Soul Food Podcasts

Soul Food Ministries

Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ

  1. 9h ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่202) การแต่งงาน ที่มีความสุข!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่202) การแต่งงาน ที่มีความสุข! “สามีพึงสัมพันธ์กับภรรยาตามควร และภรรยาก็พึงสัมพันธ์กับสามีตามควรเช่นเดียวกัน” ~1 โครินธ์ 7:3 THSV11 “A man should fulfill his duty as a husband, and a woman should fulfill her duty as a wife, and each should satisfy the other's needs.” ~1 Corinthians 7:3 GNT มีคำกล่าวเตือนสติไว้ว่า “ชีวิตแต่งงานที่มีความสุข ไม่ใช่การได้แต่งงานกับคนที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการเรียนรู้ที่จะรักคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ ด้วยความรักแบบที่ไม่ยอมแพ้” (A happy marriage is not about marrying a perfect person, but about learning to love an imperfect person with a love that never gives up.) ใช่ครับ “การแต่งงานหรือ การสมรสที่มีความสุข” เป็นเรื่องของคนไม่สมบูรณ์แบบสองคน ที่ ​ตั้งเป้า​ตัดสินใจ​ตั้งต้น ​ตั้งใจ และ​ต่อสู้เพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมแพ้หรือถอดใจ การแต่งงานที่มีความสุข มีลักษณะเป็นอย่างไร? ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนไม่สมบูรณ์2คนนั้นเรียนรู้ที่จะชื่นชมกับความเหมือนที่ทั้ง2มีร่วมกัน ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนทั้งสองคนยอมรับและให้เกียรติในความแตกต่างของกันและกัน ทั้ง ~ในเรื่องความเชื่อและความคิดเห็น ~ในเรื่องความเข้มแข็งและในความอ่อนแอ โดยไม่กล่าวหรือแสดงการดูหมิ่นใดๆให้เห็นหรือให้รู้สึกเช่นนั้น ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนพร้อมจะเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับความรักจากกันและกัน จนต่างก็พูดได้อย่างจริงใจว่า “ ”ฉันเพิ่งรู้ว่าความรักคืออะไร …ก็เพราะคุณ!” ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนพร้อมจะมองข้ามความบกพร่องเล็กๆน้อยๆ ในขณะที่ทั้งสองเดินร่วมทางชีวิตไปด้วยกัน ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนตั้งใจจะไม่ทำผิดต่อกัน และถ้าพลาดพลั้งไป ก็จะรีบสารภาพและแก้ไขในทันที ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนตัดสินใจเป็นนักให้อภัยที่พร้อมให้อภัยแก่กันและกันตั้งแต่ 1).ก่อนที่จะมีการกระทำผิดพลาดเกิดขึ้นด้วยซ้ำ หรือ 2).หลังจากที่ทีความผิดพลาดเกิดขึ้นมาแล้ว ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนรู้จักขอบคุณด้วยความซาบซึ้งกับความดีเด็กๆน้อยๆที่อีกฝ่ายทำให้ ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนไม่ยอมปล่อยให้อดีตมาแทรกแซงปัจจุบันอันจะส่งผลกระทบต่ออนาคต ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนตระหนักว่าความสำเร็จของอีกคนหนึ่งสำคัญพอๆกับความสำเร็จของ ตัวเอง และจะไม่เอาครอบครัวไปแลกกับความสำเร็จของตนเองเป็นอันขาด ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนเตือนตัวเองว่าความสุขของอีกคนหนึ่งสำคัญเหมือนกับความสุขของตัวเอง ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนพูดชมเชยหรือพูดดีๆเหมือนที่ต้องการให้อีกฝ่ายชมเชยและพูดจาดีๆต่อเรา ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนถือว่าความทุกข์องอีกคนหนึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเขาต้องร่วมแบ่งเบาในทันที ​การแต่งงานที่มีความสุข|คือการที่คนสองคนพร้อมรับมือกับความทุกข์ยากลำบากและให้กำลังใจกันโดยไม่บ่นว่ากัน ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนเรียนรู้จักภาษารักของกันและตอบสนองได้ตรงตามที่ต่างต้องการจริงๆ ​การแต่งงานที่มีความสุขคือการที่คนสองคนพร้อมยอมสละละทิ้งทุกสิ่งเพื่อทะนุถนอมรักษากันและกันโดยไม่ทิ้งกัน แต่จะเคียงข้างและเคียงคู่กัน จนถึงวันที่ลมหายใจสุดท้ายของตนหมดลง! พี่น้องที่รัก คนเราแต่งงานเพราะต้องการมีความสุข ในทำนองเดียวกัน คนเราหย่าร้าง ก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน นั่นคือเขาต้องการมีความสุข! ดังนั้น ถ้าเราแต่งงานแล้ว จงให้ความสุขแก่กันและกันตามที่ทั้งสองฝ่ายปรารถนา ก่อนที่อีกฝ่ายหนึ่งจะทนผิดหวังและทนความเจ็บปวดอย่างยาวนานแบบสิ้นหวังต่อไปไม่ได้ จนต้องทำผิดยกเลิกสัญญาที่ให้ไว้ต่อกันต่อหน้าสักขีพยานทั้งหลาย การแต่งงานที่มีความสุข จะต้องมี“ความรัก”จากเบื้องบน เป็นสายใยอันเหนียวแน่นผูกพันสัมพันธภาพของสามีและภรรยาไว้ ที่ไม่มีสิ่งใดอาจจะตัดให้ขาดออกจากกันได้! “ความรักแท้ ” จากพระเจ้าจะทำให้สามีภรรยามีความสุข ได้แม้ว่า แต่ละคนจะไม่สมบูรณ์แบบ ในขณะที่ความสมบูรณ์แบบที่ปราศจากความรัก กลับไม่ก่อให้เกิดความสุขแก่ผู้ใดเลย พี่น้องที่รัก “คนที่รักกัน จะยืนเคียงข้างกันในทุกวันดีๆของชีวิต และทั้งสองจะยิ่งยืนใกล้ชิดติดสนิทกันมากขึ้นไปอีก ในวันที่ชีวิตพบเจอแต่เรื่องแย

