Soul Food Podcasts

Soul Food Ministries

Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ

  1. 1h ago

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่ารอให้ถึงวันนั้น Ep.1667

    พระธรรมนำชีวิต ตอน อย่ารอให้ถึงวันนั้น Ep.1667 เวลาที่เราปกติสุขดี เรามักจะมองข้ามคำเตือน เราอาจคิดว่าวิกฤตการณ์หรือผลกระทบที่เกิดจากคำเตือนนั้นเป็นเรื่องไกลตัว เยเรมีย์ 6:22-24 เปิดเผยความจริงว่าวันเวลาแห่งการพิพากษามีจริง และความกลัวที่เกิดขึ้นในวันพิพากษาไม่สามารถทดแทนการกลับใจในวันที่พระเจ้าเตือนนะครับ 'พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “นี่แน่ะ ชนชาติหนึ่งกำลังมาจากแดนเหนือ ประชาชาติใหญ่ชาติหนึ่งถูกเร้าให้มาจากส่วนไกลสุดของพิภพ ' เยเรมีย์ 6:22 ศัตรูที่กำลังเข้ามาไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพระเจ้า พระเจ้าทรงเปิดเผยว่า ชนชาติที่กำลังเคลื่อนเข้ามานั้นถูกเร้าให้มาโดยพระองค์เอง แม้บาบิโลนจะมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือความทะเยอทะยานของตน แต่เบื้องหลังทั้งหมดพระเจ้าทรงเป็นองค์อธิปไตย ไม่มีเหตุการณ์ใดใหญ่เกินกว่าที่พระองค์จะทรงครอบครองของพระเจ้า และไม่มีอำนาจใดในโลกที่อยู่นอกเหนือพระหัตถ์ของพระเจ้า 'เขาทั้งหลายจับคันธนูและหอก เขาดุร้ายและไม่มีความเมตตา เสียงของเขาก็เหมือนเสียงทะเลกำเริบ เขาขี่ม้า และเตรียมพร้อมเหมือนบุรุษเข้าสงคราม บุตรีศิโยนเอ๋ย พวกเขามาต่อสู้เจ้า” ' เยเรมีย์ 6:23 นี่คือภาพของกองทัพที่น่ากลัว พวกเขาดุร้าย ไม่มีความเมตตาและพร้อมทำสงครามเต็มกำลัง สิ่งที่พระเจ้าทรงเตือนไว้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพียงคำขู่เพื่อให้คนกลัว แต่เป็นความจริงที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน พระวจนะของพระเจ้าไม่เคยล้มเหลว เมื่อพระองค์ตรัสสิ่งใด สิ่งนั้นย่อมสำเร็จตามเวลาของพระองค์ 'พวกเราได้ยินข่าวเหล่านั้น มือของเราก็อ่อนลงอย่างช่วยไม่ได้ ความระทมอย่างแสนสาหัสได้จับเราไว้ เป็นความเจ็บปวดเหมือนสตรีกำลังคลอดบุตร ' เยเรมีย์ 6:24 เมื่อข่าวร้ายมาถึงคนยูดาห์ที่เคยเพิกเฉยต่อคำเตือนกลับเต็มไปด้วยความกลัว มือของพวกเขาอ่อนแรงและใจเต็มไปด้วยความทุกข์ การกลัวผลของความบาปเพียงอย่างเดียวไม่ใช่การกลับใจ หลายครั้งที่เราหันมาหาพระเจ้าเมื่อเผชิญกับปัญหา ไม่ใช่ว่าเพราะเกลียดชังความบาป แต่เพราะเรากลัวผลของความบาป พระเจ้าทรงต้องการมากกว่าความหวาดกลัว พระองค์ทรงต้องการหัวใจที่กลับใจและหันมาเชื่อฟังพระองค์อย่างแท้จริง 'เพราะว่าความเสียใจตามพระประสงค์ของพระเจ้า ทำให้เกิดการกลับใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความรอดและจะไม่ทำให้เสียใจ แต่ความเสียใจอย่างโลกนั้นย่อมนำสู่ความตาย ' 2 โครินธ์ 7:10 อาจารย์เปาโลสอนว่า ความเสียใจมีอยู่สองแบบ แบบหนึ่งคือเสียใจเพราะกลัวผลที่ตามมา แต่อีกแบบหนึ่งคือเสียใจเพราะรู้ว่าตนได้ทำผิดต่อพระเจ้า ความเสียใจแบบหลังจะนำไปสู่การกลับใจและการเปลี่ยนแปลงชีวิต หากพระเจ้ากำลังเตือนเราผ่านพระวจนะ ผ่านคำเทศนา หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต ขอให้เราอย่ารอจนถึงวันที่ความกลัวเข้ามาแทนที่โอกาสแห่งการกลับใจ ขอให้เราตอบสนองต่อพระองค์ทันที ความกลัวที่เกิดขึ้นในวันวิกฤตมาไม่สามารถทดแทนการกลับใจในวันที่พระเจ้าทรงเตือนได้ ถ้าวันนี้พระเจ้าทรงเตือนเรา ขอให้เรารีบกลับมาหาพระองค์ขณะที่เรายังมีโอกาส และขอให้เราจริงจังกับการเชื่อฟังพระเจ้า วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    4 min
  2. 1h ago

