#รู้ทันมิจ

DepSupt Wasuthep Jaiin

พอดแคสต์ที่จะพาคุณอัปเดต “ภัยกลโกง” ทุกรูปแบบจากมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคใหม่ๆ ในโลกออนไลน์หรือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน 🚨 ทุกตอนเราจะเล่าเรื่องแบบเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคเอาตัวรอด และวิธีป้องกันตัวเองและคนที่คุณรักจากเหล่ามิจฉาชีพ ฟังจบ รู้ทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อ! 🕵️‍♂️ อยากรู้เทรนด์โกงล่าสุด วิธีสังเกตมิจฉาชีพ และแนวทางแจ้งความ? กดติดตามไว้เลย! #รู้ทันมิจ #เตือนภัยออนไลน์ #มิจฉาชีพ #อัปเดตกลโกง #ไม่ตกเป็นเหยื่อ #Podcastเตือนภัย

  1. 1d ago

    #รู้ทันมิจ EP519: เช็คมูลนิธิอย่างไร ถึงจะสบายใจก่อนโอน (ทำบุญด้วยหัวใจ... แต่ต้องตรวจด้วยหลักฐ

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน ช่วงนี้ข่าวคราวความไม่โปร่งใสในการบริหารเงินบริจาคของมูลนิธิและองค์กรการกุศลหลายแห่งกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม จนทำให้หลายคนเกิดคำถามคาใจว่า “เงินที่เราควักทำบุญไปด้วยความตั้งใจ จะไปถึงมือผู้ตกทุกข์ได้ยากจริงๆ หรือไปนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าใคร?” บางคนถึงกับถอดใจจนไม่อยากบริจาคช่วยเหลือใครอีกเลย ในฐานะตำรวจ ผมไม่อยากให้พวกเราคิดว่า "มูลนิธิทุกแห่งมีปัญหาเหมือนกันหมด" เพราะองค์กรที่ตั้งใจทำงานเพื่อสังคมอย่างสุจริตและโปร่งใสยังมีอยู่อีกมาก วันนี้จึงถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด จากเดิมที่บริจาคด้วยความสงสารหรือความศรัทธาเพียงอย่างเดียว มาเป็น “บริจาคด้วยหัวใจ แต่ตรวจสอบด้วยหลักฐาน” สอดคล้องกับแนวทางที่รัฐบาลเพิ่งเผยแพร่คำแนะนำเรื่องความโปร่งใสในการตรวจสอบมูลนิธิ วันนี้ผมสรุป "หลัก 5 เช็ก" และเครื่องมือของรัฐที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองมาฝากครับ! 🔍 หลัก 5 เช็ก: สแกนความโปร่งใสก่อนกดโอนเงินทำบุญ 1. เช็กตัวตน — มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่? ยอดกดไลก์ แฟนเพจหลักแสน หรือคลิปไวรัลบน Facebook/TikTok ไม่ได้การันตีว่าเป็นมูลนิธิจริง ขอชื่อเต็ม เลขทะเบียนการจัดตั้ง และที่ตั้งสำนักงาน แล้วนำไปตรวจสอบกับนายทะเบียนมูลนิธิในพื้นที่ (ใน กทม. ติดต่อฝ่ายปกครอง สำนักงานเขต / ต่างจังหวัด ตรวจสอบที่ว่าการอำเภอ) 2. เช็กบัญชี — เงินเข้าชื่อมูลนิธิหรือบัญชีใคร? ชื่อบัญชีปลายทาง ต้องเป็นชื่อ "มูลนิธิ..." หรือ "สมาคม..." เท่านั้น หากปลายทางเป็นชื่อบุคคลธรรมดา (นาย/นาง/น.ส.) โดยเฉพาะอ้างว่าเป็นบัญชีแอดมิน บัญชีผู้ก่อตั้ง หรือส่ง QR Code ส่วนตัวมาให้ ให้หยุดชะงักและชะลอการโอนทันที 3. เช็กภาษี — มีข้อมูลรับรองในระบบกรมสรรพากรหรือไม่? ตรวจสอบว่ามูลนิธินั้นได้รับการประกาศให้เป็น "องค์การ สถานสาธารณกุศล" ที่สามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้หรือไม่ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) เช็กระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัย เงินบริจาคจะถูกบันทึกส่งตรงเข้าระบบภาษีอย่างโปร่งใส ตรวจสอบประวัติย้อนหลังได้ชัดเจน 4. เช็กผลงาน — เปิดเผยงบการเงินและรายรับ-รายจ่ายหรือไม่? มูลนิธิที่มีธรรมาภิบาลต้องกล้าเปิดเผย รายงานประจำปี งบดุลที่ผู้สอบบัญชีรับรอง และรายละเอียดการใช้จ่ายในแต่ละโครงการ อย่าดูแค่ภาพถ่ายตอนมอบของ หรือความมีชื่อเสียงของผู้ก่อตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูสัดส่วนเงินที่ได้รับบริจาคว่าถูกนำไปช่วยเหลือจริงเท่าไหร่ และใช้เป็นค่าบริหารจัดการเท่าไหร่ 5. เช็กการเรี่ยไร — มีใบอนุญาตถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร หรือไม่? การเป็นมูลนิธิที่จดทะเบียนถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดรับบริจาคจากประชาชนทั่วไปได้ตามอำเภอใจทุกลักษณะ หากเป็นการเปิดรับบริจาคเงินในที่สาธารณะหรือผ่านสื่อออนไลน์เป็นวงกว้าง ต้องมีใบอนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไรตามกฎหมายจากเจ้าพนักงานในพื้นที่ประกอบด้วยเสมอ 🛠️ 4 เครื่องมือของรัฐ: พกติดมือถือไว้ สแกนความจริงได้ทันที กรมการปกครอง (สำนักงานเขต / ที่ว่าการอำเภอ): ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียน วัตถุประสงค์ และรายชื่อคณะกรรมการมูลนิธิ ระบบ e-Donation (กรมสรรพากร): ตรวจสอบหน่วยรับบริจาคที่ถูกต้องตามมาตรฐานภาษี แอปพลิเคชัน POLICE CARE (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ): โหลดได้ทั้ง iOS และ Android ยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD ใช้พิมพ์เช็กเลขบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ว่ามีประวัติพัวพันกับคดีหรือเป็นบัญชีม้าหรือไม่ เว็บไซต์ เช็กก่อน.com (checkgon.go.th): แพลตฟอร์มตรวจสอบบัญชีธนาคาร พร้อมเพย์ และเว็บไซต์ต้องสงสัย พร้อมแจ้งเบาะแสมิจฉาชีพได้ทันที ข้อควรรู้: แม้ผลการตรวจสอบจากฐานข้อมูลจะไม่พบประวัติโกง ก็ไม่ได้การันตีความปลอดภัย 100% เช่นเดียวกับการมีชื่อจดทะเบียน ก็ไม่ได้แปลว่าทุกโครงการจะบริหารเงินโปร่งใส ดังนั้นจิตสำนึกในการตรวจสอบรายโครงการจึงสำคัญที่สุดครับ ❓ ก่อนกดโอนเงิน ถาม 3 คำถามนี้ให้ชัดเจน: เงินบริจาคก้อนนี้ โอนเข้าบัญชีชื่อมูลนิธิโดยตรง ใช่หรือไม่? เงินจะถูกนำไปใช้ใน โครงการอะไร และมีกรอบงบประมาณที่ชัดเจน เท่าใด? ประชาชนทั่วไปสามารถ ตรวจสอบผลการดำเนินงานและสเตตเมนต์การใช้จ่ายย้อนหลัง ได้จากช่องทางไหน? หากสอบถามแล้วแอดมินบ่ายเบี

