อารามบอย | The Cloud Podcast

tata-aramboy

อารามบอย เล่าเรื่องลับที่จะทำให้การเข้าวัดสนุกขึ้น โดย ต้า แฟนพันธุ์แท้วัดไทย

  1. 1d ago

    EP. 40 แห่เจ้าเซ็น อธรรม 1,300 ปี สู่พิธีชีอะห์ในไทยและจิตรกรรมในวัดพุทธ

    รายการอารามบอยในตอนนี้ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวน ดร.ธีรนันท์ ช่วงพินิต นักมานุษยวิทยา ผู้เขียนวิทยานิพนธ์ ‘พิธีเจ้าเซ็น’ คุยเรื่องแห่เจ้าเซ็น หรือพิธีอาชูรอ ของชุมชนมุสลิมชีอะห์ในไทย เริ่มจากความหมายและที่มาของชื่อแห่เจ้าเซ็น พิธีไว้อาลัยอิหม่ามฮุเซนในเดือนมูฮัรรอมที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์กัรบาลาเมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน และเข้ามาอยู่ในสังคมไทยผ่านประวัติศาสตร์ของชุมชนมุสลิมชีอะห์ โดยเฉพาะกลุ่มเชื้อสายเปอร์เซียในสยาม อารามบอยตอนนี้ชวนอ่านความหมายของคำว่า เจ้าเซ็น ซึ่งสันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากเสียง ยา ฮุซัยน์ (يَا حُسَيْن) ในภาษาอาหรับ ใช้รำลึกถึงอิหม่ามฮุเซนในพิธี พร้อมแกะรอยหลักฐานชิ้นสำคัญใน บทเห่เจ้าเซ็น พระราชนิพนธ์กาพย์เห่เรือในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ที่สะท้อนภาพการตั้งพิธีเจ้าเซ็นในเดือนมะหะหร่ำ และการแสดงความอาลัยผ่านการตีอกของผู้ร่วมพิธี ไปจนถึงคำเรียกอย่างแขกเจ้าน้ำตา แขกมัวร์ กะดี และสุเหร่า พร้อมตามร่องรอยชาวเปอร์เซียในราชสำนักสยาม และภาพพิธีชีอะห์ที่ปรากฏอยู่บนจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถวัดโพธิ์ปฐมาวาส จังหวัดสงขลา นี่คือพิธีที่ทำให้เราเห็นว่า ประวัติศาสตร์ไทยมีศาสนา ภาษา ชุมชน และความทรงจำหลายสายซ้อนอยู่ด้วยกัน มากกว่าที่เราเคยเรียนจากเส้นเรื่องหลักเพียงเส้นเดียว ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้

    42 min
  2. EP. 39 ถอดรหัสวัดเทวราชกุญชรฯ จากเทพทันใจ สู่พระอินทร์ ช้างเอราวัณ และราชสกุลกุญชร

    May 27

    EP. 39 ถอดรหัสวัดเทวราชกุญชรฯ จากเทพทันใจ สู่พระอินทร์ ช้างเอราวัณ และราชสกุลกุญชร

