In-Ear Cinema

Audio Fiction ที่จะเป็นรสชาติใหม่ของพอดแคสต์และละครวิทยุ

Выпуски

  1. 13.05.2020

    IECB02 เบื้องหลังเสียงหลอนบนรถใต้ดินใน Next Station

    ภาพยนตร์เสียง In-Ear Cinema ที่มีโจทย์ว่าจะไม่ใช้เสียงผู้บรรยาย / จะเล่าเหตุการณ์ด้วยเวลาตามความเป็นจริงแบบเรียลไทม์ / จะสร้างความหลอนแบบไม่ตุ้งแช่เป็นหลัก / จะมีตัวละครแค่ 2 ตัว / เหตุการณ์ทั้งเรื่องอยู่ในรถใต้ดิน / และทั้งหมดนี้ไม่มีภาพ! มีแต่เสียง! มันจะทำยังไงล่ะเฟ้ย!In-Ear Cinema: Behind the Scene เรื่องที่ 2 กับ Next Station เรามาคุยกับ บีมหว่อง - ผู้กำกับ และวิชัย ในฐานะผู้ควบคุมการผลิตด้านเสียง ว่าโจทย์เรื่องที่สองนี้ที่ต้องทำเสียงให้ขนหูลุก มันจะยากขึ้นอีกกี่ลำดับขั้น#InEarCinema #InEarCinemaBehindTheScenes #หลับตาภาพยนตร์ #SalmonPodcast #NextStation Learn more about your ad choices. Visit megaphone.fm/adchoices