  2. 1d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่201) ในไม่ช้า ก็ผ่านไป!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่201) ในไม่ช้า ก็ผ่านไป! “ช่วงชีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลายคือเจ็ดสิบปี หรือแปดสิบปีแล้วแต่กำลัง กระนั้นชั่วชีวิตก็มีแต่ความเดือดร้อนโศกเศร้า เพราะไม่ช้าก็ผ่านพ้นและเราก็จากไป” ~สดุดี 90:10 TNCV “We can expect seventy years, or maybe eighty, if we are healthy, but even our best years bring trouble and sorrow. Suddenly our time is up, and we disappear.” ~Psalms 90:10 CEV มีคำกล่าวไว้ว่า “ชีวิตไม่ได้วัดกันเพียงว่าเรามีชีวิตอยู่มานานแค่ไหน แต่วัดกันที่ว่าเราใช้ชีวิตที่มีอยู่เพื่ออะไร” (Life is measured not only by how long we live, but by what we live for.) สดุดี 90:10 นี้ พรรณนาถึงสัจธรรม3ประการ คือ ​ชีวิตของเราในโลกนี้ มีขีดจำกัดและแสนสั้น ​ชีวิตของเรา มีความทุกข์ยากลำบากเป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ​ชีวิตของเรา มีเวลาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามาก แต่หมดเร็ว เราจึงควรคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับชีวิตนี้อย่างลึกซึ้ง อย่างไรก็ตาม พระธรรมข้อนี้ไม่ได้มีไว้ 1).เพื่อทำให้เรา กังวล กลัว หรือสิ้นหวังกับชีวิต แต่ 2).เพื่อเตือนสติ ให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีปัญญาและ ดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า โมเสส เป็นผู้เขียน พระธรรมสดุดี บทที่90:1-17 ซึ่งเปิดเผยความจริงให้เราทราบว่า ​พระเจ้าเป็นที่พักพิงลี้ภัยของคนทุกยุคทุกสมัย (90:1)​พระเจ้าเป็นพระเจ้าผู้ดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล(90:2)​พระเจ้าเป็นผู้ทรงให้มนุษย์มีอายุจำกัดและให้กลับเป็นผงคลี(90:3)​พระเจ้ามองเห็นพันปีเป็นเหมือน1).วันวานนี้ซึ่งผ่านไปแล้ว หรือ 2).เหมือนยามเดียวในกลางคืน(90:4) ​พระเจ้าเทการล่วงหลับบนมนุษย์ที่เป็นเหมือนหญ้าที่งอกขึ้นในเวลาเช้า 1).ในเวลาเช้ามันก็บานออกและงอกขึ้น 2).ในเวลาเย็นก็ร่วงโรยและเหี่ยวไป (90:5-6) ​พระเจ้าตั้งความชั่วของเราไว้ต่อพระพักตร์พระองค์ 1).ตั้งบาปลับๆ ของเราไว้ในแสงสว่างแห่งพระพักตร์ ของพระองค์ 2).ทำให้วันเวลาทั้งสิ้นของเราหมดไปใต้ความกริ้วอัน เกรี้ยวกราดของพระองค์ 3).ทำให้เราเดือดร้อนเพราะพระพิโรธของพระองค์ 4).ทำให้ปีของเราสิ้นสุดลงอย่างเสียงถอนหายใจ (90:7-9) ​พระเจ้ากำหนดอายุขัยของเราไว้ที่เจ็ดสิบหรือหากแข็งแรงก็ถึงแปดสิบ แต่1).ช่วงชีวิตนั้นมีแต่ความลำบากและความเศร้าโศก 2).ช่วงชีวิตนั้น ไม่ช้าก็สูญไปและพวกเราก็จะจากไป (90:10) ​พระเจ้าสามารถสอนให้เรานับวันของเรา เพื่อเราจะมีจิตใจที่มีปัญญา “ขอทรงสอนข้าพระองค์ทั้งหลายให้นับวันของตน เพื่อพวกข้าพระองค์จะมีจิตใจที่มีปัญญา”(90:12) เวลานี้ สิ่งที่เราทำได้ คือ ทูลต่อพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์ ~ขอทรงหันมาเถิด ยังอีกนานเท่าใด? ~ขอทรงสงสารบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ ~ขอทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายอิ่มความรักมั่นคงของพระองค์ในเวลาเช้า เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะได้ 1).ร้องเพลงด้วยความชื่นบานและ 2).ยินดีตลอดวันเวลาของพวกข้าพระองค์ ~ขอทรงให้ข้าพระองค์ทั้งหลายยินดี 1).ให้มากวันเท่ากับที่พระองค์ได้ทรงให้พวกข้าพระองค์ ทุกข์ยากนั้น และ 2).ให้มากปีเท่ากับที่พวกข้าพระองค์ได้ประสบสิ่งร้าย ~ขอให้พระราชกิจของพระองค์ปรากฏแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ และให้ความสง่างามของพระองค์ปรากฏแก่ลูกหลานของพวกเขา ~ขอความโปรดปรานขององค์เจ้านาย พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลายอยู่เหนือเหล่าข้าพระองค์ ~ขอทรงสถาปนาผลงานจากมือของข้าพระองค์ทั้งหลายไว้เหนือพวกข้าพระองค์ ~ขอทรงสถาปนาผลงานจากมือของข้าพระองค์ทั้งหลาย!” (สดุดี 90:13-17) สรุป ขอให้เราลงมือกระทำตามหัวใจของสดุดีบทนี้ ซึ่งก็คือ 1. ให้เราตระหนักว่าชีวิตของเราสั้น และหมดสิ้นเร็ว 2.ให้เราหันมาแสวงหาและลี่ภัยอยู่ในพระเจ้าผู้เป็นนิรันดร์ 3.ให้เราพร้อมเผชิญกับความทุกข์ยากลำบากในชีวิต 4.ให้เราใช้แต่ละวันที่เหลืออยู่ อย่างมีปัญญาและเกิดผล คุ้มค่ายาวนานตามพระเจตนารมณ์ของพระเจ้าสูงสุด …อาเมนไหมครับ? ………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 18ตุลาคม2026(ตอนที่ 201ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