    รายการอารามบอยในตอนนี้ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวน ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา แกะรอย ‘วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร’ วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่หลายคนรู้จักจากองค์เทวราชเนรมิต หรือเทพทันใจ พิพิธภัณฑ์สักทอง และบรรยากาศสวยงามที่คนรุ่นใหม่นิยมไปถ่ายรูป ชวนมองความนิยมร่วมสมัยของ องค์เทวราชเนรมิต หรือ เทพทันใจ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาวัดแห่งนี้ ก่อนพาย้อนกลับไปอ่านความหมายดั้งเดิมของชื่อวัดเทวราชกุญชรฯ ที่รหัสทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมพระอินทร์ ช้าง และราชสกุลกุญชรเข้าด้วยกัน ในเชิงประวัติศาสตร์ วัดเทวราชกุญชรฯ เดิมชื่อ ‘วัดสมอแครง’ เป็นวัดเก่าตั้งแต่สมัยอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้รับการบูรณะและสถาปนาเป็นพระอารามหลวง โดยมี พระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระพิทักษเทเวศร์ พระนามเดิมคือ พระองค์เจ้ากุญชร ผู้เป็นต้นราชสกุลกุญชร เกี่ยวข้องกับการบูรณะวัด รัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานนามว่า วัดเทวราชกุญชร โดยเทวราชหมายถึงพระอินทร์ และกุญชรหมายถึงช้าง ประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้เขียนด้วยตัวหนังสือ แต่เขียนด้วยรูปทรง ลวดลาย และสัญลักษณ์ อีกประเด็นสำคัญคือพระประธานในพระอุโบสถ ‘พระพุทธเทวราชปฏิมากร’ ซึ่งชวนขยายความจากหลักฐานใน สาส์นสมเด็จ ของ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โดยมีข้อสันนิษฐานว่ากรมพระพิทักษเทเวศร์อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้มาจากวัดมหาธาตุ เมืองลพบุรี และอาจได้พระเศียรมา ก่อนหล่อพระองค์ต่อในกรุงเทพฯ ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้เป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างลพบุรี รัตนโกสินทร์ และประวัติการบูรณะวัดสมอแครง ภายในพระอุโบสถยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่น่าสนใจ เพราะรายละเอียดหลายส่วนเล่าเรื่องจตุรารักขกัมมัฏฐานและวิถีชีวิตสงฆ์ เช่น การปลงอาบัติและการบิณฑบาต แตกต่างจากภาพจำของจิตรกรรมวัดไทยที่คนทั่วไปมักคุ้นกับทศชาติชาดก งานจิตรกรรมเหล่านี้จึงทำให้พระอุโบสถวัดเทวราชกุญชรฯ เป็นพื้นที่ที่อ่านได้ทั้งในฐานะศิลปะ ประวัติศาสตร์ และธรรมะ ส่วนพิพิธภัณฑ์สักทองและองค์เทวราชเนรมิต คือภาพปัจจุบันของวัดที่ยังมีชีวิต ผู้คนมาไหว้ขอพร ม้วนธนบัตรแตะนิ้วเทพทันใจ เดินชมอาคารไม้สักทอง และเรียนรู้เรื่องสมเด็จพระสังฆราชกับอริยสงฆ์หลายรูป พื้นที่เดียวกันจึงทำหน้าที่ทั้งเป็นศูนย์รวมศรัทธา แหล่งเรียนรู้ และจุดเชื่อมคนรุ่นใหม่กลับเข้ามาหาวัดไทย

