หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

dhamma.com

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.

  1. 06/08/2020

    เห็นแก่ตัวภาวนาไม่ขึ้น : หลวงพ่อปราโมทย์​ 10 มี.ค. 63 (630310)

    คนเห็นแก่ตัวภาวนาไม่ขึ้นหรอก เพราะเราภาวนาเพื่อลดละความเห็นแก่ตัว ภาวนาไปเรื่อยๆ อย่าว่าแต่จะเห็นแก่ตัวเลย มันเห็นกระทั่งว่าตัวเราไม่มีจริง เห็นถึงขนาดนั้น ถ้าเราเริ่มด้วยความเห็นแก่ตัว ไม่ได้กินหรอก ภาวนาไม่ขึ้น เพราะมันรักตัวเองเกินไป ท่านถึงสอนให้ทำทาน ให้รักษาศีล เพื่อไม่ให้เห็นแก่ตัว ให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนอื่น ช่วยเหลือคนอื่น ช่วยเหลือสัตว์อื่น ใจที่ไม่เห็นแก่ตัว ใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มันโปร่งโล่งเบา มันภาวนาง่าย ใจที่เห็นแก่ตัวมันจะเครียด เพราะอย่างนั้นเราก็ฝึกตัวเอง อย่าเห็นแก่ตัว หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 10 มีนาคม 2563 ไฟล์ 630310 ซีดีแผ่นที่ 86

  2. 06/08/2020

    มีภพเมื่อไร มีทุกข์เมื่อนั้น : หลวงพ่อปราโมทย์​ 14 มี.ค. 63 (630314)

    พระพุทธเจ้าท่านบอก ภพไม่ว่าจะดีพิเศษแค่ไหน ละเอียดประณีตแค่ไหน ก็ทุกข์ทั้งสิ้น มีแต่ทุกข์มากกับทุกข์น้อย เป็นเทวดาก็ทุกข์ เป็นพรหมก็ทุกข์ ถึงภพละเอียดแค่ไหน เพราะใจยังดิ้นรนปรุงแต่งอยู่ ดิ้นรนปรุงแต่งเพราะอยาก มีตัณหา มีตัณหาเพราะไม่เห็นความจริง การไม่เห็นความจริงของกายของใจคือตัวอวิชชา มีอวิชชาคือไม่เห็นความจริงของกายของใจ ก็เกิดความอยาก อย่างเราไม่เห็นความจริงของกายของใจ ว่าต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เราก็เลยอยากไม่แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย พออยากขึ้นมาใจดิ้น เกิดภพ มีตัณหาก็สร้างภพขึ้นมา มีภพเมื่อไรความทุกข์ทางใจก็จะเกิดขึ้น นี่คือกระบวนการ อันนี้เป็นปฏิจจสมุปบาทที่หลวงพ่อย่อยๆ มาให้ฟัง ถ้าแจกแจงรายละเอียดนี่ยาว พูดกันหลายวันเลย ย่อยๆ เลยก็คือเราไม่เห็นความจริงของกายของใจ เราก็อยากให้กายให้ใจเป็นสุข อยากให้กายให้ใจไม่ทุกข์นะ ไม่เห็นความจริงก็เกิดตัณหา เกิดอยาก มีความอยากก็มีความดิ้นรน ใจมันจะดิ้นรน ทันที่เกิดความดิ้นรน เรียกว่าเกิดภพ ความทุกข์ก็จะเกิดขึ้น -- หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 มีนาคม 2563 ไฟล์ 630314 ซีดีแผ่นที่ 86

  3. 06/09/2020

    วิปัสสนากรรมฐาน : หลวงพ่อปราโมทย์​ 15 มี.ค. 63 (630315)

    เรียนให้เห็น เรียนด้วยการเห็นเอา เห็นจิตไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เรียนด้วยการเห็นเอา เห็นว่าเจตสิก คือ สุขทุกข์ ดีชั่ว ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นเอา ไม่ใช่คิดเอา เรียนด้วยการเห็นเอา ว่าร่างกายนี้ รูปนี้ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เรียนรู้ความจริงด้วยการเห็นมัน การเห็นมันอย่างถูกต้อง คือคำว่าวิปัสสนากรรมฐาน วิปัสสนา แปลว่า เห็นแจ้ง เห็นจริง เห็นถูก ปัสสนะ แปลว่า การเห็น วิ แปลว่าแจ้ง เห็นไตรลักษณ์นั่นเอง อย่างเราเห็นท้องพอง เห็นท้องยุบ ไม่ใช่วิปัสสนา ยังไม่เห็นอย่างวิเศษ ยังไม่ได้เห็นอย่างแจ่มแจ้ง ถ้าเห็นอย่างแจ่มแจ้ง ก็จะเห็นเลย รูปที่พอง รูปที่ยุบ ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา เห็นเอาด้วยความรู้สึก ขยับมือ เห็นมือเคลื่อนไหว ยังไม่ใช่วิปัสสนา ถ้าเห็นรูปที่เคลื่อนไหว ไม่ใช่เรา เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เห็นด้วยใจ ถึงจะเป็นวิปัสสนา ไม่งั้นก็เป็น ปัสสนะ เฉยๆ ไม่มี วิ วิ ต้องเห็นแจ้ง คือเห็นไตรลักษณ์ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 15 มีนาคม 2563 ไฟล์ 630315 ซีดีแผ่นที่ 86

