BACC Library Podcast

Bangkok Art and Culture Centre

Podcast ที่นำเสนอเรื่องราวของการอ่านและศิลปะ ทุกจังหวะของชีวิต

  1. Ep.40 The Journey of the Maletfan (Seed of Dream) Foundation - คุณอลิสสา อุปศรี และ คุณคุมิ มัทสุโอะ

    Jan 20

    Ep.40 The Journey of the Maletfan (Seed of Dream) Foundation - คุณอลิสสา อุปศรี และ คุณคุมิ มัทสุโอะ

    BACC Library Podcast ชุด Join their Journeysตอน The Journey of the Maletfan (Seed of Dream) Foundationโดย คุณอลิสสา อุปศรี และ คุณคุมิ มัทสุโอะ ชวนคุยโดยคุณเบิร์ด คิดแจ่ม ร่วมพูดคุยกับ: คุณอลิสสา อุปศรี และคุณคุมิ มัทสุโอะ . มูลนิธิเมล็ดฝันเป็นองค์กรที่ทำงานสนับสนุนด้านการศึกษาสำหรับเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กนะคะ ก็ใช้กิจกรรมที่เป็นกิจกรรมอบรมให้กับคุณครู หรือว่าอบรมให้กับผู้ปกครอง หรือครอบครัว หรือว่าเราจะทำกิจกรรมกับเรื่องนิทานหนังสือภาพนะคะ . อาจารย์ของพวกเรา อาจารย์เคโกะ คาโต้ ค่ะ ท่านบอกว่า การโชว์หนังสือเยอะ ๆ และจัดพื้นที่ให้อิสระ สิ่งแวดล้อมที่แวดล้อมไปด้วยหนังสือ ทำให้เด็กเจอหนังสือที่ตัวเองอยากได้ อยากหยิบ อยากอ่านด้วยตัวเองค่ะ ทำให้เขามีโอกาสเลือก ตัดสินใจ แล้วก็สนุกไปกับรูปภาพได้มากขึ้น . ตอนที่จะตั้งชื่อมูลนิธิ เมื่อสิบสองปีที่แล้ว คุมิ กิ๊บ และพี่หมวย คุยกันว่า อยากจะทำกิจกรรมแบบนี้ อยากจะสร้างกำลังใจให้ผู้ทำงานด้านเด็ก หรือว่าผู้ใหญ่ เพราะว่าคนสำคัญ แล้วจะตั้งชื่อแบบไหนดีนะ จริง ๆ ถ้าจะสร้างกำลังใจให้กับคน ที่สำคัญมากที่สุดต้องให้เขามีความมั่นใจ ความภูมิใจในการทำงาน ในการดูแลเด็ก หรือในการอยู่กับเด็ก แล้วก็เด็กก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกันอยากจะให้เด็กเข้าใจถึงการเคารพความเป็นตัวตนของตัวเองให้ได้ จะทำอย่างไรดี ซึ่งก็คือ keyword ที่เราใช้บ่อย ๆ ก็คือ ความภูมิใจ ถ้ามีความภูมิใจ อย่างไรเขาก็จะสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ พัฒนาด้วยตัวเองได้ เพราะแต่ละคนมีศักยภาพที่สวยงามอยู่แล้ว แต่ว่าแตกต่างกันเฉย ๆ ทำอย่างไรให้มีโอกาสที่เด็กและผู้ใหญ่แต่ละคนสามารถหาจุดตรงนั้นได้ ความภูมิใจน่าจะสร้างฝันนะ ฝันของแต่ละคนสำคัญ ถ้าอยากมีฝันอย่างไรก็ต้องมีความภูมิใจก่อน แสดงว่า ความภูมิใจที่เราอยากทำน่าจะมาจากเมล็ดที่มีความฝันรึเปล่านะ เมล็ดฝัน เมล็ดแห่งความฝันดีไหม . ติดตามรับชมภาพและเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่Spotify : https://open.spotify.com/show/3G3gYxUP7dCBsVHTJIYBCV Facebook: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร YouTube: bacc channel

    1h 7m
  2. Ep.39 BACC Library Podcast ตอน The Journey of the Littleblackoz Studio - วชิราวรรณ ทับเสือ และ กฤษณะ กาญจนาภา

    11/28/2025

    Ep.39 BACC Library Podcast ตอน The Journey of the Littleblackoz Studio - วชิราวรรณ ทับเสือ และ กฤษณะ กาญจนาภา