  3. 2d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่200) จริงๆแล้ว เราน่าจะอยู่ได้ถึง200ปี!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่200) จริงๆแล้ว เราน่าจะอยู่ได้ถึง200ปี! “กำหนดปีของข้าพระองค์คือเจ็ดสิบ หรือสุดแต่เรื่องกำลัง ก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความลำบาก ไม่ช้าก็สูญไปและข้าพระองค์ก็จากไป” ~สดุดี 90:10 TH1971 “Our days may come to seventy years, or eighty, if our strength endures; yet the best of them are but trouble and sorrow, for they quickly pass, and we fly away.” ~Psalms 90:10 NIV วันก่อนในไลน์กลุ่มรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น26 ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ เพื่อนรักของผม โพสต์บทความหนึ่งเข้ามาในกลุ่ม ซึ่งสะกิดตาสะกิดใจผมเป็นอย่างมาก ทำให้ผมคิดถึงพระคริสตธรรมคัมภีร์ตอนหนึ่งที่เขียนมาหลายพันปีแล้ว จึงรีบไปเปิดออกอ่าน พบมีเนื้อความว่า “อายุขัยของข้าพระองค์ทั้งหลายคือเจ็ดสิบ หรือหากแข็งแรงก็ถึงแปดสิบ แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่ความลำบากและความเศร้าโศก ไม่ช้าก็สูญไปและพวกข้าพระองค์ก็จากไป” ~สดุดี 90:10 THSV11 นั่นคือตัวเลขเฉลี่ยของอายุคนเรา ที่อยู่ราวๆ 75ปี! พอไปอ่านบทความที่เพื่อนส่งมาให้ ก็ประหลาดใจ เพราะมีเนื้อหาที่สอดคล้องกันดังนี้ “…ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้มีอายุขัยถึง 200 ปี แต่พวกเขากลับลดทอนมันลงเหลือเพียง 75 ปี! นี่ไม่ใช่เรื่องของการคาดเดา แต่มันคือข้อเท็จจริงทางชีววิทยา “เทโลเมียร์”(Telomeres) ของคุณ ซึ่งเปรียบเสมือน “ปลอกหุ้มปลายโครโมโซมเพื่อปกป้องสารพันธุกรรม” มีความยาวเพียงพอที่จะรองรับการแบ่งตัวของเซลล์ได้นานถึงประมาณ 200 ปีนับตั้งแต่แรกเกิด เรื่องนี้สามารถวัดค่าได้ มีการบันทึกข้อมูลไว้อย่างชัดเจน และไม่มีนักพันธุศาสตร์คนใดในโลกโต้แย้งในประเด็นนี้! แล้วทำไมมนุษย์โดยเฉลี่ยถึงเสียชีวิตเมื่ออายุ 75 ปี? นั่นเป็นเพราะทุกระบบที่พวกเขาสร้างขึ้นรอบตัวคุณ ถูกออกแบบมาเพื่อเร่งกระบวนการเสื่อมสภาพของ “เทโลเมียร์” อาทิ ​อาหาร: น้ำมันสกัดจากเมล็ดพืชที่ผ่านกระบวนการแปรรูปก่อให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) ซึ่งทำให้เทโลเมียร์หดสั้นลงเร็วกว่ากระบวนการชราตามธรรมชาติถึง 3 เท่า ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยในการศึกษาปี 2017 โดยมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แต่กลับถูกเพิกเฉย ​น้ำ: สารฟลูออไรด์เข้าไปรบกวนการทำงานของเอนไซม์“เทโลเมอเรส”(telomerase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมความยาวของเทโลเมียร์ ข้อมูลนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร *Journal of Biochemical and Molecular Toxicology* แต่ก็ถูกเพิกเฉยเช่นกัน ​อากาศ: ฝุ่นละอองและมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมสร้างความเสียหายโดยตรงต่อส่วนปลายของโครโมโซม ข้อมูลนี้ได้รับการบันทึกโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่ก็ถูกเพิกเฉย ​ความเครียด: ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เกิดจากความเครียดทางจิตใจเรื้อรัง—ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยสื่อ ระบบการเงิน และกระบวนการทางสังคม (social engineering)—ถือเป็นตัวการทำลายเทโลเมียร์ที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่วิทยาศาสตร์เคยค้นพบ ข้อมูลนี้ได้รับการเผยแพร่โดย Elizabeth Blackburn ผู้ได้รับรางวัลโนเบลจากการวิจัยเรื่องเทโลเมียร์ในปี 2009 แม้จะมีการยอมรับข้อมูลนี้ แต่กลับไม่มีการนำไปประยุกต์ใช้จริง พวกเขารู้ดีว่าสิ่งใดทำให้ชีวิตของคุณสั้นลง? พวกเขาเป็นผู้ออกแบบกลไกเหล่านั้นขึ้นมาเอง ทั้งอาหาร น้ำ อากาศ และความเครียด ทั้งสี่สิ่งนี้ล้วนโจมตีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ”เทโลเมียร์“หรือ”นาฬิกาชีวิต“ของคุณนั่นเอง! มนุษย์ที่ ​อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ​บริโภคอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป ​ดื่มน้ำที่บริสุทธิ์ และ​ปราศจากความเครียดที่ถูกสร้างขึ้นโดยระบบต่างๆ จะสามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 150-200 ปี นี่คือสิ่งที่ชีววิทยารองรับ นี่คือสิ่งที่บันทึกโบราณได้กล่าวไว้! กระบวนการฟื้นฟู“เทโลเมียร์”ด้วยเทคโนโลยี MedBed จะช่วยกู้คืนสิ่งที่พวกเขาเคยพรากไป มันไม่ใช่การเพิ่มจำนวนปีให้กับชีวิต แต่เป็นการนำปีเหล่านั้นกลับคืนมาสู่คุณ คุณไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เสียชีวิตตอนอายุ 75 ปี!” ใช่ครับ เราน่าจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้ราว200 ปี ดูเหมือนว่า พระเจ้าเองก็ไม่ได้มีเจตนาให้เราเสียชีวิตตอนอายุ 75 แต่พระองค์ทรงทราบล่วงหน้าแล้วว่า มนุษย์จะดำเนินชีวิตกันอย่างไร ซึ่งจะนำผลที่ตามมาก็คือ อายุเฉลี่ยของคนเราจะกลายเป็นช่วง 70~80ปีนั่นเอง! อย่างไรก็ตาม "คุณค่าของชีวิตไม่ได้วัดกันที่ว่าเรามีชีวิตอยู่นานแค่ไหน แต่วัดที่ว่าเราได้ทำประโยชน์และทิ้งสิ่งดีอะไรไว้เบื้องหลังบ้าง ก่อนที่เราจะจากไป" (The value of life is not measured by how long we live, but by the good we leave behind be