    35 min
  3. May 12

    EP. 38 พิธีฮัจญ์ จาริกแสวงบุญเพื่อเข้าใกล้พระเจ้าที่เดิมพันด้วยชีวิต

    หากชีวิตนี้มีโอกาสได้ใกล้ชิดพระเจ้ามากที่สุด คุณอยากบอกอะไร และขอพรอะไรจากพระองค์ ‘นครมักกะฮ์’ คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์และศูนย์รวมศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวมุสลิมทั่วโลก เป็นจุดหมายสูงสุดของการแสวงบุญ ผู้คนต่างเชื่อว่าเสียงวิงวอนขอพรจะได้รับการตอบรับจากพระผู้เป็นเจ้า ชื่อของ ‘พิธีฮัจญ์ (Hajj)’ มีรากศัพท์มาจากภาษาอาหรับที่แปลว่า การมุ่งไปสู่ หรือ การไปเยือน ถือเป็น 1 ในหลักปฏิบัติ 5 ประการของศาสนาอิสลาม กำหนดให้มุสลิมทุกคนซึ่งมีความพร้อมทั้งกำลังกายและทรัพย์สินพึงเดินทางไปกระทำอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อมุ่งสู่นครมักกะฮ์ อันเป็นที่ตั้งของวิหารกะอ์บะฮ์ (Kaaba) ศูนย์กลางทิศทางสวดมนต์ของโลกอิสลาม ในทางปฏิบัติ พิธีฮัจญ์ใช้เวลา 6 วัน ซึ่งดำเนินไปตามลำดับและเปี่ยมด้วยความหมาย โดยมีทุ่งอะเราะฟะฮ์เป็นหัวใจสำคัญ หากผู้แสวงบุญพลาดการไปทุ่งแห่งนี้ตามวันเวลาที่กำหนด การทำฮัจญ์จะถือว่าไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีบททดสอบศรัทธาอื่น ๆ ตั้งแต่การเก็บก้อนหินไปขว้างเสาหินอันเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านซาตาน ไปจนถึงการเชือดพลีสัตว์ และการเดินเวียนรอบวิหารกะอ์บะฮ์ เพื่อแสดงความนอบน้อมและมอบจิตวิญญาณแด่พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์คือการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต ในอดีต ผู้แสวงบุญจำต้องสละทรัพย์สินเพื่อจัดเตรียมเสบียง รอนแรมข้ามน้ำข้ามทะเล และต้องเตรียมใจเผื่อไว้ว่าอาจมิได้หวนกลับคืนสู่มาตุภูมิ ฮัจญ์จึงเป็นเสมือนการฝึกฝนจิตใจให้รู้จักสละละทิ้งความสะดวกสบาย อดทนต่อความเหนื่อยยาก เพื่อแสวงหาการอภัยทาน ขณะเดียวกัน ในมิติของประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับสยามประเทศ มักกะฮ์ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ในยุคก่อนชาวไทยเรียกขานนครแห่งนี้ว่า ‘กบิลพัสดุ์’ จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ต้องทรงตักเตือนให้เรียกให้ถูกต้องตามหลักภาษา หรือแม้กระทั่งคดีความสุดแปลกในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีบุคคลแอบอ้างว่าเดินทางไปแสวงบุญฮัจญ์เพื่อหลบหนีราชการ จนรัฐสยามต้องเข้ามาจัดการและออกเอกสารรับรองการเดินทางอย่างเป็นทางการ  พิธีฮัจญ์จึงมิใช่เพียงการเดินทางเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทว่าคือพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของการเสียสละ ความอดทน และการชำระล้างจิตวิญญาณของผู้คนนับล้านจากทั่วทุกมุมโลก ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้ กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และแขกรับเชิญพิเศษ สุนิติ จุฑามาศ นักวิจัยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และผู้เขียนหนังสือ ล่องนาวาเจ็ดสมุทร และเจ้าของคอลัมน์สลัดแขก