    BACC Library Podcast ชุด Join their Journeysตอน The Journey of the Littleblackoz Studio โดย วชิราวรรณ ทับเสือ และ กฤษณะ กาญจนาภาชวนคุยโดย: คุณเบิร์ด คิดแจ่ม ร่วมพูดคุยกับ: วชิราวรรณ ทับเสือ (พี่อ้อย) และ กฤษณะ กาญจนาภา (พี่บอมบ์) . ตอนนั้นผมคิดก็คือ เอาพ่อมด Oz มา เขาตัวเล็ก ก็ใส่ Little เข้าไปและก็มีตัวละครหุ่นยนต์หนังการ์ตูนเรื่องโปรดของผม มันตัวสีดำ ชื่อ Blackorc ก็เลยเปลี่ยนเป็น blackoz แทน ก็เป็น Littleblackoz Studio . โลโก้นี่มาช่วงที่ทำหนังสือเรื่อง มารู้จักฟ้าแล่บฟ้าร้องกันเถอะ และได้เขียนตัวละครตัวหนึ่งเป็นหมีที่ถูกฟ้าผ่า หูก็เลยแหว่ง จากนั้นจึงคิดไอเดียว่า เอาหมีมาเป็น mascot แล้วกัน และเอาแมวจากเรื่องนั้นมาเป็นmascot หมีแทนตัวผม แมวแทนตัวเขา เพราะเรามีแมวตัวหนึ่งด้วยในทีมงาน เป็นแมวลายสลิด ที่หูแหว่งก็อยากจะแค่บอกว่าคนเราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบก็ได้ ก็สามารถมีความสุขได้ ก็เลยออกแบบให้หูแหว่งตลอดเวลา . (นิทานที่ดีเป็นอย่างไร) สมมุติว่านิทานเล่มหนึ่งจะมีคำ เสร็จแล้วจะมีภาพประกอบคำ นิทานส่วนมากจะเป็นเช่นนั้น แต่หนังสือที่ดี นอกจากคำแล้ว จะมีเรื่องราวของภาพที่มันจะเล่ามากกว่านั้น เราสามารถอ่านภาพได้นั่นแหละ . ติดตามรับชมภาพและเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่Spotify : https://open.spotify.com/show/3G3gYxUP7dCBsVHTJIYBCV Facebook: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร YouTube: bacc channel

    53 min
  3. Ep.38 The Journey of the Ant Empire Researcher : ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง

    10/15/2025

    Ep.38 The Journey of the Ant Empire Researcher : ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง

    BACC Library Podcast ชุด Join their Journeysตอน The Journey of the Ant Empire Researcher : ดร.วียะวัฒน์ใจตรงชวนคุยโดย: คุณเบิร์ด คิดแจ่ม และ คุณผึ้ง กมลรัตน์ร่วมพูดคุยกับ: อาจารย์ ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง จาก องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ  . นักวิทยาศาสตร์ทำงานคนเดียวไม่ได้ เราจำเป็นต้องมีคนอื่น ๆ ที่เชี่ยวชาญเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะศิลปินสามารถทำให้หนังสือของเราน่าหยิบ น่าจับ . ตอนนี้มีศิลปินมาช่วยงานผมในหนังสือ 2 เล่มนี้ 3 ท่าน ท่านแรกคือ อาจารย์เกรียงไกร ท่านเป็นนักถ่ายภาพธรรมชาติ คนที่สองคืออาจารย์ยุทธนา ถ่ายภาพใต้กล้องแบบนี้ และก็อีกท่านหนึ่งคือ อาจารย์พีระณัฏฐ์ วาดภาพให้ ภาพใต้กล้องเป็นภาพที่ใช้จำแนกชนิด ภาพสำหรับบรรยายลักษณะทั่วไปเป็นภาพในธรรมชาติ ภาพสำหรับปิดเบรกมีภาพวาดวิทยาศาสตร์เพื่อผ่อนคลาย . คือตอนนี้มดในประเทศไทยมี 1,200 ชนิด มีอยู่ 100 กับ 9 สกุล และแยกเป็น 10 sub-family  sub-family คือ สกุลย่อย ๆ ตอนนี้ 109 สกุล ผมกับลูกศิษย์ทำเสร็จไปแค่ 10 กว่าสกุล เกือบ 30 ปี ที่อยากฝากไว้สำหรับรายการนี้ คือว่า อีกประมาณ 80 หรือ 90 กว่าสกุล คำถามคือ ใครจะเป็นคนทำ . เพราะฉะนั้นจากตรงนี้เราได้วางพื้นฐานไว้แล้ว เรื่องมดประเทศไทย มีหนังสือนี่แล้ว  อีก 80 สกุล ก็ฝากน้อง ๆ หรือผู้ใหญ่สนใจที่จะทำอนุกรมวิธานหรือตั้งชื่อมัน เช่น ใน 10 กว่าสกุลที่ผมศึกษามาเนี่ย ทุก ๆ สกุลครึ่งหนึ่งเป็น new species หมายถึงเป็นชนิดใหม่ของโลก . ถ้าใครสนใจมีชื่อมดเป็นของตัวเอง หมายถึงว่า เป็นคนตั้งชื่อด้วยตนเอง ก็มาทำได้ ผมเก็บตัวอย่างไว้ค่อนข้างจะเยอะ ไม่ใช่แค่งานอนุกรมวิธาน ไม่ใช่แค่มาตั้งชื่อมด มันมีพฤติกรรมที่สำคัญต่อระบบนิเวศ เด็ก ๆ สามารถที่จะมาเรียนรู้ได้ เริ่มมีคนศึกษาพฤติกรรมของมดเพิ่มขึ้น   ติดตามรับชมภาพและเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่Spotify : https://open.spotify.com/show/3G3gYxUP7dCBsVHTJIYBCV Facebook: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร YouTube (bacc channel): https://www.youtube.com/watch?v=BywI94_1eqg