    พระธรรมนำชีวิต ตอน สิ่งที่พระเจ้าต้องการ Ep.1666

    พระธรรมนำชีวิต ตอน สิ่งที่พระเจ้าต้องการ Ep.1666 หลายคนคิดว่าตราบใดที่ยังเข้าโบสถ์ อธิษฐาน ถวายทรัพย์ หรือรับใช้พระเจ้า ชีวิตฝ่ายวิญญาณก็น่าจะยังดีอยู่ แต่เยเรมีย์ 6:18-21 เปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า มนุษย์สามารถเคร่งศาสนาได้ ในขณะที่หัวใจกำลังห่างจากพระเจ้า ปัญหาของคนยูดาห์ไม่ใช่การขาดพิธีกรรมทางศาสนา แต่คือการปฏิเสธพระวจนะของพระเจ้าและไม่ยอมเชื่อฟังพระองค์ 'เพราะฉะนั้น ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงฟัง ที่ประชุมเอ๋ย จงทราบเถิดว่า อะไรจะบังเกิดขึ้นแก่เขา พิภพเอ๋ย จงฟังเถิด นี่แน่ะ เรากำลังนำการร้ายมาเหนือประชาชนนี้ คือผลแห่งกลอุบายของเขา เพราะเขาไม่ได้เชื่อฟังถ้อยคำของเรา ส่วนธรรมบัญญัติของเรานั้นเขาปฏิเสธเสีย ' เยเรมีย์ 6:18-19 หลังจากที่พระเจ้าทรงเรียกให้พวกเขากลับใจ พระองค์ทรงส่งเสียงเตือนมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คนยูดาห์ยังจงใจปฏิเสธ พระเจ้าจึงทรงประกาศคำพิพากษาอย่างเปิดเผย เพราะในภาษาเดิมเป็นภาษาที่ใช้กับการตัดสินคดีความ พระเจ้าทรงเรียกประชาชาติมาเป็นพยานถึงความยุติธรรมของพระองค์ พระเจ้าไม่ได้ตัดสินตามอารมณ์ แต่ทั้งหมดที่คนยูดาห์ได้รับนั้นเป็นผลแห่งกลอุบาย หรือเป็นผลจากความคิดของพวกเขา เพราะพวกเขาไม่เชื่อฟัง และปฏิเสธโทราห์หรือปฏิเสธพระบัญญัติของพระเจ้า วันนี้พระวจนะของพระเจ้าเตือนเราว่า สิ่งที่เราหว่านไว้ในวันนี้จะส่งผลถึงชีวิตในอนาคตแน่นอน 'เจ้านำกำยานจากเมืองเชบา และตะไคร้จากเมืองไกลมาให้เราเพื่ออะไรเล่า? เครื่องบูชาเผาทั้งตัวของเจ้ายังไม่เป็นที่ยอมรับหรือเครื่องสัตวบูชาของเจ้าก็ไม่เป็นที่พอใจเรา ' เยเรมีย์ 6:20 กำยานเป็นเครื่องหอมที่ใช้สำหรับการนมัสการพระเจ้าและเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงมาก เพราะเขาต้องนำเข้าจากเมืองเชบา เป็นเมืองที่อยู่ตอนใต้ของคาบสมุทรอาหรับ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในบริเวณประเทศเยเมน การขนส่งต้องผ่านเส้นทางการค้าระยะไกลและคาราวานอูฐที่ยากลำบากมาก นี่จึงเป็นเหตุผลว่าสินค้านี้มีราคาแพงมาก ตะไคร้หอมอย่างดีก็ถูกนำมาจากแดนไกลเพื่อเผาถวายแด่พระเจ้า แม้ว่าคนยูดาห์ยังคงถวายเครื่องบูชาและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่พวกเขาไม่ยอมกลับใจที่จะเชื่อฟังพระเจ้า พระเจ้าจึงตรัสถามว่า “นำมาเพื่ออะไรเล่า?” พระเจ้าไม่พอพระทัยในสิ่งที่พวกเขานำมาถวาย เพราะหัวใจของพวกเขาขาดการเชื่อฟัง พระเจ้าไม่ได้เพียงมองสิ่งที่เรานำมาถวาย แต่ทรงมองถึงหัวใจและชีวิตของผู้ถวายด้วย หลายครั้งเราก็ยังรับใช้ ถวายทรัพย์ หรือทำกิจกรรมฝ่ายวิญญาณมากมาย แต่ยังมีบางเรื่องในชีวิตที่เราไม่ยอมเชื่อฟังพระเจ้าอยู่ไหมครับ พระธรรมตอนนี้เตือนเราว่า ไม่มีพิธีกรรมใดสามารถทดแทนการเชื่อฟังได้ 'เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์จึงตรัสดังนี้ว่า ดูสิ ต่อหน้าประชาชนนี้ เราจะวางเครื่องสะดุดไว้ให้เขาสะดุด ทั้งบิดาและบุตรด้วยกันทั้งเพื่อนบ้านและมิตรสหายจะพินาศ” ' เยเรมีย์ 6:21 เมื่อพวกเขาปฎิเสธความจริงของพระเจ้า ในที่สุดการปฎิเสธทางของพระเจ้านั้นจึงเป็นเหตุให้ทางของเขามีเครื่องสะดุด หรือมีสิ่งกีดขวาง ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายและความพินาศที่ลุกลามไปถึงครอบครัวและสังคมโดยรอบ 'และซามูเอลทูลว่า “พระยาห์เวห์พอพระทัยในเครื่องบูชาเผาทั้งตัวและเครื่องสัตวบูชามากเท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระยาห์เวห์หรือ? ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา และซึ่งจะเอาใจใส่ก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้ ' 1 ซามูเอล 15:22 พระเจ้าทรงต้องการหัวใจที่เชื่อฟังมากกว่ารูปแบบพิธีกรรมที่งดงาม สวยหรูดูแพง แม้คนในยุคของเยเรมีย์จะนำของที่แพงที่สุดมาถวาย แต่พระเจ้าก็ไม่พอพระทัยในของเหล่านั้น จนมาถึงในยุคของพระเยซู พระองค์ทรงตำหนิผู้นำศาสนาที่ให้เกียรติพระเจ้าด้วยริมฝีปาก แต่ใจยังห่างไกลจากพระองค์ เราต้องถามตัวเองว่า ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรากำลังขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์กับพระเจ้าหรือขับเคลื่อนด้วยกิจกรรมทางศาสนา ขอให้เราไม่เพียงนมัสการพระเจ้าด้วยปาก แต่ขอให้เราเชื่อฟังพระองค์ด้วยชีวิต เพราะพระเจ้าไม่ได้ต้องการเพียงพิธีกรรมที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น แต่ต้องการหัวใจที่รัก ยำเกรงและยอมเชื่อฟังพระองค์อย่างแท้จริงมากกว่า วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    5 min
  3. 1h ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่83) วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ!(3)