  2. 2d ago

    #รู้ทันมิจ EP518: ล่อลวงเด็กผ่าน ROBLOX (ภัยร้ายประชิดลูกหลาน... ตีสนิทในเกม ลากเข้า Discord ขู่แบล็กเมลถ

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานวัยประถมถึงมัธยมต้นที่ชอบเล่นเกมออนไลน์ โพสต์นี้คือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ทุกครอบครัวต้องอ่านและตรวจเช็กโทรศัพท์ของลูกหลานทันทีครับ! เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกเข้าจับกุมตัวชายอายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีสุดสะเทือนใจที่แฝงตัวเข้าไปในแพลตฟอร์มยอดฮิตของเด็กๆ อย่าง TikTok และเกม ROBLOX เพื่อล่อลวงเด็กหญิงวัยเพียง 10–13 ปี ก่อนจะลากไปคุยใน Discord กุเรื่องข่มขู่ บังคับให้เปิดกล้องทำอนาจาร บันทึกคลิปไว้แบล็กเมลรีดเงิน และขู่จะส่งประจานที่โรงเรียน จนเหยื่อเกิดความผวาและหวาดกลัวอย่างหนัก เบื้องต้นพบเด็กตกเป็นเหยื่อแล้วถึง 3 ราย! วันนี้ผมขอชำแหละแผนประทุษกรรมภัยคุกคามทางเพศและการกรรโชกทรัพย์ในโลกเกมออนไลน์ เพื่อให้ผู้ปกครองรู้เท่าทันและป้องกันลูกหลานของเราได้ทันท่วงทีครับ 🔍 ชำแหละ 5 สเต็ปแผนชั่ว: โจรไซเบอร์ล่อลวงเด็กในเกมได้อย่างไร? 1. แฝงตัวในพื้นที่ที่เด็กชอบเล่น: คนร้ายจะสร้างโปรไฟล์ในเกมยอดนิยมอย่าง ROBLOX หรือทำคลิปบน TikTok เพื่อเข้าหาเด็กอายุ 10–13 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้เองแต่ยังขาดภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล 2. ชวนคุยตีสนิท แล้วย้ายเข้า "Discord": เริ่มต้นจากการชวนเล่นเกม แจกไอเทม หรือพูดคุยจนเด็กไว้ใจ จากนั้นจะชักชวนให้ย้ายช่องทางการคุยไปที่โปรแกรม Discord ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้แชทที่มีห้องพูดคุยและระบบวิดีโอคอลแบบส่วนตัว เพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้ปกครอง 3. กุเรื่องข่มขู่ สร้างตราบาปในใจ: เมื่อดึงเด็กเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวได้ คนร้ายจะเริ่มสร้างเรื่องเท็จขึ้นมากล่าวหาเด็ก เช่น "หนูไปพิมพ์หมิ่นประมาทพี่/คนอื่น ผิดกฎหมายนะ เดี๋ยวพี่จะเอาเรื่องไปบอกพ่อแม่และแจ้งตำรวจจับ" อาศัยความกลัวและไร้เดียงสาทำให้เด็กตื่นตระหนกจนไม่กล้าบอกใคร 4. บังคับเปิดกล้องถ่ายคลิปอนาจาร: คนร้ายจะยื่นข้อเสนอหลอกลวงว่า หากไม่อยากโดนดำเนินคดี ต้องทำตามที่สั่ง โดยบังคับให้เด็กเปิดกล้องวิดีโอคอล ถ่ายคลิปเปลื้องผ้า และทำพฤติกรรมอนาจารต่อร่างกายตนเอง แล้วแอบอัดบันทึกหน้าจอเก็บไว้ 5. แบล็กเมลรีดเงิน ขู่ส่งคลิปประจานโรงเรียน: ทันทีที่มีคลิปในมือ สันดานโจรจะเปิดเผยทันที มันจะเปลี่ยนจากขู่เรื่องคดีความ มาเป็น "ขู่จะปล่อยคลิปลงโซเชียล และส่งประจานให้เพื่อนๆ และคุณครูที่โรงเรียนดู" เพื่อบีบบังคับให้เด็กไปหาเงินหรือขโมยเงินผู้ปกครองมาโอนให้มันไม่จบสิ้น ⚖️ โทษทางกฎหมาย: ดำเนินคดีหนักหลายกระทง ไม่มียกเว้น! คนร้ายประเภทนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีเด็ดขาดทุกข้อหา: กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยขู่เข็ญ และบันทึกภาพ/เสียงการกระทำอนาจารเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ รีดเอาทรัพย์ และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชื่อเสียง บังคับ ขู่เข็ญ หรือชักจูงให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือกระทำการลามกอนาจาร (พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก) ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งมีโทษจำคุกหนักสูงสุดนับสิบปี 🛡️ คำแนะนำสำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครอง: 4 สัญญาณเตือนและวิธีปกป้องลูกหลาน 1. สังเกตพฤติกรรมผิดปกติของลูก: หากเด็กมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวลผิดปกติ ตกใจสะดุ้งทุกครั้งที่มีเสียงแจ้งเตือนข้อความ แอบใช้โทรศัพท์ในห้องน้ำหรือที่ลับตาคน และมีพฤติกรรมขอเงินบ่อยขึ้นอย่างผิดสังเกต ให้รีบเข้าไปโอบกอดและพูดคุยทันที 2. สร้างพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน (Safe Zone): สอนลูกหลานเสมอว่า "ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น พ่อแม่คือคนที่ปลอดภัยที่สุด พูดความจริงกับพ่อแม่ได้ทุกเรื่อง และพ่อแม่จะไม่ซ้ำเติม" เพราะเด็กส่วนใหญ่ที่ยอมทำตามคำสั่งโจร ไม่ใช่เพราะอยากทำ แต่เป็นเพราะกลัวพ่อแม่จะโกรธหรือตี 3. ตั้งกฎเหล็กเรื่องคนแปลกหน้าในเกม: สอนลูกให้จำขึ้นใจ: ห้ามเปิดกล้องวิดีโอคอลกับคนที่ไม่เคยเจอตัวจริง ห้ามส่งรูปภาพร่างกายของตนเองให้ใครในแชทเด็ดขาด หากมีใครในเกมขู่ว่าจะแจ้งตำรวจจับ หรือขู่เรื่องผิดกฎหมาย ให้ยื่นโทรศัพท์มาให้พ่อแม่จัดการทันที อย่าคุยต่อเอง 4. หมั่นตรวจสอบแอปพลิเคชันในเครื่องลูก: ตรวจสอบว่าในโทรศัพท์มีแอป Discord, Telegram หรือห้องแชทลับที่มีการคุยกับผู้ใหญ่แปลกหน้าห