    58 min
  4. Ep.37 The Journey of Scientific Illustrator - พีระณัฏฐ์ โบกรณีย์

    10/04/2025

    Ep.37 The Journey of Scientific Illustrator - พีระณัฏฐ์ โบกรณีย์

    BACC Library Podcast ชุด Join their Journeysตอน The Journey of Scientific Illustrator โดย พีระณัฏฐ์ โบกรณีย์ชวนคุยโดย : คุณเบิร์ด คิดแจ่ม และ คุณผึ้ง กมลรัตน์ร่วมพูดคุยกับ : อาจารย์พีระณัฏฐ์ โบกรณีย์   ถ้าให้เลือก (ระหว่างงานวาดกับงานสอน) ผมเลือกสอนดีกว่า วิชาชีพหรือความรู้ที่ผมมี ผมอยากถ่ายทอด ให้ทั้งหมดเลย ผมสอนแม้กระทั่งเด็กขวบแปดเดือนถึงแปดสิบห้าปี ผมสอนมาหมดแล้ว จากสามสิบกว่าปี . ร่างภาพเสร็จก็จะถามนักวิชาการ ถามอาจารย์วียะวัฒน์ว่า ลายเส้นนี้โอเคไหม ถูกต้องไหม . การวาดภาพแนวนี้ (การวาดภาพทางวิทยาศาสตร์) ด้วยมือ ถ้าแก้แล้วต้องวาดใหม่เลย ไม่เหมือนสมัยนี้ที่วาดจาก ipad มันเป็นเลเยอร์สามารถลบ หรือ copy มาวางได้ อันนี้ (การวาดภาพทางวิทยาศาสตร์) คือมือล้วน ๆ ฉะนั้นต้องแม่นยำและจิตใจต้องเข้มแข็ง เพราะว่า เวลานักวิชาการตีตกเนี่ย . (การวาดภาพทางวิทยาศาสตร์กับการวาดภาพทั่วไปต่างกันอย่างไร)การวาดภาพทางวิทยาศาสตร์ หนึ่งคุณต้องมี scale สัดส่วน สีต้องเหมือน พื้นหลังไม่ต้อง ไม่ต้องใส่จินตนาการเข้าไป ศิลปะทั่วไปคือคนละขั้วกัน แต่ที่เหมือนกันคือการวาด คุณต้อง (วาด) เหมือนจริง ต้องมี เขาเรียกว่าพลิ้ว ต้องมีการบิดของดอก ให้มันสวยงาม ความสวยงามคือเหมือนกัน แต่วิธีการต่างกัน เหตุและผลต่างกัน ทั้งสองศาสตร์เหมือนกัน แต่ต่างกันนิดเดียว เพราะว่า วิทยาศาสตร์คือความจริง สัดส่วนเท่านี้ต้องจริง ศิลปะที่พลิ้วไหวได้ มันเพ้อได้ แต่วิทยาศาสตร์เพ้อไม่ได้ . คุณค่าทางศิลปะของภาพวาดเนี่ย คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ศิลปิน อยู่ที่เรา ๆ เสพงานศิลปะ แล้วไปจินตนาการต่อ แล้วไปคิดต่อ นั่นคือคุณค่า