    1h 8m
  4. EP. 37 สแกนพงศาวดารสถานที่ทำยุทธหัตถี พระนเรศ-มังจีชวา

    Apr 30

    EP. 37 สแกนพงศาวดารสถานที่ทำยุทธหัตถี พระนเรศ-มังจีชวา

    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อาจไม่ใช่เพียงกษัตริย์นักรบที่เราคุ้นชื่อจากตำราเรียน ละคร หรือภาพยนตร์ แต่ยังเป็นหนึ่งในกษัตริย์ที่ถูกสร้างภาพจำผ่านวัด จิตรกรรม และการเล่าเรื่องซ้ำในสื่อไทยมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ที่คนไทยแทบทุกยุครู้จัก พระองค์เป็นพระราชโอรสพระองค์โตของสมเด็จพระมหาธรรมราชา เคยเสด็จไปอยู่หงสาวดีในฐานะองค์ประกัน ก่อนจะกลับมากอบกู้อิสรภาพให้กรุงศรีอยุธยา เรื่องราวสำคัญในพระประวัติ ไม่ว่าจะเป็นการชนไก่ การประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง การยิงพระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง หรือการทำ ‘ยุทธหัตถี’ กับพระมหาอุปราชา มังกยอชวา (Mingyi Swa) ล้วนกลายเป็นฉากสำคัญที่ผู้คนจดจำได้ขึ้นใจ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ภาพจำของสมเด็จพระนเรศวรไม่ได้ถูกส่งต่อผ่านพงศาวดารเพียงอย่างเดียว หากยังเห็นได้ผ่านงานศิลปะ โดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนังที่วัดสุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดสำคัญในการสร้างภาพจำของพระองค์ในรูปแบบภาพ ที่นี่มีฉากสำคัญหลายฉากที่คนไทยคุ้นตา ไม่ว่าจะเป็นฉากชนไก่ ฉากประกาศอิสรภาพ หรือฉากยุทธหัตถี แต่สิ่งที่น่าดูไม่ได้มีเพียงฉากยอดนิยม เพราะยังมีฉากที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง เช่น การแสดงให้สมเด็จพระนเรศวรเป็นภาคหนึ่งของพระอิศวรตามคติความเชื่อ ฉากพระสุบินเห็นจระเข้ หรือฉากพระอจนะพูดได้ สะท้อนว่า พระนเรศวรในงานศิลปกรรมไทยไม่ได้เป็นเพียงกษัตริย์ผู้ชนะศึก แต่ยังยกระดับให้มีสถานะกึ่งกลางระหว่างมนุษย์ วีรบุรุษ และบุคคลศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดพระนเรศวรจึงถูกหยิบยกขึ้นมาเล่าอยู่เสมอ คำตอบหนึ่งอาจอยู่ที่พระองค์เป็นกษัตริย์ที่รวมคุณสมบัติหลายอย่างเอาไว้ด้วยกัน ทั้งความกล้าหาญ ชัยชนะทางการทหาร ความสามารถในการกอบกู้เอกราช และการสวรรคตนอกราชอาณาจักร เรื่องเล่าของพระองค์จึงเต็มไปด้วยฉากที่ทรงพลังและเปิดพื้นที่ให้แต่ละยุคตีความใหม่ได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีข้อเสนอว่าการหยิบยกเรื่องความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์อยุธยาอย่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นมาเล่า อาจสัมพันธ์กับบริบททางการทูตในยุคที่สยามต้องเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก โดยเฉพาะช่วงการเจรจากับ จอห์น เบาว์ริง การเล่าเรื่องเช่นนี้ทำให้สยามปรากฏในฐานะรัฐที่มีอดีตอันรุ่งเรือง มีราชประเพณี และมีความต่อเนื่องของอำนาจตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงราชวงศ์จักรี จึงไม่ใช่เพียงการเล่าประวัติศาสตร์ หากยังเป็นการสื่อสารภาพลักษณ์ของรัฐในบริบทโลกยุคล่าอาณานิคม เมื่อมองเช่นนี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชจึงไม่ต่างจาก ‘แบรนด์เนมทางประวัติศาสตร์’ ที่เพียงเอ่ยพระนาม ผู้คนก็นึกถึงความกล้าหาญ เอกราช และชัยชนะได้ทันที พระองค์จึงเป็นตัวแทนของความหมายบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นอย่างชัดเจนและส่งต่อได้ในทุกยุคสมัย ขณะเดียวกัน เรื่องราวของพระองค์ก็ยังเต็มไปด้วยคำถามที่ชวนถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นพิกัดยุทธหัตถีที่แท้จริงว่าอยู่ที่ใดกันแน่ ระหว่างสุพรรณบุรี กาญจนบุรี หรืออยุธยา ชัยชนะเกิดจากการชนช้างตามตำนาน หรือพระแสงปืนต้นมีบทบาทมากกว่าที่เราเคยเข้าใจ รวมถึงสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพว่าอยู่ที่วัดใดกันแน่ แม้แต่เหตุการณ์สุดท้ายก่อนเสด็จสวรรคต ก็ยังมีข้อเสนอใหม่จากการศึกษาภูมิประเทศ ทั้งหมดนี้ทำให้เรื่องของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชน่าสนใจยิ่งกว่าเดิม เพราะยิ่งดูก็ยิ่งเห็นว่าพระองค์ไม่ได้มีอยู่เพียงในพงศาวดาร แต่ยังมีอยู่ในฝาผนังวัด ในเจดีย์ ในความทรงจำของรัฐ และในสื่อไทยแทบทุกแขนง ตั้งแต่ละคร ภาพยนตร์ การ์ตูน ไปจนถึงซีรีส์ร่วมสมัย ติดตามการถอดรหัสทั้งหมดได้ในรายการอารามบอยตอนนี้กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล สุดยอดแฟนพันธุ์แท้วัดไทย และแขกรับเชิญพิเศษ ปู-จิตกร บุษบา พิธีกรและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์