  4. 2d ago

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 1

    พระธรรมนำชีวิต Ep. เว้นวรรค 1 ขอพระเจ้านำให้ใจของเราพบกับความยินดี สดชื่น สดใสจากพระเจ้า ผ่านพระวจนะของพระองค์ 'ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพิทักษ์ข้าพระองค์ไว้ เพราะข้าพระองค์ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ข้าพเจ้าทูลพระยาห์เวห์ว่า “พระองค์ทรงเป็นองค์เจ้านายของข้าพระองค์ นอกจากพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ไม่มีสิ่งดีใดเลย” ' สดุดี 16:1-2 พระเจ้าทรงปกป้องพิทักษ์รักษาให้เราปลอดภัย เช้านี้ผมใคร่ครวญพระธรรมข้อนี้ ก็พบความจริงว่า สิ่งที่มีค่าและดีที่สุดในชีวิตของผมคือ พระเจ้าเที่ยงแท้องค์นี้ แล้วพวกราละครับ อะไรเป็นสิ่งที่ดีและมีค่าที่สุดในชีวิต 'ข้าพเจ้าถวายสาธุการแด่พระยาห์เวห์ ผู้ประทานคำปรึกษาแก่ข้าพเจ้า เออ ตอนกลางคืนจิตใจของข้าพเจ้าเตือนสอนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าตั้งพระยาห์เวห์ไว้ตรงหน้าเสมอ เพราะพระองค์ประทับที่ขวามือ ข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นไหว เพราะฉะนั้น ใจข้าพเจ้าจึงยินดีและจิตวิญญาณก็เปรมปรีดิ์ ร่างกายของข้าพเจ้าก็อาศัยอยู่อย่างปลอดภัยด้วย เพราะพระองค์มิได้ทรงมอบข้าพระองค์ไว้กับแดนคนตาย หรือให้ผู้จงรักภักดีของพระองค์ต้องเห็นหลุมมรณะนั้น พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์ ต่อพระพักตร์พระองค์มีความยินดีเปี่ยมล้น ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็นนิตย์' สดุดี 16:7-11 นอกจากพระเจ้าจะปกป้องพิทักษ์รักษาเราแล้ว พระองค์ยังประทานคำปรึกษาให้เราผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธ์ และผ่านพระวจนะของพระองค์ การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าทำให้เรามีความชื่นชมยินดีเสมอ ขอพระเจ้าเมตตาให่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นจริงในชีวิตของเรา ที่เราจะไม่หวั่นไหวไปกับสถานการณ์ตรงหน้า เราจะยังมีความชื่นชมยินดีในพระเจ้า ขอให้เราจะเป็นคนที่รัก ยำเกรงพระเจ้า จงรักภักดีต่อพระองค์ เพราะพระสัญญาของพระเจ้าเป็นจริงแน่นอน วุฒิ วงศ์สรรเสริญ

  5. 3d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่199). “ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่า…?“