    43 min
  5. 08/06/2025

    Ep.36 The Journey of อ่าน อาน อ๊าน - คุณครูแต้ว ระพีพรรณ พัฒนาเวช

    BACC Library Podcast ชุด Join their Journeys ตอน The Journey of อ่าน อาน อ๊าน โดย คุณครูแต้ว ระพีพรรณ พัฒนาเวช ชวนคุยโดย : คุณเบิร์ด คิดแจ่ม ร่วมพูดคุยกับ : คุณครูแต้ว ระพีพรรณ พัฒนาเวช . หนังสือชุด อ่าน อาน อ๊าน เป็นหนังสือ (ที่ผลิตขึ้น) เพื่อให้เด็กหัดอ่านด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่า หลังจากที่พ่อแม่อ่านแล้ว มันมีภาษาที่เหมาะกับพัฒนาการ เพื่อที่เด็กค่อย ๆ ฝึกอ่านเอง ที่นี้มันมีลักษณะเหมือนหนังสือนิทาน เราจะเห็นว่า อ่าน อาน อ๊าน มีระดับอยู่ ก็คือ เริ่มจากหนึ่ง หนึ่งบวก สอง สาม สี่ ห้าระดับ . ข้อดีหรือจุดแข็งของหนังสือชุดนี้ก็คือ ช่วยให้เด็กที่อ่านหนังสือเป็นแล้วอยากอ่านหนังสือมากขึ้น ช่วยให้เด็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ได้ค่อย ๆ หัดอ่านด้วยตัวของเขาเอง เพราะว่า มันไม่ได้เริ่มด้วยความยากมันเริ่มที่ความสนุกก่อน พี่แต้วชอบคำนี้ “สนุกก่อน สอนทีหลัง”ถ้าเริ่มต้นด้วยความสนุก สนุกครั้งที่หนึ่งก็สนุก ยิ่งอ่านยิ่งสนุกทำให้เด็กอยากอ่าน แล้วเมื่อไรที่หนังสือสนุกเด็กจะรู้สึกว่าหนังสือเป็นเรื่องง่าย . ถ้าในแง่ของห้องเรียน คุณครู (สามารถ) ใช้หนังสือเข้าไปเป็นหนังสืออ่านเสริมในวิชาภาษาไทย (ได้) เพราะว่ามันถูกอ้างอิงมาจากแบบเรียนซึ่งปัจจุบันกระทรวงศึกษาฯ ใช้เป็นหนังสืออ่านเพิ่มเติม มานะ มานี ปิติ ชูใจ ในขณะที่เขาอ่านหนังสือภาษาพาทีเป็นหนังสือแบบเรียน วางใจได้ว่าระดับของภาษา (หนังสือชุด อ่าน อาน อ๊าน) สอดคล้องกับแบบเรียน มานะ มานี ปิติ ชูใจ . เรามักจะไปเดินห้างกัน เอาลูกมาอ่านหนังสือบ้างก็ได้นะคะ จริง ๆ แล้วเราลืมไปว่า เด็กถ้าเขาไม่คุ้นกับการนั่งนิ่ง ๆ ต้องให้เวลาเขาสักหน่อย แล้วก็มีเรื่องดี ๆ ที่สำคัญเอาลูกมานั่งตักกอดเอาไว้ อันนี้ล่ะค่ะคือความประทับใจจดจำไม่ลืม เพราะว่าเราหาเรื่องกอดลูกในขณะที่ลูกมีความสุขด้วย การอ่านหนังสือด้วยกัน คือ การอ่านหนังสือมันเป็นโอกาสเดียวที่เราจะอยู่ในโลกใบเดียวกัน คือเรารู้จักตัวละครด้วยกัน เราเห็นอะไรซ่อนอยู่ไปพร้อม ๆ กันกับเด็กอย่างนี้ค่ะ ความสัมพันธ์ตรงนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ สำหรับคนเมืองใหญ่ เอาช่วงเวลานี้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่มีความสุขร่วมกัน ได้ประโยชน์ด้วย ได้ภาษาด้วย