    42 min
  5. Apr 12

    EP. 36 สงกรานต์ในคติพราหมณ์ และตำนานนางสงกรานต์ทำนายบ้านเมือง

    สงกรานต์มีความหมายดั้งเดิมว่า การเคลื่อนของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วเกิดขึ้นทุกเดือน แต่ช่วงที่ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายน ถูกยกให้สำคัญและเรียกว่า ‘มหาสงกรานต์’ สยามรับแนวคิดนี้เข้ามาภายหลัง เดิมทีการนับปีใหม่ใช้จันทรคติ เริ่มต้นช่วงเดือนอ้ายราวปลายปี ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนมาใช้สงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ และต่อมาจึงกำหนดให้ตรงกับวันที่ 13 - 15 เมษายน เพื่อให้ใช้เป็นวันหยุด โครงสร้างของสงกรานต์ประกอบด้วยวันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก ซึ่งต้องคำนวณใหม่ทุกปีตามคัมภีร์โหราศาสตร์ ขณะเดียวกัน มีเรื่องเล่าอีกชุดหนึ่งที่ใช้ควบคู่กัน นั่นคือตำนานท้าวกบิลพรหมและธรรมบาลกุมาร เล่าถึงการตั้งปริศนา การตัดเศียร และธิดาทั้ง 7 ผลัดกันอัญเชิญเศียรออกแห่ในทุกปี  ธิดาทั้ง 7 นี้คือ ‘นางสงกรานต์’ แต่ละองค์มีชื่อ เครื่องประดับ อาหาร และสัตว์พาหนะต่างกัน รายละเอียดเหล่านี้ใช้เป็นสัญลักษณ์ในการพยากรณ์น้ำฝน ความอุดมสมบูรณ์ และสภาพบ้านเมืองในปีนั้น ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ทราย-กนกพร วิโรจน์จุลศักดิ์ สมาชิกวง V!NX (วง J-POP สไตล์ไทยจากค่าย A Lot Of Tone)