  3. 3d ago

    #รู้ทันมิจ EP517: เสียเงินแสนเพราะแลกเงินหยวน (ดีลแลกเงินผ่าน WeChat เรทดีไม่มีจริง... โอนเงินบาทปุ

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน สำหรับคนที่ชอบสั่งของจากจีน เดินทางไปท่องเที่ยว หรือน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่ต้องเตรียมตัวไปเรียนต่อประเทศจีน หนึ่งในเรื่องที่ต้องทำคือการ "แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ" โดยเฉพาะเงินหยวน (RMB) ซึ่งปัจจุบันผู้คนนิยมใช้ระบบสแกนจ่ายผ่าน WeChat Pay หรือ Alipay แต่ความสะดวกนี้กลับกลายเป็นช่องทางหากินของขบวนการมิจฉาชีพออนไลน์ ล่าสุดเกิดเคสสดๆ ร้อนๆ กับน้องนักเรียนวัยเพียง 22 ปี ที่จังหวัดพะเยา มีความจำเป็นต้องแลกเงินบาทเป็นเงินหยวน จึงติดต่อหาคนรับแลกเงินผ่านโซเชียลมีเดียและคุยต่อในแอปพลิเคชัน WeChat ตกลงเรทแลกเปลี่ยนกันอย่างดิบดี แต่อนิจจาครับ... พอโอนเงินบาทจากบัญชีตัวเองไปก้อนโตถึง 251,500 บาท ปลายทางกลับเงียบกริบ ไม่โอนเงินหยวนเข้ากระเป๋า WeChat ตามสัญญา และตัดขาดการติดต่อบล็อกหนีหายไปทันที กลายเป็นฝันร้ายสูญเงินเก็บหลักแสนในพริบตา! 🔍 ชำแหละแผนประทุษกรรม: กับดัก "รับแลกเงินหยวนออนไลน์" 1. โพสต์หาเหยื่อตามกลุ่มคนไทยในจีน / กลุ่มพรีออเดอร์: มิจฉาชีพจะแฝงตัวอยู่ในกลุ่ม Facebook, กลุ่ม LINE หรือแอป WeChat โดยโพสต์โฆษณาว่า "รับแลกเงินหยวน-บาท เรทพิเศษ ไม่มีค่าธรรมเนียม โอนไว ยอดเข้าทันที" ล่อใจคนที่ต้องการความรวดเร็วและอยากได้อัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่ากว่าธนาคาร 2. พูดคุยสร้างความน่าเชื่อถือผ่าน WeChat: มิจฉาชีพมักสร้างโปรไฟล์ที่ดูดี อ้างว่าทำงานอยู่ในจีน มีเงินหมุนเวียนตลอด หรือมีเครดิตแน่นหนา ทำให้เหยื่อตายใจยอมทำธุรกรรมยอดใหญ่ 3. ใช้ "บัญชีม้ามียศ / บัญชีชื่อคนอื่น" ตบตา: ในเคสนี้ บัญชีปลายทางที่รับเงินใช้ชื่อว่า "สิบเอก สมชาย" เพื่อหวังนำยศหรือตำแหน่งมาสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อวางใจ แต่ในความเป็นจริง บัญชีดังกล่าวคือ "บัญชีม้า" ที่คนร้ายซื้อหรือหลอกเช่ามาพักเงิน พอเหยื่อกดโอนเงินบาทเข้าไป เงินจะถูกโยกย้ายออกนอกประเทศหรือแปลงเป็นคริปโตเคอร์เรนซีทันที 4. ตัดการติดต่อ บล็อกทุกช่องทาง: เมื่อคนร้ายได้ยอดเงินครบตามต้องการ จะไม่โอนเงินหยวนให้ตามตกลง และทำการบล็อกบัญชี WeChat ลบทิ้งทุกหลักฐานทันที 🛑 3 ความเสี่ยงมหันต์: ของการแลกเงินใต้ดินผ่านคนแปลกหน้า เสี่ยงสูญเงินฟรี 100%: การแลกเงินนอกระบบกับบุคคลที่เราไม่เคยเจอหน้า ไม่มีสัญญา และไม่มีหลักประกันทางกฎหมาย โอกาสที่จะถูกชิ่งหนีมีสูงมาก เสี่ยงบัญชีโดนแบน / ตกเป็นผู้ต้องหาฟอกเงิน: หากมิจฉาชีพโอนเงินหยวนเข้ามาให้จริง แต่เงินหยวนนั้นเป็น "เงินสกปรก (เงินดำ/เงินเทา)" ที่ได้มาจากการหลอกลวงหรือการพนัน บัญชี WeChat Pay หรือ Alipay ของคุณจะถูกระบบของธนาคารกลางจีนอายัดทันที และคุณอาจถูกตั้งข้อหาฟอกเงินเมื่อเดินทางเข้าประเทศจีน ติดตามตัวคนร้ายได้ยาก: แพลตฟอร์มอย่าง WeChat เป็นระบบปิดของต่างประเทศ การประสานงานขอข้อมูล IP Address และตัวตนของคนร้ายต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ซับซ้อน 🛡️ คาถาป้องกันตัว: แลกเงินอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อ 1. แลกผ่านสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น: ใช้บริการธนาคารพาณิชย์ หรือเคาน์เตอร์รับแลกเงินตราต่างประเทศ (Money Changer) ที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง ปัจจุบันมีบริการบัตร Travel Card ที่สามารถแลกเงินหยวนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารไทยได้อย่างปลอดภัยและเรทเป็นธรรม 2. อย่าเห็นแก่ "เรทถูกกว่าตลาด": ท่องไว้เสมอว่า ไม่มีใครยอมขาดทุนมาแลกเงินให้เราในราคาถูก หากมีใครให้เรทดีเกินจริง ฟันธงได้ทันทีว่านั่นคือ "เหยื่อล่อของโจร" 3. ห้ามโอนเงินก้อนใหญ่ให้คนในแชทเด็ดขาด: หากจำเป็นต้องทำธุรกรรม ต้องมั่นใจว่ารู้จักตัวตนจริง มีสัญญาชัดเจน และตรวจสอบประวัติเลขบัญชีปลายทางในระบบ Blacklistseller หรือระบบสืบค้นคนโกงทุกครั้ง 📞 พลาดโอนเงินไปแล้ว ต้องทำอย่างไร? โทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 ทันที (ตลอด 24 ชั่วโมง): เพื่อประสานงานระงับธุรกรรมบัญชีม้าปลายทาง และรับรหัส Case ID เข้าระบบกลาง รวบรวมหลักฐานทั้งหมด: หน้าโปรไฟล์ WeChat บันทึกบทสนทนาการตกลงแลกเงิน สลิปการโอนเงิน และประวัติการทำรายการ แจ้งความดำเนินคดี: นำรหัส Case ID ไปลงทะเบียนแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุทันที การแลกเงินนอกระบบเพื่อประหยัดส่วนต่างเพียงไม่กี่ร้อยบาท อาจต้องแลกมาด้วยการสูญเงินเก็

  4. 4d ago

    #รู้ทันมิจ EP516: "เช่าบัญชี" ก็คือ "บัญชีม้า" เสี่ยงคุกไม่รู้ตัว! (ได้เงินหลักหมื่นแลกนอนคุก 3 ปี...