    1h 12m
  6. Ep.35 My Journey Like A Stone - Chalit Saphaphak

    06/27/2025

    Ep.35 My Journey Like A Stone - Chalit Saphaphak

    BACC Library Podcast ชุด Join their Journeys ตอน My Journeys Like A Stone โดย ชลิต สภาภักดิ์ ชวนคุยโดย : คุณเบิร์ด คิดแจ่ม ร่วมพูดคุยกับ : คุณชลิต สภาภักดิ์ (โก๊ะ) (คำถาม: ประทับใจอะไรในงานถ่ายภาพสารคดี)อย่างแรกผมว่า มันน่าจะเป็นเรื่องของการได้เดินทาง ได้เที่ยวคือเราเป็นคนต่างจังหวัดที่ไม่ค่อยมีเงินได้เดินทางเท่าไร แต่การถ่ายภาพมันทำให้เราไปได้ อีกอย่างมันได้เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรม ผู้คน ที่แตกต่างจากเรา คือ กล้องมันนำพาเราไปหลาย ๆ ที่ และก็ไปเจออะไรหลาย ๆ อย่าง ให้เราได้เรียนรู้ว่า ชีวิตมันมีอะไรเยอะกว่านั้น . เวลาผมไปทำงานผมก็จะได้โปรเจกต์ระยะยาวเยอะ มันก็จะมีรูปเยอะ การลง content online มันก็จะใช้ (รูป) แค่นิดเดียวและเล่าเรื่องได้นิดเดียว ผมก็เลยอยากทำงานภาพถ่ายให้เป็นชิ้นเป็นอัน โดยส่วนตัวของผมรู้สึกว่า การทำหนังสือภาพมันเป็นตัวจบของการถ่ายรูปของพวกที่ทำงานสารคดี ผมว่ามันเป็นชิ้นงานที่จะเล่าวิธีคิดของช่างภาพได้ดี เพราะว่ามันต้องคัด มันต้องมาเรียบเรียง มันเหมือนเขียนหนังสือ ไปเดินทางมาแล้วก็มาเขียนเป็นวรรณกรรม เพียงแต่เราเล่าด้วยภาพแทนตัวหนังสือ . Last Round เป็นสารคดีชิ้นแรกในชีวิตที่เราทำเสร็จ เพราะถูกบังคับจบด้วยเวลาของพ่อ ผมถ่ายรูปพ่ออยู่สี่เดือน ตั้งแต่ปลายปี 2011ถึงกุมภาพันธ์ปี 2012 มันมีกรอบระยะเวลาของมัน งานชุดนี้มันสอนให้เรามองภาพชีวิตความเป็นมนุษย์แบบธรรมดาสามัญ เราถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของคนธรรมดาทั่วไปออกมาได้แบบแข็งแรงแล้ว เป็นงานที่สามารถทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมกับงานของเราได้ . ถ้าทำ Photobook ในไทยคือ ต้นทุนมันสูงมาก ผมโชคดีอย่างหนึ่งที่ผมทำงานกราฟฟิกมาก่อน ผมสามารถออกแบบหนังสือเองได้ทั้งเล่ม ปัญหาก็คือ ต้นทุนค่าพิมพ์ ถ้าเราพิมพ์น้อย ราคาต่อเล่มจะสูง ในไทย Photobook ขายยากมาก เพราะว่าคนจะรู้สึกว่าเปิดดูแป๊บเดียวก็จบแล้ว แต่จริง ๆ ผมซื้อ Photobook บ่อย เล่มนึงบางทีเราเปิดดูกันเป็นปี ๆ เลยด้วยซ้ำ . ผมว่าภาพถ่ายบางภาพ มันไม่ได้ทำงานทันทีทันใด บางทีมันอาจจะทำงานอีกสักสิบปียี่สิบปีให้หลังก็ได้ ภาพถ่ายมันบันทึกช่วงเวลานี้ไว้ ช่วงนี้ไม่ได้มีอะไรสำคัญ แต่พอผ่านไปสักยี่สิบปี ผมคิดว่าภาพถ่ายมันอาจทำให้คนรู้สึกว่า ดีนะที่มีคนถ่ายรูปนี้ไว้ . อยากแนะนำว่า ลองซื้อ photobook ไปดูวิธีการเรียบเรียง การจัด artwork มันคืองานศิลปะอีกชิ้นหนึ่งของช่างภาพ ซึ่งการซื้อ photobook เวลาเราไม่มีเวลาอ่าน text เยอะ การดู photobookมันก็อาจทำให้เราได้แรงบันดาลใจหรือได้ความรู้สึกอารมณ์ร่วม อะไรใหม่ ๆ .ผมอยากแนะนำเด็กรุ่นใหม่ว่า คุยกับคนเยอะ ๆ การมีปฏิสัมพันธ์กับคนเยอะ ๆ มันทำให้เราดีไซน์รูปได้เยอะ มันได้เนื้อหามากขึ้น ไม่ว่าเราจะถ่ายอะไร แม้แต่สิ่งที่เราจะถ่ายไม่มีคนเลย ถ้าเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรมันผ่านอะไรมาบ้าง มันก็ไม่มีความหมายสำหรับผม ผมรู้สึกว่า ช่างภาพต้องคุยกับคนเยอะ ๆ ไม่ว่าคุณจะทำงานในที่เงียบขนาดไหน คุณต้องคุยกับคนเข้าไปก่อนว่าสิ่งที่จะถ่ายทอดมันคืออะไร เพราะสิ่งที่เราจะถ่ายทอดเราไปคิดเองไม่ได้ว่าคืออะไร เราต้องถามจากคนที่เขารู้ ผมคิดว่าการคุยกับคนสำคัญที่สุด