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่83) วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ!(3) (Culture of Gratitude) “ข้าพเจ้าจึงขอบพระคุณเพราะท่านทั้งหลายไม่หยุดเลย เมื่อระลึกถึงท่านในคำอธิษฐานของข้าพเจ้า” ‭‭ ~เอเฟซัส‬ ‭1‬:‭16‬ ‭THSV11‬‬ “I have not stopped giving thanks for you, remembering you in my prayers.” ‭‭ ~Ephesians‬ ‭1‬:‭16‬ ‭NIV‬‬ นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการมี“วัฒนธรรมแห่งการขอบพระคุณ”ของอ.เปาโล อ.เปาโลกล่าวข้อความขอบคุณข้างต้นกับคริสเตียนในเมืองเอเฟซัส หลังจากที่ท่านได้ยินถึงความเชื่อและความรักของพวกเขาว่า “เพราะเหตุนี้ เมื่อข้าพเจ้าได้ยินเกี่ยวกับ ความเชื่อของพวกท่านในพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า และ ความรักของท่านต่อธรรมิกชนทั้งหมด” ‭‭ ~เอเฟซัส‬ ‭1‬:‭15‬ ‭THSV11‬‬ “วัฒนธรรมแห่งการขอบพระคุณ” ที่ดี คือ การขอบคุณเพราะ“คน ” ไม่ใช่เพราะ“สิ่งของ” อ.เปาโลไม่ได้กล่าวว่า “ขอบคุณพระเจ้าที่พวกท่านมีเงินมากขึ้น” หรือ “ขอบคุณพระเจ้าที่ท่านมีสมาชิกคริสตจักรมากขึ้น” แต่ท่านชื่นใจและขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับ ชีวิตฝ่ายวิญญาณของพวกเขาในเรื่อง ~ความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ~ความรักต่อธรรมิกชนคนของพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของคนที่เติบโตในฝ่ายจิตวิญญาณ ปกติคนทั่วมักขอบคุณพระเจ้าเพราะความสำเร็จ แต่คนฝ่ายวิญญาณมักขอบคุณเพราะเห็นพระเจ้าทรงทำงานในชีวิตคนอื่น “วัฒนธรรมแห่งการขอบพระคุณ”ที่ดี จึงควรเริ่มจากการ ~ฝึกมองให้เห็นพระคุณของพระเจ้าในชีวิตผู้อื่น และ ~ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่พระองค์กระทำในชีวิตของพวกเขา (ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความอ่อนแอ หรือ ความบกพร่องในหลายเรื่องก็ตาม) “วัฒนธรรมการขอบพระคุณ” ควรจะเป็นเรื่องนิสัย ไม่ใช่เป็นแค่เรื่องอารมณ์ชั่วคราว อ.เปาโลกล่าวว่าท่านขอบพระคุณเพราะพวกเขาแบบ“ไม่หยุดเลย” หมายความว่าท่านทำแบบนั้นอย่างต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่การขอบคุณเพียงครั้งเดียว แต่เป็นวิถีชีวิตที่อ.เปาโลมักมองหาและมองเห็นสิ่งดีที่พระเจ้ากำลังทำอยู่ในชีวิตของคนอื่นเสมอ พี่น้องที่รัก คนที่มีหัวใจแห่งการขอบพระคุณจะ ​เห็น“พระคุณ”ของพระเจ้า ในคนอื่น มากกว่า“ข้อบกพร่อง”ของเขา​เห็น“ศักยภาพ”ในทางบวกของคนอื่น มากกว่า“ปัญหา”ในทางลบของเขา​เห็น“การกระทำกิจของพระเจ้า” มากกว่า “การทำผิดพลาดของมนุษย์” “วัฒนธรรมแห่งการขอบพระคุณ” มักควบคู่ไปกับการอธิษฐาน อ.เปาโลกล่าวว่า “เมื่อระลึกถึงท่านในคำอธิษฐานของข้าพเจ้า” อ.เปาโลไม่ได้เพียงคิดถึงพวกพี่น้องเหล่านั้นเท่านั้น แต่ท่านยังนำพวกเขาเข้าไปอยู่ต่อพระพักตร์ของพระเจ้าในการอธิษฐาน ความขอบพระคุณและการอธิษฐานจึงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน แบบ “ยิ่งขอบคุณมาก ก็ยิ่งอธิษฐานมาก ยิ่งอธิษฐานมาก ก็ยิ่งเห็นเหตุผลที่จะขอบคุณมากขึ้น!” พี่น้องที่รัก นับจากนี้ไป ขอให้เรามาร่วมกันส่งเสริม”วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ“ นั่นคือเมื่อใดก็ตามที่คุณคิดถึงคนในครอบครัว หรือ ในคริสตจักร แทนที่คุณจะมองเห็นแต่เรื่องลบและเอาแต่บ่นหรือวิจารณ์ ขอให้คุณเปลี่ยนมา 1.ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพวกเขา และ 2.อธิษฐานเผื่อพวกเขาด้วยความเมตตา …จะดีไหมครับ? ………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 22มิถุนายน2026(ตอนที่83ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    5 min
  4. 16h ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่82) วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ!(2)