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน ใครที่กำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน แล้วไปเลื่อนเจอกลุ่มในโซเชียลมีเดียประเภท "รับเช่าบัญชี", "ซื้อขายบัญชีเทา" หรือ "หางานออนไลน์หาเงินเข้าบัญชี" ที่มีโพสต์ล่อตาล่อใจอย่าง: "รับเช่า-ซื้อทุกบัญชี ให้ราคาสูง ไทยพาณิชย์ 30,000 / กสิกร-กรุงศรี 50,000 / ttb 40,000 นัดรับเงินสดชนมือเท่านั้น" หลายคนเห็นตัวเลขแล้วตาลุกวาว คิดในใจว่า "ไม่ได้ขายขาด แค่ให้เขา 'เช่า' เอาไปหมุนเงินชั่วคราว ได้เงินก้อนมาหมุนก่อน เดี๋ยวค่อยปิดบัญชี" บางคนถึงขั้นโพสต์ตามหาคนรับเช่าเพราะกำลังร้อนเงิน แต่พอปล่อยเช่าไปได้สักพัก เริ่มนอนไม่หลับ ผวาว่าตำรวจจะมาเคาะประตูบ้าน หรือกลัวเจ้าของเงินสีเทาจะตามมาคุกคามถึงที่พัก ผมขอบอกตรงนี้ให้ชัดเจนแบบไม่ต้องตีความเลยครับว่า "คำว่า 'เช่าบัญชี' ไม่มีอยู่จริงในทางกฎหมาย การให้คนอื่นเอาบัญชีเราไปใช้ ไม่ว่าจะขาย ให้ยืม หรือให้เช่า ทั้งหมดมีค่าเท่ากับ 'บัญชีม้า' 100% และโทษหนักถึงจำคุกทันทีครับ!" 🔍 ชำแหละความจริง: โจรเอาบัญชีเราไป "เช่า" ทำไม? และทำอะไรบ้าง? 1. ฟอกเงินจากการหลอกลวงประชาชน: ไม่มีธุรกิจที่สุจริตไหนยอมจ่ายเงินค่าเช่าบัญชีเดือนละ 30,000 - 50,000 บาทครับ! เงินที่มันยอมจ่ายให้คุณ คือเศษเงินที่มันเตรียมนำบัญชีของคุณไปใช้รับเงินจากเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกลงทุน หรือเว็บพนันออนไลน์ 2. ชนวนระเบิดเวลา (บัญชีดำตลอดชีวิต): หลายคนชะล่าใจว่า "ปล่อยเช่ามา 2 เดือนแล้ว ยังไม่เห็นโดนอายัด ยังใช้ชีวิตปกติ" อย่าเพิ่งดีใจครับ! เพราะกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานและการออกหมายเรียกของตำรวจต้องใช้เวลา ทันทีที่ระบบตรวจพบเส้นทางการเงิน บัญชีธนาคาร "ทุกบัญชีที่เป็นชื่อของคุณ" จะถูกระงับธุรกรรม (Blacklist) ไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ ไม่สามารถใช้พร้อมเพย์หรือทำธุรกรรมการเงินใดๆ ได้อีกหลายปี 3. วงจรอุบาทว์ ขู่ตามถึงบ้าน: เมื่อคุณเริ่มกลัวและอยากโทรไปอายัดบัญชีเพื่อหนีความผิด ขบวนการมิจฉาชีพพวกนี้จะใช้ข้อมูลบัตรประชาชนและที่อยู่ของคุณมาข่มขู่ คุกคาม หรือส่งคนมาตามทวงคืน เพราะมันถือว่ามันจ่ายเงินค่าเช่าให้คุณแล้ว กลายเป็นว่าชีวิตคุณตกอยู่ในอันตรายทั้งจากโจรและต้องเผชิญหน้ากับกฎหมาย ⚖️ โทษทางกฎหมาย: กฎหมายใหม่ ฟันไม่เลี้ยง! ตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ระบุไว้อย่างเด็ดขาด: การเปิด ยินยอมให้ผู้อื่นใช้ หรือให้ยืม/ให้เช่า บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) โดยไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเอง หรือรับจ้างเปิดบัญชีม้า 👉 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ! การเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือชักชวนให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก: 👉 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ! เงินค่าเช่าหลักหมื่นที่คุณได้รับมา เมื่อเทียบกับค่าประกันตัว ค่าทนาย และโทษจำคุก 3 ปี มันไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อยครับ! 🛑 ทางรอดและวิธีแก้ไข: ถ้าเผลอปล่อยเช่าบัญชีไปแล้ว ต้องทำอย่างไรด่วนที่สุด? หากใครที่พลาดพลั้ง นำบัญชีไปให้เขาเช่า หรือส่งมอบแอป/ซิมการ์ดให้คนอื่นไปแล้ว และกำลังตกอยู่ในความกลัว ขอให้รีบตั้งสติและทำตามนี้ทันที: โทรอายัดบัญชีกับธนาคารทันที: โทรหาคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารเจ้าของบัญชี หรือแจ้งสายด่วน AOC 1441 ทันที เพื่อขอระงับการใช้งานบัญชีทุกช่องทาง (ทั้งแอปพลิเคชัน บัตร ATM และสมุดบัญชี) เพื่อหยุดยั้งไม่ให้โจรนำไปใช้หลอกคนเพิ่ม เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน: นำหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ที่ติดต่องาน แชทการพูดคุย หลักฐานการรับเงิน และข้อมูลของคนที่มารับบัญชี เดินทางไปที่สถานีตำรวจในท้องที่เพื่อ "ลงบันทึกประจำวันและให้ปากคำแสดงความบริสุทธิ์ใจ" เพื่อยืนยันว่าเราต้องการระงับความเสียหาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะมีหมายเรียกหรือหมายจับออกมา หากถูกข่มขู่: หากมิจฉาชีพโทรมาคุกคามหรือขู่จะมาตามถึงบ้าน ให้นำหลักฐานข้อความข่มขู่นั้นแจ้งความดำเนินคดีในข้อหากรรโชกทรัพย์หรือข่มขู่ทำให้ตกใจกลัวเพิ่มเติมทันที ไม่ต้องยินยอมทำตามคำสั่งโจรเด็ดขาด จำไว้ให้ขึ้นใจครับ "ชื่อเรา บัญชีเรา ความรับผิดชอบอยู่ที่เรา" อย่าแลกอนาคต อิสรภาพ และความสง