    1 hr
  7. Ep.34 The Journey of the Puppet Artist - สิริกาญจน์ บรรจงทัด

    05/06/2025

    Ep.34 The Journey of the Puppet Artist - สิริกาญจน์ บรรจงทัด

    BACC Library Podcast ชุด Join their Journeys ตอน The Journey of the Puppet Artist – สิริกาญจน์ บรรจงทัด ชวนคุยโดย: คุณเบิร์ด คิดแจ่ม ร่วมพูดคุยกับ: คุณแจ๋ สิริกาญจน์ บรรจงทัด   แต่ก่อนเราจะไป search หาว่า มันมีประกาศรับสมัครศิลปินในพำนักที่ไหนบ้าง มันก็จะมีประกาศรับสมัครศิลปินในพำนักที่เจาะจงว่า เป็นเทคนิคละครหุ่นโดยเฉพาะ และก็จะมีกลุ่มละครที่เดี๋ยวนี้มันมีโซเชียลมีเดียซึ่งเผยแพร่หลากหลายมาก อย่างตอนนี้ในอินสตราแกรมก็จะมีงานให้เห็นว่า งานกลุ่มนี้เป็นแบบนี้ เราสามารถติดต่อโดยตรงเขาก็ได้นะคะ แต่ก่อนก็จะมีวิธีว่า สนใจกลุ่มละครกลุ่มนี้และส่งอีเมลไปคุยโดยตรงเลย เราต้องพยายามหาโอกาสให้ตัวเราเองบ้าง จริง ๆ เราคิดว่า เราไม่ได้เป็นศิลปินที่มี gifted อะค่ะ เราก็เลยต้องสร้างโอกาสให้คนอื่นเห็นงานเรา อยากจะพัฒนาการทำละครของตัวเองให้มีมาตรฐานที่ดีหรือมีความน่าสนใจ อยากจะสามารถไปแสดงที่ไหนก็ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล อย่างปีนี้ได้ทำตัวที่เป็น Solo show เป็นเรื่องของหอยทาก แล้วการแสดงมันอยู่ในกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบสามารถพกไปหลาย ๆ ที่ เราก็เลยสามารถไปแสดงในพื้นที่ที่ห่างไกลได้ เราก็มีความฝันว่าถ้าสมมติเราสามารถนำเสนอให้คนที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้เสพงานที่เขาไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ เขายังสามารถเห็นงานที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับคนที่อยู่ในเมืองได้ และอยากทำ Puppet Slam ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อที่เราจะได้มีกลุ่มละครหุ่นที่มากขึ้น เราจะได้ดูละครหุ่นเยอะขึ้น นอกจากเราจะเป็นคนที่ชอบทำหุ่นเองแล้ว เราก็ยังเป็นคนที่ชอบดูละครหุ่นของคนอื่นด้วย   ติดตามคุณแจ๋ และ Puppet Slam ได้ทาง FB: Jae Sirikarn Bunjongtad และFB: Puppet Slam: Puppet Siam