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่199) “ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่า…?“ “ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในพวกท่าน?” ~1 โครินธ์ 3:16 THSV11 “Don’t you know that you are God’s temple and that God’s Spirit lives in you?” ~1 Corinthians 3:16 GW อาจารย์เปาโลตั้งคำถามกับชาวโครินธ์ว่า “ท่านรู้แล้วไม่ใช่เหรือว่า…?” (ท่านไม่รู้หรือว่า…?) การถามคำถามแบบนี้เป็นการกล่าวถึงความจริง ที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ แท้จริงแล้ว นี่เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะว่าคำตอบชัดเจนอยู่ในตัวเองแล้ว! ขอให้เราอ่านข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้และแบ่งปันว่า เราเรียนรู้บทเรียนสำคัญอะไรบ้าง? ​“ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกท่านเป็นวิหารของพระเจ้า และพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ในพวกท่าน?” ~1 โครินธ์ 3:16 THSV11 ​“การที่พวกท่านโอ้อวดนั้นไม่ใช่สิ่งดีเลย ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าเชื้อขนมเพียงนิดเดียว ย่อมทำให้แป้ง ดิบฟูขึ้นทั้งก้อน? จงชำระเชื้อเก่าเสีย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้ เป็นแป้งดิบก้อนใหม่ ดังเช่นที่ท่านเป็นพวกไร้เชื้อ เพราะพระ คริสต์ผู้ทรงเป็นปัสกาของเราถูกถวายบูชาแล้ว” ~1 โครินธ์ 5:6-7 THSV11 ​“ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าธรรมิกชนจะพิพากษาโลก? และถ้าพวกท่านจะพิพากษาโลก ท่านไม่เหมาะจะพิพากษาเรื่องเล็กน้อยหรือ? พวกท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าเราจะพิพากษาพวกทูตสวรรค์? ถ้าเช่นนั้นก็ยิ่งควรจะพิพากษาเรื่องของชีวิตนี้ เมื่อเป็นความ กันในเรื่องชีวิตนี้ พวกท่านจะตั้งคนที่คริสตจักรไม่ยอมรับให้ ตัดสินหรือ? ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อให้ท่านละอายใจ ใน พวกท่านไม่มีสักคนหนึ่งที่มีสติปัญญาสามารถวินิจฉัยเรื่อง ระหว่างพี่น้องหรือ? แต่พี่น้องกับพี่น้องต้องถูกพิพากษาต่อ หน้าคนที่ไม่มีความเชื่ออย่างนั้นหรือ?” ~1 โครินธ์ 6:2-6 THSV11 ​“ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าคนไม่ชอบธรรมจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า? อย่าหลงผิดเลย พวกที่ล่วงประเวณี พวกไหว้รูปเคารพ พวกผิดผัวผิดเมีย พวกโสเภณีชาย พวกรักร่วมเพศ พวกขโมย พวกที่โลภ พวกขี้เมา พวกชอบกล่าวร้าย พวกฉ้อโกง จะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า มีบางคนในพวกท่านเคยเป็นอย่างนี้ แต่ท่านทั้งหลายได้รับการล้างชำระแล้ว ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้ว และได้รับการชำระให้ชอบธรรมแล้วโดยพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและโดยพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา” ~1 โครินธ์ 6:9-11 THSV11 ​“ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่า ร่างกายของพวกท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิต ในท่าน ผู้ซึ่งพวกท่านได้รับจากพระเจ้า และท่านทั้งหลายไม่ใช่ เจ้าของตัวท่านเอง? เพราะว่าพระเจ้าทรงซื้อท่านไว้แล้วด้วย ราคาสูง ฉะนั้น จงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของ พวกท่านเถิด” ~1 โครินธ์ 6:19-20 THSV11 ​“ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกที่ทำงานต่างๆ ของพระวิหารก็กิน อาหารของพระวิหาร และพวกรับใช้ที่แท่นบูชาก็รับส่วนแบ่ง จากเครื่องบูชานั้น ทำนองเดียวกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสั่ง ไว้ว่า คนที่ประกาศข่าวประเสริฐควรได้รับการเลี้ยงชีพด้วย ข่าวประเสริฐ” ~1 โครินธ์ 9:13-14 THSV11 ​“ท่านทั้งหลายรู้แล้วไม่ใช่หรือว่าพวกที่วิ่งแข่งนั้นก็วิ่งด้วยกันทุกคน แต่คนที่ได้รางวัลนั้นมีเพียงคนเดียว? จงวิ่งเหมือนผู้ที่จะชิงรางวัลให้ได้ ส่วนนักกีฬาทุกคนก็ควบคุมตัวเองในทุกด้าน พวกเขาทำเพื่อจะได้มงกุฎใบไม้ที่ร่วงโรยได้ แต่มงกุฎของเรา จะไม่ร่วงโรยเลย ดังนั้นข้าพเจ้าไม่ได้วิ่งแข่งโดยไม่มีเป้าหมาย ข้าพเจ้าไม่ได้ต่อสู้เหมือนอย่างนักมวยที่ชกลม แต่ข้าพเจ้าทุบตี ร่างกายและควบคุมมันไว้ เพราะเกรงว่าเมื่อข้าพเจ้าประกาศ ข่าวประเสริฐแก่คนอื่นแล้ว ตัวเองกลับเป็นคนที่ใช้การไม่ได้” ~1 โครินธ์ 9:24-27 THSV11 พี่น้องที่รัก เราจะนำบทเรียนที่ได้รับในวันนี้ ไปประพฤติปฏิบัติอย่างไรบ้างในชีวิตของเรา? เรารู้แล้วใช่ไหมว่า พระเจ้าที่เรานมัสการ ทรงเป็นพระเจ้า ผู้ทรงเป็น ทรงทราบ และทรงทำได้ทุกอย่าง ผู้มีพระนามว่า “Omni-God” นั่นคือพระองค์ ​ทรงฤทธานุภาพทำได้ทุกอย่าง(Omnipotent) ​ทรงสัพพัญญูรอบรู้ทุกสิ่ง(Omniscient)​ทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง(Omnipresent ) ดังนั้นขอให้เรายอมรับในทุกสิ่งที่พระเจ้า ทรงกระทำ 1).ในชีวิตของเรา และ 2).ผ่านชีวิตของเรา ให้เรายอมรับรู้พระองค์ในทุกทาง ให้เราเชื่อฟังและทำตามสิ่งที่พระองค์สอนไ

  6. 4d ago

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ความหวังที่ไม่ทำให้ผิดหวัง Ep.1760