  5. 6d ago

    #รู้ทันมิจ EP515: กลลวงมิจเพจชาไทย (แอบอ้าง "ชาตรามือ" ล่อแจกของฟรี-เข้ากลุ่ม LINE... สุดท้ายชวนทำภาร

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน กระแสชาไทยฟีเวอร์ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และแบรนด์ต้นตำรับขวัญใจมหาชนอย่าง "ชาตรามือ" ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายล่าสุดที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพนำชื่อ โลโก้ และภาพลักษณ์ไปแอบอ้างอย่างแนบเนียน หลายคนเล่นเฟซบุ๊กอยู่ดีๆ ไปเจอโพสต์ชวนชิมฟรี โพสต์รับสมัครสมาชิกใหม่ ลุ้นรับของรางวัลใหญ่อย่าง iPhone หรือแจกสินค้าทดลองฟรี แต่พอหลงเชื่อทักแชทไป กลับถูกดึงเข้ากลุ่ม LINE ลากเข้าสู่วงจรอุบาทว์ "ภารกิจปั๊มยอด-โอนเงินสำรองจ่าย" จนสูญเงินกันไปหลักหมื่นหลักแสน วันนี้ผมขอชำแหละกลโกงนี้ให้เห็นชัดๆ เพื่อไม่ให้ใครตกเป็นเหยื่ออีกครับ! 🔍 5 สเต็ปชำแหละแผนชั่ว: จากของฟรี สู่การหมดตัว 1. สร้างเพจปลอม เลียนแบบชื่อแบรนด์ดัง: ตั้งชื่อเพจให้คล้ายคลึง เช่น "BAAN CHA Cha Mue Handcraft Tea", "Cha Mue Handcraft Tea" หรือก๊อปปี้รูปโปรไฟล์และรูปสินค้าจริงมาลงให้ดูสมจริง 2. โพสต์ล่อด้วยของฟรีและของรางวัลใหญ่: ใช้จิตวิทยาล่อใจ เช่น "รวมกิจกรรมคนรักชา รับสินค้าทดลองฟรี", แจกแก้ว ลุ้นรับ iPhone หรือชวนสมัครสมาชิกลดแลกแจกแถมเกินจริง 3. เร่งให้ทักแชท ดึงเข้ากลุ่ม LINE ปิด: แอดมินจะไม่ตอบรายละเอียดหน้าโพสต์ แต่จะส่งลิงก์ให้กดแอด LINE หรือดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้าคอยส่งเสียงเชียร์ 4. ชวนทำภารกิจ เติมเงิน โอนเงิน: เมื่อเข้ากลุ่มแล้ว รูปแบบจะเปลี่ยนทันที กลายเป็นการชวน "ทำภารกิจเสริมสร้างรายได้", "กดรับออเดอร์เพื่อรับสิทธิ์ของรางวัล", หรือต้องโอนเงินค่ามัดจำ/สำรองจ่ายเข้าบัญชีม้าบุคคลธรรมดาก่อน 5. อ้างสิทธิพิเศษ แต่เชิดเงินหนี: พอเหยื่อโอนเงินยอดเล็ก ก็จะแสดงยอดกำไรทิพย์ในระบบ พอเริ่มโอนยอดใหญ่หลักหมื่นหลักแสน ก็จะอ้างว่าทำรายการผิด กฎระเบียบไม่ครบ ต้องโอนเพิ่มเพื่อปลดล็อก สุดท้ายบล็อกหนีหาย ติดต่อไม่ได้อีกเลย 🛑 5 จุดสังเกตจับโป๊ะเพจปลอม: เช็กให้ไวใน 1 นาที ประวัติความโปร่งใสของเพจ (Page Transparency): เมื่อกดเข้าไปส่องหลังบ้าน มักพบว่าเพจเพิ่งสร้างใหม่ หรือเพิ่งเปลี่ยนชื่อหมาดๆ จากชื่อธุรกิจอื่น เช่น จาก "บริการจัดหาทัวร์ต่างประเทศ" เพิ่งเปลี่ยนมาเป็น "Cha Mue Handcraft Tea" เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ยอดผู้ติดตามน้อยผิดปกติ: เพจแบรนด์ระดับประเทศจะมีผู้ติดตามหลักแสนหรือหลักล้านคน แต่เพจปลอมพวกนี้มักมียอดไลก์ ยอดผู้ติดตามเพียงแค่หลักสิบ หรือหลักร้อยเท่านั้น ไม่มีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า (Verified Badge): เพจทางการของแบรนด์ใหญ่จะต้องมีสัญลักษณ์ยืนยันตัวตนสีฟ้าอยู่ท้ายชื่อเพจเสมอ โปรโมชั่นใจป้ำเกินจริง: สิทธิประโยชน์แจกฟรีแบบไม่มีเหตุผล แจกสมาร์ตโฟนเครื่องละหลายหมื่น หรือแจกเงินรางวัลใหญ่ เพียงแค่แอดไลน์ ให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล: ไม่ว่าจะอ้างค่าจัดส่ง ค่ามัดจำ หรือค่าทำภารกิจ หากปลายทางเป็นชื่อ นาย/นาง/น.ส. ให้ฟันธงได้ทันทีว่า "โจร 100%" 🛡️ คำแนะนำและวิธีป้องกันตัว ท่องกฎเหล็ก: "ไม่โอน ไม่กดลิงก์แปลกปลอม ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว และไม่ส่ง OTP ให้ใครเด็ดขาด" จำไว้ให้มั่น: เพจปลอมมักใช้ "ของฟรี" และ "ผลตอบแทนสูง" มาเป็นเหยื่อล่อ เพื่อจูงใจให้เราเข้าไปทำธุรกรรมการเงิน ตรวจสอบช่องทาง Official ก่อนเสมอ: หากมีโปรโมชั่นหรือกิจกรรม ให้ตรวจสอบผ่านหน้าเคาน์เตอร์หน้าร้าน หรือเช็กจากเพจทางการหลักที่มีติ๊กถูกสีฟ้าเท่านั้น 📞 พลาดตกเป็นเหยื่อไปแล้ว ต้องทำอย่างไร? โทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 ทันที (ตลอด 24 ชั่วโมง): เพื่อให้อายัดบัญชีม้าปลายทาง และขอรับรหัส Case ID รวบรวมหลักฐานทั้งหมด: ทั้งภาพหน้าเพจปลอม ประวัติแชท ลิงก์กลุ่ม LINE และสลิปการโอนเงินทุกใบ แจ้งความออนไลน์: นำเลข Case ID และหลักฐาน เข้าแจ้งความดำเนินคดีได้ที่ระบบกลางแห่งเดียว www.thaipoliceonline.go.th อย่าปล่อยให้อารมณ์อยากได้ของฟรีมาทำให้เงินเก็บในกระเป๋าเราต้องมลายหายไปครับ! ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนสายชานม สายกิจกรรม และคนใกล้ตัวด้วยนะครับ เตือนแล้วนะ... เพราะเรื่องบางเรื่อง ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก! #รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เพจปลอมชาตรามือ #หลอกทำภารกิจ #หลอกแจกของฟรี #สายด่วน1441 #เตือนภัยออนไลน์

  6. 6d ago

    #รู้ทันมิจ EP514: ผู้ใช้ Facebook ระวังโดน HACK ผ่าน WhatsApp! (ข้อความศูนย์ความปลอดภัยปลอม... ขู่ปิดบัญชีใน 24 ชม.

