร การทำก็จะถูกต้อง ก่อให้เกิดผลที่ต้องการได้

Ratings & Reviews

5
out of 5
5 Ratings

About

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต Dhamma talks by Venerable (Luangpor) Paisal Visalo, Abbot of Watpasukato, Chaiyaphum, Thailand. MP3 files are courtesy of https://www.facebook.com/Zensukato Contact admin: watpasukato19@gmail.com

You Might Also Like