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่82) วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ!(2) (Culture of Gratitude) “และจงให้สันติสุขของพระคริสต์นำพาจิตใจของท่านทั้งหลาย พระเจ้าทรงเรียกท่านให้มาเป็นกายเดียวกันก็เพื่อสันติสุขนี้ และจงมีใจขอบพระคุณ” ‭‭ ~โคโลสี‬ ‭3‬:‭15‬ ‭THSV11‬‬ “Let the peace of Christ rule in your hearts, since as members of one body you were called to peace. And be thankful.” ‭‭ ~Colossians‬ ‭3‬:‭15‬ ‭NIV‬‬ จากพระธรรมข้อนี้ สามสิ่งที่ควรจะมีพร้อมๆกันในคริสตจักรคือ ​สันติสุขของพระคริสต์ที่ครองจิตใจของเรา​ความเป็นหนึ่งเดียวกันในคริสตจักรตามที่พระเจ้าทรงเรียก​การมีใจกตัญญูและใจขอบพระคุณน่าสนใจมากที่อ.เปาโลเชื่อม “สันติสุข +ความเป็นหนึ่ง +การขอบพระคุณ” เข้าไว้ด้วยกัน การมีใจขอบพระคุณเป็นปัจจัยสำคัญ ของการอยู่ร่วมกันทั้งในครอบครัวและในคริสตจักร เพราะคนที่รู้จักขอบพระคุณจะ ​บ่นว่าน้อยลง​วิพากษ์วิจารณ์น้อยลง​เปรียบเทียบน้อยลง​ชื่นชมคนอื่นมากขึ้นในทางกลับกัน คนไม่รู้จักขอบคุณ มักเป็นต้นตอของ ​ความขัดแย้ง​การแตกแยก​ความขมขื่น ดังนั้น การขอบพระคุณจึงไม่ใช่เป็นแค่เพียงมารยาทที่ดีในสังคม แต่ยังเป็นพลังฝ่ายวิญญาณที่รักษาความเป็นหนึ่งเดียวของคริสตจักรไว้ “วัฒนธรรมแห่งการขอบพระคุณ” ในคริสตจักรจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมได้ ก็ต่อเมื่อมีการขอบพระคุณที่ทำซ้ำๆอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นวิถีชีวิต คริสตจักรที่มีวัฒนธรรมเช่นนี้ จะกลายเป็นครอบครัวอบอุ่นที่ ​สันติสุขของพระคริสต์ทรงครอบครองใจ​สัมพันธภาพของคนในคริสตจักรแน่นแฟ้นเป็นหนึ่ง​สมาชิกมีใจขอบพระคุณพระเจ้าและขอบคุณซึ่งกันและกันเป็นนิสัย ผลที่ตามมาก็คือ 1).การรับใช้ภายในคริสตจักรจะกลายเป็นเรื่องที่มีความสุขมากขึ้น 2).ความขัดแย้งภายในคริสตจักรจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน 3).ความรู้สึกยินดีในคุณค่าตัวในตัวเองของสมาชิกจะมีมากขึ้น …คริสตจักรอย่างนี้ คุณต้องการหรือไม่ครับ? ………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 21มิถุนายน2026(ตอนที่82ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    4 min
  5. 1d ago