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่านช่วงนี้ใครที่ใช้แอปพลิเคชัน WhatsApp โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แอดมินเพจ หรือผู้ใช้งานทั่วไปที่ผูกเบอร์มือถือไว้กับระบบเครือข่ายของ Meta (Facebook / Instagram) ขอให้สังเกตกล่องข้อความให้ดีครับ! ล่าสุดมีผู้เสียหายได้รับข้อความทักเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยส่งภาพกราฟิกโล่แม่กุญแจสีเขียวเขียนว่า "ศูนย์ความปลอดภัยแชท" ดูเผินๆ เหมือนระบบรักษาความปลอดภัยของทางการ แต่เนื้อหาข้างในกลับส่งข้อความมาข่มขู่ว่า:"สถานะบัญชีของคุณได้รับการอัปเดตเป็น: พฤติกรรมผิดปกติที่มีความเสี่ยงสูง ละเมิดข้อกำหนดการใช้งาน... ให้คลิก [START] ภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อยกเลิกการจำกัดบัญชี หากไม่ยืนยัน บัญชีจะถูกระงับและยกเลิกถาวร ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้" ผมขอยืนยันตรงนี้เลยครับว่า "นี่คือข้อความ Phishing หลอกแฮกบัญชีจากมิจฉาชีพ 100% ห้ามกดปุ่ม START และห้ามคลิกลิงก์ใดๆ เด็ดขาด!" 🔍 เจาะลึกแผนประทุษกรรม: จาก WhatsApp โดนแฮก ลามไปยึด Facebook ได้อย่างไร?หลายคนอาจสงสัยว่า "ส่งมาใน WhatsApp แล้ว Facebook จะโดนแฮกได้ยังไง?" ความเชื่อมโยงทางเทคนิคที่อันตรายมีดังนี้ครับ: 1. WhatsApp และ Facebook อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน (Meta Accounts Center): ปัจจุบันบัญชี Facebook, Instagram และ WhatsApp มักจะผูกเบอร์โทรศัพท์และเชื่อมโยงศูนย์บัญชี (Accounts Center) เข้าด้วยกันเพื่อความสะดวกในการจัดการเพจและยิงแอดโฆษณา2. สร้างชื่อบัญชีธุรกิจตบตา: สังเกตชื่อผู้ส่งในภาพจะใช้ชื่อว่า "Customer Support Airlin" ซึ่งไม่ใช่บัญชี Official ของ Meta หรือ WhatsApp เลย แต่เป็นบัญชี WhatsApp Business ธรรมดาที่คนร้ายไปเปิดขึ้นมาเอง แล้วตั้งรูปโปรไฟล์เป็นโลโก้ WhatsApp เพื่อหลอกตา 3. จิตวิทยา "สร้างเส้นตาย 24 ชั่วโมง": มิจฉาชีพจงใจใช้คำว่า เสี่ยงสูง, ผิดกฎ, จะถูกระงับถาวร, กู้คืนไม่ได้ เพื่อบีบให้เหยื่อตกใจ กลัวเพจบิน กลัวเฟซบุ๊กถูกลบ จนขาดสติแล้วรีบกดปุ่ม [START] 4. ล่อลวงเอา OTP และรหัสผ่าน 2-Factor (2FA): เมื่อเหยื่อกด START ระบบจะพาไปยังหน้าเว็บฟิชชิ่งที่ทำเลียนแบบหน้า Login ของ Meta แล้วหลอกให้กรอกอีเมล เบอร์โทร รหัสผ่าน Facebook รวมถึงรหัส OTP 6 หลักที่ส่งเข้ามาใน SMS5. ยึดเพจ ยิงแอดเถื่อน เตะแอดมินออก: ทันทีที่มิจฉาชีพได้รหัส OTP ไป มันจะเข้าสู่ระบบ Facebook ของเราทันที เข้าไปเปลี่ยนอีเมล เปลี่ยนรหัสผ่าน ปลดระบบยืนยันตัวตนของเราออก ยึดเพจธุรกิจไปยิงแอดหลอกลวงคนอื่น หรือเอาบัญชีเราไปทักยืมเงินเพื่อนร่วมงาน!ไม่มีเครื่องหมายติ๊กถูกสีเขียว (Green Badge): หากเป็นทีมงาน Support ทางการของ WhatsApp หรือ Meta บัญชีจะต้องได้รับการยืนยันตัวตน มีเครื่องหมายติ๊กถูกสีเขียวอยู่ท้ายชื่อ ไม่ใช่บัญชีธุรกิจธรรมดาที่ใครก็ตั้งชื่อว่า "Customer Support" ได้ Meta ไม่เคยแจ้งเตือนการแบนเพจผ่านแชท WhatsApp ส่วนตัว: หากบัญชี Facebook หรือ Page มีปัญหาเรื่องนโยบาย ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน "กล่องข้อความสนับสนุน (Support Inbox)" ภายในแอป Facebook โดยตรงเท่านั้น จะไม่มีการทักแชทนอกรอบมาเร่งรัดให้กดลิงก์ ภาษาที่ใช้เป็นระบบแปลภาษาอัตโนมัติ: รูปประโยคจะมีความแปร่ง เช่น "ทำให้บางฟังก์ชันถูกจำกัด", "ทำเครื่องหมายบัญชีนี้เป็นบัญชีที่มีความเสี่ยงสูง" ซึ่งเป็นสำนวนที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศ 1. ห้ามกดปุ่ม [START] หรือลิงก์ใดๆ เด็ดขาด 2. กด "บล็อก (Block)" และ "รายงาน (Report)" ทันที: แตะที่ชื่อโปรไฟล์ด้านบน เลือกรายงานว่าเป็นสแปม/หลอกลวง แล้วกดบล็อกบัญชีนั้นทิ้งไป 3. หากเผลอกดและกรอกรหัสผ่านไปแล้ว:🛑 3 จุดจับโป๊ะ: สังเกตให้ชัด ข้อความนี้ปลอมแน่นอน!🛡️ ได้รับข้อความแบบนี้ ต้องทำอย่างไร?โลกไซเบอร์ยิ่งเชื่อมโยงถึงกัน ความเสี่ยงก็ยิ่งส่งต่อถึงกันได้ง่าย มีสติ อย่าตกใจกับคำขู่เรื่องระงับบัญชี ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนกดลิงก์เสมอครับ!หากบัญชีถูกแฮกหรือตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ สามารถโทรปรึกษาและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง และเข้าแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th ครับฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนเพื่อนๆ โดยเฉพาะแอดมินเพจและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนด้วยนะครับ เตือนแล้วนะ... เพราะเรื่องบางเรื่อง ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก!#รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #WhatsAppPhishing #แฮกเฟซบุ๊ก #ระวังโดนแฮก #ศูนย์ความปลอดภัยปลอม #สายด่วน1441 #เตือนภัยออนไลน์