  4. 06/09/2020

    เรียนรู้จากงานศพ : หลวงพ่อปราโมทย์​ 18 พ.ค. 63 (630518)

    ถ้าใจยอมรับความจริงได้สักอย่างเดียว ความทุกข์จะไม่เกิดขึ้น การที่เราเรียนกรรมฐานแยกขันธ์ ๕ เราเห็นความจริงของขันธ์ ๕ ก็เพื่อให้ใจมันยอมรับความจริงได้ว่า ร่างกายนี้ก็ไม่เที่ยง สุขทุกข์ดีชั่วอะไรก็ไม่เที่ยง จิตใจของเราก็ไม่เที่ยง เป็นของมีชั่วคราวแล้วก็หายไป ทุกอย่างเหมือนภาพลวงตา พอเห็นอย่างนี้แล้ว เวลาคนที่เรารักพลัดพรากไป จากเป็นหรือจากตาย มันก็ไม่ทุกข์หรอก เรารู้เลย มันทุกข์เพราะสัญญา มันปรุงขึ้นมา สังขารมันก็ปรุงต่อ รับช่วงกันไป ความทุกข์มันก็เผาผลาญจิตใจของเรา นี่คือใจความที่เราควรจะเรียนจากงานศพ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 18 มีนาคม 2563 ไฟล์ 630318 ซีดีแผ่นที่ 86

  5. 06/10/2020

    ฝึกให้ได้จิตผู้รู้ จึงพร้อมเดินปัญญา : หลวงพ่อปราโมทย์​ 23 พ.ค. 63 (630523)

    ไม่มีความยุ่งยากอะไรที่จะปฏิบัติ พยายามฝึกให้ได้จิตที่เป็นคนดูขึ้นมาให้ได้ก่อน พอเราได้จิตที่เป็นคนดูแล้ว สติระลึกรู้ที่กาย ตรงที่สติเป็นผู้ดูคือจิตมีสมาธิที่ถูกต้องแล้ว สติระลึกรู้กายด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นกลาง มีสมาธิเป็นผู้ดู มันจะเห็นความจริงของกาย ถ้าไม่มีสมาธิ คือจิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดู จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูไม่ใช่ตัวสมาธิ แต่จิตที่เป็นผู้รู้ผู้ดูคือจิตที่มีสมาธิ จิตกับสมาธิเป็นองค์ธรรมคนละตัวกัน สมาธิเป็นเจตสิก จิตเป็นตัวรู้ แต่เป็นตัวรู้ที่ประกอบด้วยความรู้เนื้อรู้ตัวอยู่ตั้งมั่นอยู่ นั่นล่ะเรียกว่าจิตผู้รู้ มีจิตผู้รู้คือจิตทรงสมาธิที่ถูกต้องแล้ว เพราะสติระลึกรู้กาย มันจะเห็นความจริงของกายว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 23 พฤษภาคม 2563 ไฟล์ 630523 ซีดีแผ่นที่ 86

  6. 06/10/2020

    สมาธิชนิดสงบ สมาธิชนิดตั้งมั่น : หลวงพ่อปราโมทย์​ 24 พ.ค. 63 (630524)

    สมาธิชนิดสงบ ทำให้จิตมีกำลัง สมาธิชนิดที่จิตตั้งมั่น ทำให้จิตมีความพร้อมที่จะเจริญปัญญา จิตมันตั้งมั่นแล้ว สติระลึกรู้รูป มันจะเห็นรูปเป็นของถูกรู้เป็นอารมณ์ สติระลึกรู้นาม มันก็จะเห็นว่า นามธรรมทั้งหลายสุขทุกข์ดีชั่วทั้งหลาย เป็นของถูกรู้ คือเป็นตัวอารมณ์ จิตเป็นคนดู จะเห็นอารมณ์ทั้งหลายหมุนเวียนเกิดดับ มันจะแสดงไตรลักษณ์ให้เราเห็นเอง ไม่ใช่คิดเรื่องไตรลักษณ์ ตราบใดที่ยังใช้ความคิดอยู่ ยังไม่ขึ้นวิปัสสนากรรมฐานที่แท้จริง หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 พฤษภาคม 2563 ไฟล์ 630524 ซีดีแผ่นที่ 86

4.9
out of 5
54 Ratings

About

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor Pramote Pamojjo, a master teacher of mindfulness for the modern world and Vipassana meditation.

You Might Also Like