    43 min
  8. Ep.33 The Journey of the Books about Tastes - อนุสรณ์ ติปยานนท์

    02/19/2025

    Ep.33 The Journey of the Books about Tastes - อนุสรณ์ ติปยานนท์

    BACC Library Podcast: Join their journeys ตอน The Journey of the Books about Tastes ผู้ดำเนินรายการ: คุณเบิร์ด คิดแจ่ม แขกรับเชิญ: อาจารย์ต้น อนุสรณ์ ติปยานนท์   จริง ๆ แล้ว ไม่ได้มีคอนเซ็ปท์อะไรมากนะครับ มันคือหลักการพื้นฐานของรสชาติ 5 รสของคนตะวันตก ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการอาหาร เชฟทั่วไปนะครับ ก็คือ รสเปรี้ยว (sour) รสเค็ม (salty) รสหวาน (sweet) รสขม (bitter) รสอุมามิ (umami) ซึ่งภาษาเราก็แปลว่า รสกลมกล่อม หรือ รสอร่อยก็ได้นะครับ เราก็เลยคิดว่า พัฒนาการและผลกระทบของแต่ละรสต่อคนเนี่ยแตกต่างกัน ผมเชื่อว่า เราทุกคนจะมีรสที่ชอบส่วนตัว อย่างผม ๆ ชอบรสขม เด็ก ๆ อาจจะชอบรสหวาน บางคนชอบเปรี้ยว บางคนชอบเค็ม . สิ่งที่เรียกว่า ความชอบหรือการเอาตัวเองไปผูกพันกับรสใดรสหนึ่งมันก็คล้ายคลึงกับการเอาตัวเองไปผูกพันกับบางสิ่ง อาจจะเป็น ความรัก อุดมการณ์ศรัทธา ของมนุษย์แต่ละคน สิ่งที่ผูกพันและนำไปสู่การแสวงหามันคือเรื่องเล่าชนิดหนึ่งในชีวิตเรา ฉะนั้นมันคือ นิยาย พอคิดแบบนั้นปุ๊บ ก็เลยเขียนนิยายเกี่ยวกับรสดีกว่า ตอนนี้เหลืออีกสองเล่มจะออกมาคือ รสขม กับรสเปรี้ยว ตอนนี้มีหวาน เค็ม อูมามิ . คราวนี้ผมก็เลยเกิดความคิดว่า จะเขียนนวนิยายที่จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่พล็อต ผมคิดว่า ถ้ามองแบบศิลปะนะครับ ไม่จำเป็นจะต้องทำงานในแบบตัวเอง ใช้สไตล์ของคนอื่นมาทำงานของ Concept ตัวเองซิก็คือเอาเครื่องมือที่คนอื่นเคยทำแล้วเราชอบ หรือเราพบว่ามันมีแรงบันดาลใจหรือมันมีอิทธิพลต่อเรามาใช้. (สิ่งที่อาจารย์ต้นอยากฝากถึงคนอ่านคนฟัง) อยากให้อ่านหนังสือผมคิดว่า การอ่านหนังสือมันดี ตรงที่ว่าเราได้อยู่นิ่ง ๆ สักครึ่งชั่วโมง 15 นาที อยากฝากเรื่องอาหาร พยายามอย่าไปกินอะไรทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เยอะ food waste ไม่ใช่เรื่องดี พยายามกินอะไรให้เคารพ (วัตถุดิบหรืออาหาร) เวลากินอะไรพยายามให้รู้วัตถุดิบจะได้ appreciate . (ถ้าพูดในฐานะไลฟ์โค้ช) ทุกอย่างในชีวิตคุณที่มันมี effect บางอย่างมันไม่เคยหายไปไหน เพียงแต่ว่ามันจะวนกลับมารูปแบบไหนก็ตาม คุณเคยสนใจเรื่องพวกนี้อาจจะหลายสิบปีลืมไปแล้วเมื่อถึงวันหนึ่งมันจะวนกลับมา เพียงแต่ว่าเราจะตระหนักถึงมันหรือเปล่า   ติดตามรับชมภาพและเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ที่ YouTube: bacc channel Spotify: https://open.spotify.com/show/3G3gYxUP7dCBsVHTJIYBCV

    40 min

About

Podcast ที่นำเสนอเรื่องราวของการอ่านและศิลปะ ทุกจังหวะของชีวิต