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ทางแห่งความสงบสุข Ep.1665

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ทางแห่งความสงบสุข Ep.1665 ความสงบสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนแสวงหา เราจึงพยายามค้นหามันจากเงินทอง ความสำเร็จ ความมั่นคง หรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัว แต่ความสุขที่หาได้มักเป็นสิ่งชั่วคราวที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของชีวิต ความสุขที่แท้จริงไม่ได้เริ่มจากการที่ปัญหาทุกอย่างหมดไป แต่เริ่มจากที่เราจะเดินอยู่ในทางที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ เยเรมีย์ 6:16-17 เป็นคำเชื้อเชิญสำคัญที่ยังส่งมาถึงเราทุกคนในวันนี้ พระเจ้าทรงเรียกให้เราหยุด มองดู และกลับมาเดินตามทางของพระเจ้าเพื่อจะพบความสงบสุขก่อนที่การพิพากษาจะมาถึง 'พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ว่า “จงยืนที่ถนนและมองให้ดี และถามหาทางโบราณนั้น ว่าทางดีอยู่ที่ไหน แล้วจงเดินในทางนั้น และให้จิตใจของเจ้าได้ความสงบ แต่เขาทั้งหลายกล่าวว่า ‘เราจะไม่เดินในทางนั้น’ ' เยเรมีย์ 6:16 นักอธิบายพระคัมภีร์ส่วนใหญ่อธิบายว่า นี่คือคำเชิญชวนของพระเจ้าให้คนยูดาห์กลับใจครั้งสุดท้ายก่อนที่การพิพากษาจะมา ในบทนี้พระเจ้าตรัสว่า ศัตรูกำลังมาในข้อ 1-8 แต่ในข้อ 9-11 ประชาชนปฏิเสธไม่ฟังพระวจนะของพระเจ้า เพราะพวกเขาเลือกจะฟังคำหลอกลวงจากผู้นำฝ่ายวิญญาณ อยู่ในข้อ 12-15 แต่ตรงนี้พระเจ้าทรงหยุดการประกาศคำพิพากษาชั่วคราว แล้วพระเจ้าทรงเปิดทางให้กลับใจก่อนที่การพิพากษาจะมาถึง แต่ปัญหาคือ พวกเขาตอบว่า เราจะไม่เดินในทางนั้น นี่คือปัญหาของมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย เรารู้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับพระเจ้า แต่เรากลับเลือกไม่เชื่อฟัง 'เราวางยามไว้สำหรับพวกเจ้า สั่งว่า จงฟังเสียงเขาสัตว์ แต่เขาทั้งหลายกล่าวว่า ‘พวกเราจะไม่ฟัง’ ' เยเรมีย์ 6:17 พระเจ้าไม่ได้เพียงชี้ทางรอดเท่านั้น พระเจ้ายังทรงส่งเสียงเตือนมาด้วย เสียงเขาสัตว์ที่เป่าเพื่อให้ทุกคนเตรียมหลบภัยนั้น หมายถึงผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าอย่างอาโมส โฮเชยา อิสยาห์ หรือแม้แต่ตัวเยเรมีย์เอง แต่พวกเขาก็ไม่ฟัง แปลได้ว่า ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจจะฟัง ข้อ 16 พวกเขาปฎิเสธจะไม่เดินในทางรอดนั้น ข้อ 17 พวกเขาปฎิเสธจะไม่ฟังคำตือน พระเจ้าทรงเตือนเราผ่านพระวจนะ ผ่านคำเทศนา ผ่านการเรียนพระคัมภีร์ หรือผ่านพี่น้องในคริสตจักร แต่เรารับฟังและตอบสนองต่อพระเจ้าไหมครับ 'บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุดพัก จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเราสุภาพอ่อนโยนและใจอ่อนน้อม และจิตใจของพวกท่านจะได้หยุดพัก ' มัทธิว 11:28-29 พระเยซูคริสต์ตรัสถ้อยคำที่เป็นคำเชื้อเชิญเดียวกันกับเยเรมีย์ เพื่อจิตใจของพวกท่านจะได้หยุดพัก พระเจ้าตรัสผ่านเยเรมีย์ว่า จงถามหาทางดี แต่พระเยซูทรงสำแดงว่าพระองค์คือทางนั้น พระองค์ทรงเชิญชวนคนที่เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนักจากชีวิต จากความบาป และภาระที่ถ่วงจิตใจให้มาหาพระองค์เพื่อจะพบการพักสงบ พบกับสันติสุขที่แท้จริงที่ไม่ได้มาจากเงินทอง ความสะดวกสบาย ความสำเร็จ หรีอชีวิตที่ไม่มีปัญหา แต่เกิดจากการเดินอยู่กับพระคริสต์และเชื่อฟังพระองค์ทุกวัน วันนี้เราอาจกำลังยืนอยู่ที่ทางแยกของชีวิต มีหลายเสียง มีหลายทางแต่พระเจ้าก็ยังทรงชี้ทางแห่งชีวิตที่สงบสุขอยู่เสมอ ขอให้เราไม่ตอบเหมือนคนยูดาห์ว่า เราจะไม่เดินในทางนั้น หรือเราจะไม่ฟังคำเตือนของพระองค์ แต่ขอให้เราตอบสนองพระเจ้าด้วยความรัก ความยำเกรง และการเชื่อฟัง ทางของพระเจ้าอาจไม่ใช่ทางที่ง่ายที่สุด แต่เป็นทางที่ดีที่สุดแน่นอน และเป็นทางเดียวที่เราจะพบกับความสงบสุขที่แท้จริง วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    5 min