  2. 21.12.2019

    AYO_VICHAI เมื่อ 2019 เป็นปีแห่งความฉุนเฉียวของ วิชัย มาตกุล

    เป็นที่รู้กันในหมู่แฟนหนังสือว่า วิชัย เป็นเจ้าของแมว 3 ตัว ภรรยา 1 คน และลูกชาย 1 คนแต่ปีนี้วิชัยมีภาระทางการงานเพิ่มขึ้นมาก จากการที่ดูแลแผนก Salmon House อยู่ดีๆ ก็เพิ่มเติมแผนก Salmon LAB. และ Salmon Podcast ขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด พอการงานเพิ่ม ความสับสนอลหม่านก็เพิ่มขึ้นมาก ปัญหาจากเมื่อปีกลายเป็นชนวนให้ปีนี้กลายเป็นปีแห่งความโมโหโทโสของวิชัยไปฟังกันว่าเขารับมือกับมันอย่างไร และเรียนรู้ที่จะจัดการกับความหงุดหงิดแบบไหนกัน  ปีที่น่าโมโหปีนี้เราโมโหทั้งปีเลยอะ เป็นปีที่โมโห ไม่ได้ดั่งใจ ไม่ถูกใจ ซึ่งมันเป็นผลมาจากปีที่แล้ว (2018) สำหรับเราปีนี้เป็นปีซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ อาจต้องการเวลาอีกปีก็ได้ เป็นปีที่ต้องเยียวยาสิ่งที่พังไปในปี 2018 ที่โหดร้ายมากเราพบว่าปีนี้ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่ ถ้าเปรียบว่าปีที่แล้วน้ำท่วม ปีนี้เรายังไม่ได้ทำความสะอาดบ้านเลย เป็นปีที่ไม่ปรานีปราศัยกับเราเท่าไหร่เป็นปีที่คอนเฟิร์มแนวคิดของเราว่ามันถูกต้อง ปีที่แล้วเราจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่มีความรู้มาก่อนเลย ซึ่งพอเรามองย้อนกลับไปในชีวิตเรา ตั้งแต่ออกจากงานโรงแรม ทุกงานเป็นงานที่เราไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเลย ตั้งแต่ไปทำงานเอเจนซีโฆษณาก็ไม่มีความรู้เรื่องโฆษณาเลย ไปช่วยทำบทภาพยนตร์ก็ไม่มีความรู้เรื่องบทภาพยนตร์เลย ออกจากงานไปเขียนหนังสืออยู่บ้าน ก็ไม่มีความรู้เรื่องการเป็นฟรีแลนซ์เลย จุดเปลี่ยนใหญ่ที่สุดของเราคือการมาทำโปรดักชั่นเฮาส์นี่แหละ ซึ่งเราก็ไม่รู้อะไรเลยว่าควรทำอะไรไม่ควรทำอะไรปีที่แล้วเราก็ถูก assign ให้ทำสิ่งที่ไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไง แต่สถานการณ์มันทำให้เราต้องทำมันให้ได้ สิ่งที่เราเรียนรู้ 2 อย่างใหญ่ๆ เลยคือ หนึ่ง ถ้าต้องทำสิ่งที่เราไม่มีความรู้เลย ให้เริ่มจากการทำสิ่งที่เราไม่ชอบและไม่อยากทำก่อน เพราะสิ่งที่เราทำมันมีคนอื่นทำมาก่อนแล้วแน่ๆ ล่ะ ถ้าเรามองแล้วเรารู้ว่าเราไม่ชอบอะไรในงานเหล่านั้น เราก็แค่ไม่ทำมัน และสอง ถ้าคุณไม่รู้ว่าเราไม่ชอบอะไรในสิ่งนั้น ให้เริ่มจากการทำสิ่งที่คุณชอบในงานนั้น โดยที่ไม่ต้องสนใจว่ามันเป็นไปได้หรือไม่ได้ แล้วทุกอย่างจะโอเคกระทั่งการทำสถานีพอดแคสต์ ก็ทำจากแนวคิดเหล่านี้แหละ มันเลยต้องชวนโจ้มาทำ ชวนเกมมาทำ เกิดจากการคิดว่าถ้าจะทำสถานีพอดแคสต์เราต้องการตำแหน่งเหล่านี้ คนเหล่านี้ และเราจะไม่ซัฟเฟอร์กับมัน เหมือนเราพายเรือออกทะเลไปอะ แล้วอย่างน้อยประชากรบนเรือมันก็ทำให้เราเอ็นจอยได้ ถ้าวันหนึ่งเรือจม เราก็ยังเอ็นจอยกับมันอยู่ แค่เรือมันจมอะ ช่วยไม่ได้ ดีกว่าทุกคนบนเรือแม่งเกลียดกัน แล้วทุกคนฆ่ากัน แล้วเรือก็จม ตาย  ปีนี้เสพสื่อเอาแต่ใจมากปีนี้แม่งไม่มีอะไรดีๆ จะเล่าให้ฟังเลย ปีนี้เราเลือกเสพสื่อมากๆ คือเราเคยเชื่อนะว่าทำงานสื่อเราต้องเสพสื่อเยอะๆ ควรอ่าน ควรรู้ว่าเขาคิดแบบนี้ได้ คิดแบบนั้นได้นะ แต่พอเรามีสารตั้งต้นว่าจุดเดือดเราต่ำมาก เราพบว่าเราไม่สามารถเสพสื่อได้ทุกอย่างว่ะ เพราะเราไม่สามารถทำให้อารมณ์เราเสถียรได้อย่างปีก่อนๆ ปีนี้เราเลย hide all เรียบเลย กลายเป็นว่าหน้าวอลล์เรามีแต่ meme โง่ๆ แล้วอะ แต่เราพบว่ามันดีนะ เราควรเก็บอารมณ์สะเทือนใจมาดีลกับลูกค้าดีกว่าเรื่องโลกแคบไม่แคบ เราเลือกให้ตัวเองไม่หงุดหงิดดีกว่าอีกอย่างที่เรียนรู้จากปีนี้ที่เราว่าเป็นบทเรียนสำคัญมากที่สุดของวัยทำงานคือ คนทุกคนต้องรู้หน้าที่และรู้จุดตำแหน่งที่ยืนของตัวเองนะ เราพบว่ามีคนทำงานหลายคนที่เจอแล้วเขาไม่มีความสุข เพราะเขายืนผิดจุดบางคนคิดว่าตัวเองเป็นกองหน้า แต่จริงๆ มึงเป็นกองหลังเว้ย แต่พอมึงไปยืนกองหน้า มันเลยทำให้มึงไม่มีความสุขไง เพราะมึงยิงไม่ได้ ซึ่งสิ่งนี้ต้องใช้เวลานานมากในการเข้าใจว่าตำแหน่งนี้ไม่ใช่ที่ของมึง มันก็ต้องเจ็บปวดนิดนึงนะ ที่ต้องยอมรับมันหรือบางคนไม่ใช่นักเตะด้วยซ้ำ คุณอาจเป็นเด็กเสิร์ฟน้ำก็ได้นะ ซึ่งคุณอาจจะเสิร์ฟน้ำเร็วมาก เก่งมากก็ได้นะ แต่ทุกคนอยากเป็นเมสซีไง มันยอมรับยากนะ แต่พอยอมรับได้แล้วมันมีความสุขขึ้นมากนะ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วยนะ บางวันกูอาจจะต้องเป็น Creative Director คิดงานอยู่เบื้องหลัง แต่บางวันกูก็ต้องไปเป็นทหารเลวให้เขายิงตาย ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับ rol

Об этом подкасте

Audio Fiction ที่จะเป็นรสชาติใหม่ของพอดแคสต์และละครวิทยุ

Еще от провайдера «Salmon Podcast»