    21 min
  6. Mar 25

    EP. 35 แกะรอย ‘หิมพานต์มาร์ชเมลโล่’ จากลานวัด สู่อาร์ตทอยสุดไวรัล

    เวลาเดินเข้าวัด หลายคนอาจเดินเข้าพระอุโบสถหลังใหญ่ ชมพระประธานองค์สำคัญ หรือชมจิตรกรรมฝาผนังที่วิจิตรตระการตา แต่รายการอารามบอยตอนนี้ อยากชวนให้ลองสังเกตรูปปั้นสัตว์เฝ้าบันไดโบสถ์ที่มีรูปร่างอ้วนกลม ตากว้าง บางตัวตาจุด ปากยิ้มแฉ่ง ดูน่ารักและนุ่มนิ่มคล้ายก้อนขนมมากกว่าสัตว์สยองขวัญในตำนานหรือสัตว์จากป่าหิมพานต์ ตามวัดในภาคเหนือหรือภาคอีสาน นั่นคือผลงานศิลปะพื้นถิ่นที่ชาวเน็ตยุคนี้พร้อมใจกันตั้งฉายาให้ว่า ‘หิมพานต์มาร์ชเมลโล่’ ปรากฏการณ์ไวรัลที่เปลี่ยนภาพจำของวัดไทยให้เข้าถึงง่ายและป๊อปยิ่งขึ้น รูปสัตว์ที่ประดับวัดวาอารามเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคอินเทอร์เน็ต หากมีประวัติย้อนไปไกลกว่านั้นมากตั้งแต่สมัยทวารวดี ทั้งสัตว์จริงและสัตว์ในจินตนาการที่ทำหน้าที่เป็นทวารบาลหรือประดับเจดีย์เพื่อให้สอดคล้องกับคติจักรวาลวิทยา เมื่อก้าวเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 3 สยามได้นำเข้า ‘ตุ๊กตาอับเฉา’ หรือตุ๊กตาศิลาจากจีนเข้ามาประดับวัดอย่างแพร่หลาย ก่อนที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 จะเริ่มรับอิทธิพลตะวันตกที่เน้นแนวคิดสัจนิยม ทำให้รูปปั้นสัตว์อย่างช้าง ม้า หรือสิงห์ มีความสมจริงตามธรรมชาติมากขึ้น ทว่าในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวง ศิลปะกลับเติบโตในอีกทิศทางหนึ่ง ในขณะที่งานช่างหลวงเน้นความวิจิตรบรรจงและแบบแผนที่ชัดเจน เช่น สไตล์พระราชนิยมจากพระราชสำนัก แต่งานช่างชาวบ้านกลับเต็มไปด้วยอิสระและความคิดสร้างสรรค์ ช่างท้องถิ่นหรือพระภิกษุสร้างสรรค์ผลงานด้วยวัสดุเท่าที่หาได้ในพื้นที่ อาศัยจินตนาการและความศรัทธาเป็นที่ตั้ง เกิดเป็นการตัดทอนรายละเอียดที่ซับซ้อนออกไป เหลือเพียงรูปทรงที่เรียบง่าย ซื่อตรง และมีบุคลิกเฉพาะตัว กลายมาเป็นเสน่ห์ที่โดนใจคนยุคนี้ เมื่อโลกออนไลน์เข้ามา แฮชแท็ก #หิมพานต์มาร์ชเมลโล่ ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่ให้หันกลับมาสำรวจวัดในมุมมองที่ต่างออกไป ภาพถ่ายรูปปั้นหน้าตาตลกแต่น่ารักถูกแชร์ต่อจนกลายเป็นมีม สติกเกอร์ ต่อยอดไปสู่งานศิลปะร่วมสมัย และถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นอาร์ตทอย (Art Toy) สุดฮิต โดย โม่-คมกฤษ เทพเทียน แห่ง MOTMO Studio ที่ดึงคาแรกเตอร์ดีไซน์มาผสมผสาน จนทำให้ศิลปะแขนงนี้เป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ปรากฏการณ์นี้คือภาพสะท้อนของคำว่า Soft Power ที่จับต้องได้จริง เพราะความนิยมในอาร์ตทอยไม่ได้หยุดอยู่แค่การสะสม แต่ยังสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนเดินทางไปตามรอยรูปปั้นต้นฉบับถึงวัดในพื้นที่ห่างไกล ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น พิสูจน์ให้เห็นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องสวยงามตามมาตรฐานเดียว ความสร้างสรรค์ของช่างชาวบ้านยังคงทำหน้าที่ดั้งเดิมในการดูแลศาสนสถาน พร้อมกับสร้างมูลค่าใหม่ให้ชุมชน ติดตามบทสนทนาทั้งหมดและจุดเริ่มต้นของคอลเลกชันอาร์ตทอยสุดน่ารักนี้ได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ โม่-คมกฤษ เทพเทียน ศิลปินและเจ้าของ MOTMO Studio  เรื่องราวความสนุกและเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและศิลปะพื้นถิ่นเหล่านี้รวบรวมและขยายต่ออยู่หนังสือ วัดดูยูมีน ผลงานของ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ที่รวบรวมเสน่ห์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นจากการลงพื้นที่จริง เปิดพรีออร์เดอร์แล้วที่นี่ ตามไปพบ ดร.ต้า ได้ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569 ที่บูทสำนักพิมพ์ Avocado Books  ส่วนผลงานกาชาปองหิมพานต์มาร์ชเมลโล่ชุดล่าสุดจาก MOTMO Studio ตามไปชมและสะสมได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, Museum Siam และ River City Bangkok ชั้น 3 ร้าน RCB Bookstore