  6. 2d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่81) วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่81) วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ! (Culture of Gratitude) “เราขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพวกท่านทุกคนตลอดเวลา และเมื่ออธิษฐานก็เอ่ยถึงท่านเสมอ” ‭‭ ~1 เธสะโลนิกา‬ ‭1‬:‭2‬ ‭THSV11‬‬ “We always thank God for all of you and continually mention you in our prayers.” ‭‭ ~1 Thessalonians‬ ‭1‬:‭2‬ ‭NIV‬‬ “วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ” ควรเกิดขึ้นในคริสตจักร! เพราะจะช่วยลดความขัดแย้งและช่วยส่งเสริมบรรยากาศของการนมัสการและการสามัคคีธรรมให้มีความสุขมากขึ้น วัฒนธรรมนี้ เริ่มต้นจากการตระหนักว่าทุกสิ่งที่เรามีล้วน เกิดจากพระคุณของพระเจ้า! และเมื่อคนในคริสตจักรซาบซึ้งในพระคุณ (Grace)ของพระเจ้า “การขอบคุณ”(Gratitude) ก็จะเกิดขึ้นทั้ง 1).ขอบคุณพระเจ้า และ 2).ขอบคุณซึ่งกันและกัน ข้อพระคัมภีร์1 เธสะโลนิกา‬ ‭1‬:‭2‬ เป็นแบบอย่างที่งดงามที่สุดสำหรับการสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการขอบพระคุณ” (Culture of Gratitude)ขึ้นในคริสตจักร อ.เปาโลเริ่มต้นจากการมองเห็น “พระคุณ”(ของพระเจ้าเบื้องบน)ในผู้คน ไม่ใช่เห็นแต่“ปัญหา”(ของคนที่อยู่ตรงหน้า) สิ่งแรกที่อ.เปาโลพูดถึงไม่ใช่ การตำหนิ หรือ การบ่นว่า แต่คือ…คำขอบคุณพระเจ้า! “เราขอบพระคุณพระเจ้าเพราะพวกท่าน!” นี่คือหัวใจของวัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ! คนส่วนใหญ่มักมองหาว่า …ใครทำอะไรผิด? …อะไรที่ไม่ดี? …อะไรที่ขาดไป? แต่อ.เปาโลเลือกมองให้เห็นว่า “พระเจ้ากำลังทำอะไรดีๆ ในชีวิตของคนเหล่านี้?” หมายความว่า “เรากำลัง ​มองหา และ​มองเห็น “พระคุณของพระเจ้า” เรื่องอะไรบ้างในชีวิตของคนอื่นที่ไม่สมบูรณ์เหล่านั้น? แทนที่จะมองหาและมองเห็นแต่ 1).“ปัญหา”และ 2).“ความบกพร่อง” ของพวกเขา! อาจารย์ เปาโลยังปฏิบัติเช่นนี้ต่อคนในที่อื่นๆด้วยเช่นกัน อาทิกับคริสเตียนชาวโครินธ์ที่มีปัญหามากมายในคริสตจักร เช่นเรื่อง ~การแตกแยกแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และการทะเลาะกัน ~การฉ้อโกงกัน การผิดศีลธรรม(ทางเพศ) ~ความเข้าใจผิดเรื่องหลักข้อเชื่อ ~หลักการปฏิบัติตนทั้งภายในและภายนอกโบสถ์ ฯลฯ แต่อ.เปาโลก็พยายามสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการขอบพระคุณ”ขึ้นในคริสตจักรที่นั่นเช่นกัน (รวมทั้งในทุกๆที่ที่ท่านรับใช้อยู่ด้วย) โดยท่านกล่าวกับพวกเขาว่า “ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้าในเรื่องท่านทั้งหลายเสมอ เพราะพระคุณของพระเจ้าที่ประทานแก่ท่านในพระเยซูคริสต์!” ~‭‭1 โครินธ์‬ ‭1‬:‭4‬ ‭THSV11‬‬ ซึ่งหมายความว่า “ ผมขอบคุณพระเจ้าไม่ใช่เพราะว่าพวกคุณสมบูรณ์แบบ แต่เพราะว่าพระเจ้ายังทรงสำแดงพระคุณอัศจรรย์ในชีวิต ของพวกคุณ ทั้งๆที่พวกคุณไม่สมบูรณ์อะไรเลย!“ น่าประทับใจ ที่อาจารย์ เปาโล ​มองที่“พระคุณของพระเจ้า ” ซึ่งมีต่อพวกคนที่สร้างปัญหาอย่างพวกเขา และ​ขอบคุณพระองค์สำหรับ“พระคุณที่ล้ำค่า”นั้น แทนที่ท่านจะจดจ่ออยู่ที่ 1).ความผิดพลาด หรือ 2).ความผิดบาป ของพวกเขาก่อนเป็นอันดับแรก! ด้วยเหตุนี้ขอให้เราเรียนรู้ที่จะ ​ขอบคุณพระเจ้า เพราะพระคุณของพระองค์เป็นแหล่งกำเนิดของความดีงามทุกอย่าง ​ขอบคุณกันและกัน ด้วยความซาบซึ้งในความดีของกันและกันอันจะเป็นบ่อเกิดของความสุขในคริสตจักร ดังนั้น ขอให้เราฝึกฝนที่จะมีหัวใจรู้จักมองผู้คน 1).ผ่านพระคุณของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา ไม่ใช่ 2).ผ่านความบกพร่องและความผิดพลาดของพวกเขา โดยขอให้เราหัดเริ่มต้น ​มองที่พระคุณอันน่าฉงนและน่าอัศจรรย์ใจ​อธิษฐานเผื่อพวกเขาทีละคน​ขอบพระคุณพระเจ้าแทนพวกเขา​หาหนทางที่จะบอกพวกเขาว่า เราเห็นพระคุณของพระเจ้าเรื่องใดบ้างในชีวิตของพวกเขา แบบในทันทีที่มีโอกาส ทั้งที่ 1).เป็นส่วนตัว 2).ในกลุ่ม หรือ 3).ในที่ประชุมของคริสตจักร พี่น้องที่รัก ถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันทำให้เกิด “วัฒนธรรมแห่งการขอบคุณ”ขึ้นจากความซาบซึ้งใจจริงๆ ทั้ง 1.ต่อพระเจ้า และ 2.ต่อคนในคริสตจักร(รวมทั้งคนในบ้านและคนในสังคม) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สิ่งที่จะตามมาก็คือ 1).ชีวิตของเราก็จะเปลี่ยน 2).พันธกิจรับใช้ของเราจะเปลี่ยน 3).ชีวิตคนที่อยู่กับเราจะเปลี่ยน 4).คริสตจักรเราจะเปลี่ยน 5).ครอบครัวเราจะเปลี่ยน และ 6).ชุมชนสังคมของเรา ก็จะเปลี่ยนไปด้วย เช่นกัน …คุณเชื่อไหมครับ? ………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 20มิถุนายน2026(ตอนที่81ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    5 min
  7. 3d ago