    พระธรรมนำชีวิต ตอน ความหวังที่ไม่ทำให้ผิดหวัง Ep.1760 เรายังอยู่กับความหวังที่พระเจ้าทรงประกาศให้กับผู้คนของพระองค์ที่กำลังอยู่ในความสิ้นหวัง พระองค์ทรงสัญญาว่า จะประทานกษัตริย์องค์ใหม่ที่จะช่วยให้รอดและจะปกครองด้วยความยุติธรรมและควาชอบธรรมของพระเจ้า 'พระยาห์เวห์ตรัสว่า “นี่แน่ะ วันเวลาจะมาถึง เมื่อเราจะให้กิ่งชอบธรรมงอกออกมาสำหรับดาวิด ผู้ที่จะทรงเป็นกษัตริย์และทรงครองราชย์อย่างสุขุมรอบคอบ และจะทรงนำความยุติธรรมและความชอบธรรมมาสู่แผ่นดินนั้น ' เยเรมีย์ 23:5 กิ่ง หมายถึง หน่อหรือกิ่งที่งอกขึ้นมา ในบริบทนี้เป็นภาพของกษัตริย์ผู้ที่จะเสด็จมาจากเชื้อสายของดาวิด ในบทก่อน ๆ เราเห็นว่ากษัตริย์แห่งยูดาห์เชื้อสายของดาวิดล้มเหลวในการปกครองและไม่ใช้ชีวิตในความชอบธรรมของพระเจ้า ตรงนี้พระเจ้าทรงประกาศว่า พระองค์จะทรงจัดเตรียมกษัตริย์อีกองค์หนึ่ง ผู้จะทรงปกครองอย่างสุขุมรอบคอบ และนำความยุติธรรมกับความชอบธรรมมาสู่ประชากรของพระองค์ คำแจ้งล่วงหน้านี้สอดคล้องกับ อิสยาห์ 11:1–5 ซึ่งกล่าวถึงหน่อที่งอกออกมาจากตอของเจสซี และผู้ที่จะทรงปกครองด้วยความชอบธรรม สำหรับพวกเราผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ พระสัญญานี้สำเร็จในพระเยซู ผู้ทรงเป็นกษัตริย์จากเชื้อสายดาวิด 'ในสมัยของท่าน ยูดาห์จะได้รับความรอด และอิสราเอลจะอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย นี่จะเป็นนามซึ่งเราจะเรียกท่าน คือ ‘พระยาห์เวห์ทรงเป็นความชอบธรรมของเรา’ ” ' เยเรมีย์ 23:6 พระเจ้าทรงประกาศว่า ผู้ที่จะมานี้จะนำความรอดและความปลอดภัยมา และกล่าวถึงพระนามว่า “พระยาห์เวห์ทรงเป็นความชอบธรรมของเรา” ในประวัติศาสตร์ ชื่อของกษัตริย์เศเดคียาห์มีความหมายเกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของพระเจ้า แต่ชื่อของมนุษย์ไม่ได้บอกว่าการปกครองของเขาจะชอบธรรม ในตรงกันข้าม พระธรรมตอนนี้ชี้ไปยังความหวังในกษัตริย์ผู้ทรงปกครองด้วยความชอบธรรมอย่างแท้จริง เยเรมีย์ได้แจ้งคำล่วงหน้าไปถึงกษัตริย์ผู้ทรงปกครองด้วยความชอบธรรมอย่างแท้จริง สำหรับพวกเราผู้เชื่อ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศูนย์กลางของความหวังนี้ 'เพื่อไม่ให้มนุษย์สักคนหนึ่งโอ้อวดเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าได้ โดยพระองค์ ท่านทั้งหลายจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นพระปัญญาจากพระเจ้าสำหรับเรา ทรงเป็นผู้ทำให้เราชอบธรรม ทรงเป็นผู้ชำระเราให้บริสุทธิ์ และทรงเป็นผู้ไถ่บาป ' 1 โครินธ์ 1:29-30 หลักการนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่า เราไม่สามารถทำให้ตัวเองชอบธรรมต่อพระพักตร์พระเจ้าได้ แต่เราต้องเชื่อวางใจและพึ่งพาในพระเยซูคริสต์ ขอเราอย่าวางความหวังไว้ที่ความสามารถของมนุษย์ เพราะมนุษย์ล้มเหลวได้ แต่ขอให้เราวางใจในพระเยซู กษัตริย์ผู้ทรงชอบธรรม และให้เราใช้ชีวิตภายใต้การทรงนำของพระองค์ 'เพราะฉะนั้น พระยาห์เวห์ตรัสว่า “นี่แน่ะ วันเวลาจะมาถึง เมื่อคนจะไม่กล่าวอีกต่อไปว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้ทรงนำประชาชนอิสราเอลออกมาจากแผ่นดินอียิปต์ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด’ แต่จะว่า ‘พระยาห์เวห์ผู้ทรงนำและพาพงศ์พันธุ์อิสราเอลออกจากแดนเหนือและออกจากประเทศที่พระองค์ทรงขับไล่ให้ไปอยู่นั้นทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด’ เขาทั้งหลายก็จะได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินของตนเอง” ' เยเรมีย์ 23:7-8 ในอดีต การที่พระเจ้าทรงนำอิสราเอลออกจากอียิปต์เป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงฤทธานุภาพและความซื่อสัตย์ของพระเจ้า แต่ในข้อ 7–8 พระเจ้าทรงประกาศถึงการช่วยกู้ครั้งใหม่ โดยจะนำผู้คนของพระองค์กลับจากดินแดนที่พวกเขาถูกเนรเทศไป และให้พวกเขากลับมาอาศัยอยู่ในแผ่นดินของตัวเอง หากเราพิจารณาในภาพรวมของพระวจนะของพระเจ้า เราจะพบว่า การช่วยกู้ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ในพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงช่วยเราให้พ้นจากอำนาจของความบาปและความตาย และทรงประทานความหวังแห่งชีวิตนิรันดร์แก่ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ แต่อย่างไรก็ตาม เราควรแยกให้ชัดว่า เยเรมีย์ 23:7–8 กล่าวโดยตรงถึงผู้คนของพระองค์กลับสู่แผ่นดิน ส่วนการช่วยกู้จากความบาปและความตายเป็นความเข้าใจที่เราเชื่อมโยงงานของพระเยซูจากพระวจนะของพระเจ้าทั้งหมด ขอพระเจ้าทรงช่วยให้เราวางใจและฝากความหวังไว้กับพระเจ้าผู้ทรงซื่อสัตย์ และให้เราใช้ชีวิตภายใต้การทรงนำของพระองค์ด้วยความไว้วางใจ ด้วยความเชื่อฟัง และความซื่อสัตย์ต