    49 min
  7. Mar 10

    EP. 34 การปั้นจารีตไทยจนกลายเป็นแลนด์มาร์กของกษัตริย์ไม่แมส แต่ควรแมสได้แล้ว

    วันที่ 31 มีนาคม คือ ‘วันเจษฎา’ วันที่ระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พ.ศ. 2330 คณะรัฐมนตรีประกาศให้เป็นวันสำคัญของชาติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านการทำนุบำรุงบ้านเมือง การค้า และการพาณิชย์นาวีไทย หากกรุงรัตนโกสินทร์ในระยะแรกคือช่วงเวลาของการตั้งหลัก รัชสมัยของรัชกาลที่ 3 คือช่วงที่จารีตถูกจัดวางให้ครบถ้วน บ้านเมืองสงบลงหลังศึกสงคราม การค้าสำเภาเฟื่องฟู รายได้หลั่งไหลเข้าสู่พระคลัง สิ่งที่พระองค์เลือกคือการวางรากฐานที่มั่นคงให้เมืองหลวงเติบโตอย่างมีรูปแบบ วัดสำคัญจำนวนมากได้รับการสถาปนาหรือปฏิสังขรณ์ในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จากศาสนสถานของสยามยุคหนึ่ง กลายเป็นภาพจำของประเทศไทยในอีกยุคหนึ่ง และยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเยือน สิ่งที่เคยเป็นการลงทุนของสยามในศตวรรษที่ 19 จึงยังส่งผลมาถึงประเทศไทยในปัจจุบัน ในบรรดาวัดเหล่านั้น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารหรือวัดโพธิ์ คือหลักฐานสำคัญของแนวพระราชดำริด้านความรู้ ศิลาจารึกและแผ่นหินอ่อนกว่า 1,360 แผ่น บรรจุเนื้อหาตั้งแต่การแพทย์แผนไทย ตำรายา การนวดไทย วรรณกรรม โหราศาสตร์ ไปจนถึงศิลปศาสตร์แขนงต่าง ๆ ความรู้ที่เคยอยู่ในคัมภีร์และจำกัดอยู่ในหมู่ผู้รู้ปรากฏต่อสายตาสาธารณะอย่างถาวร วัดโพธิ์จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของสยาม และจารึกชุดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดยยูเนสโกในเวลาต่อมา ด้านศิลปกรรม พระองค์สร้างสิ่งที่เรียกว่า พระราชนิยมรัชกาลที่ 3 ซึ่งรับอิทธิพลศิลปะจีนอย่างชัดเจน ทั้งลวดลาย เครื่องถ้วย กระเบื้อง และผังวัดแบบฮวงจุ้ย ตัวอย่างเด่นคือวัดราชโอรสารามราชวรวิหารที่สะท้อนการผสมผสานศิลปะจีนกับจารีตไทยจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของยุค ที่วัดเทพธิดารามวรวิหาร รูปภิกษุณี 52 องค์ และพระมหาปชาบดีโคตมีที่ประดิษฐานอยู่ในพื้นที่วัดหลวง สะท้อนการให้คุณค่าบทบาทสตรีในพุทธศาสนา เป็นหลักฐานทางศิลปกรรมที่บอกเล่าทัศนะทางศาสนาและสังคมของยุคนั้น ในรายการยังมีการตีความเพิ่มเติมด้วยว่า บริบทโลกสมัยของรัชกาลที่ 3 ตรงกับช่วงที่จักรวรรษอังกฤษยึดอังกฤษยึดศรีลังกา (ลังกา) ศูนย์กลางเถรวาทดั้งเดิมถูกยึดโดยชนชาติต่างศาสนา การทำนุบำรุงวัดและศาสนสถานจำนวนมากในสมัยรัชกาลที่ 3 อาจสะท้อนความพยายามยกระดับบทบาทของสยามในฐานะศูนย์กลางพุทธเถรวาทของภูมิภาค งานสถาปัตยกรรมสำคัญอย่าง โลหะปราสาท ที่วัดราชนัดดารามวรวิหาร ซึ่งเริ่มก่อสร้างในรัชกาลที่ 3 และแล้วเสร็จในรัชกาลต่อมา จึงถูกมองว่ามีนัยทั้งทางศาสนาและการเมืองควบคู่กัน ติดตามทั้งหมดได้ในรายการอารามบอย กับ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล และ ดร.ณัฐพงศ์ ลาภบุญทรัพย์ วิทยากรด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และทายาทรุ่นที่ 4 ยาดมโป๊ยเซียน ที่จะพาศึกษางานของรัชกาลที่ 3 ผ่านวัด ศิลปกรรม และแนวพระราชดำริ ซึ่งยังส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศมาจนถึงวันนี้