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ชาโลมปลอม ๆ Ep.1664

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ชาโลมปลอม ๆ Ep.1664 ไม่ใช่ทุกคำพูดที่ทำให้เราสบายใจจะเป็นความจริง และไม่ใช่ทุกความจริงจะทำให้เราสบายใจเสมอ เยเรมีย์ 6:12-15 เปิดเผยภาพของผู้นำฝ่ายวิญญาณที่ปลอบใจประชาชนด้วยคำพูดที่สวยงาม และ ผู้คนในทุกระดับชั้นที่ชินชากับความบาปจนทำบาปแล้วไม่รู้สึกผิดอะไรเลย 'บ้านเรือนของพวกเขาจะต้องยกให้เป็นของคนอื่น ทั้งไร่นาและภรรยาของเขาด้วย เพราะเราจะเหยียดมือของเราออกต่อสู้ชาวแผ่นดินนั้น” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ ' เยเรมีย์ 6:12 บ้านเรือน ไร่นา ภรรยา คือสิ่งที่ต้องถูกพรากไป โดยพระเจ้าเป็นผู้ทรงนำการพิพากษานี้มา โดยปกติแล้วคำว่า พระเจ้าทรงเหยีดมืออก ใช้กับการปกป้องคนของพระเจ้า แต่ผู้คนที่ละทิ้งพระเจ้าไปมือที่เคยปกป้องก็กลับกลายเป็นมือแห่งการพิพากษา '“เพราะว่า ตั้งแต่คนต่ำต้อยที่สุดจนถึงคนใหญ่โตที่สุด ทุกคนโลภอยากได้กำไรที่ไม่ยุติธรรม และทุกคนต่างฉ้อฉล ตั้งแต่ผู้เผยพระวจนะจนถึงปุโรหิต ' เยเรมีย์ 6:13 เหตุผลของการพิพากษาเพราะทุกกลุ่มคน ทุกชนชั้นในสังคม แม้แต่คนของพระเจ้ายังมีใจโลภ คดโกง เอาเปรียบเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ส่วนตัว แม้ว่าเยเรมีย์ประกาศการพิพากษาที่กำลังจะมาถึง ผู้เผยพระวจนะจำนวนมากกลับประกาศตรงกันข้าม พวกเขาให้คำโกหกหลอกลวงว่า ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ไม่ต้องกังวล 'เขาทั้งหลายได้รักษาแผลของประชากรของเราเพียงผิวเผิน กล่าวว่า ‘สวัสดิภาพ สวัสดิภาพ’ เมื่อไม่มีสวัสดิภาพเลย ' เยเรมีย์ 6:14 นี่คือคำหลอกลวงที่ผู้เผยพระวจนะเท็จได้พูดออกมา สวัสดิภาพ คือคำว่า ชาโลม มีความหมายว่า ความสุข ความสงบ ความอุดมสมบูรณ์ ความปลอดภัยไร้สงคราม และสิ่งนี้เองคือสิ่งที่คนยูดาห์เลือกจะฟัง ผู้เผยพระวนะและปุโรหิตรักษาเพียงผิวเผิน ภาพนี้เหมือนเรากำลังบาดเจ็บเป็นแผลใหญ่ เมื่อมาโรงพยาบาลหมอบอกไม่เป็นอะไรมาก เพียงล้างแผล ใส่ยาชา แล้วพันแผลแล้วปล่อยกลับบ้าน แต่ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุของบาดแผล แน่นอนยังไงสุดท้ายคนไข้ก็จะเลือดไหล หรือแผลอักเสบติดเชื้อจนถึงความตาย ความจริงของพระเจ้าอาจจะทำให้เราไม่สบายใจ ทำให้เราลำบากเพราะต้องเปลี่ยนแปลง แต่เราไม่สามารถจะหายดีได้ถ้าเราไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า พระคุณของพระเจ้าไม่ใช่การบอกว่าไม่มีปัญหา แต่พระคุณของพระเจ้าจะนำเราเผชิญกับปัญหานั้น เพื่อนำสู่การฟื้นฟูชีวิตโดยพระเจ้าอีกครั้ง 'เมื่อเขาทำการน่าเกลียดน่าชัง เขาอับอายหรือเปล่า? เปล่า เขาไม่อับอายเลย เขาไม่รู้จักอาย เพราะฉะนั้น เขาจะล้มลงท่ามกลางพวกที่ล้มแล้ว เมื่อเราลงโทษพวกเขา เขาจะล้มคว่ำ” พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ ' เยเรมีย์ 6:15 สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือการทำบาปแล้วไม่รู้สึกผิดหรืออายอีกต่อไป ขอให้พวกเราระวังอย่าทำบาปจนเคยชิน จนไม่รู้สึกผิดเมื่อทำบาปอีก เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเตือน ขอให้เราพึ่งพาพระคุณของพระเจ้า กลับใจ หันหลังให้บาป และหันกลับมาหาพระเจ้าเพื่อรับการอภัยและการฟื้นฟูในชีวิต ในพันธสัญญาใหม่ อาจารย์เปาโลเตือนใน 2 ทิโมธี 4:3-4 ว่า จะมีเวลาที่ผู้คนไม่อยากฟังคำสอนที่ถูกต้อง แต่จะเลือกฟังสิ่งที่สบายหูและตรงกับความต้องการของตัวเอง ท่ามกลางสภาพแบบนั้น เปาโลจึงกำชับทิโมธีและเราทั้งหลายว่า 'แต่ท่านจงหนักแน่นมั่นคงทุกเรื่อง จงอดทนต่อความทุกข์ยาก จงทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ และจงทำพันธกิจของท่านให้ครบบริบูรณ์ ' 2 ทิโมธี 4:5 พระเจ้าทรงเรียกเราให้รักความจริงมากกว่าความสบายใจ ขอให้เราหนักแน่นมั่นคงในพระวจนะของพระเจ้า อดทนต่อความทุกข์ยาก และตอบสนองต่อพระมหาบัญชาด้วยการประกาศเรื่องของพระเยซู หากวันนี้เราอยู่ในบทบาทที่ต้องรักษา ขอให้เรารักษาจริง ๆ ไม่ใช่พูดเพียงคำโกหกว่า ไม่เป็นไร ทุกอย่างโอเค และในขณะเดียวกัน หากเราเป็นผู้ที่ต้องได้รับการรักษา ก็ขอให้เรายอมจำนนต่อพระเจ้า หันหลังให้กับความบาปที่ทำจนไม่รู้สึกอายแล้ว หันกลับมาพึ่งพาพระคุณของพระเจ้าที่มาถึงเราโดยทางพระเยซู และใหเราขอกำลังจากพระวิญญาณของพระเจ้าที่สถิตอยู่ในเรา เพื่อเราจะได้รับการรักษา และการฟื้นฟูชีวิต วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