  7. 4d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่198) รับประกันได้ว่า ขอสิ่งใดก็ได้แน่!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่198) รับประกันได้ว่า ขอสิ่งใดก็ได้แน่! “ถ้าพวกท่านติดสนิทอยู่กับเราและ ถ้อยคำของเราติดสนิทอยู่กับท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใดที่ท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น” ~ยอห์น 15:7 THSV11 “If you live in me and what I say lives in you, then ask for anything you want, and it will be yours.” ~John 15:7 GW เมื่อใดก็ตามที่ ​เราอยู่ในพระเยซูคริสต์และ​ถ้อยคำของพระองค์อยู่ในเราสิ่งที่เราทูลขอกับสิ่งที่พระเจ้าประสงค์จะประทานให้แก่เรา จะกลายเป็นสิ่งเดียวกัน! เพราะทุกอย่างที่เราขอ ก็จะตรงกับพระทัยของพระเจ้า พระเจ้าก็จะประทานสิ่งที่เราขอนั้น ให้แก่เราอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกที่ พระเยซูคริสต์เจ้า ตรัสว่า “ท่านจะขอสิ่งใดที่ท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น!” พระเยซูคริสต์ตรัสเปรียบเทียบว่า ​พระองค์เองเป็นเถาองุ่น(ต้น) และ​เราผู้เชื่อพระองค์เป็นแขนง(กิ่งก้าน)และถ้าเราเป็นแขนงที่ติดสนิทกับพระคริสต์ผู้เป็นเถา สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา จะมีดังนี้ Flow-ชีวิตของพระเยซูคริสต์จะหลั่งไหลเข้าสู่ชีวิตของเรา Fill~ พระทัยและพระวจนะของพระคริสต์จะเต็มล้นในชีวิตของเรา Fix~ ฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะซ่อมแซมและปรับปรุงชีวิตของเรา Free~ พระวิญญาณบริสุทธิ์และความจริงแห่งพระวจนะจะทำให้เราเป็นไท Foster~พระวจนะของพระคริสต์จะทำให้เราเติบโตและพัฒนาขึ้นอยู่ตลอดเวลา Fortify~พลังของพระคริสต์และพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำเราเข้มแข็ง ขึ้นทุกวัน Fulfill~ พระคริสต์จะตอบคำอธิษฐานและทำให้เราเกิดผลตามพระประสงค์ของพระเจ้า และแน่นอนว่า ถ้าเราติดสนิทกับพระเยซูคริสต์จริงๆ สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นแต่ชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็น Fake-ความแปลกปลอม False~ความเทียมเท็จ Fear~ความหวาดกลัว Faults~ ความผิดพลาด Failure~ความล้มเหลว Foulness~ความชั่วร้ายคดโกง Fruitless~ การไม่เกิดผล ดังนั้น พี่น้องที่รัก เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและจิตวิญญาณของเรา ขอให้ติดสนิทกับพระคริสต์ตลอดเวลา โดยทำดังนี้ ​มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดพระคริสต์ทุกวัน​ยอมให้พระคริสต์ชำระและเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา​พึ่งพิงและพึ่งพาพระคริสต์ในทุกเรื่อง​รักษาความสัมพันธ์ที่มีกับพระคริสต์ไว้ตลอดเวลา​ให้พระวจนะของพระคริสต์เป็นตัวกำหนดความคิดและการตัดสินใจของเรา​ให้เราดำเนินชีวิตและรับใช้ตามพระประสงค์ของพระคริสต์ในทุกเรื่อง​ให้เราเชื่อฟังวางใจพระคริสต์ในทุกช่วงเวลาของชีวิตอย่างซื่อสัตย์จนเกิดผล และเมื่อใดที่ความสัมพันธ์ของเรากับพระคริสต์เป็นดังเช่นที่กล่าวมา เมื่อนั้น 1.คำอธิษฐานทูลขอของเรา และ 2.คำตอบของพระเจ้า ก็จะกลายเป็นสิ่งเดียวกัน! เราจึงมั่นใจได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่เราทูลขอสิ่งใด เมื่อนั้น เราก็จะได้สิ่งนั้นจากพระองค์ ย้ำอีกครั้ง ได้แน่นอน! …อาเมนไหมครับ? ………………………………… ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ 15ตุลาคม2026(ตอนที่ 198ปีที่6) #YoutubeCJCONNECT#คริสตจักรแห่งความรัก#Churchoflove #ShareTheLoveForward #ChurchOfJoy #คริสตจักรแห่งความสุข#NimitmaiChristianChurch #คริสตจักรนิมิตใหม่#ฮักกัยประเทศไทย #อัลฟ่า #หนึ่งล้านความดี

  8. 5d ago

    สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่197) ถ้าเป็นได้!