    1h 2m
  8. Mar 2

    EP. 33 หลวงพ่อโตคือใคร ตำนานพระพุทธรูปพูดได้ หลั่งโลหิตและแม่นหวยจนโดนสั่งเย็บปาก

    รายการอารามบอยในตอนนี้ ดร.ต้า-ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล ชวน บิว-พิชญวรรณ เลิศล้ำสมบัติ สมาชิกวง V!NX (วิง) วง J-POP สไตล์ไทยจากค่าย A Lot Of Tone มาคุยเรื่อง ‘หลวงพ่อโต’ ช่ื่อฮิตของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในหลายวัดทั่วประเทศ ซึี่งมีหลายตำนาน ในวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 (วันมาฆบูชา) บทสนทนาเริ่มตั้งแต่ ‘วันพระใหญ่’ ต่างยังไงกับ ‘วันพระเล็ก’ ซึ่งวันพระใหญ่ใช้เรียกวันขึ้น 15 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำของทุกเดือน เป็นวันที่พระสงฆ์ลงอุโบสถสวดปาฏิโมกข์ ทบทวนพระวินัยทั้ง 227 ข้อ ถือเป็นการชำระความบริสุทธิ์ของหมู่สงฆ์ ส่วนญาติโยมก็มักเข้าวัด ถือศีล ฟังธรรม ทำบุญมากกว่าวันอื่น ถ้าขยับจาก วันพระใหญ่ มาสู่ ‘พระใหญ่’ จะเห็นว่าการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่มีประวัติยาวนานและมีชื่อเรียกลำลองโดยชาวบ้านว่า ‘หลวงพ่อโต’ แล้วต่อท้ายด้วยชื่อวัด เช่น หลวงพ่อโต วัดไชโยวรวิหาร หรือ พระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา แปลตรงตัวว่าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือ พระเจ้าใหญ่ คติการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่พบได้ตั้งแต่ศิลปะอินเดียโบราณ ก่อนจะแพร่เข้ามาสู่ดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยมีหลักฐานตั้งแต่สมัยทวารวดี ต่อเนื่องถึงสุโขทัย อยุธยา และดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน การสร้างพระใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ต้องใช้แรงงาน ทรัพยากร และการจัดการจำนวนมาก จึงมักเกิดขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองมีเสถียรภาพ  หนึ่งในพระใหญ่ที่น่าสนใจมากคือพระอจนะ วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ประดิษฐานในมณฑปสี่เหลี่ยมที่แทบจะพอดีกับองค์พระ มีตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งในสมัยสมเด็จพระนเรศวร เมื่อทหารเกิดความหวาดหวั่น พระองค์ทรงให้คนไปซ่อนตัวด้านหลังองค์พระแล้วกล่าวถ้อยคำให้กำลังใจ เสมือนพระพุทธรูปพูดได้ อีกองค์หนึ่งคือหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีตำนานว่า น้ำพระเนตรไหลเป็นโลหิตก่อนกรุงศรีอยุธยาแตก เมื่อเรื่องเล่าผูกเข้ากับเหตุการณ์ทางการเมือง พระพุทธรูปองค์นี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของชะตากรรมเมือง ไม่ใช่เพียงวัตถุสำหรับกราบไหว้ ในปัจจุบันก็ยังคงมีการสร้างพระใหญ่ เช่น พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษไชยชาญ วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง สูงถึง 95 เมตร ความสูงที่มองเห็นได้จากระยะไกล พระใหญ่จึงยังทำหน้าที่แสดงความศรัทธาของชุมชน

    38 min

About

อารามบอย เล่าเรื่องลับที่จะทำให้การเข้าวัดสนุกขึ้น โดย ต้า แฟนพันธุ์แท้วัดไทย

You Might Also Like