  7. Oct 30

    #รู้ทันมิจ EP513: เช็คแอปเงินกู้ที่ 1359.go.th (อยากกู้เงินด่วนถูกกฎหมาย... สละเวลาเช็ก 1 นาที ดัดหลังแอ

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน ในวันที่รายจ่ายหมุนไม่ทัน ค่าใช้จ่ายประดังประเดเข้ามา การมองหา "สินเชื่อเงินด่วน" เพื่อนำมาเป็นสภาพคล่องต่อลมหายใจในชีวิตประจำวันหรือธุรกิจเล็กๆ คือทางเลือกที่หลายคนจำเป็นต้องใช้บริการ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้คือ "แอปเงินกู้เถื่อน" ที่ยิงโฆษณาเกลื่อนโซเชียลมีเดีย ทั้งใน Facebook, TikTok หรือส่ง SMS ลิงก์มาชวนเชื่อว่า "กู้ง่าย อนุมัติไว ไม่เช็กบูโร" พอเผลอกดโหลดเข้าไป กลับถูกดูดข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ หักดอกเบี้ยรายวันมหาโหด และส่งคนโทรข่มขู่ประจานคนทั้งบ้าน หลายคนถามผมเข้ามาว่า "แล้วถ้าจำเป็นต้องกู้เงินจริงๆ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือ พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ที่ถูกกฎหมายและได้รับการอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ตรวจสอบได้ที่ไหน?" วันนี้ผมมีวิธีเช็กที่ชัวร์และปลอดภัย 100% มาฝากครับ ผ่านช่องทางหลักอย่างเป็นทางการของภาครัฐที่เว็บไซต์ www.1359.go.th ครับ! 🔍 ทำความรู้จัก "พิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance)" กู้ถูกกฎหมาย มีกรอบคุ้มครอง ควบคุมโดยกระทรวงการคลัง: พิโกไฟแนนซ์ คือสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดึงประชาชนออกจากวงจรหนี้นอกระบบ ผู้ประกอบการต้องมีทุนจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกระทรวงการคลัง มีเพดานดอกเบี้ยชัดเจน: กฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกันสูงสุดไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด (แบบลดต้นลดดอก) ไม่มีการหักค่าหัวคิวล่วงหน้าแบบโจร ทวงถามหนี้ตามกฎหมาย: ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ฯ ห้ามประจาน ห้ามด่าทอ ห้ามส่งข้อความคุกคามบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ 🛠️ 3 ขั้นตอนง่ายๆ: สละเวลา 1 นาที เช็กแอปและผู้ให้บริการก่อนกู้ ก่อนจะกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือเซ็นสัญญาเงินกู้รายย่อยกับใคร ให้ทำตามขั้นตอนนี้ทันทีครับ: 1. เข้าเว็บไซต์สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง: เข้าไปที่ www.1359.go.th (ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ) 2. ค้นหารายชื่อผู้ได้รับอนุญาต: ไปที่เมนู "ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด (พิโกไฟแนนซ์)" จากนั้นพิมพ์ชื่อบริษัท หรือชื่อแอปพลิเคชันที่ต้องการตรวจสอบ 3. ตรวจสอบสถานะและพื้นที่: ดูว่าชื่อนิติบุคคลตรงกันไหม สถานะยังได้รับอนุญาต (Active) อยู่หรือไม่ เช็กพื้นที่ดำเนินงาน เพราะพิโกไฟแนนซ์จะให้บริการเฉพาะในจังหวัดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากบริษัทเปิดอยู่จังหวัดหนึ่ง แต่อ้างปล่อยกู้ข้ามเขตทั่วประเทศแบบไม่มีสาขา ต้องเพิ่มความระมัดระวัง 🛑 3 สัญญาณเตือนภัย: เจอแบบนี้ = "แอปเถื่อน / มิจฉาชีพ 100%" แม้ชื่อจะคล้ายบริษัทที่ได้รับอนุญาต แต่มิจฉาชีพมักชอบสวมรอย หากพบพฤติการณ์ต่อไปนี้ ถอยออกมาทันทีครับ: "ให้โอนเงินก่อน" เพื่อปลดล็อก: อ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม, ค่ามัดจำสัญญา, ค่าแก้เลขบัญชีผิด, หรือค่าทำประกันวงเงิน ท่องไว้ให้ขึ้นใจครับ "ผู้ให้กู้ถูกกฎหมาย จะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากผู้กู้ก่อนเด็ดขาด ยอดกู้มีแต่ต้องโอนเข้าบัญชีเราเท่านั้น!" บังคับเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในมือถือ: หากติดตั้งแอปแล้วระบบบังคับให้กดอนุญาต (Allow) การเข้าถึง "สมุดรายชื่อ (Contacts)", "คลังภาพ (Gallery)", หรือ "ตำแหน่งที่ตั้ง (Location)" นั่นคือแอปเงินกู้เถื่อนที่เตรียมดูดข้อมูลไปทวงหนี้ประจาน กู้ผ่านแชท LINE ส่วนตัว: สินเชื่อในระบบจะมีขั้นตอนทำสัญญาและตรวจสอบเอกสารรายได้ชัดเจน จะไม่มีการส่งเลขบัญชีบุคคลธรรมดามาให้โอนเงินผ่านแชท 📞 หากสงสัยหรือไม่แน่ใจ สอบถามได้ที่ไหน? โทรสายด่วน 1359 (ในวันและเวลาราชการ 08.30 – 16.30 น.): ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทรสอบถามชื่อบริษัทสินเชื่อ หรือแจ้งเบาะแสเงินกู้นอกระบบได้โดยตรง สายด่วน AOC 1441 (ตลอด 24 ชั่วโมง): หากเผลอโอนเงินค่ามัดจำ หรือถูกแอปเงินกู้หลอกลวงสูบเงินไป รีบโทรเพื่อระงับบัญชีม้าและขอรับรหัส Case ID แจ้งความออนไลน์: นำหลักฐานเข้าแจ้งความได้ที่ระบบกลางแห่งเดียว www.thaipoliceonline.go.th ยามเดือดร้อนเรื่องเงิน สติคือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดครับ สละเวลาเข้าไปกดพิมพ์เช็กที่ 1359.go.th สัก 1 นาที จะช่วยปกป้องคุณและครอบครัวจากขบวนการดูดเงินและแก๊งทวงหนี้โหดได้อย่างแน่นอนครับ! ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และทุกคนที่กำลังมองหาสินเชื่อด้วยนะครับ รู้ทันกลโกง ไม่ตกเป็นเหยื่อครับ! #รู้ทันมิจ #ไม่เป็