    คอลัมน์ “สดแต่เช้า”ปีที่6(ตอนที่197) ถ้าเป็นได้! “ถ้าเป็นได้ เท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน” ~โรม 12:18 THSV11 “As much as it is possible, live in peace with everyone.” ~Romans 12:18 GW วันนี้ เป็นวันที่14ตุลาคม 2569 ​ทำให้ผมระลึกถึง 14 ตุลาคม 2516ที่เรียกกันว่า“วันมหาวิปโยค” คือเป็น วันที่ประชาชน นักเรียน และนักศึกษา ออกมาเรียกร้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย และเกิดความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก! ​ทำให้ผมถามตนเองว่า เราจะสร้างสังคมที่ผู้คนสามารถเห็นต่างกันได้และ ~นำเสนอความคิดและความต้องการนั้น หรือ ~ปฏิเสธความคิดและความต้องการของอีกฝ่ายได้ โดยไม่จำเป็นต้องเกลียดชังหรือทำลายกัน และยินดีถ่อมใจร่วมกันหาทางออกที่เหมาะสม เพื่อจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข ได้อย่างไรบ้าง? พระธรรมโรม 12:18 นี่เป็นหลักการสำคัญในการสร้างสันติสุข ทั้งในครอบครัว คริสตจักร ชุมชน และสังคมไทย (รวมทั้งในทางการเมือง) โดยไม่ละทิ้งความจริง ความยุติธรรม และความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ข้อพระคัมภีร์ข้อนี้มีหลักสำคัญอยู่ 3 ประการ ​ “ถ้าเป็นได้” ~ข้อความนี้ ยอมรับความจริงว่า เราไม่สามารถควบคุมทุกคนได้ พระคัมภีร์ไม่ได้สอนว่าเราจะ 1).ทำให้ทุกคนรักกันได้เสมอ หรือ 2).ทำให้ทุกความขัดแย้งจบลงด้วยดีได้ทุกครั้ง เพราะ ~บางครั้ง แม้ว่าเราอยากคืนดี อยากจบเร็วๆแต่อีกฝ่ายอาจไม่ยอม ~บางครั้ง แม้ว่าเราใช้ถ้อยคำที่สุภาพแล้ว แต่อีกฝ่ายอาจยังตอบโต้ด้วยความเกลียดชัง ~บางครั้ง แม้เราพยายามประนีประนอมแล้ว แต่อีกฝ่ายอาจกลับเอาเปรียบอย่างไม่เกรงใจ คำว่า “ถ้าเป็นได้” จึงเตือนเราว่า เราต้องทำส่วนของเราอย่างสัตย์ซื่อ แต่เราไม่อาจบังคับให้ผู้อื่นเปลี่ยนใจได้ แม้การสร้างสันติสุขเป็นความรับผิดชอบของเรา แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมผลลัพธ์ได้ทั้งหมด สิ่งที่ขอนำเสนอ มา ณ ที่นี้ ก็คือ ~เมื่อคนอื่นคิดเห็นไม่ตรงกับเรา เราจะเลือกฟังแทนการตะคอกใส่ ~เมื่อคนอื่นเข้าใจเราผิด เราจะเลือกชี้แจงด้วยความสุภาพเสมอ ~เมื่อคนอื่นเห็นต่างทางการเมือง เราเลือกไม่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีหรือความคิดของเขา ~เมื่อคนอื่นมีความเชื่อทางศาสนาต่างจากเรา เราเลือกไม่ลบหลู่ในสิ่งที่เขาศรัทธา …เราจะไม่ปล่อยให้ความไม่พอใจ กลายเป็นความเกลียดชังในใจเรา! ​“เท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน” ~ข้อความนี้ แนะนำให้เราเริ่มสร้างสันติจากส่วนที่เรารับผิดชอบก่อน วลีนี้สำคัญ เพราะพระเจ้าทรงเรียกเราให้ตรวจสอบตัวเราเอง ก่อนที่จะเรียกร้องให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลง ดังนั้น แทนที่จะถามว่า “ทำไมเขาไม่ยอมปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราเรียกร้อง?” เราควรถามตัวเองด้วยว่า ~“ฉันกำลังใช้คำพูดที่สร้างสรรค์หรือทำร้ายผู้อื่น? ~ฉันกำลังรับฟังข้อเท็จจริงหรือเชื่อเฉพาะสิ่งที่ตรงกับความคิดของตนเท่านั้น? ~ฉันกำลังแก้ปัญหา หรือกำลังพยายามแค่เอาชนะคนที่มีปัญหากับฉัน? ~ฉันมีส่วนทำให้ความขัดแย้งนั้นรุนแรงมากขึ้นหรือไม่?” พระเยซูตรัสสอนให้เราสร้างสันติ “คนที่สร้างสันติก็เป็นสุข” (มัทธิว 5:9) เราต้องไม่ใช่คนที่ชอบความสงบและเอาแต่หลีกเลี่ยงความขัดแย้งตลอดเวลา แต่เราควรเป็นคนที่ลงมือสร้างความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมดีที่นำไปสู่สันติสุขด้วย การเป็นผู้สร้างสันติสุขจึงไม่ได้หมายความว่า เราต้องเงียบทุกครั้ง แต่หมายความว่าเราอาจจำเป็นต้องพูดและทำทุกสิ่งด้วยเป้าหมายที่จะนำ ไปสู่สิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม และสร้างสันติให้เกิดขึ้น 3 “จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน” ~ข้อความนี้ ท้าทายเรามาก เพราะการอยู่สงบสุขกับคนที่คิดเหมือนเรานั้นไม่ยากเท่าการอยู่ร่วมกับคนที่คิดต่าง พระคัมภีร์สนับสนุนให้เราเลือกตอบสนองต่อความขัดแย้งด้วยความดี แทนที่จะเพิ่มความชั่วให้รุนแรงมากขึ้น แต่ความสงบสันติในพระคัมภีร์ ไม่ใช่การยอมให้ความอธรรมและความอยุติธรรมดำเนินต่อไปโดยไม่มีการทักท้วง ดังนั้น ขอให้เรายืนหยัดเพื่อความจริง เรียกร้องความรับผิดชอบ และปกป้องผู้ที่ถูกทำร้ายได้ โดยไม่ใช้ความเกลียดชังหรือความรุนแรงเป็นเครื่องมือ พี่น้องที่รัก ขอให้เรา “จงจดจำอดีตเพื่อสร้างอนาคต ไม่ใช่เพื่อสืบทอดความเกลียดชัง” (Remember the past to build a better future, not to inherit its hatred.) ขอให้เราจดจำไว้เสมอว่า “อดีตเตือนเราว่าความเกลียดชังทำลายชีวิต แต่ความกล้าหาญที่หยั่งรากในความจริง

Ratings & Reviews

About

Podcasts สำหรับ Christian และผู้สนใจ ที่รวบรวม รายการหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้ 1 เฝ้าเดี่ยวประจำวัน :- พระธรรมนำชีวิต กับวุฒิ วงศ์สรรเสริญ สด.. แต่เช้า กับ อ.ธงชัย ประดับชนานุรัตน์ ที่อัพเดท ทุกวัน 5:00 น. 2 รายการ Be Still.. รายการที่ อ.ไลฟ์ วาระมีชูธนาจะชวนคุณมาอธิฐานกับพระเจ้าก่อนที่คุณจะเข้านอน 3 รายการชวิตคริสเตียน :- อาจารย์ครับ…ครือว่า.. กับ บอย โกสิยพงษ์ ที่จะคอยโทรศัพท์ถามอาจารย์ต่างๆ ในคำถามที่ เกี่ยวกับชีวิตคริสเตียน, ข้อพระคำภีร์ที่เข้าใจยาก, ความสำพันธ์กับพระเจ้า และคำถามที่ไม่กล้าถามคนอื่น อัพเดททุกวันจันทร์ 7:00 น. เราเชื่อว่าพระเจ้ากำลังนำรายการ podcasts อีกมากมายตามมาในระยะอันใกล้นี้ โปรดกดติดตาม กดกระดิ่งเตือนเมื่อมีตอนใหม่ และช่วยแชร์ให้กับคนที่คุณรักด้วยนะครับ