    6 min
  8. 3d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่80) พระเจ้าที่แสนดีจะทำอะไรบ้าง?

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่80) พระเจ้าที่แสนดีจะทำอะไรบ้าง? “เชิญชิมดูแล้วจะเห็นว่า พระยาห์เวห์ประเสริฐ คนที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ก็เป็นสุข” ‭‭ ~สดุดี‬ ‭34‬:‭8‬ ‭THSV11‬‬ “Taste and see that the Lord is good; blessed is the one who takes refuge in him.” ‭‭ ~Psalms‬ ‭34‬:‭8‬ ‭NIV‬‬ เมื่อเราถวายสาธุการและสรรเสริญพระเจ้าอยู่ที่ปากเสมอ เมื่อเรายกย่องพระนามของพระองค์ เมื่อเราแสวงหาพระเจ้าด้วยความยำเกรง สิ่งที่จะตามมาก็คือ พระเจ้า ​ทรงตอบเรา (สดด.34:4)​ทรงช่วยกู้เราให้พ้นจากความกลัวทั้งสิ้น (สดด.34:4)​ทรงฟังเรา(สดด.34:6)​ทรงช่วยเราให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้น (สดด.34:6)​ทรงให้ทูตตั้งค่าย ล้อมและช่วยกู้เราผู้ที่ยำเกรงพระองค์(สดด.34:7)​ทรงให้เราลี้ภัยอยู่ในพระองค์อย่างเป็นสุข (สดด.34:7)​ทรงให้เราที่แสวงหาพระองค์ไม่ขาดสิ่งดีใดๆ(สดด.34:10)​ทรงสอนเราถึงความยำเกรงพระยาห์เวห์ (สดด.34:11)​ทรงเฝ้าดูเราที่เป็นคนชอบธรรม (สดด.34:15,17)​ทรงสดับคำอ้อนวอนของเรา(สดด.34:15,17)​ทรงช่วยกู้เราให้พ้นจากความยากลำบากทั้งสิ้น (สดด.34:17)​ทรงอยู่ใกล้เราผู้ที่ใจแตกสลาย (สดด.34:18)​ทรงช่วยและช่วยกู้เราผู้สิ้นหวังและทุกข์ใจออกมาให้พ้นหมด (สดด.34:18,19)​ทรงปกป้องกระดูกทุกชิ้นของเรา ไม่ให้หักสักซี่เดียว (สดด.34:20)​ทรงไถ่ชีวิตเราผู้ซึ่งรับใช้พระองค์ (สดด.34:22)~สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬-‭22‬ ‭THSV11‬‬ และสิ่งที่เราควรทำ มีดังนี้ ​ถวายสาธุการแด่พระเจ้าพระยาห์เวห์ตลอดไป (สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬)​สรรเสริญพระเจ้าให้ผู้ทุกข์ใจฟังและยินดี (สดุดี‬ ‭34‬:‭2)​ถวายพระเกียรติและยกย่องพระยาห์เวห์ (สดุดี‬ ‭34‬:‭3)​แสวงหาพระยาห์เวห์(สดุดี‬ ‭34‬:‭4)​ทำให้คนที่เพ่งดูพระเจ้าเบิกบาน ไม่อดสู (สดุดี‬ ‭34‬:‭5)​ร้องทูลพระเจ้า(สดุดี‬ ‭34‬:‭6)​ชิมดูพระยาห์เวห์ว่าประเสริฐเพียงใด(สดุดี‬ ‭34‬:‭8)​ลี้ภัยอยู่ในพระองค์อย่างเป็นสุข (สดุดี‬ ‭34‬:‭8)​ยำเกรงพระยาห์เวห์ ไม่ขาดสิ่งดีใดๆ(สดุดี‬ ‭34‬:‭9)​ระวังลิ้นของเราจากความชั่ว ไม่ให้ริมฝีปากพูดล่อลวง (สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬3)​หันจากความชั่ว( สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬4)​ทำความดี (สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬4)​แสวงหาสันติภาพ( สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬4)​ติดตามสันติภาพนั้นไป (สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬4)~สดุดี‬ ‭34‬:‭1‬-‭22‬ ‭THSV11‬‬ …จะดีไหมครับ? ………………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 19มิถุนายน2026(ตอนที่80ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า#หนึ่งล้านความดี

    4 min

Ratings & Reviews

About

Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