  8. Oct 29

    #รู้ทันมิจ EP512: เพจมิจขายปูม้า (ภาพสวยเนื้อแน่น ราคาถูกส่งถึงหน้าบ้าน... โอนเสร็จบล็อกหนี ผู้

    สวัสดีครับพี่น้องประชาชน แฟนเพจไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอกทุกท่าน ใครเป็นสายซีฟู้ด ชอบสั่งปูม้าสดๆ เนื้อปูก้อนแกะพร้อมทานมาส่งถึงหน้าบ้าน ต้องระวังให้หนักครับ! ล่าสุดในระบบรับแจ้งความออนไลน์ มีประชาชนจากทั่วประเทศ ทั้งนครสวรรค์, พะเยา, น่าน ไปจนถึงหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ตกเป็นเหยื่อเพจมิจฉาชีพหลอกขายอาหารทะเลสดพร้อมๆ กัน ความเสียหายรายละตั้งแต่ 1,300 ไปจนถึงเกือบ 3,500 บาท พฤติการณ์ชัดเจนมาก คนร้ายเปิดเพจใช้ชื่อแนว "แหม่ม ปูม้าชุมพร พร้อมเสิร์ฟถึงหน้าบ้านทั้ง ปลีก-ส่ง" ดูดคลิปและภาพปูม้าไข่แน่นๆ เนื้อปูสดๆ จากร้านค้าจริงมายิงโฆษณา พอเหยื่อตกลงสั่งซื้อและโอนเงิน ทางเพจจะบ่ายเบี่ยง ไม่ส่งเลขพัสดุ ไม่อ่านแชท และกดบล็อกหนีหายทันทีครับ! 🔍 ส่องแผนประทุษกรรม: เพจเดียว ปั่นบัญชีม้ารับเงินไม่ซ้ำชื่อ จากการรวบรวมข้อมูลคดีชุดนี้ พบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจมากว่า แม้เหยื่อจะสั่งซื้อจากเพจชื่อเดียวกัน (เครือข่ายแหม่มปูม้าชุมพร) แต่ช่องทางการรับเงินของคนร้ายกลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ: ใช้ QR Code และ พร้อมเพย์ E-Wallet: คนร้ายเลี่ยงการให้เลขที่บัญชีธนาคารตรงๆ แต่ส่งเป็น QR Code ชำระเงิน หรือพร้อมเพย์ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลแทน บัญชีม้าเปลี่ยนไปทุกเคส: ทั้งชื่อบัญชี นายจิรายุ, นายแชมป์, นายสุธากร, นายอานนท์ สะท้อนว่านี่คือ ขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีการจัดหาบัญชีม้าไว้รองรับเงินจำนวนมาก เมื่อเหยื่อโอนเข้าบัญชีไหน เงินจะถูกโอนทอดต่อไปทันที 🛡️ คาถาเช็กให้ชัวร์ ก่อนโอนเงินสั่งอาหารทะเลออนไลน์ 1. ระวังอาหารทะเล "สดถูกเว่อร์ รวมส่งฟรี": ปูม้าสดและเนื้อปูก้อนมีต้นทุนการจับและการขนส่งห้องเย็นที่ค่อนข้างสูง หากเจอราคาถูกกว่าท้องตลาดมากๆ แถมโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเกินจริง ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นโจร 2. ขอเลขบัญชีธนาคารแทนการสแกน QR Code: อย่าใจร้อนสแกน QR Code ที่ร้านค้าส่งมาในแชท ให้ขอ "ชื่อธนาคาร + เลขที่บัญชี + ชื่อ-นามสกุล" แล้วนำชื่อและเลขบัญชีไปค้นหาใน Google หรือเว็บไซต์ Blacklistseller ก่อนโอนทุกครั้ง 3. ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ (Page Transparency): กดดูว่าเพจสร้างเมื่อไหร่ มีการเปลี่ยนชื่อเพจบ่อยไหม และผู้ดูแลเพจ (Admin) อยู่ในประเทศไทยจริงหรือไม่ เพจขายอาหารสดในไทยแต่แอดมินอยู่ต่างประเทศ = มิจฉาชีพแน่นอน 4. เช็กคอมเมนต์หน้าโพสต์: หากหน้าเพจปิดกั้นความคิดเห็น (ไม่ให้คนทั่วไปคอมเมนต์) หรือมีแต่คอมเมนต์หน้าม้าอวยซ้ำๆ ไม่มีรีวิวการส่งของจริงจากลูกค้าทั่วไป ให้หลีกเลี่ยงทันที 📞 หากพลาดโอนเงินไปแล้ว ต้องทำอย่างไร? โทรแจ้งระงับธุรกรรมทันที: โทรหาสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานอายัดบัญชีม้า/กระเป๋าเงินปลายทาง และขอรับรหัส Case ID รวบรวมหลักฐาน: แคปภาพหน้าเพจ ข้อความสนทนาการสั่งซื้อ และสลิปการโอนเงิน แจ้งความดำเนินคดี: นำรหัส Case ID ไปลงทะเบียนแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือนำเอกสารไปพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจในท้องที่เกิดเหตุทันที แม้เงินจะหลักพันต้นๆ แต่ถ้าทุกคนร่วมมือกันแจ้งความ บัญชีม้าเหล่านี้จะถูกอายัดและตัดวงจรไม่ให้ไปหลอกลวงคนอื่นต่อได้ครับ อย่าให้อารมณ์อยากกินของอร่อยมาทำให้เราลืมความรอบคอบ มีสติ ตรวจสอบชื่อบัญชีก่อนโอนเงินทุกครั้งครับ! ฝากแชร์โพสต์นี้ไปเตือนสายกินและพ่อบ้านแม่บ้านออนไลน์ทุกคนด้วยนะครับ เตือนแล้วนะ... เพราะเรื่องบางเรื่อง ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก! #รู้ทันมิจ #ไม่เป็นตำรวจไม่รู้หรอก #เพจปลอมขายปูม้า #หลอกขายอาหารทะเล #เช็กก่อนโอน #สายด่วน1441 #เตือนภัยออนไลน์

About

พอดแคสต์ที่จะพาคุณอัปเดต “ภัยกลโกง” ทุกรูปแบบจากมิจฉาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคใหม่ๆ ในโลกออนไลน์หรือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน 🚨 ทุกตอนเราจะเล่าเรื่องแบบเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคเอาตัวรอด และวิธีป้องกันตัวเองและคนที่คุณรักจากเหล่ามิจฉาชีพ ฟังจบ รู้ทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อ! 🕵️‍♂️ อยากรู้เทรนด์โกงล่าสุด วิธีสังเกตมิจฉาชีพ และแนวทางแจ้งความ? กดติดตามไว้เลย! #รู้ทันมิจ #เตือนภัยออนไลน์ #มิจฉาชีพ #อัปเดตกลโกง #ไม่ตกเป็นเหยื่อ #Podcastเตือนภัย